LOGIN“อ๊ะ...โอ๊ย นายหัว”
สะโพกผายกระแทกกับพื้นจนเจ็บแปลบ เด็กสาวเพิ่งตื่นมองอย่างสับสนไม่เข้าใจ
“พรุ่งนี้เช้า รีบไสหัวไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้น เธออาจได้เป็นปุ๋ยอยู่ท้ายไร่”
“ไม่ค่ะ นาราไม่ไปไหนทั้งนั้น นาราจะอยู่ที่นี่”
นายหัวคชาที่กำลังก้าวเดิน หยุดชะงัก หมุนกายหันมามองเด็กสาว ที่ตอนนี้หยัดกายลุกขึ้นยืน
“ฉันไม่อนุญาต !”
ตวาดกร้าวด้วยโทสะ ทั้งที่ความจำเสื่อม แต่ยังเรียกหาชายอื่นไม่เลิกรา
“หน้าไม่อาย เล่นชู้กลางวันแสกๆ ชาวบ้านชาวช่องเขารู้กันทั่ว ยังมีหน้าจะขออยู่ที่นี่อีก”
กรามแกร่งขบกันแน่น ลมหายใจร้อนจัด โทสะที่ลุกโชนส่งผลให้เลือดในกายพลุ่งพล่าน สืบเท้าก้าวเดินประชิด
“นายหัวฟังก่อนคะ...”
กล่าวเสียงสั่น ก้าวถดถอย หายใจไม่ทั่วท้อง เนื้อตัวกรีดร้องขานรับกระแสโทสะ อย่างน่าสมเพช
“นาราจำไม่ได้ก็จริง แต่...นารามั่นใจว่า ไม่มีทางนอกใจนายหัวแน่นอน มันต้องมีการเข้าใจผิด”
“เอาอะไรมามั่นใจแบบนั้น ทั้งที่ฉันเห็นกับตาว่าเธออยู่บนเตียงกับไอ้ขวาน”
มือหนาตะปบลงบนบ่าบอบบาง ออกแรงบีบเต็มโทสะ นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ราวกับมีกองเพลิง
“เลิกโกหก เสแสร้งได้แล้ว”
กระบอกตาร้อนผ่าว หยาดน้ำใสไหลอาบแก้ม ข่มความเจ็บปวด
“นาราจำไม่ได้ก็จริง แต่นารารู้สึกว่าตัวเอง...น่าจะรักนายหัวค่ะ”
มือหนาที่ขยุ้มบ่าบอบบางคลายออก หัวใจแกร่งถูกเขย่ารุนแรง แต่ภาพที่เด็กสาวอยู่บนเตียงกับชายอื่น ทำให้แค่นยิ้ม หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
“รักหรือ...”
“ค่ะ นาราคิดว่าตัวเองน่าจะรักนายหัว และน่าจะรักมากด้วย ถึงแม้ว่าจะยังจำไม่ได้ อื้อ...”
ปากกระด้างกระแทบลงบนปากอิ่ม ตะโบมจูบหยาบคาย มือบางดันแผงอกแกร่ง ดิ้นรนผลักไส
“นายหัว ทำแบบนี้ทำไมคะ”
หยาดน้ำตาพรั่งพรู ใบหน้าเนียนซีดเผือด เนื้อตัวสั่นเทิ้ม ร้อนรุ่มราวจับไข้ เขายิ้มเดือดดาล แววตามืดดำ
“อ้าว ! ไหนบอกว่ารักฉันยังไงล่ะ แล้วจะเล่นตัวทำไม”
เด็กสาวผลักคนตัวโตเต็มแรง แต่เขากลับยืนตระหง่านมั่นคง หัวเราะหึหึ
“นารา ไม่คุยกับนายหัวแล้ว เอาไว้...พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน”
เมื่อเขายืนขวาง เธอรีบเดินอ้อมหนีไปอีกฝั่ง นายหัวคชายิ้มเย็นไม่ตาม แต่เดินอ้อมไปอีกฝั่งสาวเท้ายาวๆ ตรงไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้อง
“นายหัว...”
เด็กสาวมองหน้าตื่น ปากอิ่มเผยอค้าง ตั้งใจจะหลบเข้าห้อง แต่เขากลับยืนขวางอยู่เบื้องหน้า ยิ้มมุมปาก ก่อนที่มือหนาจะโอบรัดรอบเอวคอด ดันร่างสาวให้ชิดกับบานประตู มือบางทั้งสองข้างถูกรวบรั้งเหนือศีรษะ
“นะ...นายหัว จะทำอะไร อย่า...นะคะ”
คิ้วหนาเลิกขึ้น ตวัดสายตาที่เปี่ยมไปด้วยโทสะสวาท สบประสานดวงตากลมโต
“แค่ความจำเสื่อม แต่ไม่น่าจะลืมเรื่องใต้สะดือหรอกถูกไหม”
“นายหัว...อื้อ”
ริมฝีปากกระด้างตะโบมจูบปากอิ่ม มือหนาอีกข้างบีบขยำบั้นท้ายกลมกลึง ลูบไล้สำรวจผ่านเอวคอด ตะโบมบีบหน้าอก สัมผัสนุ่มหยุ่น ขนาดของมันพอดีมือ
“อึมส์...นารา”
ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย มองออกตั้งแต่แรก ว่าเด็กสาวซ่อนรูป ไม่ว่าจะสวมใส่เสื้อผ้าหลวมโคร่งอย่างไร หน้าอกอิ่มยังคงดันเสื้อให้เป็นรูปรอย
“นายหัว…”
ปากอิ่มเผยอรับ เผลอไผลไปกับเรียวลิ้นแกร่งที่เกี่ยวกระหวัดรัดรึง สร้างความรัญจวน ช่องท้องปั่นป่วนเสมือนมีฝูงผีเสื้อบินวน
เรียวขาบดเบียด เนินสาวหยาดเยิ้มปวดหนึบหนับขานรับการรุกราน
“อ๊ะ นายหัวอย่าค่ะ”
เด็กสาวอุทานตระหนก ใบหน้าซีดเผือดสลับแดง มือหนาของเขาล้วงลึกเข้ามาใต้กระโปรง บดคลึงเนินสาวขยี้รอยแยกจนเปียกชื้น
“โอ้ว นารา เธอมันเด็กร่าน”
ทั้งอาย ทั้งเสียว สติที่มีกระเจิดกระเจิง ขยับยกเรียวขาข้างหนึ่ง เปิดทางให้มือหนาได้คลึงเนินอวบ
“นายหัว นาราเสียวค่ะ...”
มือหนาแหวกผ้าผืนน้อยให้หลบมุม ชำแรกนิ้วแกร่งไสไปตามรอยแยกฉ่ำ คลึงเม็ดเล็ก มือบางทึ้งบ่ากำยำ ครางกระเส่า
“อ๊ะ นายหัว นายหัวขา...อูยส์”
สุ้มเสียงที่ได้ยิน ผลักดันให้กระสันแรงกล้า กรามแกร่งขบกันแน่นดันนิ้วเข้าใส่ร่องฉ่ำ
“อ๊าย...นายหัว เจ็บค่ะ”
เด็กสาวเบิกตาโพลง อึดอัด เจ็บแปลบระคนเสียวซ่าน
“แน่นฉิบหาย โอ้ว...”
ร่องเนื้ออบอ้าวกระชับนิ้วยาวทั้งสาม ข้อแขนแข็งแกร่งขยับกระทุ้งถี่ จนน้ำเสียวหลากทะลัก
“ฮือ...นายหัว”
เธอผวาโอบรัด กล้ามเนื้อกระตุกตอดนิ้ว น้ำเสียวทะลักริน ไหลตามปลีขาอวบ
“นอกจากจะร่านแล้ว ยังเสร็จไวเสียด้วย...”
เขาชักนิ้วยาวๆ ออกจากร่องคับแคบ ส่งมันเข้าปากอิ่ม
“อื้อ...”
“กินซ่ะ จะได้รู้ว่ารสชาติของความร่านของตัวเอง มันน่าสะอิดสะเอียนขนาดไหน”
นายหัวคชากล่าวอย่างเลือดเย็น ผละกายออก เด็กสาวฟุบลงกองกับพื้น แข้งขาไร้เรี่ยวแรง ก้อนเนื้อข้างซ้ายแหลกละเอียด เนื้อตัวสั่นเทิ้มอย่างน่าเวทนา
“นายหัวใจร้าย...ฮือ”
หยาดน้ำตา เสียงสะอื้นไห้ มีผลต่อความรู้สึก มือหนากำแน่นข่มความอ่อนไหว ไม่คิดใจอ่อน
“ฉันสงเคราะห์ได้มากกว่านี้อีก ถ้าคันมาก จะตามพวกคนงานมาให้ เอาสักกี่สิบคนดีล่ะ”
“….”
ไร้การตอบรับ มีเพียงเสียงสะอื้นไห้เท่านั้น ที่เล็ดลอดออกจากปากอิ่ม
ความบริสุทธิ์ ไม่ใช่สิ่งที่คาดหวัง ยุคสมัยเปลี่ยน ความคิดคนเราย่อมแปรไป สำหรับเขา ขอแค่ไม่นอกใจ ไม่โกหก แต่เธอกลับทำทุกอย่าง
“ไปซ่ะ ยังไงฉันก็ไม่มีทางให้โอกาสเธออีก”
นายหัวคชากล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่จะหายเข้าไปในห้องนอนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม นารายังคงนั่งอยู่ที่เดิม มือบางยกขึ้นปิดริมฝีปาก เกรงว่าสุ้มเสียงร่ำไห้ จะดังเล็ดลอดผ่านบานประตู
เนิ่นนานพอควรกว่าที่จะตั้งสติได้ ปาดน้ำตาทิ้งหอบร่างบอบช้ำกลับเข้าห้อง เสียงประตูที่ปิดลง ทำให้ชายหนุ่มที่ยืนพิงอยู่ด้านหลังของประตูอีกบาน ผ่อนลมหายใจอย่างหนักอก
เขาไม่ได้ใจร้ายกับเธอมากเกินไปใช่ไหม
คำถามที่เกิดขึ้น มาพร้อมกับความทรงจำที่ชวนให้เจ็บปวด นาราอยู่กับไอ้ขวานบนเตียง กรามแกร่งขบกันแน่น สิ่งที่กล่าวเสมือนต้องการบอกตนเอง
“แกทำถูกต้องแล้วไอ้คชา เด็กนั่นไม่คู่ควรกับแก สักนิด”
ควรจะคิดตามที่พูด แต่ร่างกายกลับเครียดเขม็ง มือหนายกขึ้น จรดปลายจมูกลง สูดกลิ่นสาบสาวที่ติดนิ้วทั้งสาม
“เวรเอ้ย !”
ลูกกระเดือกขยับตามการลอบกลืนน้ำลาย มือหนารีบปลดกระดุมกางเกง ควักตัวตน กอบกุมรูดรั้ง หลับหูหลับตาครวญคราง
ห้วงสุดท้ายของความสุข นึกถึงแรงตอดรัดที่กระชับนิ้วทั้งสาม สีหน้าของเด็กสาวแดงก่ำหอบสะท้าน
“โอ้ว แตกแล้ว !”
น้ำขาวขุ่น ทะลักฉีดพ่นเลอะบานประตู มือหนาขยับสาวตัวตนขึ้นลง ห่อปากเผลอครางชื่อเด็กสาวไม่ขาด
“อ่า นารา...รัดแน่นมาก โอ้ว”
กำหนัดคลายลง ทำให้เห็นร่องรอยแรงปรารถนา ยามขาดสติ
เมื่อครู่...เกือบคว้าลูกบิด เปิดประตู พุ่งตัวไปหาคนที่อยู่ห้องตรงข้าม
นารา ฉันเกลียดเธอ
ลุงสามารถ รับคำสั่งจากนายหัวคชา ให้พาเธอมาส่งที่ท่ารถ คนสูงวัยไม่ยิ้มแย้ม แสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบเธอ
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ขอบคุณลุงมากนะคะ”
เด็กสาวยกมือไหว้อ่อนน้อม เข้าใจดีถึงปฏิกิริยาที่แสดงออก ขึ้นชื่อว่านอกใจ คบชู้ ไม่มีใครชอบทั้งนั้น
นารานั่งบนเก้าอี้ตัวยาว ดวงตากลมโตเลื่อนลอย หวนนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้ใจสั่น รู้แล้วว่าเขาโกรธเกลียดมาก แต่ไม่อยากจากมา โดยที่ทุกอย่างยังคลุมเครือ
เสียงโทรศัพท์มือถือดังอย่างต่อเนื่อง ทำให้หยิบออกมามอง ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ ทำให้ยิ้มกว้าง
แม่...
ตั้งแต่ความจำเสื่อม ยังไม่เคยติดต่อกับทางบ้านเลยสักครั้ง รีบกดรับสายด้วยอารามดีใจ
“นังนารา แกหายหัวไปอยู่ที่ไหนมา รู้ไหมฉันกับผัว เดือดร้อนมากแค่ไหน เกือบโดนเจ้าหนี้เล่นงาน ดีนะที่นายหัวคชาโอนเงินมาให้เมื่อวาน”
เสียงของปลายสายปราศจากความห่วงใย ไม่คิดจะถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ
“อ๊ะ...โอ๊ย นายหัว” สะโพกผายกระแทกกับพื้นจนเจ็บแปลบ เด็กสาวเพิ่งตื่นมองอย่างสับสนไม่เข้าใจ “พรุ่งนี้เช้า รีบไสหัวไปจากที่นี่ ไม่อย่างนั้น เธออาจได้เป็นปุ๋ยอยู่ท้ายไร่” “ไม่ค่ะ นาราไม่ไปไหนทั้งนั้น นาราจะอยู่ที่นี่” นายหัวคชาที่กำลังก้าวเดิน หยุดชะงัก หมุนกายหันมามองเด็กสาว ที่ตอนนี้หยัดกายลุกขึ้นยืน “ฉันไม่อนุญาต !” ตวาดกร้าวด้วยโทสะ ทั้งที่ความจำเสื่อม แต่ยังเรียกหาชายอื่นไม่เลิกรา “หน้าไม่อาย เล่นชู้กลางวันแสกๆ ชาวบ้านชาวช่องเขารู้กันทั่ว ยังมีหน้าจะขออยู่ที่นี่อีก” กรามแกร่งขบกันแน่น ลมหายใจร้อนจัด โทสะที่ลุกโชนส่งผลให้เลือดในกายพลุ่งพล่าน สืบเท้าก้าวเดินประชิด “นายหัวฟังก่อนคะ...” กล่าวเสียงสั่น ก้าวถดถอย หายใจไม่ทั่วท้อง เนื้อตัวกรีดร้องขานรับกระแสโทสะ อย่างน่าสมเพช “นาราจำไม่ได้ก็จริง แต่...นารามั่นใจว่า ไม่มีทางนอกใจนายหัวแน่นอน มันต้องมีการเข้าใจผิด” “เอาอะไรมามั่นใจแบบนั้น ทั้งที่ฉันเห็นกับตาว่าเธออยู่บนเตียงกับไอ้ขวาน” มื
นายหัวคชาผุดลุกขึ้นยืน ป้าเเม่บ้านรีบเอ่ยสิ่งที่คิด“ถ้านายหัวรักชอบหนูนารา ป้าว่านายหัวน่าจะให้โอกาสเธอนะคะ”ยังคงเชื่อว่าเด็กสาวตรงหน้าไม่ได้คบชู้กับคนงานในไร่ แม้ว่านายหัวจะเห็นกับตาก็ตาม“ป้าเข้าใจผิดแล้ว ผมเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความต้องการ ฉะนั้นแล้วมันก็แค่เรื่องอย่างว่าก็เท่านั้น”“แต่ว่า…”ไอ้เรื่องอย่างว่านายหัวคชาไม่เคยขาด ออกเที่ยวทุกคืนของสุดสัปดาห์ นิยมซื้อกิน ไม่เคยให้ใครมาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัว“พรุ่งนี้ผมบอกลุงสามารถไว้แล้ว ให้ไปส่งเด็กนี่ที่ท่ารถในเมือง”“ค่ะ นายหัว”ไม่คิดเซ้าซี้ รู้อุปนิสัยของเจ้านาย แต่มั่นใจว่าสิ่งที่พูดมาเมื่อครู่ มีหลายสิ่งที่ไม่ตรงกับใจไอยรา โฮมสเตย์ คือที่พักที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติหุบเขา ลำธาร อีกทั้งยังติดอยู่กับไร่กาแฟไอยรา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของนายหัวคชาชายหนุ่มเปิดหน้าต่างห้องเพื่อรับลม สูดลมหายใจเข้าเต็มปอด นัยน์ตาคมกริบวูบไหว หวนนึกถึงวันแรกของการได้พบเจอเด็กสาว“สวัสดีค่ะนายหัวคชา…”เธอทักทายเขาด้วยความประหม่า ระบายยิ้มด้วยท่าทีขัดเขิน ดวงตากลมโตฉายชัดถึงความไร้เดียงสาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเอ่ยทักกลับไปตอนไหน เมื่อรอยยิ้มสดใสที่ส่งมา
“อ๊ะ…นายหัว นาราเจ็บค่ะ”“ที่สะดีดสะดิ้งแบบนี้ เพราะฉันไม่ใช่ไอ้ขวานสินะ”สายตาคู่คมกวาดมองตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า มุมปากยกหยัด ยิ้มเยาะหยัน มองดูแคลน“ไม่ใช่นะคะ นาราไม่ได้สะดีดสะดิ้ง แต่นายหัวมือใหญ่บะเร่อ แถมยังบีบแขนแบบนี้ จะไม่เจ็บได้ยังไงคะ”ดวงตากลมโตมองตัดพ้อ ก่อนจะหลุบสายตามองทางอื่น แววตาดุดันทำให้หวาดกลัว เนื้อตัวสั่นเทิ้ม“ปากดีเหลือเกินนะนารา”ลมหายใจร้อนจัด ไม่ต่างจากเลือดในกาย อารมณ์ปรารถนาพลุ่งพล่าน กรามแกร่งขบกันแน่น ภาพที่เห็นเธอนอนอยู่บนเตียงกับคนงาน หวนย้อนกลับมา ตอกย้ำให้โทสะลุกโชน“ร่าน !”เด็กสาวน้ำตาซึม สะบัดข้อแขนออกจากการจับกุม มือบางผลักแผงอกกว้างเต็มแรง เขาเซเล็กน้อย“นายหัวเลิกว่านาราแบบนี้เสียทีเถอะค่ะ”ไม่อยากเชื่อว่าตนเองจะเป็นคนแบบนั้น หัวใจ และร่างกาย เรรวนรวดร้าวไปหมด“นี่เธอกล้าผลักฉันหรือนารา”เค้นน้ำเสียงดุดันผ่านไรฟัน กรามแกร่งขบกันเเน่น จ้องเขม็ง“ก็นายหัวว่านารา”“ถ้าไม่อยากโดนฉันด่า ก็รีบไสหัวไปจากไร่นี้ซ่ะที”ปากอิ่มเม้มแน่น ข่มความน้อยเนื้อต่ำใจ“ค่ะ พรุ่งนี้นาราจะไปจากที่นี่”“พูดให้จริงละกัน อย่ากลับคำ”“นาราไม่อยากอยู่กับคนใจร้าย แบบนายหั
นายหัวคชากล่าวอย่างเลือดเย็น ไม่เคยโกรธใครมากเท่านี้ ยามปกติฉุนเฉียวเป็นวิสัย แต่กับเด็กสาวมันมีความรู้สึกบางอย่างที่แทรกซึม มันคือความผิดหวัง…ก้าวลงจากรถปิดประตูเต็มแรง สะเทือนไปทั้งคัน เด็กสาวสะดุ้งโหยง ก้มหน้าสะอื้นด้วยความสับสน นอกจากจำอะไรไม่ได้แล้ว ยังถูกตราหน้าว่าคบชู้ชายหนุ่มก้าวเดินหายเข้าไปในบ้านไม้สักหลังใหญ่ยกสูง โดยไม่คิดจะเหลียวหันมองเด็กสาวที่ความจำเสื่อมประตูรถฝั่งที่นั่งอยู่ถูกเปิดออก ทำให้นาราที่นั่งร่ำไห้ หันมามอง รีบปาดน้ำตาทิ้ง“หนูนารา เป็นยังไงบ้างคะ”เด็กสาวสะอื้นไห้ มองหญิงสาวสูงวัยร่างท้วม แม้จะไม่รู้ว่าเป็นใคร เพราะจำไม่ได้ แต่แววตาที่เจือไปด้วยความอาทร ทำให้โผเข้ากอดด้วยอารามอ้างว้าง ระคนสับสน“ฮือ…หนู จำอะไรไม่ได้เลย จำไม่ได้เลยค่ะ”ป้ากุ๊ก คือหัวหน้าแม่บ้าน เลี้ยงดูนายหัวคชาตั้งแต่พ่อแม่เสียในวัยยี่สิบต้นๆ เป็นคนเดียวที่ชายหนุ่มเกรงใจ“ใจเย็นๆ นะคะ ไม่เป็นไร ป้ากุ๊กอยู่ตรงนี้แล้วค่ะ”โอบกอด ลูบแผ่นหลังบอบบางด้วยความเวทนาเอ็นดูเด็กสาวตั้งเเต่คราแรกที่พบเจอ อ่อนน้อมถ่อมตน ขยันหยิบจับช่วยงาน ทั้งที่ได้รับความเมตตาจากนายหัวคชา อย่างที่ไม่เคยมีใครได้รับบรร
จิตใต้สำนึกร้องเตือน เสมือนกำลังสูญเสียบางสิ่ง ฝ่าเท้าบอบบางพยายามก้าวตาม หากแต่เจ้าของเรือนร่างกำยำกลับก้าวหนีไม่ลดละ แผ่นหลังกว้างที่ห่างไกลจากระยะสายตา พาลให้ก้อนเนื้อข้างซ้ายรวดร้าว ราวกับจะแหลกสลาย“รอก่อนค่ะ...” เด็กสาวกล่าวพึมพำแผ่วเบา ใบหน้าเนียนส่ายสะบัดไปมา ทำให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างเตียงคนป่วย รีบขยับลุกตรงมาหา แม้จะโกรธเกลียด แต่ยังมีคุณธรรมเปลือกตาที่ปิดสนิท ลืมขึ้นอย่างช้าๆ ดวงตากลมโตกะพริบถี่ ภาพแรกที่เห็นคือใบหน้าหล่อเหลาของชายคนหนึ่ง นัยน์ตาคู่คมดุดัน หากแต่ทำให้หัวใจสาวเต้นผิดจังหวะ“ฟื้นได้เสียทีนะ นารา”ถ้อยคำน้ำเสียงที่ใช้ ห่างไกลจากคำว่าห่วงใยลิบลับ“นารา...”เด็กสาววัยสิบแปดกล่าวทวนสิ่งที่ได้ยินซ้ำสอง คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น“คุณเป็นใครหรือคะ”ดวงตากลมโตไม่ต่างไปจากสมันน้อย ยิ่งทำให้นายหัวคชาขบกรามแน่น สะอิดสะเอียนเด็กสาวตรงหน้า“นายหัวคชา เป็นผัวของเธอไงล่ะนารา ! ผัวที่ถูกเธอสวมเขา”เด็กสาวเผยอริมฝีปากค้างเติ่ง พยายามลำดับความคิด สิ่งที่ล่วงรู้ทำให้สับสนไม่น้อยนารา ? คือชื่อของเธอ แล้วคนตัวโต รูปร่างกำยำสูงใหญ่ หน้าหล่อ ผิวสีแทน นัยน์ตาแข็งกร้าวตรงห







