เข้าสู่ระบบ"หลักฐานมัดตัวชัดแจ้ง! จดหมายลับติดต่อกับแคว้นศัตรู ลายเซ็นของแม่ทัพมู่หรงหรง และตราประทับพยัคฆ์คาบดาบที่ส่งสัญญาณให้กองกำลังชายแดนเคลื่อนทัพเข้าประชิดเมืองหลวง!" เสียงประกาศจากขันทีหลวงดังกังวาน "ตระกูลมู่หรงคิดคดทรยศ บัดนี้พวกเจ้าไม่ใช่ขุนนางผู้ภักดีอีกต่อไป แต่เป็นเพียง... เดนแผ่นดิน!"
วินาทีแห่งความแตกสลาย
"ไม่จริง! ท่านพ่อไม่มีวันทำเช่นนั้น!" มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าตะโกนแข่งกับเสียงฟ้าร้อง "นี่คือแผนสกปรก! ลายเซ็นนี้ถูกปลอมแปลง ตราประทับนั่นถูกขโมยไป! ฝ่าบาทอยู่ที่ใด... ตงฟางเย่! ท่านอยู่ที่ใด! ออกมาพบข้า!"
"ฝ่าบาทไม่ประสงค์จะพบหน้ากบฏเช่นเจ้า!" ทหารนายหนึ่งตวาดพลางใช้ด้ามหอกกระแทกไหล่นางจนล้มคว่ำ
มู่หรงเสวี่ยหมอบราบอยู่กับพื้นหินที่เย็นเฉียบ น้ำตาไหลพรากปนไปกับหยาดฝน นางมองดูชุดมงคลสีแดงที่บัดนี้หมองหม่นด้วยคราบไคล ความรักที่บ่มเพาะมาสิบปี ความเชื่อใจที่เคยมีให้กัน บัดนี้ถูกทำลายลงด้วยกระดาษเพียงไม่กี่แผ่นที่ถูกจัดฉากขึ้นอย่างแยบยล
นางเริ่มตระหนักได้ในวินาทีนั้นเองว่า โซ่ตรวนที่กำลังจะล่ามคอนางและคนทั้งตระกูล มิได้ทำมาจากเหล็กกล้า... แต่ทำมาจากความระแวงและการหักหลังที่เลือดเย็นที่สุดเท่าที่นางเคยพบเจอ
มังกรที่ไร้หัวใจ
สายฝนโหมกระหน่ำจนม่านตาพร่าเลือน มู่หรงเสวี่ย พยายามยันกายที่สั่นเทาขึ้นจากพื้นหินหยาบกร้าน นางเงยหน้าที่นองไปด้วยหยาดฝนปนน้ำตา มองฝ่าความมืดมิดและเสียงพายุขึ้นไปยังเบื้องบนของบันไดหินเก้าร้อยเก้าสิบเก้าขั้นที่ทอดยาวสู่ท้องพระโรงไท่เหอ
ณ ที่นั้น ตงฟางเย่ ประทับยืนตระหง่านอยู่ใต้เงาชายคาอันโอ่อ่า ฉลองพระองค์มังกรทองส่องประกายวาววับยามแสงสายฟ้าฟาดผ่านประดุจมหาเทพผู้ทรงอำนาจ ทว่าสำหรับนาง เขากลับดูห่างไกลประหนึ่งอยู่คนละสรวงสวรรค์ แววตาของเขาที่เคยทอแสงอ่อนโยนประดุจวสันตฤดูยามจ้องมองนางใต้ต้นท้อ บัดนี้กลับว่างเปล่า มืดดำ และเย็นชาดุจน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
ท่ามกลางโศกนาฏกรรม
"ฝ่าบาท! ได้โปรดทอดพระเนตรหม่อมฉัน!" มู่หรงเสวี่ยตะโกนสุดเสียงจนลำคอแสบร้อน "พ่อของหม่อมฉันไม่มีวันทำเช่นนั้น! ตระกูลมู่หรงภักดีต่อราชวงศ์ด้วยเลือดและชีวิตมาหลายชั่วอายุคน นี่คือแผนลวงของคนชั่วที่ต้องการกำจัดขุนนางตงฉิน... ได้โปรดฟังหม่อมฉันสักครั้ง!"
เสียงของนางแหบพร่าและสั่นเครือ แตกสลายไปตามจังหวะของสายฝนที่สาดซัด
"หุบปาก!" ตงฟางเย่ตะคอกกลับ เสียงของมังกรคำรามดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วลานพิธี ข่มเสียงฟ้าร้องจนเงียบกริบ พระองค์ก้าวออกมาประทับยืนที่ขอบบันได แสงไฟจากคบเพลิงสะท้อนให้เห็นสีพระพักตร์ที่บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดที่ถูกฉาบไว้ด้วยโทสะอันเกรี้ยวกราด
"เจ้ายังกล้าเอ่ยคำว่าเชื่อใจออกมาจากปากอีกหรือ!" ตงฟางเย่กำหมัดแน่นจนเส้นพระโลหิตปูดโปน "เจ้าขอให้ข้าเชื่อใจเจ้า... ข้าก็ทำ! ข้ามอบทั้งชีวิต มอบหัวใจ และวางเดิมพันราชบัลลังก์นี้ไว้ในมือเจ้า แต่สิ่งที่ข้าได้รับตอบแทนคือการหักหลังอย่างชั่วช้าที่สุด! พ่อของเจ้าลอบติดต่อเป่ยหรงวางแผนล้อมวังหมายเอาชีวิตข้าในคืนที่ข้าควรจะมีความสุขที่สุด!"
"ไม่จริง... ไม่จริงเพคะ..." มู่หรงเสวี่ยส่ายหน้าทั้งน้ำตา "นั่นคือหลักฐานปลอม..."
"ปลอมงั้นหรือ!" ตงฟางเย่โยนม้วนราชโองการและจดหมายลับลงมาแทบเท้านาง "ลายเซ็นบิดาเจ้า ตราประทับพยัคฆ์คาบดาบที่เจ้าเป็นคนถือไว้เองกับมือเมื่อวันก่อน บัดนี้มันมัดตัวเจ้าและตระกูลจนดิ้นไม่หลุด! เจ้าจะให้ข้าหลับตาลงได้อย่างไรในเมื่อหอกของพ่อเจ้าจ่ออยู่ที่คอหอยข้า และคนที่ถือหอกนั้นส่งมา... ก็คือสตรีที่ข้าตั้งใจจะให้สวมมงกุฎหงส์!"
พระองค์ทรงแค่นยิ้มที่เต็มไปด้วยความสมเพชตนเอง แววตาที่จ้องมองลงมานั้นช่างเจ็บปวดเสียจนมู่หรงเสวี่ยรู้สึกเหมือนถูกดาบนับพันเล่มกรีดแทงหัวใจ
"มู่หรงเสวี่ย... ข้าเสียใจนัก ที่ครั้งหนึ่งข้าเคยรักกบฏเช่นเจ้า!"
มู่หรงเสวี่ยนิ่งอึ้งไป ร่างกายที่เปียกโชกแข็งทื่อดุจรูปปั้นหินที่ไร้ชีวิต ราวกับโลกทั้งใบถล่มทลายลงตรงหน้าทับถมร่างของนางไว้ใต้เศษซากแห่งความทรงจำ เสียงพายุฝนรอบกายดูจะเงียบงันลงชั่วขณะ เหลือเพียงเสียงสะท้อนคำว่า ‘กบฏ’ และ ‘ความรังเกียจ’ จากปากของชายที่นางเทิดทูนเหนือเกล้า
ความเจ็บปวดในน้ำเสียงของตงฟางเย่นั้นสาหัสและกรีดลึกพอกันกับความอยุติธรรมที่นางได้รับ นางมองเห็นเงาของชายหนุ่มผู้อ่อนโยนคนเดิมถูกกลืนกินโดยกษัตริย์ผู้บ้าคลั่งด้วยพิษระแวง นางรู้ซึ้งในวินาทีนี้เองว่า ในใจของตงฟางเย่บัดนี้ไม่มีที่ว่างให้คำอธิบายหรือเหตุผลใดๆ อีกแล้ว ความรักสิบปีที่บ่มเพาะมาด้วยหยาดเหงื่อและรอยยิ้ม ถูกเผาทำลายเป็นจุณด้วยเพลิงแห่งความริษยาที่ใครบางคนจงใจจุดขึ้นในเงามืด
มังกรในพันธนาการ... เล่ห์สุดท้ายของนางมารเพลิงไหม้ยังคงลุกโชนอยู่ตามมุมต่างๆ ของพระราชวัง แสงเพลิงสะท้อนกับพระจันทร์สีเลือดทำให้ท้องฟ้าดูน่าสยดสยองประดุจขุมนรกบนดิน ในจังหวะที่มู่หรงเสวี่ยกำลังกวาดล้างหน่วยเดนตายที่เชิงเทิน เสียงระเบิดดังกึกก้องมาจากทาง ตำหนักเฉียนชิง ทิศทางที่ตงฟางเย่เพิ่งเสด็จไป"ฝ่าบาท!" มู่หรงเสวี่ยอุทานด้วยความตกใจ นางรีบทะยานร่างลงจากกำแพงเมืองมุ่งหน้าไปยังตำหนักหลวงทันทีทว่าภาพที่นางเห็นเมื่อไปถึงกลับทำให้หัวใจแทบหยุดเต้น ตงฟางเย่ ถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนเหล็กกล้าที่เคลือบยาพิษสลายกำลัง พระองค์ประทับคุกเข่าอยู่กลางท้องพระโรงที่รายล้อมด้วยนักฆ่า "เงาสีคราม" ที่เหลืออยู่ โดยมี อวี้หลัน ยืนถือกริชจ่ออยู่ที่ลำคอของพระองค์อวี้หลันในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิงและมีแผลจากการปะทะ แต่ดวงตาของนางกลับฉายแววบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม นางบังคับให้ตงฟางเย่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทรงอักษร ซึ่งมีม้วนผ้าไหมเหลืองทองและแท่นหมึกสีชาดวางรออยู่"หยุดอยู่ตรงนั้น! มู่หรงเสวี่ย!" อวี้หลันตวาดก้อง เสีย
พยัคฆ์ในเงามืด... การตลบหลังที่ไร้ความปรานี"เจ้าหญิงอวี้หลัน... เจ้าช่างชอบสีแดงนักนะ"น้ำเสียงเย็นเยียบดังกังวานมาจากมุมมืดของกำแพงเมือง อวี้หลันชะงักฝีเท้า พลันปรากฏร่างของ มู่หรงเสวี่ย ในชุดเกราะเงินวาววับสะท้อนแสงจันทร์สีเลือด นางก้าวออกมาพร้อมกับ หลิวซิง และกองกำลังพยัคฆ์ขาวที่ดูเหมือนจะ "หายตัวไป" ก่อนหน้านี้ แต่แท้จริงแล้วพวกเขาซุ่มรอเวลานี้อยู่ในอุโมงค์ลับใต้กำแพงเมือง"มู่หรงเสวี่ย! เจ้ายังไม่ตาย!" อวี้หลันกัดฟันกรอด "แต่ต่อให้เจ้าฟื้นขึ้นมา ยามนี้กองทัพข้าเข้าเมืองมาแล้ว ตราพยัคฆ์ขาวอยู่ในมือข้า ทหารของเจ้าต้องฟังข้า!"มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความสมเพช "ลองดูสิอวี้หลัน... ลองสั่งทหารที่ยืนอยู่เบื้องหลังข้าดูสิ ว่าพวกเขาจะทำตาม 'ก้อนหิน' ในมือเจ้า หรือจะทำตาม 'จิตวิญญาณ' ของแม่ทัพที่สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเขามานับสิบปี"อวี้หลันชูตราหยกขึ้นสูง "ทหารพยัคฆ์ขาว! ข้ากุมอาญาสิทธิ์! จงสังหารนางกบฏมู่หรงเสวี่ยเดี๋ยวนี้!"ความเงียบที่น่าขนลุกปกคลุมไปชั่วขณะ ทหารพยัคฆ์ขาวนั
ท่ามกลางวงล้อม เล่ห์เหลี่ยมที่ล่มสลายหัวหน้าทัพซีหานชะงักม้า "มู่หรงเสวี่ย! เจ้าเสียอำนาจไปแล้ว! อำมาตย์กงบอกเราว่าเจ้าถูกกักบริเวณ!""อำมาตย์กงงั้นหรือ?" มู่หรงเสวี่ยแค่นยิ้มเย็น "ป่านนี้เขาคงกำลังสนุกกับการดู 'ปืนใหญ่' ของอวี้หลันที่เขาสะสมไว้... ระเบิดคฤหาสน์ของตัวเองอยู่กระมัง"ในวินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดดังกัมปนาทมาจากทิศทิศใต้ของเมืองหลวง เปลวเพลิงสีส้มพุ่งสูงขึ้นสู่ท้องฟ้า มันคือคฤหาสน์ของอำมาตย์กงที่ถูกแรงระเบิดจากปืนใหญ่ที่อวี้หลันแอบวางกลไก "ทำลายตัวเอง" ไว้เพื่อฆ่าปิดปากขุนนางเฒ่า แต่หลิวซิงได้ชิงจุดชนวนก่อนเวลาเพื่อให้มันกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยให้แก่ราษฎร"พวกเจ้าถูกหลอกมาตายเพื่อความฝันของสตรีวิปลาสเพียงคนเดียว" มู่หรงเสวี่ยชี้ดาบลงมาเบื้องล่าง "ทหารพยัคฆ์ขาว! จัดการกบฏให้สิ้นซาก อย่าให้พวกมันรอดไปถึงเขตพระราชฐานชั้นใน!"ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!ลูกศรเพลิงนับพันถูกระดมยิงลงมาจากกำแพงเมือง กองทัพซีหานที่เคยฮึกเหิมกลับกลายเป็นเป้านิ่งในค่ายกลที่มู่หรงเสวี่ยวางไว้การเผชิญหน้าบนหอคอย
"ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่งนัก!" อำมาตย์กงรีบตัดบทก่อนที่ฮ่องเต้จะใจอ่อน "ในเมื่อส่งคืนตราแล้ว หม่อมฉันขอเสนอให้ส่งมอบการบังคับบัญชาชั่วคราวให้แก่อำมาตย์กรมกลาโหม เพื่อตรวจสอบรายชื่อทหารที่อาจจะเป็นไส้ศึกพะย่ะค่ะ!"มู่หรงเสวี่ยลุกขึ้นยืน นางมองไปที่อวี้หลันที่กำลังแอบยิ้มเยาะเย้ยอยู่ที่มุมปาก นางจึงเดินเข้าไปใกล้และกระซิบเพียงเบาๆ ให้ได้ยินกันเพียงสองคน"เจ้าได้ตราไปแล้วอวี้หลัน... แต่นักรบพยัคฆ์ขาวมิได้จงรักภักดีต่อ 'ก้อนหิน' พวกเขาจงรักภักดีต่อ 'จิตวิญญาณ' ข้าจะดูซิว่า... ก้อนหินไร้ชีวิตในมือเจ้า จะต้านทานกองทัพเงาของเจ้าได้จริงหรือเปล่า"อวี้หลันหน้าถอดสีครู่หนึ่ง แต่ความทะเยอทะยานบดบังทุกสิ่ง นางรีบประคองตงฟางเย่ให้เสด็จกลับตำหนัก ทิ้งให้มู่หรงเสวี่ยยืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางท้องพระโรงที่ว่างเปล่าหลิวซิงก้าวออกมาจากหลังเสา ใบหน้าเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา "คุณหนู... เหตุใดถึงยอมถึงเพียงนี้? หากไม่มีตรานั่น เราจะสั่งการทหารอย่างไรพะย่ะค่ะ?"มู่หรงเสวี่ยเชิด
คมดาบที่คอหอย... ข้อกล่าวหาอันร้ายกาจบรรยากาศภายในท้องพระโรงยามเช้าตรู่มิได้อบอุ่นไปตามแสงตะวัน ทว่ากลับหนาวเหน็บด้วยบรรยากาศแห่งการพิพากษา ตงฟางเย่ ประทับบนบัลลังก์มังกรด้วยพระพักตร์ที่เคร่งเครียดประดุจรูปสลักหิน แววตาที่เคยเปี่ยมด้วยความรักบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและระแวงตามแผนการของมนตราที่ยังหลงเหลือและคำยุยงที่รุนแรงขึ้นทุกวันเบื้องล่างคือขุนนางนับร้อยที่นำโดย อำมาตย์กง ซึ่งถือฎีกาปึกใหญ่ที่มีรายชื่อขุนนางเกือบครึ่งราชสำนักร่วมลงนาม"ฝ่าบาท! หากมิจัดการในวันนี้ แผ่นดินต้าตงจะมิใช่ของตระกูลตงฟางอีกต่อไปพะย่ะค่ะ!" อำมาตย์กงกราบทูลด้วยเสียงอันดัง "เหตุการณ์ลอบสังหารนายกองในวังหลวงที่เกิดขึ้น รายชื่อผู้ตายล้วนแต่เป็นคนของฮองเฮา แต่น่าแปลกที่นางมิได้เร่งสืบหาคนร้าย ทว่ากลับสั่งเคลื่อนพลพยัคฆ์ขาวเข้าประชิดกำแพงเมืองชั้นในโดยมิได้รับอนุญาต นี่มิใช่การเตรียมการกบฏเพื่อบีบให้ฝ่าบาทสละราชสมบัติหรอกหรือพะย่ะค่ะ?""ไม่จริงพะย่ะค่ะ!" แม่ทัพฉิน พยายามท้วงติง "การเคลื่อนพลเป็นไปเพื่อการคุ้มก
คมดาบใต้เงาจันทร์... ปฏิบัติการ "เงาสีคราม"กลางดึกที่มืดมิดที่สุดของเดือน ความเงียบงันปกคลุมค่ายพักทหารพยัคฆ์ขาวนอกเขตพระราชฐานชั้นใน นายกองหาน หนึ่งในขุนพลคู่ใจของมู่หรงเสวี่ยที่ดูแลการลำเลียงเสบียง กำลังตรวจตราคลังอาวุธเป็นรอบสุดท้าย ทว่าในจังหวะที่เขาเดินผ่านซอกกำแพงหิน ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นผ่านลำคอไร้ซึ่งเสียงฝีเท้า ไร้ซึ่งกลิ่นอายสังหาร ร่างในชุดรัดกุมสีน้ำเงินเข้มประดุจสีของท้องฟ้ายามราตรีปรากฏขึ้นดุจวิญญาณ นี่คือ "เงาสีคราม" หน่วยสังหารที่ขึ้นชื่อว่าอำมหิตที่สุดของซีหาน พวกเขาไม่ได้ใช้ดาบยาวที่ส่งเสียงดัง แต่ใช้ "ลวดสังหาร" และ "เข็มพิษสั้น" ที่ปลิดชีพเหยื่อได้ในพริบตาฉับ!ลวดเหล็กกล้าเส้นบางเฉียบรัดเข้าที่ลำคอของนายกองหาน เขาพยายามจะเปล่งเสียงร้องแต่กลับมีเพียงเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมา ร่างของเขาถูกลากหายไปในเงามืดอย่างรวดเร็วและแนบเนียนในเวลาเดียวกัน ทั่วทั้งเมืองหลวง นายกองระดับหัวกะทิของมู่หรงเสวี่ยอีกสามนายถูกลอบสังหารในลักษณะเดียวกัน บ้างถูกพบเป็นศพในตรอกเ
หลังจากเหตุการณ์คืนสีเลือด ตงฟางเย่สั่งยุบระบบสนมเอกทั้งหมด และประกาศต่อแผ่นดินว่าจะไม่มีสตรีใดเข้าวังหลังอีกต่อไป มู่หรงเสวี่ยไม่ได้เป็นเพียงฮองเฮา แต่คือ 'แม่ทัพฝ่ายใน' ที่ช่วยฮ่องเต้บริหารบ้านเมืองอย่างเป็นทางการใต้แสงเดือนที่กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ตงฟางเย่กุมมือมู่หรงเส
พายุในใจมังกรตงฟางเย่นิ่งเงียบไปนานแสนนาน ภายในห้องทรงงานที่เงียบสงัดมีเพียงเสียงหัวใจของเขาที่เต้นรัวแรง ภาพของมู่หรงเสวี่ยที่ยืนเคียงข้างหลิวซิงในสนามรบ ภาพที่ทั้งคู่ปรึกษากันเรื่องกลยุทธ์ด้วยความสนิทสนม และภาพขององค์ชายหมิงที่จับธนูด้วยท่วงท่าที่องอาจ... ทุกอย่างเริ่มถูกบิดเบือนด้วยม่า
แสงสุริยาและมุกมังกรภายในอุทยานหลวงที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นลานประหารเกียรติยศของเหล่าสนมผู้คิดคด บัดนี้กลับมีเสียงหนึ่งที่ทำให้หัวใจของทุกคนในวังหลวงพองโต เสียงหัวเราะเจื้อยแจ้วปานระฆังแก้วของเด็กชายตัวน้อยในชุดสีเหลืองทองอร่าม ดังสะท้อนไปตามระเบียงคดและสระบัวหลวง
เดิมพันด้วยลมหายใจ"หมอหลวงจาง..." มู่หรงเสวี่ยเอ่ยเสียงเรียบ แววตาคมกริบดุจกระบี่ที่เพิ่งลับมาใหม่ "เจ้าจงหาสมุนไพรที่มีรูปลักษณ์เหมือนโสมนี้ แต่มีฤทธิ์ในการ 'ขับพิษ' และ 'บำรุงหัวใจ' มาสลับเปลี่ยนเสีย อย่าให้ผู้ใดในตำหนักเครื่องยาหลวงล่วงรู้เป็นอันขาด"หมอหลวงจางช




![ขย่มรัก ขย่มบัลลังก์ [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


