ホーム / รักโบราณ / นางหงส์เหนือบัลลังก์ / บทที่ 13 การเผชิญหน้าของนางกบฎ

共有

บทที่ 13 การเผชิญหน้าของนางกบฎ

last update 公開日: 2026-01-27 21:46:56

ตงฟางเย่ไม่ได้ขานรับ เขาเพียงแต่ยื่นจดหมายเล็กๆ ผ่านลูกกรงเข้ามา พร้อมกับยาขี้ผึ้งทาแผล "ที่นั่นอันตรายเกินไปสำหรับเจ้า การอยู่ในคุกนี้อาจจะดูโหดร้าย แต่เป็นที่เดียวที่คนของหลินกุ้ยเฟยจะเข้าถึงตัวเจ้าได้ยากที่สุด"

เขาลดเสียงลงจนเป็นเสียงกระซิบ "ข้าเปิดกล่องไม้ได้แล้ว... เสวี่ยเอ๋อร์ สิ่งที่พ่อเจ้าทิ้งไว้ไม่ใช่แค่ความจริงเรื่องกบฏ แต่มันคือรายชื่อของคนในวังที่รับสินบนจากแคว้นศัตรู และชื่อแรกในนั้นคือ... พ่อของหลินกุ้ยเฟย"

มู่หรงเสวี่ยเบิกตากว้าง "แล้วทำไมพระองค์ไม่..."

"ข้ายังต้องการหลักฐานมัดตัวที่ดิ้นไม่หลุด" ตงฟางเย่เอื้อมมือลอดลูกกรงมาลูบแก้มที่ซูบผอมของนางอย่างแผ่วเบา ความอ่อนโยนที่นางโหยหาพรั่งพรูออกมาในสัมผัสเดียว "อดทนเพื่อข้าอีกนิดได้หรือไม่? ข้าจะเปลี่ยนคุกแห่งนี้ให้กลายเป็นที่ล้างมลทินของตระกูลเจ้าเอง"

ค่ำคืนในคุกหลวงเงียบสงัดจนน่าขนลุก มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบพื้นหิน มู่หรงเสวี่ย นั่งกอดเข่าพิงผนังที่เย็นเยียบ นางรับรู้ได้ถึงลางสังหรณ์บางอย่างที่ทำให้สันหลังวูบวาบ

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของผู้คุมที่ควรจะเดินตรวจตรากลับเงียบหายไป แทนที่ด้วยเสียงโลหะเสียดสีกันเบาๆ ชายชุดดำสามคนลอบเข้ามาในเงามืด ประกายดาบสะท้อนแสงจันทร์รำไรที่ลอดผ่านช่องลม

"พระสนมจางสั่งมา... ให้เจ้าไปพบกับพ่อของเจ้าในปรโลก!"

ดาบคมกริบตวัดฟาดลงมา มู่หรงเสวี่ยหลับตาแน่นเตรียมรับความตาย แต่นางกลับได้ยินเสียง เคร้ง! ของโลหะปะทะกันอย่างรุนแรงแทน

"ใครกล้าแตะต้องนาง... มันผู้นั้นต้องตาย!"

น้ำเสียงทรงอำนาจที่คุ้นเคยดังขึ้น ตงฟางเย่ ในชุดเกราะเบาสีดำสนิทก้าวออกมาจากมุมมืด เขาตวัดกระบี่เพียงไม่กี่ครั้ง มือสังหารทั้งสามก็ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความรวดเร็ว ฮ่องเต้หนุ่มไม่รอช้า เขารีบใช้กระบี่ฟันโซ่ตรวนที่ประตูกลจนขาดสะบั้นแล้วโผเข้าหาหญิงสาว

"เสวี่ยเอ๋อ! เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?" เขาประคองร่างนางขึ้นมาด้วยวงแขนที่สั่นเทา ความเยือกเย็นที่เคยมีพังทลายลงสิ้นเหลือเพียงความห่วงใยที่ท่วมท้น

"ฝ่าบาท... ทรงมาที่นี่ได้อย่างไรเพคะ?"

"ข้ารู้ว่านางต้องลงมือ" ตงฟางเย่กบฏกรามแน่น "และข้าจะไม่ยอมให้สิ่งใดพรากเจ้าไปจากข้าเป็นครั้งที่สอง!"

ตงฟางเย่จูงมือมู่หรงเสวี่ยเดินออกจากคุกหลวงมุ่งตรงไปยังท้องพระโรงที่ซึ่งเหล่าขุนนางและ จางกุ้ยเฟย กำลังรอฟังข่าวการ 'ตาย' ของนางกำนัลกบฏอย่างใจจดใจจ่อ

เมื่อประตูใหญ่ถูกผลักเปิดออก แสงไฟจากคบเพลิงสว่างไสวเผยให้เห็นฮ่องเต้ที่เดินเคียงคู่มากับนักโทษหญิงในสภาพมอมแมมแต่แววตากลับแน่วแน่ หลินกุ้ยเฟยหน้าซีดเผือดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ

"ฝ่าบาท! เหตุใดทรงพานางกบฏนี่มาที่นี่เพคะ? นางควรจะ..."

"นางควรจะถูกฆ่าปิดปากตามคำสั่งของเจ้าใช่หรือไม่! กุ้ยเฟย!" ตงฟางเย่ตวาดเสียงดังกึกก้องจนขุนนางทั้งแผ่นดินต้องก้มกราบ

เขาสะบัดมือขว้างม้วนฎีกาสีเลือดและตราประทับที่ค้นพบจากกล่องลับลงบนพื้นต่อหน้าทุกคน

"นี่คือหลักฐานที่มู่หรงเสวี่ยหามาได้! จดหมายเหล่านี้พิสูจน์ว่าเสนาบดีหลิน พ่อของเจ้า ร่วมมือกับแคว้นศัตรูเพื่อใส่ร้ายแม่ทัพมู่หรง และเจ้า... หลินกุ้ยเฟย เจ้าคือผู้ที่สลับจดหมายในหอจดหมายหลวง!"

"ไม่จริง! หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!" จางกุ้ยเฟยกรีดร้อง เสียงสั่นเครือ

"ข้าให้โอกาสเจ้าพูดความจริงเพียงครั้งเดียว... เพราะมือสังหารที่ข้าจับได้ในคุกเมื่อครู่ สารภาพหมดแล้วว่าใครเป็นผู้จ้างวาน!" ตงฟางเย่ก้าวเข้าไปหานาง สายตาคมดุจมัจจุราช "สามปีที่ข้าต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความเกลียดชังหญิงที่ข้ารักที่สุด... เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิต!"

จางกุ้ยเฟยทรุดตัวลงกับพื้น ร่ำไห้อย่างหมดท่า ทหารองครักษ์เข้าควบคุมตัวนางและคนตระกูลจางทันที ท่ามกลางเสียงฮือฮาของขุนนางที่เคยรุมประณามตระกูลมู่หรง แท้จริงเป็นแผนร้ายของพระสนมในวังหลวงที่เต็มไปด้วยความริษยาและต้องการเข้าแทนที่อำนาจฮองเฮา

แสงจันทร์นวลตาเริ่มอาบย้อมผืนฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้ม ดวงดาวพร่างพรายที่เคยส่องแสงล้อเลียนความอ้างว้างของนางมาตลอดสามปี บัดนี้กลับดูคล้ายพยานแห่งเกียรติยศที่กำลังจะอุบัติขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันของลานหลวงที่มีเหล่านางกำนัลและทหารองครักษ์นับร้อยยืนก้มหน้าสงบนิ่ง ตงฟางเย่ โอรสสวรรค์ผู้เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งในเหมันตฤดู กลับหันกายมาหาหญิงสาวในชุดผ้าฝ้ายเนื้อหยาบที่ยืนเคียงข้าง

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 185 ศักดิ์ศรีเหนือความตาย

    มังกรในพันธนาการ... เล่ห์สุดท้ายของนางมารเพลิงไหม้ยังคงลุกโชนอยู่ตามมุมต่างๆ ของพระราชวัง แสงเพลิงสะท้อนกับพระจันทร์สีเลือดทำให้ท้องฟ้าดูน่าสยดสยองประดุจขุมนรกบนดิน ในจังหวะที่มู่หรงเสวี่ยกำลังกวาดล้างหน่วยเดนตายที่เชิงเทิน เสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากทาง ตำหนักเฉียนชิง ทิศทางที่ตงฟางเย่เพิ่งเสด็จไป"ฝ่าบาท!" มู่หรงเสวี่ยอุทานด้วยความตกใจ นางรีบทะยานร่างลงจากกำแพงเมืองมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลวงทันทีทว่าภาพที่นางเห็นเมื่อไปถึงกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ตงฟางเย่ ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้าที่เคลือบยาพิษสลายกำลัง พระองค์ประทับคุกเข่าอยู่กลางท้องพระโรงที่รายล้อมด้วยนักฆ่า "เงาสีคราม" ที่เหลืออยู่ โดยมี อวี้หลัน ยืนถือกริชจ่ออยู่ที่ลำคอของพระองค์อวี้หลันในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีแผลจากการปะทะ แต่ดวงตาของนางกลับฉายแววบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม นางบังคับให้ตงฟางเย่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร ซึ่งมีม้วนผ้าไหมเหลืองทองและแท่นหมึกสีชาดวางรออยู่"หยุดอยู่ตรงนั้น! มู่หรงเสวี่ย!" อวี้หลันตวาดก้อง เสีย

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 184 ความตายที่คืบคลาน

    พยัคฆ์ในเงามืด... การตลบหลังที่ไร้ความปรานี"เจ้าหญิงอวี้หลัน... เจ้าช่างชอบสีแดงนักนะ"น้ำเสียงเย็นเยียบดังกังวานมาจากมุมมืดของกำแพงเมือง อวี้หลันชะงักฝีเท้า พลันปรากฏร่างของ มู่หรงเสวี่ย ในชุดเกราะเงินวาววับสะท้อนแสงจันทร์สีเลือด นางก้าวออกมาพร้อมกับ หลิวซิง และกองกำลังพยัคฆ์ขาวที่ดูเหมือนจะ "หายตัวไป" ก่อนหน้านี้ แต่แท้จริงแล้วพวกเขาซุ่มรอเวลานี้อยู่ในอุโมงค์ลับใต้กำแพงเมือง"มู่หรงเสวี่ย! เจ้ายังไม่ตาย!" อวี้หลันกัดฟันกรอด "แต่ต่อให้เจ้าฟื้นขึ้นมา ยามนี้กองทัพข้าเข้าเมืองมาแล้ว ตราพยัคฆ์ขาวอยู่ในมือข้า ทหารของเจ้าต้องฟังข้า!"มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความสมเพช "ลองดูสิอวี้หลัน... ลองสั่งทหารที่ยืนอยู่เบื้องหลังข้าดูสิ ว่าพวกเขาจะทำตาม 'ก้อนหิน' ในมือเจ้า หรือจะทำตาม 'จิตวิญญาณ' ของแม่ทัพที่สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเขามานับสิบปี"อวี้หลันชูตราหยกขึ้นสูง "ทหารพยัคฆ์ขาว! ข้ากุมอาญาสิทธิ์! จงสังหารนางกบฏมู่หรงเสวี่ยเดี๋ยวนี้!"ความเงียบที่น่าขนลุกปกคลุมไปชั่วขณะ ทหารพยัคฆ์ขาวนั

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 183 คืนจันทร์โลหิต... ประตูเมืองที่ถูกเปิดออก

    ท่ามกลางวงล้อม เล่ห์เหลี่ยมที่ล่มสลายหัวหน้าทัพซีหานชะงักม้า "มู่หรงเสวี่ย! เจ้าเสียอำนาจไปแล้ว! อำมาตย์กงบอกเราว่าเจ้าถูกกักบริเวณ!""อำมาตย์กงงั้นหรือ?" มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้มเย็น "ป่านนี้เขาคงกำลังสนุกกับการดู 'ปืนใหญ่' ของอวี้หลันที่เขาสะสมไว้... ระเบิดคฤหาสน์ของตัวเองอยู่กระมัง"ในวินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดดังกัมปนาทมาจากทิศทิศใต้ของเมืองหลวง เปลวเพลิงสีส้มพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า มันคือคฤหาสน์ของอำมาตย์กงที่ถูกแรงระเบิดจากปืนใหญ่ที่อวี้หลันแอบวางกลไก "ทำลายตัวเอง" ไว้เพื่อฆ่าปิดปากขุนนางเฒ่า แต่หลิวซิงได้ชิงจุดชนวนก่อนเวลาเพื่อให้มันกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยให้แก่ราษฎร"พวกเจ้าถูกหลอกมาตายเพื่อความฝันของสตรีวิปลาสเพียงคนเดียว" มู่หรงเสวี่ยชี้ดาบลงมาเบื้องล่าง "ทหารพยัคฆ์ขาว! จัดการกบฏให้สิ้นซาก อย่าให้พวกมันรอดไปถึงเขตพระราชฐานชั้นใน!"ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!ลูกศรเพลิงนับพันถูกระดมยิงลงมาจากกำแพงเมือง กองทัพซีหานที่เคยฮึกเหิมกลับกลายเป็นเป้านิ่งในค่ายกลที่มู่หรงเสวี่ยวางไว้การเผชิญหน้าบนหอคอย

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 182 การประชิดเมืองหลวง... กับดักใต้เงามืด

    "ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่งนัก!" อำมาตย์กงรีบตัดบทก่อนที่ฮ่องเต้จะใจอ่อน "ในเมื่อส่งคืนตราแล้ว หม่อมฉันขอเสนอให้ส่งมอบการบังคับบัญชาชั่วคราวให้แก่อำมาตย์กรมกลาโหม เพื่อตรวจสอบรายชื่อทหารที่อาจจะเป็นไส้ศึกพะย่ะค่ะ!"มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืน นางมองไปที่อวี้หลันที่กำลังแอบยิ้มเยาะเย้ยอยู่ที่มุมปาก นางจึงเดินเข้าไปใกล้และกระซิบเพียงเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน"เจ้าได้ตราไปแล้วอวี้หลัน... แต่นักรบพยัคฆ์ขาวมิได้จงรักภักดีต่อ 'ก้อนหิน' พวกเขาจงรักภักดีต่อ 'จิตวิญญาณ' ข้าจะดูซิว่า... ก้อนหินไร้ชีวิตในมือเจ้า จะต้านทานกองทัพเงาของเจ้าได้จริงหรือเปล่า"อวี้หลันหน้าถอดสีครู่หนึ่ง แต่ความทะเยอทะยานบดบังทุกสิ่ง นางรีบประคองตงฟางเย่ให้เสด็จกลับตำหนัก ทิ้งให้มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางท้องพระโรงที่ว่างเปล่าหลิวซิงก้าวออกมาจากหลังเสา ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา "คุณหนู... เหตุใดถึงยอมถึงเพียงนี้? หากไม่มีตรานั่น เราจะสั่งการทหารอย่างไรพะย่ะค่ะ?"มู่หรงเสวี่ยเชิด

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 181 การสละมงกุฎพยัคฆ์

    คมดาบที่คอหอย... ข้อกล่าวหาอันร้ายกาจบรรยากาศภายในท้องพระโรงยามเช้าตรู่มิได้อบอุ่นไปตามแสงตะวัน ทว่ากลับหนาวเหน็บด้วยบรรยากาศแห่งการพิพากษา ตงฟางเย่ ประทับบนบัลลังก์มังกรด้วยพระพักตร์ที่เคร่งเครียดประดุจรูปสลักหิน แววตาที่เคยเปี่ยมด้วยความรักบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและระแวงตามแผนการของมนตราที่ยังหลงเหลือและคำยุยงที่รุนแรงขึ้นทุกวันเบื้องล่างคือขุนนางนับร้อยที่นำโดย อำมาตย์กง ซึ่งถือฎีกาปึกใหญ่ที่มีรายชื่อขุนนางเกือบครึ่งราชสำนักร่วมลงนาม"ฝ่าบาท! หากมิจัดการในวันนี้ แผ่นดินต้าตงจะมิใช่ของตระกูลตงฟางอีกต่อไปพะย่ะค่ะ!" อำมาตย์กงกราบทูลด้วยเสียงอันดัง "เหตุการณ์ลอบสังหารนายกองในวังหลวงที่เกิดขึ้น รายชื่อผู้ตายล้วนแต่เป็นคนของฮองเฮา แต่น่าแปลกที่นางมิได้เร่งสืบหาคนร้าย ทว่ากลับสั่งเคลื่อนพลพยัคฆ์ขาวเข้าประชิดกำแพงเมืองชั้นในโดยมิได้รับอนุญาต นี่มิใช่การเตรียมการกบฏเพื่อบีบให้ฝ่าบาทสละราชสมบัติหรอกหรือพะย่ะค่ะ?""ไม่จริงพะย่ะค่ะ!" แม่ทัพฉิน พยายามท้วงติง "การเคลื่อนพลเป็นไปเพื่อการคุ้มก

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 180 ความตื่นตระหนกในกองทัพ

    คมดาบใต้เงาจันทร์... ปฏิบัติการ "เงาสีคราม"กลางดึกที่มืดมิดที่สุดของเดือน ความเงียบงันปกคลุมค่ายพักทหารพยัคฆ์ขาวนอกเขตพระราชฐานชั้นใน นายกองหาน หนึ่งในขุนพลคู่ใจของมู่หรงเสวี่ยที่ดูแลการลำเลียงเสบียง กำลังตรวจตราคลังอาวุธเป็นรอบสุดท้าย ทว่าในจังหวะที่เขาเดินผ่านซอกกำแพงหิน ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นผ่านลำคอไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งกลิ่นอายสังหาร ร่างในชุดรัดกุมสีน้ำเงินเข้มประดุจสีของท้องฟ้ายามราตรีปรากฏขึ้นดุจวิญญาณ นี่คือ "เงาสีคราม" หน่วยสังหารที่ขึ้นชื่อว่าอำมหิตที่สุดของซีหาน พวกเขาไม่ได้ใช้ดาบยาวที่ส่งเสียงดัง แต่ใช้ "ลวดสังหาร" และ "เข็มพิษสั้น" ที่ปลิดชีพเหยื่อได้ในพริบตาฉับ!ลวดเหล็กกล้าเส้นบางเฉียบรัดเข้าที่ลำคอของนายกองหาน เขาพยายามจะเปล่งเสียงร้องแต่กลับมีเพียงเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมา ร่างของเขาถูกลากหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็วและแนบเนียนในเวลาเดียวกัน ทั่วทั้งเมืองหลวง นายกองระดับหัวกะทิของมู่หรงเสวี่ยอีกสามนายถูกลอบสังหารในลักษณะเดียวกัน บ้างถูกพบเป็นศพในตรอกเ

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status