FAZER LOGINนายหัวคชากล่าวอย่างเลือดเย็น ไม่เคยโกรธใครมากเท่านี้ ยามปกติฉุนเฉียวเป็นวิสัย แต่กับเด็กสาวมันมีความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซึม มันคือความผิดหวัง…
ก้าวลงจากรถปิดประตูเต็มแรง สะเทือนไปทั้งคัน เด็กสาวสะดุ้งโหยง ก้มหน้าสะอื้นด้วยความสับสน นอกจากจำอะไรไม่ได้แล้ว ยังถูกตราหน้าว่าคบชู้
ชายหนุ่มก้าวเดินหายเข้าไปในบ้านไม้สักหลังใหญ่ยกสูง โดยไม่คิดจะเหลียวหันมองเด็กสาวที่ความจำเสื่อม
ประตูรถฝั่งที่นั่งอยู่ถูกเปิดออก ทำให้นาราที่นั่งร่ำไห้ หันมามอง รีบปาดน้ำตาทิ้ง
“หนูนารา เป็นยังไงบ้างคะ”
เด็กสาวสะอื้นไห้ มองหญิงสาวสูงวัยร่างท้วม แม้จะไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะจำไม่ได้ แต่แววตาที่เจือไปด้วยความอาทร ทำให้โผเข้ากอดด้วยอารามอ้างว้าง ระคนสับสน
“ฮือ…หนู จำอะไรไม่ได้เลย จำไม่ได้เลยค่ะ”
ป้ากุ๊ก คือหัวหน้าแม่บ้าน เลี้ยงดูนายหัวคชาตั้งแต่พ่อแม่เสียในวัยยี่สิบต้นๆ เป็นคนเดียวที่ชายหนุ่มเกรงใจ
“ใจเย็นๆ นะคะ ไม่เป็นไร ป้ากุ๊กอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ”
โอบกอด ลูบแผ่นหลังบอบบางด้วยความเวทนาเอ็นดูเด็กสาวตั้งเเต่คราแรกที่พบเจอ อ่อนน้อมถ่อมตน ขยันหยิบจับช่วยงาน ทั้งที่ได้รับความเมตตาจากนายหัวคชา อย่างที่ไม่เคยมีใครได้รับ
บรรดาลูกหนี้ทั้งหลาย ชอบนักที่จะส่งลูกสาวมาขัดดอก หวังมัดใจนายหัวคชา หมดหนี้หมดสิน แล้วยังอาจรวยทางลัด สุขสบายไปทั้งชาติ
“คุณป้า ชื่อ…ป้ากุ๊กหรือคะ”
“ใช่ค่ะ ป้าชื่อกุ๊ก เป็นแม่บ้าน ว่าเเต่…หนูนาราจำอะไรไม่ได้เลยหรือคะ”
“นารา....จำอะไรไม่ได้เลย”
คนสูงวัยมองอย่างเห็นใจ เวทนาไม่น้อย คราบน้ำตาที่เปื้อนใบหน้า คงโดนนายหัวคชา ระเบิดอารมณ์ใส่เป็นแน่
แม้นายหัวคชาจะบอกว่า เด็กสาวตรงหน้าคบชู้กับคนงานในไร่ แต่หล่อนไม่เชื่อสักนิด มั่นใจว่าตนนั้นไม่ได้มองคนผิด
“เข้าไปข้างในก่อนเถอะค่ะ ไว้ป้าจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง”
“ขอบคุณป้ากุ๊กมากๆ เลยค่ะ…”
มือบางพนมไหว้ น้ำตารื้นมองอย่างมีความหวัง จำเรื่องราวต่างๆ ไม่ได้ ไม่ทำให้ทุกข์ใจ เท่ากับการไม่รู้จักตนเอง หวังว่าเธอจะไม่ได้เป็นเช่นดังที่นายหัวคชากล่าวหา
หนึ่งสัปดาห์ กับการได้มาอยู่ที่ไร่ไอยรา เธอถูกครอบครัวส่งให้มาเป็นเมียนายหัวคชา เพื่อชดใช้หนี้สินที่กู้ยืมไป วันที่เกิดอุบัติเหตุ มาจากการที่วิ่งตามนายหัวคชา หลังจากที่เขาพบเธอนอนอยู่กับคนงานชายในห้องพัก ของตัวจังหวัด
เรื่องราวที่ได้ยิน ทำให้เด็กสาวขมขื่นไม่น้อย ไม่แปลกที่จะถูกเขาด่าทอ เกลียดชัง
ภายในหัวสับสน ทุกข์ระทม ผิดหวังในตนเองกับการกระทำที่เกิดขึ้น
“ป้ากุ๊กคะ แล้วผู้ชายคนนั้นคือใคร คนที่นารา เอ่อ…คบชู้ ตอนนี้เขาอยู่ที่ไร่ไหมคะ”
กระดากใจไม่น้อยที่ต้องถามถึง แต่อยากพูดคุยถามให้แน่ชัด…
หากเขาเป็นคนที่ลักลอบมีความสัมพันธ์ คงรู้จักเธอมากกว่าใคร
“มันชื่อไอ้ขวานค่ะ แต่ว่า…หลังจากเกิดเรื่อง ไม่มีใครเจอมันเลย ไม่รู้ไปหลบอยู่ที่ไหน มันคงรู้ว่านายหัวเอามันตายแน่ เลยชิ่งหนีไป”
เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น จากการแสดงออกของเขาที่มีต่อเธอ ดีแค่ไหนแล้วที่ยอมพากลับมาที่ไร่ด้วย ไม่หักคอทิ้งระหว่างทาง
“ขวาน…”
ปากอิ่มพึมพำ คิ้วสวยขมวดมุ่น กล่าวซ้ำไปซ้ำมา ไม่คุ้นชื่อนี้เลย
“คงคิดถึงมันมากสินะ ถึงได้เรียกหาไม่ขาดปาก”
น้ำเสียงดุดันดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้เด็กสาวนั่งอยู่ที่โต๊ะม้านั่ง บริเวณระเบียงหน้าซีดเผือด ป้ากุ๊กระบายยิ้มบางๆ รู้จักนิสัยชายหนุ่มที่เลี้ยงดูมาแต่เด็ก
ใจร้อน ดุดัน เผด็จการ ปากร้ายใจดี
“เอาของไปเก็บที่ห้อง”
“ค่ะ นายหัว”
ป้ากุ๊กหยิบฉวยสัมภาระของนารา ที่นำมาจากโรงพยาบาลไปเก็บที่ห้องพัก ก่อนไปกระซิบกระซาบพอให้ได้ยิน
“อย่าถือสาเลยนะคะ นายหัวรู้สึกดีกับหนูนารา ถึงได้โกรธมาก”
เด็กสาวยิ้มเจือน ไม่อยากเชื่อแบบนั้น แต่ในใจเอนเอียง คาดหวังให้เขาชื่นชอบ เช่นเดียวกับที่เธอรู้สึกพิเศษกับเขา
นายหัวคชา กระเเอมไอ ตวัดสายตาดุมองป้าเเม่บ้าน ที่ยังคงยิ้มแย้มหน้าเป็น พอคล้อยหลัง เปิดฉากหาเรื่อง สาวเท้าก้าวประชิดตัว คว้าข้อแขนบอบบาง ออกแรงรั้งร่างสาวให้ประชิด
“อ๊ะ...โอ๊ย นายหัว” สะโพกผายกระแทกกับพื้นจนเจ็บแปลบ เด็กสาวเพิ่งตื่นมองอย่างสับสนไม่เข้าใจ “พรุ่งนี้เช้า รีบไสหัวไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้น เธออาจได้เป็นปุ๋ยอยู่ท้ายไร่” “ไม่ค่ะ นาราไม่ไปไหนทั้งนั้น นาราจะอยู่ที่นี่” นายหัวคชาที่กำลังก้าวเดิน หยุดชะงัก หมุนกายหันมามองเด็กสาว ที่ตอนนี้หยัดกายลุกขึ้นยืน “ฉันไม่อนุญาต !” ตวาดกร้าวด้วยโทสะ ทั้งที่ความจำเสื่อม แต่ยังเรียกหาชายอื่นไม่เลิกรา “หน้าไม่อาย เล่นชู้กลางวันแสกๆ ชาวบ้านชาวช่องเขารู้กันทั่ว ยังมีหน้าจะขออยู่ที่นี่อีก” กรามแกร่งขบกันแน่น ลมหายใจร้อนจัด โทสะที่ลุกโชนส่งผลให้เลือดในกายพลุ่งพล่าน สืบเท้าก้าวเดินประชิด “นายหัวฟังก่อนคะ...” กล่าวเสียงสั่น ก้าวถดถอย หายใจไม่ทั่วท้อง เนื้อตัวกรีดร้องขานรับกระแสโทสะ อย่างน่าสมเพช “นาราจำไม่ได้ก็จริง แต่...นารามั่นใจว่า ไม่มีทางนอกใจนายหัวแน่นอน มันต้องมีการเข้าใจผิด” “เอาอะไรมามั่นใจแบบนั้น ทั้งที่ฉันเห็นกับตาว่าเธออยู่บนเตียงกับไอ้ขวาน” มื
นายหัวคชาผุดลุกขึ้นยืน ป้าเเม่บ้านรีบเอ่ยสิ่งที่คิด“ถ้านายหัวรักชอบหนูนารา ป้าว่านายหัวน่าจะให้โอกาสเธอนะคะ”ยังคงเชื่อว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้คบชู้กับคนงานในไร่ แม้ว่านายหัวจะเห็นกับตาก็ตาม“ป้าเข้าใจผิดแล้ว ผมเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความต้องการ ฉะนั้นแล้วมันก็แค่เรื่องอย่างว่าก็เท่านั้น”“แต่ว่า…”ไอ้เรื่องอย่างว่านายหัวคชาไม่เคยขาด ออกเที่ยวทุกคืนของสุดสัปดาห์ นิยมซื้อกิน ไม่เคยให้ใครมาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว“พรุ่งนี้ผมบอกลุงสามารถไว้แล้ว ให้ไปส่งเด็กนี่ที่ท่ารถในเมือง”“ค่ะ นายหัว”ไม่คิดเซ้าซี้ รู้อุปนิสัยของเจ้านาย แต่มั่นใจว่าสิ่งที่พูดมาเมื่อครู่ มีหลายสิ่งที่ไม่ตรงกับใจไอยรา โฮมสเตย์ คือที่พักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติหุบเขา ลำธาร อีกทั้งยังติดอยู่กับไร่กาแฟไอยรา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของนายหัวคชาชายหนุ่มเปิดหน้าต่างห้องเพื่อรับลม สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด นัยน์ตาคมกริบวูบไหว หวนนึกถึงวันแรกของการได้พบเจอเด็กสาว“สวัสดีค่ะนายหัวคชา…”เธอทักทายเขาด้วยความประหม่า ระบายยิ้มด้วยท่าทีขัดเขิน ดวงตากลมโตฉายชัดถึงความไร้เดียงสาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเอ่ยทักกลับไปตอนไหน เมื่อรอยยิ้มสดใสที่ส่งมา
“อ๊ะ…นายหัว นาราเจ็บค่ะ”“ที่สะดีดสะดิ้งแบบนี้ เพราะฉันไม่ใช่ไอ้ขวานสินะ”สายตาคู่คมกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มุมปากยกหยัด ยิ้มเยาะหยัน มองดูแคลน“ไม่ใช่นะคะ นาราไม่ได้สะดีดสะดิ้ง แต่นายหัวมือใหญ่บะเร่อ แถมยังบีบแขนแบบนี้ จะไม่เจ็บได้ยังไงคะ”ดวงตากลมโตมองตัดพ้อ ก่อนจะหลุบสายตามองทางอื่น แววตาดุดันทำให้หวาดกลัว เนื้อตัวสั่นเทิ้ม“ปากดีเหลือเกินนะนารา”ลมหายใจร้อนจัด ไม่ต่างจากเลือดในกาย อารมณ์ปรารถนาพลุ่งพล่าน กรามแกร่งขบกันแน่น ภาพที่เห็นเธอนอนอยู่บนเตียงกับคนงาน หวนย้อนกลับมา ตอกย้ำให้โทสะลุกโชน“ร่าน !”เด็กสาวน้ำตาซึม สะบัดข้อแขนออกจากการจับกุม มือบางผลักแผงอกกว้างเต็มแรง เขาเซเล็กน้อย“นายหัวเลิกว่านาราแบบนี้เสียทีเถอะค่ะ”ไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะเป็นคนแบบนั้น หัวใจ และร่างกาย เรรวนรวดร้าวไปหมด“นี่เธอกล้าผลักฉันหรือนารา”เค้นน้ำเสียงดุดันผ่านไรฟัน กรามแกร่งขบกันเเน่น จ้องเขม็ง“ก็นายหัวว่านารา”“ถ้าไม่อยากโดนฉันด่า ก็รีบไสหัวไปจากไร่นี้ซ่ะที”ปากอิ่มเม้มแน่น ข่มความน้อยเนื้อต่ำใจ“ค่ะ พรุ่งนี้นาราจะไปจากที่นี่”“พูดให้จริงละกัน อย่ากลับคำ”“นาราไม่อยากอยู่กับคนใจร้าย แบบนายหั
นายหัวคชากล่าวอย่างเลือดเย็น ไม่เคยโกรธใครมากเท่านี้ ยามปกติฉุนเฉียวเป็นวิสัย แต่กับเด็กสาวมันมีความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซึม มันคือความผิดหวัง…ก้าวลงจากรถปิดประตูเต็มแรง สะเทือนไปทั้งคัน เด็กสาวสะดุ้งโหยง ก้มหน้าสะอื้นด้วยความสับสน นอกจากจำอะไรไม่ได้แล้ว ยังถูกตราหน้าว่าคบชู้ชายหนุ่มก้าวเดินหายเข้าไปในบ้านไม้สักหลังใหญ่ยกสูง โดยไม่คิดจะเหลียวหันมองเด็กสาวที่ความจำเสื่อมประตูรถฝั่งที่นั่งอยู่ถูกเปิดออก ทำให้นาราที่นั่งร่ำไห้ หันมามอง รีบปาดน้ำตาทิ้ง“หนูนารา เป็นยังไงบ้างคะ”เด็กสาวสะอื้นไห้ มองหญิงสาวสูงวัยร่างท้วม แม้จะไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะจำไม่ได้ แต่แววตาที่เจือไปด้วยความอาทร ทำให้โผเข้ากอดด้วยอารามอ้างว้าง ระคนสับสน“ฮือ…หนู จำอะไรไม่ได้เลย จำไม่ได้เลยค่ะ”ป้ากุ๊ก คือหัวหน้าแม่บ้าน เลี้ยงดูนายหัวคชาตั้งแต่พ่อแม่เสียในวัยยี่สิบต้นๆ เป็นคนเดียวที่ชายหนุ่มเกรงใจ“ใจเย็นๆ นะคะ ไม่เป็นไร ป้ากุ๊กอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ”โอบกอด ลูบแผ่นหลังบอบบางด้วยความเวทนาเอ็นดูเด็กสาวตั้งเเต่คราแรกที่พบเจอ อ่อนน้อมถ่อมตน ขยันหยิบจับช่วยงาน ทั้งที่ได้รับความเมตตาจากนายหัวคชา อย่างที่ไม่เคยมีใครได้รับบรร
จิตใต้สำนึกร้องเตือน เสมือนกำลังสูญเสียบางสิ่ง ฝ่าเท้าบอบบางพยายามก้าวตาม หากแต่เจ้าของเรือนร่างกำยำกลับก้าวหนีไม่ลดละ แผ่นหลังกว้างที่ห่างไกลจากระยะสายตา พาลให้ก้อนเนื้อข้างซ้ายรวดร้าว ราวกับจะแหลกสลาย“รอก่อนค่ะ...” เด็กสาวกล่าวพึมพำแผ่วเบา ใบหน้าเนียนส่ายสะบัดไปมา ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเตียงคนป่วย รีบขยับลุกตรงมาหา แม้จะโกรธเกลียด แต่ยังมีคุณธรรมเปลือกตาที่ปิดสนิท ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาของชายคนหนึ่ง นัยน์ตาคู่คมดุดัน หากแต่ทำให้หัวใจสาวเต้นผิดจังหวะ“ฟื้นได้เสียทีนะ นารา”ถ้อยคำน้ำเสียงที่ใช้ ห่างไกลจากคำว่าห่วงใยลิบลับ“นารา...”เด็กสาววัยสิบแปดกล่าวทวนสิ่งที่ได้ยินซ้ำสอง คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น“คุณเป็นใครหรือคะ”ดวงตากลมโตไม่ต่างไปจากสมันน้อย ยิ่งทำให้นายหัวคชาขบกรามแน่น สะอิดสะเอียนเด็กสาวตรงหน้า“นายหัวคชา เป็นผัวของเธอไงล่ะนารา ! ผัวที่ถูกเธอสวมเขา”เด็กสาวเผยอริมฝีปากค้างเติ่ง พยายามลำดับความคิด สิ่งที่ล่วงรู้ทำให้สับสนไม่น้อยนารา ? คือชื่อของเธอ แล้วคนตัวโต รูปร่างกำยำสูงใหญ่ หน้าหล่อ ผิวสีแทน นัยน์ตาแข็งกร้าวตรงห







