Share

บทที่ 9 256GB

last update publish date: 2026-04-21 10:45:35

ห้างสรรพสินค้า ปลายปี 2560

ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำกลางกรุงเทพฯ เสียงเพลงบรรเลงเบา ๆ เคล้ากับแสงไฟสว่างนวลที่สะท้อนบนพื้นกระเบื้องเงาวับ อรอนงค์ กับ พรพรรณ เดินนำอยู่หน้าสุด มือถือถุงจากร้านสุกี้

ข้างหลังคือ นงนาท ที่เดินแกว่งแขนไปมาด้วยสีหน้าเริงร่า กับ พี่พร้อม ที่ยังคงสงบและสุขุมเช่นเคย แต่ในแววตาก็มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่

“แม่อร! ป้าพร! ร้านอยู่ตรงนั้นค่ะ!” นงนาทชี้ไปที่ป้ายสีเงินเงางาม “iStudio by SPVi”

ทั้งกลุ่มเดินเข้าไปอย่างพร้อมเพรียง พนักงานสาวในชุดยูนิฟอร์มเรียบหรูรีบเดินเข้ามาต้อนรับทันทีที่เห็นกลุ่มลูกค้ามีออร่าแบบ

“ท่านผู้หญิงพาลูกมาเปย์”

พนักงานขายนำไปยังโซนที่จัดวางมือถือรุ่นล่าสุดเรียงกันสวยงามในตู้กระจก

นงนาท ยืนกอดอก มองมือถือบนแท่นโชว์ด้วยดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะยื่นมือไปแตะเครื่องสีขาวที่สะท้อนแสงไฟ

“นาทเอาสีขาวค่ะ! รุ่นใหม่ล่าสุดเลย แล้วก็…ขอความจุสูงสุดนะคะ!”

“256GB เลยใช่ไหมคะน้อง?” พนักงานถาม

“ค่ะ! เอาให้สุดไปเลยค่าาา~” นงนาทตอบแบบไม่ลังเล ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

อรอนงค์ หัวเราะลูกสาว แล้วหันไปถามพี่พร้อมบ้าง “แล้วพี่พร้อมล่ะลูก เอาสีอะไร เอาความจุเท่าไหร่ดีลูก?”

พี่พร้อม ที่ยืนอยู่ข้างหลังน้องสาวตัวแสบ แค่มองก็ดูออกว่า เขาไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไรนัก แต่เขาก็ยิ้มบางๆ

“เอาสีเดิมค่ะป้าอร…”

“สีขาว…ความจุเดิม 256GB ค่ะ”

อรอนงค์ พยักหน้าช้า ๆ ดวงตาอ่อนโยนมองเด็กสาวตรงหน้า น้ำเสียงเธอแฝงทั้งเอ็นดูและเข้าใจ

“โอเค ๆ …เด็กคนนี้ไม่เปลี่ยนเลยนะ”

พรพรรณหันมายิ้มให้เชิงล้อ “นิ่งทั้งใจ ทั้งสเปกมือถือเลยนะลูกสาวแม่…”

นงนาทหัวเราะคิก “พี่พร้อมเหมือนมือถือเลยค่ะ…เรียบหรู ดูแพง และเสถียรมาก!”

หลังจากวันแห่งความวุ่นวายและการได้มือถือใหม่ผ่านพ้นไป ทั้งสองครอบครัว “วงศ์อนุชิต” และ “แสงชัย” ก็เริ่มต้นการเดินทางเล็ก ๆ ด้วยกัน จุดหมายอยู่ที่ ภาคเหนือของประเทศไทยในอำเภอเล็ก ๆ ท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก

“สวนส้มและสวนสตรอว์เบอร์รี” แห่งนั้น เป็นพื้นที่ส่วนตัวของ คุณไสว วงศ์อนุชิต น้องชายแท้ ๆ ของ คุณเพิ่ม ซึ่งลาออกจากราชการมาใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่กับธรรมชาติและผลไม้

“อากาศดีกว่าในห้องประชุมเยอะเลยเนอะ” พรพรรณหันไปพูดกับอรอนงค์ขณะนั่งจิบกาแฟยามเช้าบนระเบียงบ้านไม้

บ้านพักเป็นเรือนไทยประยุกต์หลังใหญ่ สองหลัง ตั้งอยู่บนเนินสูง มองเห็นวิวของแปลงส้มที่เรียงเป็นร่องงดงาม และด้านล่างถัดไปคือสวนสตรอว์เบอร์รีที่ลูกแดงสดชูช่อเต็มแปลง

เด็ก ๆ ได้พักคนละหลังกับผู้ใหญ่ แต่ก็อยู่ใกล้กันพอจะเดินมาเคาะประตูหากันตอนดึก ๆ ได้ง่าย

เช้าวันที่สอง

ไอหมอกยังลอยคลอเบา ๆ ตามแนวต้นส้ม

พี่พร้อมในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาว กับกางเกงยีนส์พับขาเล็กน้อยเดินถือแก้วกาแฟอยู่คนเดียว เขาหยุดยืนมองไร่ที่ทอดยาวออกไปเบื้องหน้าพลางสูดอากาศเต็มปอด และแล้วเสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังมาจากด้านหลัง

“พี่พร้อมคะ…”

นงนาทมาในชุดเสื้อไหมพรมถักบาง ๆ กับกระโปรงยาวพลิ้ว เส้นผมถูกรวบครึ่งศีรษะอย่างสวยงาม ใบหน้าเธอยังระเรื่อจากไอเย็น

“ตื่นเช้าจังเลยค่ะน้องนาท” พี่พร้อมหันมายิ้มให้เบา ๆ

“อากาศแบบนี้ ใครจะอยากนอนคะ” เธอยิ้มตอบก่อนจะพูดต่อ “นาทเห็นพี่เดินคนเดียวเลยตามมาค่ะ“

“ดีเลยค่ะ พี่จะได้มีคนคุยด้วย เหงามากๆ พอได้นั่งชมวิวคนเดียวมันก็หนาวเหมือนกันนะ”

ทั้งสองคนเดินเคียงกันไปช้า ๆ ผ่านแถวต้นส้มที่มีผลส้มสีสดห้อยเต็มกิ่ง บางช่วงพี่พร้อมก็ยื่นมือไปแตะ แสดงให้เห็นว่าเขาชอบธรรมชาติมากกว่าที่ใครหลายคนคิด

ทันใดนั้นเสียงใสๆของนงนาทก็เอ่ยขึ้นเบาๆ

“เรามาถ่ายรูปกันดีกว่าค่ะพี่พร้อม”

“ทำไมอยากถ่ายล่ะคะ?”

นงนาทเม้มปากนิดหนึ่ง ก่อนพูดเสียงแผ่ว “ก็…อีกไม่ถึงเดือน พี่พร้อมก็จะกลับไปเรียนต่อแล้วนี่คะ…นาทคงเหงาแย่เลย…”

เธอไม่พูดมากกว่านั้น แต่แววตาที่ก้มหลบกลับแสดงออกได้ดีกว่าคำพูดใด ๆ พี่พร้อมนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นมือออกมาอย่างไม่คาดคิด

“ไหนคะ…โทรศัพท์?”

นงนาทเงยหน้าขึ้น ยิ้มออกมาเหมือนแสงแดดที่ส่องทะลุหมอก เธอหยิบมือถือใหม่เครื่องสีขาวออกมายื่นให้พี่พร้อม

พี่พร้อมรับมันมาถืออย่างมั่นคง ก่อนจะยกขึ้นถ่ายเซลฟี่ด้วยท่าทีเรียบง่ายแต่แอบใจเต้นนิด ๆ

แชะ!!

“อีกมุมค่ะพี่พร้อม ตรงใต้ต้นส้มนี่แหละแสงกำลังสวย!”

นงนาทรีบพาคนพี่เดินไปยังมุมที่เธอเล็งไว้ ทั้งคู่ยืนใต้ร่มเงาต้นส้ม ผลส้มสีสดอยู่ใกล้ใบหน้าแทบจะจับต้องได้ นงนาทยกมือขึ้นทำท่า V นิ้ว แต่พี่พร้อมกลับแอบอมยิ้มแล้วยกแขนโอบไหล่น้อง

แชะ!!

“อุ๊ย…”

เสียงของนงนาทสั่นนิด ๆ เพราะไม่คิดว่าคนพี่จะกล้าโอบ แถมพี่พร้อมยิ้มเอียงหน้ามาดูจอมือถือพร้อมกันกับน้อง

“เราสองคน…ก็เข้ากันดีเหมือนกันนะคะ”

เสียงเขานิ่งแต่ถ้อยคำนั้น ทำให้นงนาทกลืนน้ำลายแล้วพยักหน้าช้า ๆ

“ค่ะ เหมือนส้มกับเกลือ ไม่ค่อยเข้ากัน แต่พออยู่ด้วยกันแล้วมันกลมกล่อมแปลก ๆ”

แดดยามสายเริ่มส่องอ่อนลง แต่ความสนุกระหว่างสองพี่น้องต่างสายเลือดยังไม่มีทีท่าว่าจะลดลงเลย พี่พร้อมเดินถือมือถือสีขาวรุ่นใหม่ที่เพิ่งได้มาเมื่อไม่กี่วันก่อน กล้องหลังเลนส์คู่สะท้อนแสงแดดอย่างแวววาว

นงนาทที่ตอนนี้แก้มแดงระเรื่อด้วยทั้งแดดและความสนุก ยังคงวิ่งวนอยู่ในสวนส้มเล็ก ๆ อย่างร่าเริง ใบหน้ามีแต่รอยยิ้ม

“พี่พร้อม! พี่พร้อมๆๆๆ ถ่ายรูปนี้ให้หนูหน่อย!” เสียงหวานใสเรียกขึ้นจากอีกฟากของร่องสวน

ก่อนที่พร้อมจะทันได้ถามว่าน้องจะทำอะไร นงนาทก็วิ่งพรวดไปเด็ดใบส้มสองใบจากกิ่งอย่างคล่องแคล่ว

“แหน่ะ! เดี๋ยวโดนเจ้าของที่ดุนะ”

“ไม่ดุหรอกค่ะ อาไหวเป็นคนใจดี”

“เหรออออออออ?” พี่พร้อมลากเสียงยาวพลางยิ้มมุมปาก

นงนาทหันกลับมาทันที ยื่นใบส้มทั้งสองใบขึ้นมา แปะที่ปลายจมูกทั้งสองข้าง เหมือนงวงช้าง แล้วก็ ยืนขาเดียว ประนมมือ หลับตา พร้อมทำสีหน้าเหมือนพระพุทธรูป

“เร็วค่ะพี่พร้อม! ถ่ายเลย! นาทคือ ช้างน้อยผู้บำเพ็ญตบะ!”

พี่พร้อมหัวเราะออกมาเต็มเสียงครั้งแรกในรอบหลายวัน “จะบ้าเหรอนาท ฮ่าๆๆๆๆ” แต่ถึงปากจะว่า นิ้วของเขาก็รีบยกกล้องขึ้นเล็งอย่างแม่นยำ และกดชัตเตอร์รัว ๆ

แชะ แชะ แชะ แชะ!

หลังจากทริปเที่ยวสวนส้มสิ้นสุดลง พร้อม วงศ์อนุชิต ก็เก็บกระเป๋าเดินทางอีกครั้ง ปลายทางคือ ลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อกลับไปเรียนต่อระดับดุษฎีบัณฑิตตามที่ตั้งใจไว้

วันนั้น นงนาทไปส่งที่สนามบินด้วย เธอถือดอกลาเวนเดอร์เล็กๆ มัดเป็นช่อเอาไว้ให้พี่พร้อมถือขึ้นเครื่อง ทั้งที่รู้ว่าพี่เขาอาจไม่เอาขึ้นไปด้วย แต่เธอก็ยังอยากให้

“โชคดีนะคะ พี่พร้อม”

“ขอบคุณค่ะน้องนาท ดูแลตัวเองดีๆ นะคะ”

รอยยิ้มของพี่พร้อมยังคงสวยเหมือนเดิม แต่ทำไมนงนาทถึงรู้สึกว่า มันเหมือน คำลามากกว่าคำสัญญา?

6 เดือนผ่านไป…

นงนาท นั่งอยู่ที่ระเบียงห้องนอนตัวเอง มือถือวางอยู่ข้างแก้วน้ำสมูทตี้ที่เริ่มละลาย หน้าจอเปิดอยู่ที่แชตบรรทัดสุดท้าย ซึ่งส่งไปตั้งแต่เมื่อสองสัปดาห์ก่อน

“พี่พร้อมคะ นาทส่งรูปเค้กสตรอว์เบอร์รี่วันเกิดไปให้ พี่เห็นหรือยังคะ?”

ไม่มีแม้แต่เครื่องหมายอ่านแล้ว จากที่เคยส่งหากันทุกวัน กลายเป็นสัปดาห์ละครั้ง จากที่เคยวิดีโอคอลด้วยกันตอนหัวค่ำ กลายเป็นแค่ อีโมจิหัวใจ สั้น ๆ ทุกสามวัน

ลอนดอน

ในอพาร์ทเม้นท์หรูกลางเมืองลอนดอน พี่พร้อมนั่งอยู่บนโซฟาในชุดวอร์มสีดำ ข้างๆเขาคือผู้หญิงผิวขาวผมบลอนด์ ยิ้มหวานที่กำลังกอดแขนเขาอยู่

“พร้อมมมมม! เอาโทรศัพท์ลงก่อนนนนนน~ ดูหนังกันนน~”

พี่พร้อมหัวเราะเบา ๆ แล้ววางมือถือคว่ำลงโดยไม่ทันได้เห็นว่า ใครบางคน เพิ่งส่งข้อความเข้ามา

เขากำลังอินกับรักครั้งใหม่ (รักชั่วคราว) กับชีวิตใหม่ (เซ็กส์ใหม่) กับจังหวะหัวใจที่หมุนเร็วจนลืมจังหวะเดิมที่เคยเต้นอยู่ในเมืองไทย

ไฟสีส้มจากโคมเหนือหัวฉายแสงอ่อนลงบนโซฟาหนังสีเทาอ่อน เสียงหอบหายใจยังไม่ทันจาง พี่พร้อมเอนหลังพิงพนักโซฟา ปล่อยให้เส้นผมยาวสลวยเปียกเหงื่อแนบแก้ม

ข้างเขา คือนักศึกษาสาวจากฝรั่งเศส ผู้มีใบหน้าเฉี่ยวจัด ดวงตาคม และจูบที่ร้อนแรงกว่าใครที่เขาเคยพบ เธอคือ ออร์เดย์ ลุค

“You’ re amazing…”

เสียงกระซิบข้างหูเขายังอ่อนแรงแต่แฝงความเร่าร้อนพร้อมยิ้มมุมปาก ปลายนิ้วยังวนเล่นอยู่บนผิวเนื้อของอีกฝ่าย แม้ในใจลึก ๆ จะรู้ว่านี่ไม่ใช่ รัก แต่มันคือ แรงดึงดูดที่ควบคุมไม่ได้

ในช่วงเวลาแบบนี้…

เขาไม่ได้นึกถึง “เมืองไทย”

ไม่ได้นึกถึง “รอยยิ้มสดใส” ที่เคยยืนถือใบส้มแหย่จมูกแล้วหัวเราะอยู่กลางสวน

ติ๊ง…

เสียงแจ้งเตือนจากมือถือดังเบา ๆ บนโต๊ะเตี้ยหน้าทีวี เขาหันไปมองหน้าจอครู่หนึ่ง เห็นชื่อ

“NongNat” (นงนาท)

แต่กลับเอื้อมไปหยิบรีโมต เปลี่ยนช่องทีวีแทน

“เดี๋ยวค่อยตอบก็แล้วกัน…” เขาทำแบบนี้ บ่อยๆซ้ำๆ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี แต่นงนาทก็ไม่เคยเปลี่ยนใจจากเขาเลย เธอโทรหาเขาทุกวันเวลาเดิม ส่งข้อความหาทุกวัน แต่เขาก็ไม่ตอบกลับ หรือรับโทรศัพท์ของเธอ บางครั้งอาจจะมีโทรกลับบ้างแต่ไม่บ่อย

พี่พร้อมเปลี่ยนไป เขาเคยเป็นคนที่นั่งอ่านข้อความจากเมืองไทยทุกคืน เคยรีบตอบแชตน้องนาททันทีที่เห็นชื่อเด้งขึ้นมา

แต่ตอนนี้…

เขามีแต่ “งานวิจัย”

“ปาร์ตี้”

“ผู้หญิง”

และความเร้าใจที่เปลี่ยนหน้าไปเรื่อยๆ

นงนาท เริ่มชินกับการถูกทิ้งไว้ที่ปลายสาย ทุกครั้งที่โทรหา ถ้าโชคดีก็ได้ยินเสียงพี่พร้อมตอบสั้น ๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบห่าง แต่บ่อยครั้งกว่านั้น คือ เสียงสัญญาณรอสายยาวนานแล้วตัดไปเอง

“นาทโทรหาพี่พร้อมเกินสิบครั้งแล้วในเดือนนี้ แต่พี่พร้อมตอบกลับมาแค่…อืมม“

เธอพิมพ์ข้อความนี้ไว้ในไดอารี่ส่วนตัว ไม่กล้าแม้แต่จะส่งไปจริงๆ

จนกระทั่ง ปริม…เข้ามาในชีวิตของพี่พร้อม

ปริม นักศึกษาปริญญาโทชาวไทย ผิวสีน้ำผึ้ง รอยยิ้มเฉียบ สายตาแพรวพราว คล่องแคล่ว และน้ำเสียงนิ่งเหมือนน้ำแข็ง เธอไม่เคยประจบ ไม่เคยตามจิก ไม่เคยง้อแต่กลับเป็นคนเดียวที่พี่พร้อม ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เวลาได้อยู่ใกล้เธอ

วันนั้นพวกเธอเจอกันในคลาสสัมมนา พี่พร้อมหยอกเล่นด้วยความเคยชิน แต่ปริมกลับเฉย ไม่เขิน ไม่หวั่นไหว ไม่สนใจ

“จะมาจีบเหรอ? อย่าเลยค่ะ ปริมไม่ใช่คนที่เล่นด้วยแล้วจะมาเดินจากไปได้ง่าย ๆ หรอกนะคะ”

พี่พร้อมเงียบ เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าโดนท้าทาย!!

พี่พร้อมเริ่มตามปริม เริ่มยอมเปลี่ยนตารางเรียน ยอมวางมือถือ ยอมปล่อยผู้หญิงคนอื่นที่เคยเข้ามา เพราะครั้งนี้เขาเจอคนที่คุมเขาได้

และในเวลาเดียวกันนั้นเองข้อความของใครอีกคนที่เคยรออยู่ปลายสายกลับถูกอ่านแล้วไม่ตอบมากขึ้นเรื่อย ๆ

ไอเย็นจากกระจกฝ้าในอพาร์ทเม้นท์ทำให้ปลายนิ้วของเขาเย็นเฉียบ แต่เย็นไม่เท่าหัวใจที่กำลัง วางใครบางคนลงอย่างเงียบ ๆ

โทรศัพท์มือถือวางอยู่บนโต๊ะ มีชื่อหนึ่งขึ้นมาบนหน้าจอ…

“NongNat” …สายที่ไม่ได้รับ (3)

พี่พร้อมมองมันครู่หนึ่ง เขาไม่ได้รู้สึกผิดแต่ก็ไม่ได้รู้สึกโล่งใจ เขาถอนหายใจ แล้วค่อย ๆ กดปิดหน้าจอลง

ในใจของพี่พร้อม

“หนูนาท…เด็กดีของพี่”

“น้องน่ารัก ใสซื่อ บริสุทธิ์ อยู่ข้างพี่มาตลอดแต่น้องยังเด็กเกินไป”

เขาจำได้ มือเล็ก ๆ ที่เคยจับชายเสื้อเขาไว้ในสวนส้ม สายตาที่เคยมองเหมือนเขาเป็นโลกทั้งใบ

“แต่พี่พร้อมต้องการมากกว่านั้น…”

ในวัยที่เติบโตขึ้น พี่พร้อมต้องการคนที่เข้าใจเขาในทุกด้าน รวมถึง “เรื่องบนเตียง” สิ่งที่นงนาท ยังไม่พร้อมไม่สามารถให้เขาได้ และเขาไม่อยากให้ น้องนาทต้องเป็นคนที่แบกรับความกดดันทางร่างกาย เพราะลึกๆแล้วเขายังรักและสงวนนงนาทไว้ในมุมที่ให้เกียรติน้องเสมอ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 32 ร้องเพลงให้ตาเด่นกับยายอรฟัง

    งานบุญที่บ้านแสงชัยรุ่งสางของวันใหม่พัดพาละอองความเย็นสดชื่นมาสู่ บ้านแสงชัย กลิ่นหอมกรุ่นของควันธูปและเทียนหอมลอยละล่อง ผสานกับเสียงสวดมนต์อันกังวานต่ำและเป็นจังหวะจากพระสงฆ์ที่ดังแว่วไปทั่วทั้งบริเวณ บรรยากาศรอบบ้านถูกเนรมิตให้กลายเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเงียบสงบ เพื่อรองรับงานทำบุญใหญ่ที่จัดขึ้นเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ อรอนงค์ แสงชัย และ เด่นภูมิ แสงชัย ผู้ซึ่งเป็นดั่งรากแก้วที่แข็งแกร่งของตระกูลบริเวณโถงกลางบ้านถูกประดับประดาด้วยผ้าสีขาวบริสุทธิ์ ผูกริบบิ้นสีทองอ่อนอย่างวิจิตรบรรจง แขกเหรื่อและญาติสนิทมิตรสหายต่างพร้อมใจกันแต่งกายด้วยชุดสีขาวสะอาดตา เรียบง่ายทว่าสุภาพดูดี ทุกคนนั่งเรียงกันเป็นแถวหน้าอาสนะพระสงฆ์ทั้ง 9 รูป ด้วยความนอบน้อมและระลึกถึงผู้จากไปอย่างสุดหัวใจทว่า... ท่ามกลางภาพลักษณ์ที่ดูเคร่งขรึมและขาวโพลนไปทั้งงาน กลับมีจุดสีสันสดใสที่ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้ต้องเหลียวมอง นั่นคือ น้องเพชร เด็กหญิงตัวป้อมในวัย 4 ขวบ ที่วันนี้ยืนยันหนักแน่นว่าจะสวม ชุดซุปเปอร์แมน สีแดงสลับน้ำเงินสดใส เพื่อเตรียมตัวบินไปหาคุณตาคุณยายตามความเชื่อใสซื่อของเด็กน้อยน้องเพรชนั่งขัดสมาธิอย

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 31 แม่นาทของเพรช

    22:00 บ้านแสงชัยท่ามกลางความเงียบสงัดของค่ำคืนที่ควรจะเป็นเวลาพักผ่อนอันแสนหวาน ภายในห้องนอนกว้างกลับมีบรรยากาศประหลาดบางอย่างเกิดขึ้น พี่พร้อม ที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงนิทราเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติ ร่างกายของเขาหนักอึ้งเหมือนมีกระสอบทรายมาทับไว้บนอก แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคืออากาศรอบตัวกลับเบาบางลงเรื่อย ๆ จนเขารู้สึกเหมือนกำลังดำดิ่งลงไปใต้บาดาลที่ไร้ทางออก“อ๊ากกก!! เฮือก!!!”พี่พร้อมสะดุ้งสุดตัวลืมตาโพลงขึ้นมาในความสลัว ร่างกายตอบสนองด้วยการกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างบ้าคลั่งราวกับคนเพิ่งรอดตายจากการจมน้ำ และเมื่อสายตาเริ่มปรับโฟกัสได้ เขาก็ต้องตะลึงกับภาพที่ปรากฏตรงหน้า ภาพที่ทำให้เขาไม่รู้ว่าจะขำหรือจะช็อกดี!ฝ่าเท้าน้อยๆนุ่มนิ่มทั้งสองข้างอุดรูจมูกของเขาไว้มิดสนิท!นงนาท เดินเข้ามาใกล้เตียงพอดี เธอรีบก้มลงอุ้มยัยหนูตัวอ้วนออกจากอกของคนเป็นพ่ออย่างเบามือ สภาพของน้องเพชรเมื่อครู่คือการนอนหงายทับอยู่บนตัวพี่พร้อมแบบเต็มรัก แต่ประเด็นคือเจ้าตัวเล็กหันหัวไปคนละทางกับพ่อ ผลก็คือเท้าน้อย ๆ สองข้างนั่นแหละที่ทำหน้าที่เป็นปลั๊กอุดช่องทางหายใจของคนเป็นพ่อเสียสนิทพี่พร้อมยังคงหอบหายใจรุนแรง

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 30 เล่นเกมกับลูก

    บ้านวงศ์อนุชิต 18:30 น.ช่วงค่ำของวัน…เสียงเพลงเด็กใส ๆ ดังลอดประตูห้องน้ำมาเป็นระยะ จังหวะไม่ตรงคีย์แต่เต็มไปด้วยความน่ารัก ภายในห้องน้ำ อ่างอาบน้ำสีขาวสะอาดมีฟองสบู่ฟูฟ่องลอยอยู่รอบตัว เด็กหญิงตัวกลมแก้มยุ้ยนั่งแช่น้ำอยู่ในอ่างอย่างสบายใจ หัวเปียกชื้นเป็นหย่อม ๆ ดวงตากลมโตลุกวาวขณะตบผิวน้ำเบา ๆ ให้เกิดคลื่น“พ่อพ้อม เพรชจะเล่นเกมนะคะ!!” เสียงใสแจ๋วร้องขึ้นพลางยกมืออ้วน ๆ ชูสองนิ้วป้อม ๆ อย่างมั่นใจพี่พร้อมที่ยืนพิงกรอบประตูห้องน้ำด้วยสีหน้าเอ็นดู ตอบกลับด้วยน้ำเสียงใจดี“เล่นได้ค่ะ แต่ต้องทำการบ้านให้เสร็จ แล้วก็กินข้าวก่อนนะคะ ไม่งั้นอดค่ะลูก”เด็กน้อยทำตาโตใส่ทันที “โอเคค่า!! เพรชจะทำการบ้านค่ะ! แล้วจะกินข้าวหมดจานเลย!”“เก่งมากค่ะ ยัยหนูของพ่อ” พี่พร้อมเดินเข้าไปย่อตัวลง ใช้ผ้าขนหนูเล็ก ๆ เช็ดหัวลูกสาวเบา ๆ แล้วหัวเราะเมื่อโดนน้องเพรขสาดน้ำใส่แบบไม่ตั้งใจน้องเพรชยิ้มแป้น แก้มแดง ๆ จากไอน้ำอุ่นดูสดใสเป็นพิเศษ เด็กน้อยยื่นมือขึ้นมาจับมือของพ่อแล้ว กระซิบเสียงเบา“พ่อพ้อม! เพรชมีแฟนแล้ว ห้ามบอกแม่นาทนะ! เดี๋ยวแม่นาทจะรู้!”“โอ้โห…ตัวกลมดิ๊กมีแฟนด้วยเหรอค่ะ ฮ่าๆ”“มี!! แฟนเพรชขายเ

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 29 แยกกันกินข้าว

    ช่วงค่ำของวันนั้น บ้านที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาหวาน ๆ กลับเงียบเหงาอย่างบอกไม่ถูก บนโต๊ะอาหารไม้โอ๊คที่ชั้นล่าง พี่พร้อมนั่งตรงมุมประจำของเขา มองถ้วยข้าวต้มปลาที่พี่ไก่จัดมาเสิร์ฟให้อย่างดี แม้จะเป็นเมนูโปรด แต่วันนี้เขากลับตักแค่ไม่กี่คำ เพราะใจมันไม่อยู่กับรสชาติเลยเสียงช้อนกระทบถ้วยเบา ๆ ดังขึ้นเป็นระยะ ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมองเพดานบ้าง มองบันไดบ้าง ลอบคิดอยู่ในใจ“ตอนนี้นาทคงกำลังกินข้าวอยู่ชั้นบนคนเดียวเหมือนกันสินะ“ตัดภาพไปที่ชั้นสองที่ห้องนั่งเล่นเล็กๆ บริเวณชั้นสอง นงนาทนั่งทอดถอยหายใจอยู่บนโซฟาเบาะนุ่ม เบื้องหน้ามีถ้วยข้าวต้มปลาวางอยู่ แต่เธอกลับตักกินไปได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น แม้จะพยายามฝืนเคี้ยวเพื่อลูกในท้อง แต่ความรู้สึกพะอืดพะอมก็ตีตื้นขึ้นมาจนต้องยกน้ำขึ้นจิบดับอาการคลื่นไส้เป็นระยะ โดยมีพี่ไก่คอยนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ข้างๆ ด้วยความห่วงใย“พี่ไก่เก็บไปเถอะค่ะ นาทอิ่มแล้วจริงๆ” เธอเอ่ยเสียงแผ่วพลางลูบท้อง“คุณนาทจะเข้านอนเลยไหมคะ เดี๋ยวพี่ช่วยพยุงไปที่เตียง” พี่ไก่ถามพลางขยับเข้ามาใกล้“ไม่เป็นไรค่ะพี่ไก่ นาทเดินไหว นาทจะเข้านอนเลย พี่ไก่ไปพักผ่อนเถอะค่ะ”นง

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 28 เหม็นผัว

    กาลเวลาหมุนผ่านไปอย่างมั่นคงจนกระทั่งอายุครรภ์ของ นงนาท ล่วงเข้าสู่เดือนที่ 7 ทว่าแทนที่อาการแพ้ท้องจะทุเลาลงเหมือนที่คุณแม่ท่านอื่นเป็น นงนาทกลับต้องเผชิญกับพายุทางร่างกายที่โหมกระหน่ำหนักยิ่งกว่าช่วงแรกเสียอีก อาการเวียนศีรษะจู่โจมเธอทุกครั้งที่ขยับกาย กลิ่นน้ำหอมยี่ห้อโปรดที่เคยหลงใหลกลับกลายเป็นกลิ่นฉุนกึกจนน่าสะอิดสะเอียน แม้แต่กลิ่นข้าวหุงสุกใหม่ๆ ก็ยังทำให้เธอรู้สึกพะอืดพะอมจนแทบขาดใจ แต่สิ่งที่ร้ายแรงกว่ากายคือ พายุอารมณ์ ที่แปรปรวนจนบางครั้งเธอก็แอบตกใจในความเปราะบางของตัวเอง ท่ามกลางความอ่อนไหวนี้ แม้รอยร้าวในอดีตกับพี่พร้อมจะได้รับการประสานด้วยความเข้าใจและการให้อภัยจนเธอกลับมาสู่อ้อมกอดที่คุ้นเคยอีกครั้ง แต่ลึกๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ สถานที่ที่เธอรู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจที่สุดกลับไม่ใช่คฤหาสน์หรูหราที่ไหน แต่เป็นบ้านหลังเดิม บ้านที่เป็นจุดเริ่มต้นของชีวิตเธอ บ้านที่เคยมีกลิ่นอายความรักของ พ่อเด่นภูมิและแม่อรอนงค์ ผู้ล่วงลับ ในคืนหนึ่งที่แสงจันทร์นวลตาลอดผ่านผ้าม่านเข้ามา นงนาทนั่งพิงหมอนอยู่ที่หัวเตียงด้วยท่าทางอิดโรย มือบางลูบไล้หน้าท้องที่กลมกลึงนูนเด่นขึ้นมาอย่างทะนุถนอม ด

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 27 บะหมี่ผัดซีอิ๊ว+ลาบไข่มดแดง

    แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงผ่านรอยแยกของผ้าม่านเข้ามาภายในห้องนอนที่กว้างขวาง บรรยากาศรอบตัวยังคงอบอวลไปด้วยกรุ่นกลิ่นแห่งความสุขและความอ่อนโยนจากค่ำคืนที่ผ่านมา นงนาทขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกอุ่นซ่านยังคงวนเวียนอยู่ใต้ผิวสัมผัส เมื่อเธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ต้อนรับการตื่นนอนของเธอก็คือใบหน้าคมคายของ พี่พร้อม ที่นอนตะแคงข้างเฝ้ามองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเทิดทูน“เมียพี่ตื่นแล้วเหรอคะ”“พี่พร้อมตื่นนานแล้วเหรอคะ?” เธอถามกลับเสียงแผ่ว พยายามหลบสายตาคมปลาบที่มองมาอย่างมีความหมาย คนอะไรตื่นมาก็จู่โจมหัวใจกันแต่เช้า ไม่ว่าจะเป็นแววตาที่เชื่อมปรอยหรือคำเรียกขานว่า ‘เมีย’ ที่เขาขยันหยิบมาใช้จนเธอแทบจะต้านทานไม่ไหว“พี่ตื่นได้สักพักแล้วค่ะ ตื่นมานอนมองหน้าเมียกับยัยหนูในท้อง พี่มีความสุขจนไม่อยากลุกไปไหนเลย นาทเหนื่อยมากมั้ยคะ อยากนอนพักต่ออีกหน่อยมั้ยคนดี?”เขาเลื่อนปลายนิ้วไปเกลี่ยเส้นผมที่ระใบหน้าของเธออย่างเบามือ ก่อนจะก้มลงประทับจูบที่หน้าผากมนอย่างแสนรัก สัมผัสนั้นไม่ได้มีความเร่าร้อนเจือปนเหมือนค่ำคืนที่ผ่านมา แต่มันกลับหนักแน่นและอุ่นลึกซึ้งเสียจนนงนาทต

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 4 พิธีฌาปนกิจ

    “บริษัทแสงชัยกรุ๊ปที่แม่หนูสร้างมา หนูคือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด ถืออยู่คนเดียวถึง 93%”“ส่วน ชัยวัต มันมีอยู่แค่ 7% และไม่มีสิทธิบริหารอะไรทั้งนั้น มันทำได้แค่รับเงินปันผลตามสัดส่วนเท่านั้น ที่เหลือเป็นของหนู ของหนูคนเดียว”นงนาทก้มหน้าลงช้า ๆ มือกำแน่นราวกับรับพลังมหาศาลในใจ เธอไม่ได้ดีใจ ไม่ใช่เ

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 3 ภาพและเสียงในคลิป

    หลังจากเสียงทักทายแสนอบอุ่นเงียบลง ทุกคนในบ้านยังคงยืนล้อมวงอยู่ในห้องรับแขก บรรยากาศอบอวลด้วยความรู้สึกของครอบครัวที่พร้อมโอบรับนงนาทไว้ทั้งใจแต่แล้ว…พรพรรณก็หันกลับไปทางกลุ่มคนงานที่ยังยืนยิ้มกันอยู่ เธอพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนิ่ม“ทุกคนออกไปก่อนนะ ฉันมีเรื่องจะคุยกับหนูนาทเป็นการส่วนตัว”ทุกคนพยักห

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 2 14:38

    รถยนต์ยุโรปสีเข้มแล่นเข้ามาจอดหน้ามุกบ้านตระกูลวงศ์อนุชิต บ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์น บนที่ดินกว่า 2ไร่ ในซอยสุขุมวิท เงียบสงบ ร่มรื่น และเต็มไปด้วยกลิ่นของบ้านนงนาทเดินลงจากรถช้า ๆ กระเป๋านักเรียนสะพายอยู่ข้างหนึ่ง มืออีกข้างยังจับชายเสื้อของพรพรรณไว้หลวม ๆ อย่างเด็กที่เพิ่งเสียศูนย์ในชีวิตเมื่อเข

  • นาทจะหย่ากับพี่พร้อม   บทที่ 1 ขอร้องเพื่อน

    เสียงเครื่องวัดชีพจรในห้องพักคนป่วยพิเศษดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ภายในห้องขนาดใหญ่ของโรงพยาบาลเอกชนหรูใจกลางกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยกลิ่นยาและบรรยากาศเงียบงัน มีเพียงโซฟาขนาดใหญ่ตัวยาววางอยู่ข้างเตียง และผู้ที่นั่งอยู่ตอนนี้คือ คุณเพิ่ม และ คุณพรพรรณ วงศ์อนุชิต พวกเขานั่งประสานมือกันนิ่งๆ ข้างเตียงของ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status