Home / รักโบราณ / นางหงส์เหนือบัลลังก์ / บทที่ 14 อาภรณ์แห่งเกียรติยศ

Share

บทที่ 14 อาภรณ์แห่งเกียรติยศ

last update Last Updated: 2026-01-28 16:20:36

สายตาของเขาที่เคยมองนางด้วยความชิงชัง บัดนี้กลับสั่นไหวด้วยความรู้สึกผิดและรักอันล้นปรี่ เขาเอื้อมมือหนาไปกุมมือที่เล็กกว่า... มือนั้นหาได้นุ่มนวลปานกลีบบัวเหมือนคุณหนูในห้องหอไม่ แต่มันกลับหยาบกร้าน และมีรอยแผลจากการตรากตรำซักล้างผ้าหนักอึ้งท่ามกลางน้ำแข็งมานับครั้งไม่ถ้วน เขาประคองมือนั้นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ราวกับเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดในใต้หล้า ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หลังมือของนางอย่างแผ่วเบาและเนิ่นนาน ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของคนนับร้อยที่เฝ้ามองอยู่

"มู่หรงเสวี่ย..." น้ำเสียงของเขาที่เคยดุดันสั่งการ บัดนี้กลับทุ้มต่ำและอ่อนโยนจนลมหายใจของนางสะดุด "ข้าเป็นคนเขลาที่ปล่อยให้เมฆหมอกแห่งความระแวงบังตา จนเกือบจะเสียเจ้าไปชั่วนิรันดร์ ข้าปล่อยให้เจ้าต้องทนทุกข์ในที่ที่มืดมิดที่สุด ทั้งที่เจ้าควรจะเป็นแสงสว่างข้างกายข้า"

เขากระซิบประโยคที่ทำให้นางรู้สึกเหมือนวิญญาณที่เคยแหลกสลายกำลังถูกโอบอุ้มด้วยไออุ่น "แต่นับจากวันนี้ไป ชื่อของตระกูลมู่หรงจะถูกจารึกไว้ในพงศาวดารว่าเป็นผู้ซื่อสัตย์ภักดีต่อราชบัลลังก์ด้วยเลือดและวิญญาณ และเจ้า... เสวี่ยเอ๋อของข้า... เจ้าจะไม่อยู่ในฐานะนางกำนัลซักล้างชั้นต่ำที่ใครจะดูหมิ่นได้อีกต่อไป"

ตงฟางเย่เหยียดกายตรง แววตากลับมาทรงอำนาจดุจพญามังกร เขายกมือนางขึ้นชูต่อหน้าเหล่าขุนนางและข้าราชบริพาร ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยเสียงที่ดังกังวานไปถึงสุดกำแพงวังหลวง

"ข้าขอประกาศต่อฟ้าดินและราษฎรทุกตัวคน ข้าขอแต่งตั้ง มู่หรงเสวี่ย ขึ้นเป็นฮองเฮาคู่บัลลังก์แต่เพียงผู้เดียว! ผู้ใดที่บังอาจลบหลู่ศิรินาง ผู้นั้นเท่ากับลบหลู่ข้า!"

สิ้นคำประกาศ น้ำตาที่มู่หรงเสวี่ยเคยพยายามสะกดกลั้นมาตลอดสามปี น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ ความร้าวรานจากการถูกตราหน้าว่าเป็นลูกกบฏ และความเหน็บหนาวในโรงซักล้างที่กัดกินกระดูก บัดนี้มันไหลร่วงหล่นลงมาปานสายเลือดที่เหือดแห้งไปแล้ว ทว่ามันคือน้ำตาแห่งความตื้นตันและปลดปล่อย

นางสะอื้นไห้ในอ้อมกอดที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่เคยสัมมา ความเจ็บปวดที่เคยเป็นบาดแผลฉกรรจ์ดูเหมือนจะเลือนลางไปพร้อมกับวงแขนแข็งแรงที่โอบรัดนางไว้แน่น ราวกับเขาจะไม่ยอมปล่อยให้นางต้องเผชิญกับลมหนาวเพียงลำพังอีกต่อไป

แม้จุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ครั้งนี้จะเต็มไปด้วยเพลิงแค้นและการหักหลัง แต่ในค่ำคืนนี้ กลีบดอกท้อที่เคยร่วงหล่นแห้งเหี่ยวกลางกองหิมะในฤดูหนาวอันยาวนาน กลับได้รับหยาดน้ำค้างแห่งความรักจนผลิบานสะพรั่งอีกครั้ง... ในอ้อมกอดของวสันตฤดูที่รอคอยมาแสนนาน

เสียงแตรเขาสัตว์ดังกังวานไปทั่วเก้าประตูวังหลวง สอดประสานกับเสียงรัวกลองศึกที่ดังกึกก้องประหนึ่งเสียงคำรามของมังกรเหนือฟากฟ้า วันนี้คือวันที่ทั่วทั้งแผ่นดินต้าตงต้องจดจำ เมื่อท้องถนนทุกสายในเมืองหลวงถูกปูด้วยผ้าไหมสีแดงฉาด และกลีบดอกไม้โปรยปรายลงมาดุจสายฝน เพื่อเฉลิมฉลองพิธีสถาปนาฮองเฮาที่กลับมาดำรงตำแหน่งอันชอบธรรมของนางอีกครั้ง

ภายในตำหนักคุณหนิงที่ครั้งหนึ่งเคยเงียบเหงา บัดนี้กลับมีชีวิตชีวาด้วยไอร้อนจากกำยานและเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างสำรวม บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมสะอาดของไม้จันทน์ผสานกับเครื่องหอม 'หลงเฉียน' ชั้นเลิศที่ปรุงขึ้นสำหรับเจ้าของตำหนักเพียงผู้เดียว แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องผ่านช่องบานหน้าต่างไม้แกะสลักลายมงคล กระทบเข้ากับม่านมุกที่ทิ้งตัวยาวระย้าจนเกิดเป็นประกายระยิบระยับล้อแสงตะวัน ราวกับเม็ดฝนทองคำที่ร่วงหล่นลงมากลางห้องโถง

มู่หรงเสวี่ย ยืนนิ่งสงบดุจรูปปั้นหยกขาวอยู่เบื้องหลังม่านมุกนั้น นางหลับตาลงช้าๆ สัมผัสถึงความเงียบที่ทรงพลัง ปล่อยให้ภาพจำอันขมขื่นของหยดน้ำด่างที่กัดกินปลายนิ้ว ความหนาวเหน็บยามซักผ้าท่ามกลางหิมะ และเสียงดุด่าในโรงซักล้าง ค่อยๆ มอดไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านในเตากำยานแห่งอดีต นางไม่ได้กลับมาเพื่อเสวยสุข แต่กลับมาเพื่อสวมทับอำนาจที่ครั้งหนึ่งเคยถูกพรากไป

อาภรณ์แห่งการจุติใหม่

นางกำนัลอาวุโสนับสิบนางที่ถูกคัดเลือกมาอย่างดีเยี่ยมที่สุดในวังหลวง ต่างก้มหน้าทำงานด้วยความยำเกรง ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขณะที่พวกนางช่วยกันบรรจงปรนนิบัติสวมอาภรณ์แห่งเกียรติยศที่สูงส่งที่สุดของสตรีในใต้หล้า

ชุดพิธีการ ‘เฟิ่งกวนหงจวง’ (อาภรณ์หงส์แดง) ถูกคลี่ออกอย่างประณีตประหนึ่งงานศิลปะล้ำค่า ตัวชุดถักทอด้วยไหมทองคำแท้ที่สะท้อนแสงแวววาวสลับกับด้ายไหมห้าสีมงคล ลวดลายนกเฟิ่งหวงสยายปีกพุ่งทะยานสู่เมฆาถูกปักอย่างวิจิตรบรรจงด้วยไข่มุกน้ำงามนับพันเม็ดที่คัดสรรมาอย่างดีจากท้องทะเลลึก ทุกฝีเข็มที่ปักลงไปมิใช่เพียงความงาม แต่คือความหมายแห่งการเกิดใหม่จากกองฟอน

"ระวังหน่อย อย่าให้รอยจีบเคลื่อนแม้เพียงนิด" นางกำนัลอาวุโสกำชับเสียงแผ่วเบา ขณะที่กำลังรัดสายคาดเอวประดับหยกมังกรคู่

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 107 เงาอดีตที่กลับมาทวงคืน

    มังกรประจัญหน้าหงส์กลับมาที่งานเลี้ยงในวังหลวง บรรยากาศเริ่มตึงเครียดเมื่อองครักษ์คนสนิทของอ๋องเจ็ดวิ่งเข้ามาซุบซิบข้างหูเขาด้วยใบหน้าซีดเผือด อ๋องเจ็ดถึงกับทำจอกเหล้าหลุดมือตกลงพื้นแตกกระจาย"มีอะไรหรืออาเจ็ด?" ตงฟางเย่ถามด้วยความแปลกใจอ๋องเจ็ดพยายามรักษาสีหน้า "มะ... ไม่มีอะไรพะย่ะค่ะฝ่าบาท เพียงแต่กระหม่อมรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย"มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางสายตาขุนนางทั้งปวง นางก้าวออกมากลางโถงแล้วก้มหัวถวายบังคมตงฟางเย่ "ทูลฝ่าบาท... งานเลี้ยงชมบุปผานี้ช่างรื่นรมย์นัก ทว่าในยามที่พระองค์กำลังเพลิดเพลินกับความงามของสนมใหม่ ที่ท่าเรือทิศใต้กลับมีการ 'ขนถ่ายอาวุธศัตรู' เข้ามาภายใต้ตราประทับของราชวงศ์เพคะ"เสียงฮือฮาดังไปทั่วโถง ซูไท่เฮาผุดลุกขึ้นด้วยโทสะ "มู่หรงเสวี่ย! เจ้าพูดจาเหลวไหล! งานมงคลเช่นนี้เจ้ากล้าใส่ร้ายข้าและอาเจ็ดงั้นหรือ!""หม่อมฉันมิได้ใส่ร้ายเพคะพระพันปี" มู่หรงเสวี่ยจ้องตาแม่สามีอย่างไม่ลดละ "หลักฐานทั้งหมด รวมถึงรายชื่อขุนนางที่สมรู้ร่วมคิด... กำลังเดินทางมาถึงประตูวังในอีกไม่กี่ชั่วยาม ฝ่าบาทเพคะ!

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 106 หมากในคราบสนม

    ราตรีที่จันทร์เต็มดวงสาดแสงอาบไล้หลังคาสีทองของพระราชวังหลวง ดูเผินๆ ช่างเป็นคืนที่สงบและรื่นรมย์ ทว่าลึกลงไปใต้เปลือกนอกที่สวยงาม กลับมีคลื่นใต้น้ำสองสายที่กำลังจะเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง ซูไท่เฮา พระพันปีหลวง ทรงเลือกคืนนี้ในการจัดงานเลี้ยงน้ำชาและชมบุปผาเพื่อเปิดตัวเหล่าสนมใหม่ที่คัดเลือกมาอย่างดี โดยมีจุดประสงค์แอบแฝงคือการประกาศให้ทั้งราชสำนักเห็นว่า บัดนี้อำนาจในวังหลังไม่ได้อยู่ที่ตำหนักคุณหนิงอีกต่อไปโถงจัดเลี้ยงกลางอุทยานหลวงถูกประดับประดาด้วยโคมไฟสีมงคล กลิ่นดอกกุ้ยฮวาหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ เหล่าขุนนางและฮูหยินชั้นสูงต่างมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง สายตาหลายคู่คอยจับจ้องไปที่ มู่หรงเสวี่ย ที่บัดนี้ประทับนั่งเยื้องเบื้องหลังตงฟางเย่อย่างเงียบสงบ ผิดกับซูไท่เฮาที่ประทับเคียงข้างฮ่องเต้ในฐานะผู้กุมระเบียบวินัยหมากในคราบสนม"ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ" อ๋องเจ็ด ตงฟางอวี้ ก้าวออกมากลางโถงด้วยชุดคลุมผ้าไหมสีม่วงอ่อนดูนุ่มนวล "คืนนี้อากาศเป็นใจ กระหม่อมและเสด็จแม่จึงได้คัดเลือกกิ่งหลิวอันงดง

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 105 สงครามเย็นในวังหลัง

    คมดาบที่ซ่อนไว้ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าแผ่วเบาจากภายนอกทำให้หลิวซิงเร้นกายกลับเข้าสู่เงามืดอย่างรวดเร็ว อาซวง นางกำนัลสายลับเดินเข้ามาพร้อมถาดน้ำแกงรังนก ใบหน้าของนางยังคงความนอบน้อมที่ดูเสแสร้ง"ฮองเฮาเพคะ พระพันปีทรงเห็นว่าช่วงนี้พระนางทรงงานหนักและดูไม่สบายพระทัย จึงสั่งให้หม่อมฉันนำน้ำแกงรังนกตุ๋นยาสมุนไพรมาถวายเพื่อช่วยให้บรรทมหลับสบายเพคะ" อาซวงเอ่ยพลางวางชามน้ำแกงลงอย่างนุ่มนวลมู่หรงเสวี่ยเหลือบมองน้ำแกงนั้น แววตาของนางนิ่งสงบจนอาซวงเริ่มรู้สึกอึดอัด "พระพันปีช่างเมตตาข้านัก... อาซวง เจ้าอยู่ตำหนักพระพันปีมานาน ทรงเคยเปรยถึงแคว้นเป่ยหรงบ้างหรือไม่? ข้าได้ยินว่าที่นั่นอากาศหนาวเย็นนัก ของป่าและยาสมุนไพรย่อมมีความแปลกใหม่กว่าบ้านเรา"อาซวงชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มแข็งค้าง "หม่อมฉันมิเคยได้ยินพะย่ะค่ะ พระพันปีทรงเกลียดชังพวกนอกด่านเหล่านั้นนัก จะทรงเอ่ยถึงให้ระคายพระกรรณได้อย่างไรเพคะ?""งั้นหรือ..." มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืน ก้าวเข้าไปหาอาซวงช้าๆ "แต่ข้ากลับได้กลิ่น 'เครื่องเทศ' ของพวกเป่ยหรงลอยฟุ้งมาจากน้ำแกงชามนี

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 104 สัญญาสีเลือด

    มังกรผู้ปิดหูปิดตาคืนนั้น มู่หรงเสวี่ยเข้าเฝ้าตงฟางเย่เพื่อทูลเรื่องความผิดปกติของเงินกองทุน ทว่านางกลับพบกับกำแพงน้ำแข็งที่หนากว่าเดิม"เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าไม่อยากฟังเรื่องนี้อีกแล้ว!" ตงฟางเย่ตวาดเบาๆ ด้วยความรำคาญใจ "อาเจ็ดช่วยข้าแก้ปัญหาที่เจ้าก่อไว้จนเกือบจะเกิดกบฏขุนนาง เจ้ายังจะตามไปจับผิดเขาอีกหรือ? เจ้าเห็นความดีของผู้อื่นไม่เป็นเลยหรืออย่างไร?"มู่หรงเสวี่ยยืนนิ่งประดุจถูกตบหน้า "ฝ่าบาท... หม่อมฉันไม่ได้จับผิด แต่หม่อมฉันเห็นหลุมพรางที่เขากำลังขุด เงินเหล่านั้นถูกนำไปซ่องสุม...""พอเสียที!" ตงฟางเย่ลุกขึ้นก้าวมาหานาง แววตาฉายความห่างเหิน "อาเจ็ดบอกข้าว่าเจ้าเป็นคนระแวงจัดเพราะเติบโตมาในค่ายทหาร ข้าไม่เคยเชื่อ... จนกระทั่งวันนี้ เสวี่ยเอ๋อร์ ถ้าเจ้ายังไม่เลิกทำตัวเป็น 'แม่ทัพ' ในห้องบรรทม ข้าเห็นว่าเราควรจะอยู่ห่างกันสักพักเพื่อให้เจ้าได้ทบทวนตัวเอง"มู่หรงเสวี่ยจ้องมองชายที่รัก แววตาของนางสั่นระริกทว่านางไม่ยอมให้หยาดน้ำตาไหลออกมา "หากพระองค์ทรงเห็นว่า 'ความสอพลอ' คือความหวังดี และ 'ความจริง' คือการจับผิด... เช่นนั้นหม่อมฉัน

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 103 เมตตาธรรมลวงใจ

    ในขณะเดียวกัน ที่ตำหนักพักของอ๋องเจ็ด ตงฟางอวี้กำลังดื่มฉลองกับเสนาบดีหวัง"ท่านอ๋องพะย่ะค่ะ ฮองเฮาหน้าซีดเผือดตอนที่ฝ่าบาททรงเห็นชอบกับพระองค์ ช่างสะใจยิ่งนัก!" เสนาบดีหวังหัวเราะร่าตงฟางอวี้ควงจอกเหล้าในมือ แววตาฉายประกายอำมหิต "นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้นเสนาบดีหวัง... เมื่อมังกรเริ่มรำคาญเสียงหงส์ที่คอยจิกตี และเริ่มโหยหาที่พักใจที่นุ่มนวลกว่า เมื่อนั้นกรงขังมู่หรงเสวี่ยจะถูกปิดลงอย่างสมบูรณ์ ข้าจะแสดงให้เห็นว่า 'ความหวังดี' ที่ข้ามีต่อฮ่องเต้นั้น มันจะค่อยๆ กลายเป็นยาพิษที่ปลิดชีพพระองค์และนางไปพร้อมๆ กัน"เขามองออกไปนอกหน้าต่าง ไปยังตำหนักคุณหนิงที่ยังเปิดไฟสลัว"มู่หรงเสวี่ย... ความเด็ดขาดของเจ้านั่นแหละ คือสิ่งที่จะทำลายเจ้าเอง"ยามเช้าในเขตพระราชฐานชั้นในวันนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกกุ้ยฮวาที่บานสะพรั่ง ทว่าในห้องทรงอักษรของ ตงฟางเย่ บรรยากาศกลับยังคงอึมครึมด้วยไอระอุจากความขัดแย้งในวันก่อน ฮ่องเต้หนุ่มประทับนั่งจ้องมองฎีกาคัดค้านการปฏิรูปที่ยังคงกองอยู่เบื้องหน้า แม้จ

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 102 กับดักกลางคำสรรเสริญ

    กับดักกลางคำสรรเสริญการประชุมขุนนางในสายวันนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายของสงครามเย็น เสนาบดีหวังและกลุ่มขุนนางอาวุโสยืนเรียงแถวด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม โดยมีอ๋องเจ็ด ตงฟางอวี้ ประทับนั่งในตำแหน่งปรึกษาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มมีเมตตา"ทูลฝ่าบาท" เสนาบดีหวังเริ่มกราบทูล "แผนปฏิรูปภาษีของฮองเฮานั้น แม้เจตนาจะดีเพื่อราษฎร ทว่าในจารีตของต้าตงเรา ขุนนางคือเสาหลักที่ค้ำจุนบัลลังก์ หากเสาหลักสั่นคลอน มังกรจะประทับอยู่อย่างมั่นคงได้อย่างไรพะย่ะค่ะ? กระหม่อมเห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านอ๋องเจ็ด ที่ให้ใช้หลักความกตัญญูและสมัครใจในการช่วยเหลือราชสำนักแทน"อ๋องเจ็ดก้าวออกมาเบื้องหน้า ยอบกายลงอย่างสง่างาม "ฝ่าบาทพะย่ะค่ะ ฮองเฮาทรงเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญ แต่นางอาจจะยังมิเข้าใจ 'ศิลปะแห่งการครองใจคน' ขุนนางเหล่านี้รับใช้ราชวงศ์มานาน หากเราบีบบังคับด้วยกฎหมายที่เข้มงวดเกินไป จะเป็นการสร้างรอยร้าวที่ยากจะประสาน กระหม่อมยินดีที่จะเป็นตัวกลางรวบรวมเงินบริจาคจากตระกูลต่างๆ เพื่อเข้าสู่กองทุนช่วยเหลือราษฎร โดยมิให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายภาษีให้เป็นที่ขัดเคืองพะย่ะค่ะ"ขุนนา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status