로그인“ตัวก็เล็กแค่นี้ แต่ทำให้พี่หลงจนไปไหนไม่ได้แล้วครับ”ความอ่อนโยนในสายตานั้นหายไปทันทีที่เขาลุกขึ้นจากโต๊ะทำงาน ท่าทางเปลี่ยนกลับเป็นเยือกเย็นดุดัน เขาก้าวออกจากห้องทำงาน เตรียมไปจัดการ คนที่กล้าสร้างปัญหาให้กับความสุขสงบของคนรักห้องประชุมเล็กจิรัฐติกาลเดินไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย แต่เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นนอกห้อง ความวิตกในแววตาเธอเปลี่ยนเป็นพยายามสงบนิ่ง เธอพาตัวเองกลับไปนั่งอย่างสง่างามราวนางพญา เมื่อประตูถูกเปิดออกร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าเย็นชา ตามด้วยเลขาส่วนตัวอย่างอัมพร และประจักษ์ที่เดินตามมาด้วยท่าทางเคร่งขรึม เขานั่งลงที่หัวโต๊ะ ดวงตาคมไม่แม้แต่จะปรายตามองหญิงสาวตรงหน้า“คุณทำแบบนี้กับแอ๋มทำไมคะ” เสียงของจิรัฐติกาลพยายามคงความมั่นคง“ผมทำหรือ” เสียงเยือกเย็นและแววตาคมกริบของปรเมศก์ตอกกลับ จนหญ
สัมผัสอ่อนโยนที่ซุกซนแทรกผ่านเนื้อผ้าชุดนอนบางเบา ค่อย ๆ ลูบไล้ไต่จากหน้าท้องแบนราบขึ้นสู่ทรวงอกอวบอิ่ม แรงสะกิดแผ่วเบาที่ยอดอกทำให้ร่างเล็กที่กำลังหลับใหลในความสุขเริ่มรู้สึกตัว“อื้อ~ ทำอะไรคะ… เจ้าขาง่วง” เสียงงัวเงียดังขึ้น พร้อมการพลิกตัวหนีสัมผัสที่รุกเร้าอย่างไม่ทันตั้งตัว“ก็นอนต่อสิครับ” เสียงทุ้มแสนอบอุ่นกระซิบชิดข้างใบหู ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะกดจูบหนัก ๆ ลงบนริมฝีปากนุ่มมือเล็กยกขึ้นดันใบหน้าของเขาออกทันที“เจ้าขายังไม่ได้แปรงฟันเลย ไม่เอาค่ะ” เธอเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่นเขายิ้มขัน ก่อนกระซิบตอบเบา ๆ“สำหรับพี่… เจ้าขาหอมตลอดครับ”ดวงตากลมโตค่อยๆ ลืมขึ้น พร้อมกับใบหน้าน่ารักที่ประดับรอยยิ้มกว้างจนเห็นลักยิ้มที่สองข้างแก้ม“พี่เมฆทำให้เจ้าขาคิดว่า ถ้าโปรโมชั่นของพี่เมฆหมด
เวลาที่มีความสุขมักผ่านไปไวเสมอ เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันจันทร์อีกแล้ว วันนี้ชุติมณณ์เดินทางมาทำงานพร้อมปรเมศก์เช่นทุกครั้ง แต่คราวนี้ต่างออกไป เพราะอีกเพียงสองสัปดาห์เธอก็จะต้องหยุดทำงานตามที่เขาสั่งไว้ ยิ่งนับวันอาการ ติดกลิ่นเขาก็ยิ่งหนักขึ้นจนแก้ไม่ตก เช้านี้เธอถึงขั้นพกเสื้อนอนของเขามาทำงานด้วย ถ้าไม่ได้ดมจะเวียนหัวจนทำอะไรไม่ไหวเลยจริงๆ“ต๊ายย มาทำงานทำไมยะ” เสียงศรรัณย์ดังขึ้นทันทีที่เธอเดินเข้าแผนก“สวัสดีค่ะ เจ๊ส้มโอ” ชุติมณณ์ยิ้มกว้างตอบรับ“แหม… เจ้าขาท้องนะคะ ไม่ได้ป่วยสักหน่อย นี่ก็มีคนท้องหลายคนที่ยังมาทำงานได้”“แต่บริบทมันต่างกันย่ะ เธอน่ะคนโปรดท่านรองเชียวนะ”ชุติมณณ์หัวเราะพลางยกมือไหว้หัวหน้าแผนกที่เพิ่งเดินเข้ามาพอดี“สวัสดีค่ะพี่ปละ…”แต่ดูเหมือนปารณีจะมัวแต่คิดเรื่องอ
บรรยากาศที่พูลวิลล่าติดชายหาดส่วนตัวสงบเงียบจนได้ยินเสียงคลื่นซัดเบาๆ ดวงตากลมโตของชุติมณณ์เป็นประกาย ตื่นตาตื่นใจราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้มาทะเล แถมยังมาในสถานที่ที่สวยหรูเกินฝัน บ้านพักขนาดใหญ่ที่มีถึงสี่ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง แถมมีห้องแม่บ้านแยกต่างหากอยู่ด้านหลังอีกหนึ่งห้อง พูลวิลล่าหลังนี้เป็นของอนันต์ ซึ่งซื้อไว้ให้ลูกชายพาเพื่อนมาปาร์ตี้ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือ “ชีวิตจริง” ของตัวเองเธอเดินสำรวจรอบบ้านพักอย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กวิ่งในสนามเด็กเล่น พอเห็น อนงค์ กับ สุทิน ช่วยกันขนของลงจากรถ เธอเองก็อยากเข้าไปช่วย แต่พอหันไปสบตาดุๆ ของคุณพ่อทูนหัวที่นั่งทำงานอยู่ในบ้าน ความตั้งใจนั้นก็เปลี่ยนทันทีเป็นการเดินสำรวจต่อแทน“เฮ้อ… เจ้าขาเป็นแค่คนท้องค่ะ ไม่ได้ป่วยนะคะ ทำไมถึงห่วงขนาดนี้!” เธอบ่นเบาๆ กับตัวเอง แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี
“นั่งลงเถอะ”ดวงตาคมไม่ต่างจากบุตรชายมองลูกสะใภ้ที่ได้มาแบบงงๆ เขารับรู้เรื่องการจดทะเบียนสมรสของลูกชายแล้ว แม้จะไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจปรเมศก์ช่วยพยุงเธอกลับไปนั่งบนเตียงและปรับหัวเตียงให้เธอนั่งสบายที่สุด จากนั้นเขาหันไปเผชิญหน้ากับบิดาที่กำลังมองภรรยาตัวเองด้วยสายตาไม่พอใจ“มาอาละวาดที่นี่ทำไม” อนันต์ถามเสียงเรียบมาลาวดีรีบสวนกลับทันที “ฉันก็ไม่ได้อยากมา แต่ลูกชายตัวดีของคุณทำกับตาไม้ขนาดนี้ ฉันจะอยู่เฉยได้ยังไง!”อนันต์รับเอกสารจากวุฒิชัยมาก่อนส่งให้ปัธนัย ดวงตาเหยี่ยวจ้องลูกชายคนเล็กเขม็ง น้ำเสียงที่ทรงอำนาจเอ่ยถาม“แกทำจริงไหม”ปัธนัยรับเอกสารมาดู ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเนื้อหาในนั้น มันเป็นสัญญาที่เขาเซ็นร่วมทุนกับเพื่อนๆ และชาวต่างชาติ“ผมไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้ว่
“อ้าว เจ๊ส้มโอ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ชุติมณณ์ละสายตาจากหน้าจอทีวี มองศรรัณย์ที่เดินกลับเข้ามาในห้องพักของโรงพยาบาลด้วยความแปลกใจ“ก็สาหล่อนน่ะสิ ติดธุระเลยให้เจ๊มาอยู่เป็นเพื่อนก่อน” ศรรัณย์จีบปากจีบคอพูด พลางวางกระเป๋าลง“พี่อนงค์ก็อยู่ค่ะ พรุ่งนี้เป็นวันทำงานต้องตื่นเช้า เจ๊ส้มโอกลับไปพักก่อนดีกว่า เจ้าขาเกรงใจ”“โอ๊ย! โรงพยาบาลกับที่พักเจ๊ห่างกันแค่ห้ากิโลเอง อยู่เมาท์กับลูกสาวดีกว่า กลับไปพี่น็อตก็ยังทำโอทีไม่เลิกงานอยู่ดี” ศรรัณย์นั่งลงที่โซฟา ก่อนเหลือบมองหน้าจอทีวี“ดูซีรีย์อะไรหรือเจ้าขา”“ซีรีย์จีนพีเรียดค่ะ เรื่องนี้พระเอกหล่อมาก แต่น้อยกว่าท่านรองนิดนึง คริคริ”“แหวะ ไม่หลงหลัวเลยนะยะ”“แรร์ไอเทมค่ะคนนี้” เธอพูดพลางหัวเราะอารมณ์ดี พยายามปล่อยวางเรื่องราวต่าง ๆ ตามคำแนะนำของหมอที่บอกว่าความเครียดส่งผลต่อลูกในท้องทั้งสามคน รวมอนงค์ที่เป็นขาประจำนั่งดูซีรีย์ด้วยกันที่บ้านทุกเย็น เมาท์มอยเกี่ยวกับเรื่องราวในซีรีย์กันอย่างสนุกสนาน จนไม่ทันสังเกตว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาในห้อง ร่างสูงยืนมองคนตัวเล็กบนเตียงผู้ป่วยที่สดใสขึ้นจากเดิมมาก ด้วยความพอใจปรเมศก์ที่กลับจากบ้านหลังไปอาบน้ำเปลี
ซวยแล้วไง ยัยเจ้าขา ทำไมขี้ลืมขนาดนี้…จึงตัดสินใจใส่แมสผ้าปิดบังใบหน้าที่เริ่มบวมลงมาจากชั้นบน ก่อนเดินเข้าครัวไปหาพี่อนงค์อีกครั้งเพื่อขอยาแก้แพ้“พี่อนงค์จ๋า ที่บ้านมียาแก้แพ้ไหมคะ”“ว๊าย คุณเจ้าขา ทำไมหน้าเป็นอย่างนี้คะ” เมื่ออนงค์เห็นดวงตากลมที่บวมจนใกล้จะปิดก็อ
รถ MPV คันหรูแล่นเข้าสู่โครงการบ้านจัดสรรระดับหรูที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ชุติมณณ์รู้ดีว่าราคาของบ้านในโครงการนี้เริ่มต้นไม่ต่ำกว่าสามสิบล้านบาท เพราะเป็นหนึ่งในโครงการของสว่างวงศ์กรุ๊ปที่เธอทำงานอยู่ แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าปรเมศก์ ระดับเจ้านายของเธอ จะเลือกใช้ชีวิตในแบบบ้านที่เล็กที่สุดของโครงกา
เช้าวันสำคัญในชีวิต… “สวัสดีค่ะ คุณชุติมณณ์ใช่ไหมคะ” เสียงเรียบแต่เป็นทางการดังขึ้นจากหนึ่งในคณะกรรมการ ดวงตากลมโตของชุติมณณ์เผยความตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย แม้เธอพยายามเก็บซ่อนมันไว้ วันนี้เป็นวันสัมภาษณ์งานของเธอที่ สว่างวงศ์กรุ๊ป บริษัทขนาดใหญ่ที่มีอาณาจักรธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า โรงแ
“ไปซอยอินทามระนะคะ” เธอบอกสุทินแล้วถอยตัวกลับมานั่งเรียบร้อยปรเมศก์มองเธอเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง เขาทำเหมือนสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นระรัว ราวกับเป็นครั้งแรกที่มีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้เช่นนี้ดวงตาคมมองตามเส้นทางที่รถเลี้ยวเข้าไปอย่างเงียบๆ ขณะสุทินขับไปตามที่อยู่ที่ชุติมณณ์บอก ในที่สุดก็ถึงหน้าหอพัก







