แชร์

บทที่ 5 พิพากษาไร้ปราณี

ผู้เขียน: อักษรามณี
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 13:08:06

ตงฟางเย่ก้าวออกมายังขอบบันได สายตาที่เคยมองนางด้วยความรักละมุนบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเย็นชาดุจศิลาในฤดูเหมันต์ พระองค์ชูม้วนราชโองการสีดำในหัตถ์ขึ้น

"มู่หรงเสวี่ย... เจ้ายังกล้าถามข้าอีกหรือ?" เสียงของพระองค์ทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง บาดลึกเข้าไปในใจคนฟังยิ่งกว่าคมดาบ "หลักฐานการติดต่อกับแคว้นเป่ยหรง จดหมายลับที่มีตราประทับของพ่อเจ้า แผนการล้อมวังเพื่อสังหารข้าในคืนนี้... ทุกอย่างวางอยู่บนโต๊ะทรงงานของข้า!"

"ไม่จริง! นั่นต้องเป็นแผนใส่ร้าย!" มู่หรงเสวี่ยทรุดเข่าลงกับพื้นหินที่หนาวเหน็บ "ท่านพ่อภักดีต่อราชวงศ์มาสามชั่วอายุคน พระองค์ทรงทราบดีที่สุด!"

"ข้าเคยคิดว่าข้าทราบ!" ตงฟางเย่ตะคอกกลับ พลางโยนหยกพยัคฆ์ขาวที่นางเคยสวมติดกายลงมา หยกชิ้นนั้นกระทบพื้นหินแตกกระจายต่อหน้านาง "ข้าเคยมอบหัวใจให้สตรีที่เป็นลูกสาวกบฏ! เจ้าใช้ความรักของข้าเป็นเครื่องมือปิดบังความชั่วช้าของตระกูลเจ้ามานานเท่าใดแล้ว!"

คำพิพากษาที่ไร้ความปรานี

มู่หรงเสวี่ยสะอื้นจนตัวโยน นางพยายามจะคลานเข้าไปหา แต่ปลายดาบของทหารองครักษ์กลับจ่อที่ลำคอของนางไว้

"เย่เกอเกอ..." นางเรียกชื่อที่เคยใช้เรียกเขาในยามเป็นเพียงองค์ชายรองด้วยเสียงแหบพร่า "ได้โปรดมองตาหม่อมฉัน... ท่านเชื่อจริงๆ หรือว่าคนอย่างมู่หรงเสวี่ยจะทำร้ายท่านได้?"

ตงฟางเย่เบือนพระพักตร์หนี แววตาไหววูบเพียงครู่ก่อนจะกลับมานิ่งสนิทดุจเดิม "ในฐานะจักรพรรดิ ข้าควรสั่งประหารเจ้าตามกฎมณเฑียรบาลเจ็ดชั่วโคตร... แต่ในฐานะบุรุษที่เคยโง่เขลา ข้าจะเหลือชีวิตเจ้าไว้"

พระองค์ยกหัตถ์ขึ้นสั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

"ทหาร! ถอดชุดมงคลของนางออก! กระชากเครื่องยศทิ้งให้หมด! แล้วลากนางไปที่โรงซักล้างหลวง... ให้นางไปซักผ้าโสโครกของเหล่าข้าทาส ให้น้ำด่างที่นั่นชะล้างคราบคาวของตระกูลกบฏออกไปจากตัวนาง และอย่าให้นางเหยียบย่างเข้ามาในเขตพระราชฐานชั้นในอีกชั่วชีวิต!"

 จุติพญาหงส์ในเงามืด

"ตงฟางเย่!" มู่หรงเสวี่ยกรีดร้องเมื่อทหารเริ่มรุมทึ้งกระชากฉลองพระองค์หงส์ของนางจนขาดวิ่น นางมองดูเงาของบุรุษที่นางรักเดินหายเข้าไปในความมืดของวิหารใหญ่โดยไม่หันหลังกลับมามองอีกเลย

ความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงกระดูกทำให้นางหยุดร้องไห้ในทันที แววตาที่เคยอ่อนหวานพลันเปลี่ยนเป็นความมุ่งมั่นที่น่ากลัว นางจดจ้องไปยังแผ่นหลังของเขาด้วยความแค้นที่สลักลงไปในจิตวิญญาณ

"ท่านเลือกที่จะเชื่อคำลวงมากกว่าหัวใจของข้า... ได้! เช่นนั้นข้าจะใช้โรงซักล้างที่ท่านดูแคลน เป็นสุสานที่ขุดหลุมรอฝังเกียรติยศของท่านในวันหน้า!"

ทหารลากร่างของนางไปตามทางเดินที่มืดมิด ทิ้งไว้เพียงเศษหยกพยัคฆ์ขาวที่แตกละเอียดอยู่กลางสายฝนที่ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดนิ่ง

วิมานที่พังทลายในชั่วข้ามคืน

ภายในจวนตระกูลมู่หรงที่เคยสง่างามและเปี่ยมไปด้วยบารมี บัดนี้กลับตกอยู่ในสภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน เสียงเกราะเหล็กกระทบกันดังเกรียวกราวเมื่อทหารองครักษ์นับพันนายในชุดเกราะทมิฬบุกเข้าปิดล้อมทุกทางเข้าออก แสงไฟจากคบเพลิงนับร้อยดวงส่องประกายวูบวาบ ตัดกับความมืดมิดของรัตติกาลและสีแดงฉานอันวิจิตรของชุดมงคลที่ มู่หรงเสวี่ย สวมใส่

นางในอาภรณ์หรูหราที่ปักลวดลายหงส์สยายปีกด้วยด้ายทองคำแท้ ซึ่งควรจะเป็นชุดที่ส่งนางขึ้นสู่ตำแหน่งแม่แห่งแผ่นดิน บัดนี้ชายกระโปรงยาวระพื้นกลับลากไปตามพื้นหินที่เจิ่งนอง เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตมและหยาดฝนที่โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา

นางถูกทหารองครักษ์สองนายขนาบข้าง กระชากแขนลากตัวมายังลานกว้างหน้าตำหนักใหญ่ สถานที่ที่นางเคยเฝ้าฝันยามหลับตานอนว่าจะได้เดินเคียงคู่กับ ตงฟางเย่ เข้าสู่ปะรำพิธีอภิเษกท่ามกลางคำแซ่ซ้องสรรเสริญ

ท่ามกลางหยาดพิรุณ

"ปล่อยข้า! พวกเจ้าบังอาจนัก! รู้หรือไม่ว่ากำลังทำสิ่งใดกับว่าที่ฮองเฮา!" มู่หรงเสวี่ยตวาดเสียงสั่น น้ำฝนชะล้างเครื่องประทินโฉมจนใบหน้าซีดเผือด

"ฮองเฮาหรือ? หึ... เกรงว่าหัวของเจ้าจะหลุดจากบ่าก่อนจะได้สวมมงกุฎเสียมากกว่า" หัวหน้าองครักษ์เอ่ยเสียงเย็น ก่อนจะเหวี่ยงร่างของนางลงบนพื้นหินแข็งกระด้าง

ตุบ! ร่างบางสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บที่เสียดแทงเข้าถึงกระดูก นางทรุดเข่าลงกลางสายฝนที่สาดซัด ทันใดนั้น ม้วนกระดาษหนังแกะและตราประทับโลหะก็ถูกโยนลงมาตรงหน้านาง มันกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นพอๆ กับเสียงหัวใจของนางที่แทบจะหยุดเต้น

"นี่มัน... ไม่จริง..." นางครางออกมา พลางใช้นิ้วที่สั่นเทาหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาดู

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 5 พิพากษาไร้ปราณี

    ตงฟางเย่ก้าวออกมายังขอบบันได สายตาที่เคยมองนางด้วยความรักละมุนบัดนี้กลับแข็งกร้าวและเย็นชาดุจศิลาในฤดูเหมันต์ พระองค์ชูม้วนราชโองการสีดำในหัตถ์ขึ้น"มู่หรงเสวี่ย... เจ้ายังกล้าถามข้าอีกหรือ?" เสียงของพระองค์ทุ้มต่ำทว่าทรงพลัง บาดลึกเข้าไปในใจคนฟังยิ่งกว่าคมดาบ "หลักฐานการติดต่อกับแคว้นเป่ยหรง จดหมายลับที่มีตราประทับของพ่อเจ้า แผนการล้อมวังเพื่อสังหารข้าในคืนนี้... ทุกอย่างวางอยู่บนโต๊ะทรงงานของข้า!""ไม่จริง! นั่นต้องเป็นแผนใส่ร้าย!" มู่หรงเสวี่ยทรุดเข่าลงกับพื้นหินที่หนาวเหน็บ "ท่านพ่อภักดีต่อราชวงศ์มาสามชั่วอายุคน พระองค์ทรงทราบดีที่สุด!""ข้าเคยคิดว่าข้าทราบ!" ตงฟางเย่ตะคอกกลับ พลางโยนหยกพยัคฆ์ขาวที่นางเคยสวมติดกายลงมา หยกชิ้นนั้นกระทบพื้นหินแตกกระจายต่อหน้านาง "ข้าเคยมอบหัวใจให้สตรีที่เป็นลูกสาวกบฏ! เจ้าใช้ความรักของข้าเป็นเครื่องมือปิดบังความชั่วช้าของตระกูลเจ้ามานานเท่าใดแล้ว!"คำพิพากษาที่ไร้ความปรานีมู่หรงเสวี่ยสะอื้นจนตัวโยน นางพยายามจะคลานเข้าไปหา แต่ปลายดาบของทหารองครักษ์กลับจ่อที่ลำคอของนางไว้"เย่เกอเกอ..." นางเรียกชื่อที่เคยใช้เรียกเขาในยามเป็นเพียงองค์ชายรองด้วยเสียงแห

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 4 วิมานกลางพายุ

    นั่นคือ ‘ความระแวง’ ความระแวงนี้เองคือยาพิษร้ายแรงที่ไร้รูป ไร้รส และไร้กลิ่น แต่มันมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงยิ่งกว่ากรดชนิดใดในโลก มันมิได้ทำลายร่างกายในทันที แต่มันจะค่อยๆ แทรกซึมเข้าสู่กมลอาสพและจิตวิญญาณของมังกรผู้เป็นใหญ่ผ่านคำกระซิบของเหล่าขุนนางจอมปลอม และผ่านเงาของอำนาจที่ทอดยาวอยู่ข้างหลังเมื่อรักกลายเป็นหนามยอกอกยาพิษที่ชื่อว่าความระแวงเริ่มแผ่ซ่าน เปลี่ยนหัวใจที่เคยอบอุ่นให้กลายเป็นน้ำแข็งที่หนาวเหน็บ พญาหงส์ผู้น่าสงสารยังคงปักผ้าด้วยรอยยิ้ม โดยหารู้ไม่ว่าด้ายสีทองเส้นสุดท้ายที่นางดึงผ่านเนื้อผ้านั้น คือเส้นเดียวกับที่จะมัดตราสังข์ความรักของนางให้ตายไปพร้อมกับความบริสุทธิ์ใจที่พระองค์ไม่เหลือให้อีกต่อไปจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมในค่ำคืนที่ลมวสันต์พัดโชยแผ่วเบา มู่หรงเสวี่ย ยังคงหลับตาพริ้มพลางซบใบหน้าลงกับอกกว้างที่นางเชื่อมั่นว่าเป็นท่าเรืออันปลอดภัยที่สุดในชีวิต นางสดับฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นของ ตงฟางเย่ โดยหารู้ไม่ว่าพายุร้ายกำลังก่อตัวขึ้นในเงามืดของอำนาจที่กำลังจะผลัดเปลี่ยนนางไม่รู้เลยว่า ความเฉลียวฉลาด อันเป็นเลิศที่นางเคยใช้เพื่อช่วยเขาชิงบัลลังก์ บัดน

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 3 คำสัตย์แลกด้วยวิญญาณ

    คำสัตย์สาบานที่แลกด้วยวิญญาณ"หม่อมฉันขอสาบานด้วยเกียรติของตระกูลมู่หรง และด้วยดวงวิญญาณของบรรพชนขุนศึกทุกท่าน..." นางกระซิบตอบน้ำเสียงที่สั่นเครือทว่าแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด มู่หรงเสวี่ยเงยหน้าขึ้นสบตากับมังกรหนุ่ม แววตาของหงส์สาวในยามนี้ไม่มีความลังเลแม้เพียงเศษเสี้ยว "หม่อมฉันจะปกป้องพระองค์ด้วยชีวิตที่เหลืออยู่ จะใช้ทหารนับหมื่นในมือนายท่านพ่อ และสติปัญญาที่มีทั้งหมดเพื่อเป็นโล่และดาบให้พระองค์ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดแห่งแผ่นดิน ไม่ว่าเส้นทางข้างหน้าจะต้องข้ามผ่านกองเลือดของศัตรู หรือต้องเดินผ่านเปลวเพลิงที่ร้อนแรงเพียงใด... หม่อมฉันจะไม่มีวันหันหลังกลับ และจะไม่มีวันทิ้งพระองค์ไปเป็นอันขาด"ตงฟางเย่กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ราวกับคำสัตย์นั้นได้ประทับลงในส่วนลึกของหัวใจ พระองค์ทรงจุมพิตลงบนหน้าผากนวลเนียนของนางแทนคำสัญญาที่ว่าชีวิตนี้จะไม่มีสตรีนางใดมาแทนที่ได้ม่านหมอกแห่งความหวานก่อนพายุร้ายในคืนนั้น แสงเทียนภายในห้องอักษรวูบไหวเป็นจังหวะช้าๆ ล้อไปกับสายลมเหมันต์ที่พัดกรรโชกอยู่ภายนอก ลมหนาวที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของบานหน้าต่างไม้แกะสลักทำให้อากาศภายในห้องเย็นเยียบ ทว่าบรรยากาศรอ

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 3 สัญญาใต้เงาเลือด

    "เสวี่ยเอ๋อ... หากเจ้าเกิดเป็นชาย เจ้าคงเป็นแม่ทัพใหญ่ที่สยบหัวเมืองทั่วทิศจนแผ่นดินสั่นสะเทือนได้เป็นแน่" พระองค์ทอดพระเนตรนางด้วยความรักที่ลึกซึ้ง "แต่ในฐานะสตรี... เจ้าคือมันสมองที่ข้าขาดมิได้ ข้ามิอาจจินตนาการได้เลยว่า หากบัลลังก์นี้ไร้ซึ่งเจ้า ข้าจะก้าวเดินไปในวังวนแห่งอำนาจนี้ได้อย่างไร"มู่หรงเสวี่ยยิ้มรับด้วยความอ่อนหวานที่ฉาบไว้บนความเด็ดเดี่ยว ในใจนางสาบานว่าจะใช้สติปัญญาทั้งหมดเพื่อส่งบุรุษผู้นี้ขึ้นสู่ที่สูง โดยที่ทั้งคู่หาได้เฉลียวใจเลยว่า... ความเก่งกาจที่เกินสตรีของนางนี่เอง ที่วันหนึ่งจะกลายเป็น "หอก" ที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจของตงฟางเย่ด้วยความระแวงที่ถูกยุยงท่ามกลางความเงียบงัดของรัตติกาลที่ดูจะยาวนานกว่าปกติ ลมเหมันต์ที่พัดกรรโชกอยู่นอกหน้าต่างห้องอักษรส่งเสียงหวีดหวิว ราวกับพยายามจะเตือนถึงพายุใหญ่ทางการเมืองที่กำลังจะโหมกระหน่ำในอีกไม่ช้า แสงเทียนบนเชิงเทียนทองเหลืองวูบไหวไปตามแรงลมที่เล็ดลอดผ่านช่องประตู ก่อเกิดเงาตะคุ่มที่เต้นระบำอยู่บนผนังห้องที่เต็มไปด้วยม้วนตำราตงฟางเย่ ประทับนั่งอยู่บนตั่งไม้แกะสลักลวดลายมังกรคาบแก้วที่ดูเคร่งขรึม แสงสลัวฉาบลงบนใบหน้าคมเข้

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 2 แสงเทียนแห่งรัก

    คำดุดันแต่แฝงความห่วงใยนั้นทำให้ตงฟางเย่ฮึดสู้ พระองค์ทรงรักในความเด็ดเดี่ยวของนาง ความดุดันในสนามฝึกมิได้ทำให้ความรักจืดจาง แต่กลับทำให้ทั้งคู่เชื่อมั่นว่าหากต้องเผชิญหน้ากับกองทัพนับหมื่น แผ่นหลังของกันและกันจะเป็นกำแพงที่ไม่มีวันพังทลาย ความสงบเยือกเย็นในห้องอักษรทว่ายามราตรีมาเยือน เมื่อเสียงดาบเงียบลงและแสงตะเกียงน้ำมันในห้องอักษรถูกจุดขึ้น ความดุดันในสนามฝึกก็มลายหายไป เหลือเพียงความอ่อนโยนที่อบอวลไปพร้อมกับกลิ่นหอมของไม้จันทน์และน้ำหมึกมู่หรงเสวี่ยจะเปลี่ยนมาสวมอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดี นั่งฝนแท่งหมึกอย่างใจเย็นอยู่ข้างกายตงฟางเย่ที่กำลังตรากตรำอ่านตำราพิชัยสงครามและฎีกาบ้านเมือง นางมิได้เป็นเพียงแจกันประดับห้อง แต่นางคือ 'ที่ปรึกษา' ผู้ชาญฉลาด นิ้วเรียวบางของนางจะคอยชี้ไปที่อักษรแต่ละตัว พลางวิเคราะห์เล่ห์เหลี่ยมของเหล่าขุนนางจอมปลอมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบคม"แผนการนี้ดูเหมือนหวังดี แต่แท้จริงแล้วคือการขุดหลุมล่อให้พระองค์ก้าวพลาด หม่อมฉันว่าเราควรซ้อนกลเช่นนี้..."ตงฟางเย่มักจะละสายตาจากตำราเพื่อจ้องมองใบหน้าอันนวลเนียนยามที่นางใช้ความคิด พระองค์ทรงรู้สึกว่ามู่หรงเสวี่ยมิมิ

  • นางหงส์เหนือบัลลังก์   บทที่ 1 ย้อนรอยนางหงส์

    ย้อนรอยนางหงส์ พระคู่หมั้นของฮ่องเต้ตงฟางเย่ ก่อนนางถูกส่งไปเป็นข้ารับใช้ในโรงซักล้างท่ามกลางความหลังที่ยังคงอบอวลด้วยกลิ่นอายของวสันตฤดูเมื่อสิบปีก่อน เรื่องราวความรักระหว่าง มู่หรงเสวี่ย และ ตงฟางเย่ มิได้เริ่มต้นด้วยเล่ห์กลหรืออำนาจ แต่มันคือตำนานของ ‘ยอดขุนพลหญิง’ และ ‘มังกรพลัดถิ่น’ ที่ถักทอหัวใจเข้าด้วยกันอย่างลึกซึ้งยามสิปปีก่อน วสันตฤดูในเมืองหลวงช่างอบอุ่นและงดงามราวกับภาพวาด ท้องฟ้าเป็นสีครามกระจ่างใส กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ป่านานาพรรณขจรขจายไปตามลม ในช่วงเวลานั้น ตงฟางเย่ ยังมิใช่จักรพรรดิผู้ครองบัลลังก์ด้วยความเด็ดขาดและเย็นชา หากแต่เป็นเพียงองค์ชายรองผู้มีบุคลิกสุภาพอ่อนโยน พระองค์มักถูกละเลยจากราชสำนักที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่ง ทรงเลือกที่จะเร้นกายอยู่ท่ามกลางตำราและสนามฝึกเงียบๆผิดกับ มู่หรงเสวี่ย บุตรีเพียงคนเดียวของแม่ทัพใหญ่ผู้กุมชะตาชัยชนะของแผ่นดิน นางคือ ‘หงส์สวรรค์’ ที่เย่อหยิ่งและสูงส่งเหนือสตรีใดในใต้หล้า ชายหนุ่มทั่วทั้งนครหลวงต่างเฝ้าฝันถึงเสี้ยวหน้าของนาง ทว่าไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้ใบหน้าที่งามล่มเมืองและท่าทีอันสง่างามตามแบบฉบับคุณหนูตระกูลสูง หัวใจขอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status