Masuk“ปากเหรอ! เดี๋ยวเถอะ”
ย่าสะอาดสะบัดฝ่ามือเหี่ยวเหมือนจะฟาดหลาน ทว่าย่ารักหลานชายมากที่สุด โกรธอย่างไรตีไม่ลง อย่างมากในวัยเด็กก็แค่ลงโทษอัคราด้วยการงดเติมข้าวเพิ่มอีกจาน
ได้ผลทุกที เพราะเด็กพลังเยอะจะทรมานทนฟังเสียงท้องร้องโครกครากจนข่มตาหลับไม่ลง
พ่อของอัคราด่วนตายจากไปเมื่อห้าปีที่แล้ว ดินถล่มทับตายทั้งเป็นระหว่างการขุดเจาะหน้าดิน
ปีต่อมาแม่อัคราตายไปอีกคน ตรอมใจที่สูญเสียสามีผู้เป็นที่รัก
ปู่ก็ตายในเหมืองเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทำงานหนักตราบจนวินาทีสุดท้าย พลัดตกน้ำถูกเชือกพันขาจนจมน้ำตาย
ตระกูลของย่าสะอาดหากินกับธรรมชาติจึงถูกธรรมชาติลงโทษ ห่วงแต่อัคราทายาทคนสุดท้ายในตระกูล ย่าสะอาดไม่อยากให้หลานชายป่วยหรือเป็นอะไรตามปู่กับพ่อเขาไปอีกคน
หลานเข้าเหมืองวันไหน ย่าสวดมนต์ภาวนาขอให้หลานชายปลอดภัย อย่าทิ้งย่าแก่ๆ คนนี้ให้อยู่อย่างโดดเดี่ยว
“หยอกเล่นน่า ได้ยินย่าบ่นเหงาคิดถึงหลาน แค่ชดเชยความอบอุ่นให้ย่า กินข้าวเถอะครับ ผมไม่ได้นอนมาสองวัน ง่วงมาก คุยกับย่าไม่นานก็จะกลับบ้านแล้วครับ”
เอาใจย่า ตักน้ำพริกปลาทูวางไว้บนข้าวสวยร้อนๆ ย่าสะอาดยังไม่ยอมกินข้าว ตั้งลำคอตรงจ้องมองมาที่เขา
“กลับไปก็นอนคนเดียว สู้นอนค้างในบ้านย่าไม่ดีกว่าเหรอหลาน”
ย่าสะอาดชวนคุยเรื่องเดิม
การออกจากบ้านสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง ช่วยให้ย่าสะอาดรอบรู้ทันทุกเหตุการณ์ในหมู่บ้าน ไม่ได้ตัวเปื่อยอยู่ในบ้านแล้วลาโลกไปตามอายุขัย
ย่าสะอาดรับรู้เรื่องราวทั้งหมด แม้กระทั่งเหตุการณ์เลวร้ายที่ไม่มีใครในบ้านกล้าพูด หรือกระซิบให้เสี่ยงมาเข้าหูย่า
เมฆไม่น่าหักหลังคนที่เคยช่วยชีวิตไว้ เขาช่างไม่รู้คุณคน เคยมีวันหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน เมฆประมาทพลัดตกเรือขุดแร่จมน้ำลงไปทั้งตัวขาไปติดในเหล็กใต้ท้องเรือ
ทุกคนคิดว่าเมฆต้องตายคล้ายกับปู่ของอัครา เมฆได้ความกล้าหาญจากหลานชายของย่าสะอาดลงไปงัดเหล็ก ดึงเอาร่างขึ้นมาปั๊มหัวใจช่วยชีวิตจึงรอดมาได้
ชายชู้หญิงชั่วสองคนนั้นตกลงไปในน้ำตกนับวันนี้ด้วยเข้าสู่วันที่สาม ศพของพวกมันลอยไปติดอยู่ที่ไหนไม่มีใครตามหาเจอ สันนิษฐานไปว่าอาจจะเป็นเสือมาคาบไปกิน
น่าเวทนาที่ต้องมาตายโหง ทั้งที่ควรจะมีชีวิตยืนยาวกว่านี้
ถ้ารักชอบกันจริงๆ น่าจะรวบรวมความกล้ามาขอโทษอัครา หลานชายย่าอาจจะโกรธ แต่คงจะใจกว้างมากพอ มึงกล้าขอ กูกล้าให้ ขอแค่อย่าเอาหน้ากลับมาให้เห็นอีก ไม่ใช่แอบแทงข้างหลังนานจนเรื่องแดง
“คิดไว้แล้วว่าย่าต้องรู้...”
อัคราหลบหน้าย่าเข้าเหมืองตั้งแต่เกิดเรื่อง บาดแผลยังสดใหม่ ยังไม่พร้อมได้ยินใครเอ่ยถึงนังนวล เคยร่วมเรียงเคียงหมอนกันมาหลายปี ถึงจะไม่ได้แต่งงานตามประเพณีแต่ชาวบ้านรู้กันไปทั้งบางถึงสถานะความสัมพันธ์ผัวเมียของพวกเขา ถูกเมียสวมเขาเล่นชู้กับคนงานของตัวเอง อัคราเจ็บใจ แต่ไม่เท่ากับเสียใจ
“รู้สิ”
ทำไมนางจะไม่รู้ นังนวลมันดีแต่แต่งตัวสวยไปวันๆ ใครเอาเก่ง มันไปกับคนนั้น ความรักคืออะไร หน้าตาเป็นอย่างไร มันไม่รู้ มันรู้แค่ความมันตอนทำเรื่องบนเตียง
เคยเตือนหลานชายหลายครั้ง แต่พ่ออัคงานยุ่ง ไม่มีเวลาเรียนรู้ผู้หญิงคนอื่นจึงถูกนังนวลมัดกายมัดใจไว้ได้หลายปี
เรือนใหญ่ย่าสะอาดอยู่ในหมู่บ้านใหญ่ที่สุดในตำบล ส่วนเรือนหอของอัครากับนวลจันทร์อยู่ในหมู่บ้านขนาดเล็กไม่ไกลจากทางเข้าเหมือง ก่อนหน้านังนวลอาศัยอยู่กับย่า แต่มันเบื่อคนแก่ อ้อนผัวขอแยกไปอยู่กันเอง
พ่ออัคถูกเมียอ้อนหลายครั้งนานเป็นปีๆ ตามใจเมีย พาย้ายออกไปสร้างบ้านอยู่ด้วยกัน แต่เพราะพ่ออัคมีงานในเหมืองล้นมือ เรือนหอที่สร้างไว้รอวันแต่งจึงมีแค่นังนวลที่ต้องอาศัยอยู่กับคนรับใช้
ควรจะได้เจอพ่ออัคบ่อยๆ นังนวลกลับได้เจอแค่พ่อเมฆ คนงานที่อัคราไว้ใจให้ติดต่อเรื่องเอกสารแทนทั้งหมด นังนวลจึงปันกายปันใจไปให้เมฆอย่างง่ายดาย
“คนในบ้านไม่มีใครเขาพูดกันหรอกนะ ย่าไปได้ยินจากแม่ค้าในหมู่บ้าน เขาเล่าให้ย่าฟังว่านังนวลมันเล่นชู้กับนายเมฆหนีเข้าป่าไปตกน้ำตาย ถ้าย่าไม่ตามพ่ออัคมาหาที่บ้าน ก็ไม่คิดจะเล่าให้ย่าฟังเลยใช่ไหม”
“แค่พวกชู้สมสู่กัน ผมไม่รู้จะเล่าให้ย่าฟังทำไม”
“ไม่ใช่เรื่องเล็ก ถึงขั้นตายเลยนะ อัคไม่กลัวโดนคดีเหรอหลาน”
“คดีอะไรครับ พวกมันโดดลงน้ำไปเอง ผมไม่ได้ฆ่าพวกมัน พยานผมมีเยอะแยะ อีกอย่างยังไม่เจอศพ ยืนยันไม่ได้หรอกว่าพวกมันตาย”
ไม่ใช่แค่ศพ แต่เงินจำนวนหลายล้านบาทที่พวกมันเอาไปจากเซฟก็หายไปด้วย
อัคราเจ็บใจ เขาไม่น่าใช้เงินจริงล่อพวกมันมาติดกับเลย
พลาดตรงที่มั่นใจเกินไปว่าจะล้อมจับไอ้เมฆได้ทัน แต่ไม่คิดว่ามันเตรียมการหลบหนีไว้รอบคอบ ถึงได้พานังนวลมุ่งหน้าเข้าป่าซึ่งเป็นทางรอดที่
จะว่าฉลาดก็ฉลาด แต่จะว่าโง่ก็โง่
เพราะโอกาสรอดของพวกมันมีน้อยมาก
“แต่ก็สูญหาย วันที่สามแล้ว ที่คนของอัคตามหาไม่เจอ”
“ครับ สูญหาย” อัคราไหวไหล่ แทนการถามย่ากลับไปว่าแล้วยังไง
“อัคอย่าพูดเหมือนมันง่ายสิหลาน”
ย่าสะอาดไม่พอใจคำตอบไม่แคร์โลกของหลานชาย
“ลำพังนังนวลคนเดียวไม่เท่าไหร่หรอก มันไม่มีญาติ พ่อแม่ของมันตายหมดแล้ว ญาติพี่น้องที่เหลือมีแค่นังเป๋อที่เป็นหลานเป็นญาติห่างๆ แต่นังเป๋อมันคนบ้า สมองมันไม่เต็มบาทคงจะทำอะไรไม่ได้”
“แต่พ่อเมฆล่ะหลาน ถึงพ่อเมฆจะเป็นเขยมาจากต่างถิ่น แต่เขาย้ายมาทำงานมาเอาเมียที่นี่ อยู่มาเป็นยี่สิบสามสิบปี ลูกสาวพ่อเมฆตอนที่เมียพ่อเมฆเสียใหม่ๆ ไม่มีคนดูแล พ่อเมฆต้องเข้าไปทำงานในเหมืองกับพ่อของอัค ย่าเคยช่วยเลี้ยง ไกวนอน กล่อมนอนจนโตเป็นสาว ถ้าน้องมุกกลับมาไม่เจอพ่อ มาถามหาพ่อจากย่าหรือไปถามจากพ่ออัค พ่ออัคจะบอกน้องว่ายังไง”
“บอกไปตรงๆ ว่าพ่อของเขาพาเมียผมหนีเข้าป่า ตกลงไปตายในน้ำตก หาศพไม่เจอ อยากเจอก็ลงไปมุดหาเองใต้น้ำ”
เขาพูดอย่างใจร้าย
อัครามองหญิงชราที่ใช้สีหน้าไม่เห็นด้วยมองมาที่เขา เขาหมดอารมณ์อยากละเมียดละไมกินอาหารค่ำเป็นเพื่อนย่า ยกจานของตัวเองที่เหลือข้าวเกือบครึ่งไปสาดเศษอาหารทิ้งให้ฝูงไก่ โยนจานเปล่าลงในกะละมังแช่น้ำ
กระทืบเท้าปังๆ บนแผ่นไม้สักทอง ผ่านโต๊ะรับประทานอาหารขนาดเล็กที่ย่าสะอาดยังนั่งอยู่ที่เดิม
“พ่ออัค ละทิ้งความโกรธเถอะนะหลาน ถือว่าย่าแก่ๆ คนนี้ขอร้อง”
“เกือบห้าล้านเชียวนะ ที่พวกมันเปิดเซฟขโมยเงินผมไป!”
อัครากล่าวเสียงเหี้ยม บอกเล่าอีกหนึ่งสาเหตุที่ให้เขาแค้นไอ้พวกชายชู้หญิงชู้เข้าสายเลือด
“มันขโมยเงิน ขโมยเมีย ลองลูกสาวมันกล้ากลับมาเหยียบหมู่บ้านย่าหรือหมู่บ้านผม ผมจะลากคอมันมาทำงานใช้หนี้แทนไอ้เมฆ!”
ต่อให้พวกมันตายไปแล้วจริงๆ อัคราก็ไม่คิดจะยกโทษให้ จะยังสาปแช่ง และเกลียดชังพวกมันไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต!
“แต่น้องเป็นผู้หญิงนะอัค อัคจะทำอะไรตามใจชอบไม่ได้ พ่อกับลูกไม่ใช่คนเดียวกัน”
มุกตาภาลูกสาวนายเมฆกำพร้าแม่ ทั้งชีวิตมีพ่อเป็นญาติแค่คนเดียว จะเอาปัญญาจากไหนมาต่อกรคนที่มีเงินและมีอำนาจมากกว่าอย่างอัครา!
“จะผู้ชายหรือผู้หญิง! ถ้ามันมีมือมีตีนครบ ผมจะลากคอมันมาทำงานใช้หนี้ หรือไม่! มันก็ต้องตายตามพ่อของมัน!”
อัคราเอาแต่ใจ ดวงตาคู่คมลุกโชนไปด้วยไฟแห่งความโกรธ ก้าวร้าวตอบกลับย่า
“อัค!” ย่าสะอาดคำราม
อัคราได้ยินแต่ไม่คิดจะสนใจ ร่างกายใหญ่โตมีผิวสีแทนดำด้านก้าวอาดๆ ผ่านหน้าย่า
ความสูงและความแข็งแรงของอัคราสามารถฆ่าสัตว์ตายได้ด้วยมือเปล่า ลำคอของมุกตาภาทั้งเล็กและบอบบาง ถ้าตกอยู่ในเงื้อมมืออัคราก็ยากที่จะรอด!
ตอนพิเศษ(ครอบครัวอบอุ่น)เด็กชายอรรณพ เหมวิวัฒน์ รายงานตัวเป็นสมาชิกรุ่นเล็กคนแรกประจำตระกูล น่ารักน่าชังจนพ่ออัครักหลงถอนตัวไม่ขึ้น ไม่ยอมไปทำงานเจ็ดวันเจ็ดคืนจนคนงานต้องมาขอร้องให้เขาเข้าไปดูงานบ้างเถอะ งานเยอะจนลุงคราวลุงพร้าวจะเป็นลมตายอยู่แล้ว อัคราส่งกำลังใจไปให้ลุงทั้งสอง แนบรูปน้องนพไป ลุงครามกับลุงพร้าวไม่มีใครบ่นอีกเลย รักหลาน หลงหลานไม่แพ้กันภายใต้การดูแลเอาใจใส่ของแม่มุก พ่ออัค ทุกคนในบ้าน ตาหนูนพโตวันโตคืน จากนอนเปล พัฒนาการไปตั้งไข่ หัดคลาน หัดยืน หัดเดิน ไปจนถึงวิ่งได้ เป็นที่รักของทุกคนในหมู่บ้าน ไปไหนมาไหนก็มีคนรักและเอ็นดูในความหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะของสองพ่อลูกอัครามีความสุขกับชีวิตปัจจุบันของเขามาก จนกระทั่งลูกชายอายุครบสองขวบ หย่านมเรียบร้อย และเมียเดินเข้ามาบอกจะขอกลับไปเรียนต่อปีสุดท้ายให้จบ“กลับไปเรียนทำไม”พ่อน้องนพท้วงคำแรกโวยวายเหมือนพายุพัดถล่มเหมือง“ฉันอยากได้วุฒิปริญญาตรี ลูกหย่านมแล้ว ย่าก็สนับสนุน บอกให้กลับไปเรียน ย่าจะให้ป้าพิศพาลูกไปหาที่กรุงเทพฯ บ่อยๆ แค่สองเทอมเอง ก็เรียนจบแล้ว หนึ่งเทอมมีสี่เดือน สองเทอมแปดเดือน แป๊บเดียวก็เรียนจบแล้ว เวลาผ
พายุพัดผ่านไป ความสงบสุขกลับคืนสู่เรือนทรงไทยหลังใหญ่อัคราให้ความสำคัญกับครอบครัวมาเป็นอันดับหนึ่ง ลดงานให้เหลืออันดับสอง เขาสลับวันเข้าเหมืองสามเหมือง และกลับมานอนกอดลูกกอดเมียเป็นประจำทุกคืน จนกระทั่งครรภ์ของมุกตาภาเตรียมจะเข้าสู่เดือนที่เก้าช่วงกลางวันมีคนงานในบ้านคอยช่วยดูแลเป็นหูเป็นตาหลายคน หากปวดท้องคลอดสามารถพาไปโรงพยาบาลได้ทันท่วงที หลังฟ้ามืดทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อน ถึงจะฝากให้นอนกับย่าก็ห่วงอยู่ดี ปวดท้องคลอดตอนกลางคืนอาจจะลำบากปลุกคนงานขับรถพาไปส่งโรงพยาบาล ย่าแก่มากแล้ว ตื่นเต้นมากๆ วูบล้มเป็นลมไปจะกลายเป็นว่าอัคราต้องห่วงหน้าห่วงหลัง เขาตัดปัญหา ทุ่มทำงานสุดตัวแล้วกลับมานอนบ้านทุกคืนระยะทางจากเหมืองสามเหมืองกลับมาถึงบ้านจะสักกี่กิโลเมตรเขาก็ขับป่าฝ่าดงกลับมาจุ๊บลูกน้อยผ่านครรภ์ขยายใหญ่ของมุกตาภา“จุ๊บ จ๊ะเอ๋ เจ้าอัคน้อย พ่อกลับมาแล้วนะ คิดถึงพ่อไหมครับ อะไรนะ คิดถึงเหรอ คิดถึงมากใช่ไหม หมายถึงแม่มุกนะ...” ถอนจูบจากครรภ์มาจูบปากเมียรัก ไล่หอมแก้มซ้าย แก้มขวาง ตา ปาก จมูก ลงมาถึงต้นคอ มุกตาภากลัวจะเลยเถิดตีแขนสามีให้เว้นระยะห่าง “เจ็บ...”อัคราหงอ ถูกเมียตีนิดเดียวแสร้งแอค
“เดี๋ยวนะครับย่า”อัครายกมือห้าม ให้ย่าหยุดร่ายบทยาวๆ ทั้งที่เขายังไม่เข้าใจนับตั้งแต่สองสามประโยคแรก“ไถ่ตัวมุกไปทำไมนะครับ”“ให้น้องมุกได้มีอิสระ ได้มีงานทำที่รับเงินเต็มๆ เอาเงินไปเลี้ยงลูก”“ลูก... ลูกไหน?”จะว่าหมาแมวมุกตาภาไม่ได้เลี้ยงสักตัว“อ้าว ก็ลูกในท้องไงจ๊ะ เขาลือเขารู้กันทั้งหมู่บ้านเรื่องน้องมุกถูกนายนัทล่วงละเมิดจนตั้งท้อง อัคไปอยู่ไหนมา น้องท้องหลายเดือนแล้ว ทำไมถึงไม่รู้ ย่าไม่ได้บอกเพราะกลัวน้องจะรู้สึกอาย แต่ของอย่างนี้ มองแวบเดียวก็รู้แล้ว ทั้งคลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง แล้วหน้าท้องก็ขยายออกมาใหญ่กว่าเดิม ใครบ้างจะมองไม่ออก”เขาไง...ย่าจะไปสงสัยคนอื่นคนไกลไปทำไมอัคราจับต้นชนปลายยังไม่ค่อยจะเสมอกันมากนักเขาถามย้ำเพื่อความแน่ใจ “มุกบอกเองเหรอครับ ว่า... ท้องกับนายนัท”“ย่าถาม น้องไม่ได้ปฏิเสธ”เหลวไหล!มุกตาภานอนกับเขาคนเดียว ไอ้นัทมันยังไม่ได้ทำอะไรหล่อน เขาตามไปช่วยได้ทัน คนอื่นจะเอาไปเล่าลือกันว่าหล่อนท้องกับมันได้อย่างไรอัคราเหลือบไปเห็นเลข 4 เขียนเล็กๆ ไว้ใต้เลข 35 อายุเขา หัวสมองอัคราคำนวณเร็วยิ่งกว่าเครื่องคิดเลย ย้อนกลับไปช่วงฉุดมุกตาภาขึ้นเรือลา
ช่วงเวลาสี่ถึงห้าโมงเย็น คนงานทยอยกลับจากสวนไม่แวะบ้านแต่ตรงมาบ้านคุณสะอาด หน้าชื่นตาบานกรึบเหล้าขาวคนละแก้วก่อนลุกขึ้นมาตั้งจุดไฟในเตาถ่านแยกออกเป็นหลายเตาเตรียมย่างเนื้อหมูเนื้อวัวกินเป็นอาหารเย็น คนไหนชอบเนื้อสดอยากจะกินก็ทำกินเองได้ มีให้กินเยอะแยะถึงสี่สิบกิโลกรัม หรือถ้าไม่พอสามารถโทรสั่งให้ร้านมาส่งได้ตลอดทั้งคืน กินให้อิ่ม ฉลองเนื่องในวันเกิดของอัคราทีมแม่ครัวทำงานอยู่หลังบ้าน ปรุงอาหารด้วยเนื้อเหล่านั้นสองสามหม้อ จะยกออกไปกินกับกลุ่มแม่บ้านของคนงานเหล่านั้น ร่วมด้วยช่วยกันมาหยิบจับงานคนละอย่างสองอย่างไม่นานนักต้มหม้อใหญ่ก็ส่งกลิ่นหอมเข้าไปถึงคุณสะอาดที่นั่งดูทีวีอยู่โถงกลางบ้าน“น้องมุก ป้าดูหม้อต่อเอง ไปรับโทรศัพท์เถอะจ้ะ ป้าได้ยินเสียงสั่น 2-3 ครั้งแล้ว”ป้าพิศเข้ามารับช่วงดูแลหม้อต้มแซ่บกระดูกอ่อนสูตรพิเศษที่คนท้องทำกินเอง เพราะนึกเปรี้ยวปากอยากกินใช่ว่ามุกตาภาไม่ได้ยิน หญิงสาวได้ยินตั้งแต่ครั้งแรก เพียงแต่เห็นชื่อคนโทรมาจึงไม่อยากรับสาย ถ้าไม่รับก็คงจะกระหน่ำโทรมาอีกตามประสาคนเอาแต่ใจ มุกตาภาจึงเดินหลบออกมาทางสวนผักใกล้กับโรงจอดรถ เพื่อให้ห่างไกลผู้คนและเสียงเพลงจากลำโพ
ผิวพรรณนวลจันทร์หมองคล้ำลงมาก ไม่ได้มีสง่าราศีเป็นคุณนายเหมืองเหมือนเมื่อก่อน แต่หล่อนมีความสุขและยิ้มได้บ่อยมากกว่าอดีตที่เคยพึ่งพาอาศัยอัครา แท้งลูกไปแล้วน้ำหนักนวลจันทร์ลดลงมาก นอนไม่หลับ กินไม่อิ่ม หวาดผวาตื่นทุกคืนฝันร้ายไปว่าถูกยิง ตกน้ำ จมน้ำ ไปจนถึงเหตุการณ์ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่หล่อนหลบหนีออกจากป่าใหญ่ห้องพักของมุกตาภาค่อนข้างเล็กเหมาะกับอาศัยไม่เกินสองคน น้องมุกอยู่คนเดียวคงจะอยู่สบายไม่ต้องเบียดที่นอนกับใคร แต่คืนนี้ จะเป็นคืนแรกที่นวลจันทร์คงต้องขอยึดเตียงลูกสาวคนรักหลับนอนสักพัก จนกว่าจะหายเหนื่อย และปรึกษากันลงตัวว่าจะย้ายไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไหนคุยกันว่าถ้าไม่ใช่ภาคอีสานก็จะไปภาคเหนือ แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจ นวลจันทร์ตามใจนายเมฆ ให้เขาตัดสินใจได้เลย ไม่ว่าจะที่ไหนนวลจันทร์ก็พร้อมไปกับเขา เพราะหล่อนหลังชนฝา ไม่มีที่ให้กลับไป มีแต่จะต้องเดินไปข้างหน้าอย่างเดียวก๊อก ก๊อก ก๊อก“จ๋า พี่เมฆ ลืมเอากุญแจห้องไปด้วยเหรอจ๊ะ”เตือนแล้วแต่ยังลืมงั้นเหรอนวลจันทร์แค่ยิ้ม ไม่ได้หงุดหงิดกับเรื่องเล็กน้อย เอาไม้กวาดไปเก็บไว้เป็นระเบียงหลังห้อง ไม่ให้เจ้าของห้องต
เช้าวันใหม่อากาศเย็นสบายตลอดการทำบุญใส่บาตรของกลุ่มนักศึกษาสาวกับเจ้าของเรือนใหญ่อีกสองคน แต่ใบหน้ามุกตาภากลับหม่นหมองมากกว่าดอกไม้แห้งเหี่ยวที่รอวันตายอยู่ในสวนหน้าบ้านย่า แอบมองเสี้ยวใบหน้าคมของอัคราที่ค่อนข้างเคร่งเครียดไปตามสไตล์เขา ไม่ได้อยากอิจฉาเมย์ แต่มันอดไม่ได้หลายวันมานี้อัครากลับมานอนบ้านบ่อยจนย่าสะอาดแซวหลานชาย ตื่นเช้ามาทำบุญใส่บาตร อยู่กินข้าวเช้าก่อนไปทำงาน หลังเลิกงานกลับมากินข้าวเย็น สาวกรุงเทพฯ ผิวขาวผมดัดลอนสวยเสน่ห์แรง ตกนายเหมืองหนุ่มได้ในช่วงเวลาสั้นๆมุกตาภาเข้าใจแล้ว เหตุผลที่เมย์ไม่เคยโสดตลอดสามปีที่รู้จักกัน มีคนคุย มีแฟน มีหนุ่มๆ มาขอไลน์ ขายขนมจีบให้ตลอด เพราะเพื่อนร่วมกลุ่มมีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามให้เขาตกหลุมรัก“จริงเหรอจ๊ะ”น้ำเสียงย่าสะอาดทวนถามอย่างไม่อยากปักใจเชื่อ“จริงค่ะย่า”เมย์ยืนยัน ฉีกรอยยิ้มหวานประจบหญิงชรามุกตาภาไม่ได้ตั้งใจฟังแต่ต้น เหลียวมองไปทางชุดรับแขกขนาดใหญ่สงสัยว่าเมย์คุยอะไรกับย่า ย่าถึงได้มีน้ำเสียงอย่างนั้นหล่อนรับบทนางท้ายครัวอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยป้าพิศคัดแยกปลาหมึกตากแห้งแบ่งไว้เป็นกองๆ ก่อนจัดเฉพาะปลาหมึกแห้งไซซ์ใหญ่ใส่ถุงใสใ
“นายหัวจะคุยด้วย”อีกยี่สิบนาทีจะถึงเวลาเลิกงาน มุกตาภายังตั้งใจเรียนรู้งานจากเอกสารที่พี่ๆ ยกมากองสูงเป็นภูเขาไว้บนโต๊ะ พี่คนหนึ่ง ซึ่งมุกตาภาแยกเสียงได้ภายหลังว่าเจ้าหล่อนมีสถานะเป็นเจ้ใหญ่ ในสำนักงานแห่งนี้ อายุงานมากที่สุด และมีอำนาจมากที่สุด“รับไปสิ ชักช้าอยู่ได้ ตอนทำงานก็ช้า ให้รับโทรศัพท์ก
เมื่อคืนฝนตกปรอยๆอากาศตอนเช้าค่อนข้างมืดครึ้ม คล้ายกับจะมีฝนชุดใหญ่ตกลงมาอีกครั้ง หลังเรือนไทยสองชั้นหลังใหญ่มีแปลงผักกว้างกว่าหนึ่งไร่ ปลูกพืชผักสวนครัวไว้ประกอบอาหารสามมื้อขึ้นโต๊ะให้เจ้านายตื่นมาเช้านี้มุกตาภาค่อนข้างอ่อนเพลีย เดินเหินก็ออกจะตัวเอียงเล็กน้อย กอปรกับนอนไม่หลับ กลับมาคิดมากเรื่อ
ตุ้บ!“โอ๊ย เจ็บ!”เด็กเมื่อวานซีนชันกายขึ้นจากเตียงนอนสามฟุตมาร้องโวยวาย “จะฆ่ากันหรือไง!”“จะเปลี่ยนใจฆ่าก็ตอนนี้แหละ ดื้อนัก! กลัวคนอื่นไม่รู้เหรอไง ว่าฉันพาเธอมาอยู่ด้วย หรือมีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงอยากอ่อยผู้ชาย!”“ฉันจะรู้ได้ไงว่านายอัคพาฉันมาที่ไหน! เอาอะไรคิดพาฉันมาบนเรือขุดแร่ที่มีแต่คนงานผู
เรือไม้สองชั้นลำใหญ่พานักท่องเที่ยวจากเกาะกลับมาส่งท่าเรือแหลมบาลีฮาย ลอยลำสี่สิบนาทีมาถึงท่าเทียบเรือบนสะพานยาวสีขาวเมย์กับกี้ผลัดกันถ่ายรูปมีฉากหลังเป็นป้าย PATTAYA มุกตาภาใช้ช่วงเวลาว่างสั้นๆ กดโทรออกหาพ่อเมฆอีกครั้ง‘หมายเลขที่คุณเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้’“พ่อนะพ่อ ทำอะไร ทำไมไม่เปิดเคร







