เข้าสู่ระบบ‘เปรี้ยง!’
“ว๊าย!” คนที่เอ่ยล้อเลียนอย่างนึกสนุกจนถึงเมื่อครู่สะดุ้งสุดตัว ก่อนจะถลากอดคนที่ขยับตัวพลิกกลับมามองอย่างรวดเร็วด้วยความตกใจ
ทุกอย่างเงียบกริบในทันทีพร้อมๆกับแสงไฟที่ดับลง หลงเหลือแต่เพียงเสียงสายฟ้าคำรามที่ยังดังกึกก้องเป็นระยะ มารุตชะงักไปชั่วขณะเมื่อร่างนุ่มนิ่มกอดรัดตัวเองไว้แน่น ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างอ่อนใจเมื่อรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะท้านจากคนในอ้อมแขน วงแขนแข็งแรงสวมกอดคนที่ตกใจจนตัวสั่นไว้แน่นพลางลูบเลือนผมสวยที่มีกลิ่มแชมพูอ่อนๆอย่างเบามือคล้ายปลอบประโลม
“ร้องไห้ตลอด ขี้แยอีกแล้วนะ...เมื่อกี้ยังปากเก่งอยู่เลย” คนกอดปลอบกระชับอ้อมกอดเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามอย่างยั่วเย้าเมื่อคนในอ้อมแขนยังซุกหน้าลงกับแผงอกแกร่งทันทีที่เสียงสายฟ้าคำรามอีกหน
“ไม่ได้ร้องสักหน่อย! ไม่ได้ขี้แยด้วย” คนในอ้อมแขนประท้วงเสียงเครือ ก่อนจะดิ้นขลุกขลักเพื่อออกจากอ้อมแขนแข็งแรงที่ใช้หลบภัยอย่างรวดเร็ว
พลอยชมพูลุกขึ้นนั่งในความมืดทันทีก่อนจะหันหลังให้คนที่เธอคาดว่าจะยังนอนเอกเขนกด้วยท่าทีสบายๆอย่างขุ่นเคือง และความขุ่นใจก็ยิ่งเพิ่มสูงเมื่อได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอของมารุต
‘ครืน...เปรี้ยง!’
เสียงสายฟ้าฟาดที่ยังดังก้องจนกระจกใสบานกว้างที่ถูกติดเพื่อรับชมวิวภายนอกจากในห้องนอนสั่นคลอนจนเกิดเสียงดังกึกๆ คนที่นั่งอยู่ท่ามกลางความมืดสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะยกมือปิดหูอย่างหมดหนทางกับความรู้สึกด้านลบที่เข้าปกคลุมภายในหัวใจจนกระทั่งร่างกายสั่นไหวไปหมด แต่เพียงเสี้ยววินาทีวงแขนแกร่งที่แสนอบอุ่นก็รวบร่างบอบบางที่สั่นสะท้านในความมืดสลัวไว้อย่างอ่อนโยน ก่อนจะฝังจมูกลงบนเรือนผมนุ่มอย่างเอื้อเอ็นดู
“งี่เง่า...กลัวก็บอกว่ากลัว ร้องไห้ก็แค่ยอมรับ จะโกหกเพื่ออะไรกัน ไม่สมกับเป็นคุณเลยสักนิด” มารุตบอกเรียบๆ ก่อนจะรั้งร่างบอบบางเข้าสู่อ้อมกอดอุ่นที่ตัวเองเริ่มแน่ใจขึ้นเรื่อยๆ ว่ามันถูกสร้างมาเพื่อปกป้องคนที่อยู่ตรงหน้าเขาในเวลานี้
“คนใจร้าย! รู้อยู่ว่ากลัวแล้วจะแกล้งกันทำไมละ” คนที่อยู่ในอ้อมแขนแหวใส่เสียงเครือทั้งน้ำตา ก่อนจะฟาดมือบอบบางลงบนแผงอกแกร่งที่ตัวเองซบอยู่อย่างต้องการระบายอารมณ์และลงโทษคนตรงหน้า
“โอเคๆ ผมไม่แกล้งแล้ว...อย่าร้องเลยนะ” คนถูกทุบหัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทีของคนในอ้อมแขน ก่อนจะเอ่ยบอกพร้อมลูบกระหม่อมบางของพลอยชมพูอย่างเอื้อเอ็นดู
เสียงสายฝนที่สาดซัดกระหน่ำไม่เลิกราและเสียงสายฟ้าฟาดที่ยังส่งเสียงคำรามกึกก้องเป็นระยะ ก็ยังทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงที่สร้างความหวาดหวั่นลงไปถึงกลางหัวใจ มารุตก้มมองร่างบอบบางที่ยังสั่นไม่เลิกด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย
“พี่ลม พลอยถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” หลังจากเงียบไปนานจนเริ่มตั้งสติได้ คนในอ้อมแขนก็เอ่ยถามเสียงเบา
“อืม ถ้าตอบได้จะตอบ”
“พี่ลมเคยคิดจะรักพลอยบ้างไหมคะ?”
คำถามที่ได้ยินไม่ต่างจากเสียงสายฟ้าฟาดที่กระแทกลงกลางใจ จนร่างกายคนฟังรู้สึกชาวาบไปทั้งร่าง
“ยังไม่ต้องตอบตอนนี้ก็ได้นะคะ” ความเงียบที่เข้าปกคลุมทำให้คนฟังเลือกที่จะบอกผ่าน ก่อนจะนิ่งคิดไปชั่วครู่แล้วตัดสินใจเอ่ยออกมา
“แต่วันที่เราหย่ากัน พี่ลมต้องสัญญานะคะ ว่าจะตอบคำถามนี้ของพลอย...ว่าพี่เคยคิดจะรักพลอยบ้างหรือเปล่า”
“เลิกพูดเรื่องนี้สักที!” มารุตบอกปัดเสียงขุ่น รู้สึกเจ็บแปล๊บในอกกับคำถามของคนตรงหน้า และรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลกับคำว่าหย่าร้างที่คนในอ้อมแขนพูดออกมา แต่สิ่งที่ทำให้ขุ่นข้องใจที่สุดก็คือน้ำคำเรียบเรื่อยราวกับเรื่องที่พูดคุยกันเป็นเพียงบทสนทนาเรื่องดินฟ้าอากาศที่ไม่สำคัญอะไรเลยในความรู้สึกของคนพูด
“ทำไมละคะ ก็ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริง” พลอยชมพูเอ่ยถามกลับด้วยความฉงนในใจ กับท่าทีขุ่นเคืองที่ไม่สามารถปกปิดได้ของมารุต
“ผมบอกว่าให้เงียบก็เงียบสิ! จะเซ้าซี้ทำไม” คนถูกถามบอกปัดอีกหน ยิ่งเธอเฉยชามากเท่าไรหัวใจที่ร้อนรนก็ยิ่งขุ่นมัวมากขึ้นเท่านั้น
“...พี่ลมคงเกลียดพลอยมากสินะคะ ถึงได้โกรธมากขนาดนี้” พลอยชมพูบอกเสียงเศร้า ก่อนจะพยายามดิ้นรนให้พ้นจากอ้อมกอดอุ่นที่รู้ดีเสมอว่าไม่ใช่ของเธอ และแม้สมองจะย้ำเตือนจนจำขึ้นใจถึงความจริงที่แสนปวดร้าวที่รู้อยู่เต็มอก แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะสามารถทนฟังคำปฏิเสธที่ไร้เยื่อใยจากคนตรงหน้าได้โดยไม่รู้สึกรู้สา
ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดจนแสบร้าวไปทั้งหัวใจ
ร่างบางระหงที่ตัดสินใจทิ้งงานประมูลอัญมณีที่แสนน่าเบื่อเพื่อกลับมาหาใครบางคนที่เธอกำลังคิดถึงสุดหัวใจ หยุดยืนอยู่หน้าประตูเพนซ์เฮ้าส์ด้วยหัวใจที่เต้นระรัว น่าแปลกที่เสี้ยวหนึ่งของห้วงความรู้สึกกลับนึกย้อนไปในวันแรกที่เธอหอบหิ้วกระเป๋าใบโตมาที่นี่วันที่เป็นจุดเริ่มต้นระหว่างเธอและมารุต คำตอบที่ได้รับจากกณิกา ทำให้คนที่ค้นคว้าหาความหมายของความรักอยู่เนิ่นนานเริ่มตระหนักถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้า...แม้มารุตจะไม่ได้เป็นผู้ชายในนิยายที่ดีพร้อมไปทุกสิ่ง แต่เขาคือผู้ชายที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อให้เธอกลายเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม และนั่นก็เป็นเหตุผลที่เธอรักมารุตจนสุดหัวใจ! ภาพวาดสีน้ำมันกว่าสามสิบรูปที่ถูกติดไว้ตามมุมต่างๆของเพนซ์เฮ้าส์ที่ปรากฏแก่สายตาในวินาทีแรกที่เปิดประตูเข้ามา ทำให้ผู้มาเยือนเผลอคลี่ยิ้มออกมาอย่างง่ายดาย พลอยชมพูกวาดสายตามองภาพวาดของตัวเองในอิริยาบถต่างๆด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะต้องยิ้มกว้างกว่าที่เป็นอยู่อีกหลายเท่า เมื่อเห็นร่างสูงของคนป่วยที่ลางานนอนอยู่บ้านทั้งวัน กำลังยืนรอเธออยู่กลางห้องกว้างพร้อมช่อดอกลิลลี่สีขาวขนาดให
สามเดือนต่อมา... ห้องประชุมหรูชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางกรุงเทพมหานคร ถูกเลือกให้ใช้เป็นสถานที่จัดงานแสดงเครื่องประดับที่ดีที่สุดในภาคพื้นเอเชีย รวมทั้งยังเป็นสถานที่จัดงานประมูลอัญมณีหายากประจำปีอีกด้วย และแม้ปีนี้จะไม่มีอัญมณีหายากที่น่าจับตามองในงานประมูล แต่ประธานบริหารคนใหม่ของบริษัทอัญมณีชื่อดังที่กำลังมีกระแสอยู่ในขณะนี้ ก็สามารถเรียกได้ว่า ‘น่าจับตามอง’ ไม่แพ้กันพลอยชมพู มณีรัตนะ เจ้าของรางวัลนักธุรกิจที่น่าจับตามองที่สุดแห่งปี ในชุดเดรสสีขาวสะอาดตาที่ก้าวเดินเข้ามาภายในงาน กลับสามารถสะกดทุกสายตาให้เหลียวมองได้อย่างง่ายดาย เธอสวยพริ้มเพราราวตุ๊กตากระเบื้องเคลือบที่บอบบางน่าทะนุถนอม แต่ในเวลาเดียวกันเธอก็สง่างามและเต็มไปด้วยความเยือกเย็นจนน่าเกรงขามเช่นกัน“คุณพลอย เชิญไปนั่งด้วยกันทางด้านโน้นได้นะครับ” เสียงทุ้มของบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของพ่อค้าอัญมณีรายใหญ่จากเมืองกาญที่เอ่ยทักขึ้น ไม่ได้ทำให้ดวงหน้าหวานงามงดที่สงบนิ่งแปรเปลี่ยนไปแม้แต่น้อย“ขอบคุณสำหรับคำชวน แต่ไม่ดีกว่าค่ะ” เธอเอ่ยตอบเรียบเรื่อยก่อนจะหมุนตัวไปอีกทางทันที โดยไม่คิดจะใส่ใจใบหน้าที่จืดเจือนลงของ
การ์ดสีหวานถูกวางลงบนโต๊ะทำงานกว้างที่เต็มไปด้วยแบบร่างเครื่องประดับชุดล่าสุดอย่างเบามือ ทำให้พลอยชมพูปรายตามองซองสีชมพูหวานแหววครู่หนึ่ง ก่อนจะช้อนตามองคนที่แอบเข้ามาในห้องทำงานของเธอโดยไม่ขออนุญาตแล้วเอ่ยถาม“งานแต่งใครอีกละคะ?”“ก็...คนแถวๆนี้หละ พลอยไปเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะ” มารุตเอ่ยคล้ายครุ่นคิด ก่อนจะเดินอ้อมโต๊ะทำงานกว้างมาหยุดอยู่ข้างกายของคนตรงหน้า แล้วสวมกอดร่างบอบบางไว้หลวมๆอย่างออดอ้อนตามประสา“ไม่ไปค่ะ” แม้กระหม่อมบางจะเอนอิงพิงร่างหนาของมารุตไว้ด้วยท่าทีสบายๆ แต่ถ้อยคำปฏิเสธที่เอ่ยออกมากลับหนักแน่นและสงบนิ่งจนมารุตพูดไม่ออก“ครั้งที่หกแล้วนะ ใจร้าย!” มารุตแหวเสียงสูง เมื่อถูกปฏิเสธขึ้นหกครั้งในรอบสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนจะเงียบเสียงลงเมื่อดวงตาคู่หวานของคนที่อยู่ในอ้อมแขนปรายตามองมาอย่างไม่ชอบใจนัก“ไว้ครั้งที่เจ็ด พลอยจะไปด้วยก็แล้วกันค่ะ” เธอตอบปัด ก่อนจะเริ่มเลือกแบบเครื่องประดับที่วางอยู่บนโต๊ะต่อไป มารุตมองค้อนภรรยาคนงามในทันทีเมื่อรู้สึกถึงลำดับความสำคัญของตนเองที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มมีสมาธิกับงานที่ทำ มารุตก็อดไม่ได้ที่จะลอบยิ
อุณหภูมิที่ลดต่ำลงเพราะเวลาล่วงเลยผ่านเข้ามาในรุ่งสางของวันใหม่ ทำให้คนที่อยู่ในห้วงนิทราอันแสนสุขบนเตียงนอนหนานุ่มจำต้องซุกเข้าหาผ้าห่มผืนหนาอีกเล็กน้อยอย่างต้องการความอบอุ่น มือบอบบางเริ่มควานหาหมอนใบโตที่ตัวเองนำมาใช้แทนหมอนข้างตลอดทั้งค่ำคืนที่ผ่านมาอยู่ครู่ใหญ่ แต่เมื่อไม่พบสิ่งที่ตามหาดวงตากลมหวานที่เต็มไปด้วยความง่วงงุนก็จำต้องลืมขึ้นมาในที่สุด พลอยชมพูอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามารุตกำลังนั่งกอดอกมองเธออยู่จากเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ที่เธอเป็นคนมัดเขาไว้เมื่อหลายชั่วโมงก่อน “พี่ลม! ออกมาได้ยั...” ยังไม่ทันจบประโยคคำถาม ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็ถูกปิดจนสนิทด้วยริมฝีปากหนาของคนที่ใช้เวลาพังประตูห้องเก็บของอยู่ค่อนคืนในทันที จุมพิตรับอรุณที่แสนหวานปลุกให้คนที่ยังง่วงงุนตื่นขึ้นจนเต็มตาอย่างง่ายดาย ก่อนความหวานล้ำที่ถูกป้อนมาหาจะแปรเปลี่ยนเป็นการลงทัณฑ์ที่แสนวาบหวามในวินาทีถัดมาอย่างรวดเร็ว“อื้อ เดี๋ยวก่อนค่...” คนที่หลุดออกจากจุมพิตมหาโหดที่แทบจะกระชากวิญญาณให้ปลิดปลิวร้องประท้วงเสียงกระท่อนกระแท่น ก่อนคำประท้วงที่คิดไว้จะเลือนหายไปพร้อมๆกับริมฝีปากหนาที่ประกบลงมาอีกหน
มารุตลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อคนตรงหน้ายอมคลายอ้อมกอดออกอย่างว่าง่าย แต่ยังไม่ทันได้หายใจหายคอได้คล่อง คนว่าง่ายที่นึกชื่นชมในใจเมื่อครู่ก็เริ่มปลดกระดุมเสื้อนอนของเขาอย่างรวดเร็ว“เฮ้ย!” มารุตอุทานเสียงสูง ก่อนจะตะปบมือเล็กที่เผลอครู่เดียวก็ปลดกระดุมเสื้อของเขาออกไปจนเหลือแค่สองเม็ดสุดท้ายอย่างรวดเร็ว “พะ...พลอยจะทำอะไร ปลดกระดุมเสื้อพี่ทำไมกัน!”“ก็พี่ลมบอกว่าเสื้อมีแต่ขนหมา” เธอร้องบอกก่อนจะปลดกระดุมสองเม็ดที่เหลือออกอย่างรวดเร็ว เพียงครู่เดียวแผงอกเปลือยเปล่าที่มีกล้ามท้องเป็นลอนสวยอย่างคนออกกำลังกายสม่ำเสมอก็ปรากฏแก่สายตาอย่างรวดเร็ว“พี่ว่าพลอยน่าจะเมาแล้วละ...ไปนอนดีกว่านะ” มารุตเอ่ยเสียงสั่น ก่อนจะรีบคว้ามือบอบบางที่ไล้ไปตามแผงอกแกร่งของตัวเองคล้ายหลงใหลด้วยความรวดเร็ว เพราะหากปล่อยให้พลอยชมพูลูบคลำไปเรื่อยๆเช่นนี้ คนที่จะขาดใจตายก่อนก็คงไม่พ้นตัวเองแน่ๆ“ไม่ได้เมานะ แค่อยากกอดเฉยๆไม่ได้เหรอ?” คนไม่เมาร้องบอกเสียงหวาน ก่อนจะซุกหน้าลงบนแผงอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอย่างออดอ้อน มารุตอยากจะตะโกนก้องออกไปดังๆว่า ‘ไม่ได้!’ เพราะอารมณ์พลุพล่านที่ลัดวงจรอย
“พี่ลมขา...มาหาพลอยในครัวหน่อยสิคะ” เสียงหวานหยดที่ลอยลมมา ทำให้คนที่กำลังจะเริ่มทำความสะอาดสะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล“...จ้ะ” แม้สัญชาติญาณบางอย่างจะร้องเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมไปจนถึงน้ำเสียงหวานใสหยดย้อยที่ลอยลมมา...ไม่ใช่เรื่องปกติ! แต่มารุตก็จำต้องขานรับออกไปในที่สุดร่างสูงเดินเข้าไปหาคนที่ขานเรียกอย่างไม่สบายใจนัก ดวงตากลมหวานของพลอยชมพูที่ได้มองสบไปเมื่อตอนหัวค่ำ ทำให้มารุตรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายบางอย่างที่ยังหาที่มาที่ไปไม่ได้ ก่อนจะเริ่มทวนคำอีกหนอย่างคนที่หวาดระแวงจนจิตคิดไม่ตก‘...พี่ลมขางั้นเหรอ?’“ชิบ...ย แล้ว!” มารุตสบถเสียงสูงอย่างลืมตัว เมื่อทันทีที่ย่างกรายเข้ามาในครัวแล้วพบว่าร่างบอบบางที่ร้องเรียกเมื่อครู่ กำลังกระดกไวน์ดีกรีแรงขวดใหญ่ที่ตนเองซื้อมาเก็บไว้ในตู้อยู่อย่างสบายอารมณ์ ซ้ำยังมีขวดเปล่าอีกขวดที่กองอยู่ข้างโต๊ะทำอาหารที่แม่ตุ๊กตากระเบื้องเคลือบปีนขึ้นไปนั่งอย่างถือสิทธิ“ช้า! พลอยเรียกไปตั้งหลายวินาทีแล้วนะ” เสียงหวานที่ดูไม่มั่นคงนักเอ่ยตำหนิ ก่อนจะยื่นขวดไวน์ให้คนที่เพิ่งมาถึงในทันที“พี่ก็มาเร็วที่สุดแล้วนะ...” มารุตรับขวดไวน์ที่พร่องไปกว







