เข้าสู่ระบบขณะอุ้มร่างเล็กที่ตัวเบาหวิวในอ้อมแขน ปรเมศก์เอ่ยเสียงทุ้มหนักแน่นกับอัมพรที่เดินตามหลังมา
“บอกสุทินให้เอารถมารอหน้าร้าน เดี๋ยวผมจะไปส่งพนักงานคนนี้เอง” แม้จะประหลาดใจอย่างมาก แต่อัมพรก็ยึดคติว่า เรื่องของเจ้านาย ลูกน้องไม่ยุ่ง เธอจึงต่อสายหาคนขับรถทันที ไม่นานนักสุทินก็มาถึงด้วยรถ MPV หรู ที่ค่าตัวไม่น้อยกว่าสี่ล้าน รวมชุดแต่ง VIP ภายในอีกล้านสอง ซึ่งเธอทราบราคาแน่นอนเพราะเป็นคนจัดการทุกอย่างให้เจ้านาย แม้กระทั่งสุทินเองยังแปลกใจที่วันนี้ได้เห็นเจ้านายของตนเองอุ้มหญิงสาวแปลกหน้า แต่เขาก็ไม่แสดงท่าทีใดๆ ปรเมศก์อุ้มชุติมณณ์ขึ้นรถโดยไม่สนใจสายตาของใคร ร่างเล็กที่แม้จะมึนเมาแต่กลับเหมือนมีสัมผัสรู้ เมื่อจะถูกวางลงที่เบาะ เธอกลับกอดคอเขาแน่น ไม่ยอมปล่อย อัมพรที่ยืนดูอยู่ถึงกับลอบปาดเหงื่อ กลัวว่าเจ้านายจะหมดความอดทนแล้วโยนร่างเล็กออกจากรถแทน แต่ผิดคาด ปรเมศก์กลับยอมให้เธอนั่งบนตักของเขาแทน ทำเอาอัมพรต้องรีบหลบออกไป ไม่อยากขัดจังหวะ เป็นกว้างขวางคอเจ้านาย “พี่พรคิดว่า เจ้าขาไม่น่ามาคนเดียว อาจจะมากับเดอะแกงค์ของเขา เดี๋ยวพี่ขอตัวไปเก็บศพคนอื่นๆ ก่อนนะคะ” กล่าวจบก็ปิดประตูรถยนต์ให้เสร็จสรรพ ปรเมศก์ก้มลงมองใบหน้าน่ารักที่กำลังซบอกเขา ความรู้สึกอยากฟัดแก้มยุ้ยๆ ของเธอเกิดขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ สุทินที่เข้าประจำที่หลังพวงมาลัยเหลือบตามองเล็กน้อย แล้วเอ่ยถามขึ้น “คุณเมฆจะให้ไปส่งเธอที่ไหนครับ” ปรเมศก์เขย่าตัวคนที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนเบาๆ แล้วเอ่ยเรียกชื่อเธอตามที่ได้ยินจากอัมพร “เจ้าขา จะให้ไปส่งที่ไหน” ชุติมณณ์ที่ยังไม่ถึงกับขาดสติปรือดวงตาขึ้น เธอมองเขาอย่างมึนงง ก่อนพึมพำออกมาอย่างอ่อนหวาน “อ่า… ทำไมภาพนี้ยังอยู่” แล้วก็กอดเขาแน่นขึ้น “ทำไมบอสอยู่ใกล้เจ้าขาจังเลยคะ…” น้ำเสียงออดอ้อน กวนหัวใจของปรเมศก์ให้สั่นไหว ยิ่งได้ยินเขายิ่งต้องกลับมือแน่นไม่ให้ตนเองก้มลงไปฟัดคนในอ้อมแขน ราวกับลืมตัว เธอยิ้มเคลิ้มก่อนจะยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้แล้วดมกลิ่นที่ซอกคอเขาเบาๆ “หอมด้วย…” เสียงเธอพึมพำราวกับอยู่ในความฝัน ปรเมศก์ข่มใจอย่างสุดความสามารถ เขาถามเสียงเรียบ “บ้านคุณอยู่ที่ไหน ผมจะไปส่ง” สุทินที่สังเกตเห็นเหตุการณ์จึงเอ่ยขึ้น “มีผ้าเย็นอยู่ในตู้เย็นเล็กนะครับ” ปรเมศก์พยักหน้า แล้วพยายามเอื้อมไปหยิบผ้าเย็นในตู้เย็นขนาดเล็กภายในรถอย่างยากลำบาก เพราะมี ‘ลูกแมวตัวใหญ่’ เกาะอยู่บนตัก ขณะที่โน้มตัวลงไปเพื่อหยิบของ ใบหน้าของเขาก็ใกล้กับแก้มของเธอ ดวงตากลมโตที่ปรืออยู่ตลอด มองแก้มขาวเนียน ที่อยู่ชิด อย่างเป็นประกาย ในฝันเราจะทำอะไรก็ได้นินา… “เจ้าขา… ขอออ หอมแก้มบอส หน่อยนะคะ” ฟอดดดด~ แรงจูบหนักๆ ที่แก้มขาวของเขาทำให้ปรเมศก์ตกตะลึง เขารีบหยิบผ้าเย็นมาเช็ดตามใบหน้าของเธอ ความเย็นของผ้าเริ่มดึงสติของชุติมณณ์กลับมา เธอลืมตาขึ้นเต็มตาแล้วมองไปรอบๆ อย่างตกใจ เมื่อพบว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องน้ำ ไม่ได้นอนที่ห้องพัก และยังนั่งอยู่บนตักของท่านรองอีกด้วย “ท่านรอง” เธอดีดตัวขึ้นจากตักเขาอย่างรวดเร็ว “เมื่อกี้เจ้าขาไม่ได้ฝันไปหรือคะ” นิ้วเรียวเล็กหยิกแก้มตนเองอย่างแรง จนปรเมศก์ต้องมาจับข้อมือที่กำลังประทุษร้ายตัวเองออก “พอแล้ว ตอนนี้ก็บอกมาได้แล้วว่าบ้านอยู่ไหน” น้ำเสียงเรียบนิ่งเอ่ยขึ้น มันเรียบนิ่งพอกันกับสีหน้าของเขาในยามนี้ ซึ่งเธอมองไม่ออกว่าเขาอยู่ในอารมณ์ไหน โกรธ โมโห หรืออยากจะจับเธอถ่วงน้ำกันแน่ ชุติมณณ์กวาดตาไปรอบๆ อีกครั้ง เมื่อความทรงจำเหตุการณ์ก่อนหน้าทั้งหมดกลับมา เธอลงนั่งกับพื้นรถทันที “ไม่เป็นไรค่ะ ท่านรอง เจ้าขากลับเองได้… ขอโทษที่ เอ่อ… ลวนลามท่านรองนะคะ” พูดจบเธอก็เอื้อมมือไปเปิดประตู แต่กลับถูกปรเมศก์คว้าข้อมือไว้ “บ้านอยู่ไหน เดี๋ยวไปส่ง สุทินออกรถ” เขาไม่ต้องการฟังคำปฏิเสธ ชุติมณณ์จำต้องนั่งลงข้างๆ อย่างเจียมตัว “ไปซอยอินทามระนะคะ”เช้าวันถัดมา…เป็นวันเสาร์ที่เธอควรจะได้พักผ่อนเต็มที่ แต่ความอ่อนเพลียยังคงเล่นงานจนร่างเล็กแทบไม่อยากขยับตัว เธอเลือกจะนอนพักอยู่บนเตียงเกือบทั้งวัน จนอนงค์ต้องคอยเข้ามาดูอาการและนำอาหารมาให้“คุณเจ้าขา พี่ว่าลองไปหาหมอดีกว่าไหมคะ” อนงค์เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นเธอยังนอนซึมอยู่แบบเดิมใบหน้าเล็กส่ายหน้าอย่างอิดโรยบนหมอน“เจ้าขาไม่อยากลุกไปไหนเลยค่ะ พี่อนงค์ยังไม่ได้ซักชุดของพี่เมฆใช่ไหมคะ”ใบหน้าของอนงค์ฉายแววแปลกใจ “ยังค่ะ แต่พี่เอาลงไปไว้ด้านล่างแล้ว”ร่างเล็กผุดลุกขึ้นนั่งทำท่าจะลงจากเตียง เธอต้องการลงไปเอาเสื้อเขามานอนกอด แต่ทันทีที่ขยับตัว เธอก็รู้สึกหน้ามืดจนเซถลา อนงค์ต้องรีบคว้าแขนเธอไว้“คุณเจ้าขาจะเอาอะไรคะ เดี๋ยวพี่ไปหยิบให้เอง”เธอพูดอ้อมแอ้มอย่างเขิน ๆ “เอ่อ…เสื้อนอนพี่เมฆค
หลังจากได้พักในช่วงเช้าเพราะความอ่อนเพลีย ชุติมณณ์ก็ตัดสินใจไปทำงานช่วงบ่าย เธอคิดว่าอาจช่วยให้ลืมเรื่องฟุ้งซ่านได้บ้าง โดยเฉพาะวันนี้ที่เขากำลังจะไปฝรั่งเศส เมื่อไปถึงที่ทำงาน เธอก็เห็นสายตาเพื่อนร่วมงานต่างพากันมองด้วยความตกใจ โดยเฉพาะปารณี หัวหน้าของเธอ“ตายแล้วเจ้าขา ทำไมยังมาทำงานอีก อัมพรเขาลางานให้แล้วไม่ใช่เหรอ” ปารณีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเมื่อเห็นท่าทางซีดเซียวของลูกน้องร่างเล็กเหนื่อยหอบเล็กน้อย เธอเองก็รู้สึกว่าร่างกายเหมือนจะไร้เรี่ยวแรงตั้งแต่ตอนตื่นนอนแล้ว แต่เธอคิดว่าอาการไร้เรี่ยวแรงที่เกิดขึ้นมาจากความเศร้าที่คิดว่าเขาอาจจะไปฝรั่งเศสกับใครอีกคน ใบหน้าซีดเซียวส่งยิ้มบางๆ ให้ปารณี“สวัสดีค่ะพี่ปลา นั่งพักหน่อยก็น่าจะดีขึ้นแล้วค่ะ”ไปรยามองดูท่าทางของเพื่อนแล้วรีบลุกมาประคองเธอให้ไปนั่งที่โต๊ะ“แกไปหาหมอดีไหมเนี่ย” ไปรยาถามอย่างเป็นห่วงชุติมณณ์ส่ายหน้าน้อย ๆ พลางยิ้มบาง“ไม่เป็นไร นั่งพักเดี๋ยวก็ดีขึ้นแล้ว ขอบคุณนะมิ้วกี้”ศรรัณย์ที่เดินกลับมาจากแผนกไอทีเห็นท่าทางเธอก็อุทานขึ้นมาอีกคน“อุ๊ยตาย ปากซีดเชียวหล่อน กินข้าวกลางวันมาหรือยังเนี่ย”เธอพยักหน้าน้อยๆ แล้วตอบเสี
มือเล็กค่อยๆ ยกขึ้นปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกทีละเม็ดจนถึงเม็ดที่สี่ เผยให้เห็นอกอวบอิ่มดันขึ้นจนโผล่พ้นเสื้อออกมา ดวงตาคมของเขาจ้องมองด้วยความกระหาย“เจ้าขา ป้อนนมให้พี่เมฆดีไหมคะ?” เธอเอ่ยพลางยกแขนเรียวขึ้นโอบรอบลำคอเขา พร้อมดึงเขาให้โน้มใบหน้าลงมาใกล้ริมฝีปากเล็กค่อยๆ ขบเม้มไปตามใบหูของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนไปตามซอกคอหอมสะอาด ลิ้นนุ่มสัมผัสอ้อยอิ่งไปทั่ว แม้แต่บริเวณลูกกระเดือกที่เคลื่อนไหวตามลมหายใจของเขาจนรู้สึกได้ ทำให้ลมหายใจเขาสะดุดวูบ เสียงหวานกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหู“พี่เมฆ… ดูดนมให้เจ้าขาหน่อยได้ไหมคะ”ประกายตาคมมืดลงด้วยแรงปรารถนาที่ชัดเจน เขาอยากได้เธอมากๆ อยากกระแทกร่างเล็กบนตักแรงๆ ร่างสูงอดไม่ได้ที่จะโอบเธอเข้ามาแนบชิด คล้ายยินยอมให้เธอเป็นผู้ควบคุมทั้งหัวใจ และร่างกายของเขา“ตามคำบัญชาเมียครับ” เขากระซิบเบาๆใบหน้าคมคายโน้มลงไปแนบกับสองเ
พรุ่งนี้จะเป็นวันเปิดตัวสินค้าที่พวกเธอในฝ่ายการตลาดต่างเฝ้ารอ แม้จะไม่ได้ไปหน้างาน มีเพียงฝ่ายมีเดีย ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายบริหาร และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเท่านั้นที่ต้องเตรียมพร้อม แต่ชุติมณณ์ก็ตื่นเต้นที่จะได้ชมผลงานทั้งหมดผ่านสื่อออนไลน์งานจะจัดขึ้นที่ห้องบอลรูมของห้างบีเทน ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้าของบริษัท มีแขกสำคัญ ทั้งนักข่าว ดารา และอินฟลูเอนเซอร์สายแม่และเด็กเข้าร่วมมากมายเย็นวันนี้ที่โต๊ะอาหาร…“พรุ่งนี้ไปงานเปิดตัวสินค้าด้วยกันนะครับ” ปรเมศก์เอ่ยชวนระหว่างทานมื้อเย็นชุติมณณ์นิ่งไปเล็กน้อยก่อนตอบ“อย่าเลยค่ะ เจ้าขารอชมผ่านสื่อออนไลน์ดีกว่า” ความมั่นใจที่ยังมีไม่มากพอ ทำให้เธอยังไม่กล้าก้าวออกไปเคียงข้างเขาต่อหน้าคนอื่นปรเมศก์พยักหน้าอย่างเข้าใจ“ไม่เป็นไร ถ้าพร้อมเมื่อไหร่บอกพี่ได้เสมอ” เขากุมมือเธอเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ“พรุ่งนี้เสร็จงานเปิดตัว พี่ต้องไปสนามบิน รอบหน้าไปด้วยกันนะครับ พี่ให้อัมพรเตรียมเรื่องเอกสารสำหรับเจ้าขาไว้เรียบร้อยแล้ว” ตั้งแต่มีเธออยู่เคียงข้าง เขารู้สึกว่าตัวเองพูดเยอะขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งก็แทบไม่รู้ตัวร่างเล็กชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มตอบรับอย่างออดอ้อ
“เย็นนี้ไปลองชาบูร้านใหม่ที่ห้างกันเถอะ ร้านนี้กำลังฮิตอยู่เลย” ไปรยาพูดขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศที่แผนกยังวุ่นวายอยู่กับงานชุติมณณ์เงยหน้าจากจอคอมฯ แวบหนึ่ง พลางพยักหน้าตอบอย่างรวดเร็ว“เอาสิ ไม่ได้กินชาบูมานานแล้วเหมือนกัน”ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาช่วยดูแลเรื่องจัดการรายจ่ายของครอบครัว เธอก็รู้สึกเบาขึ้นมาก เหลือแค่หนี้บัตรเครดิตที่ยังผ่อนอยู่ ส่วนเงินเดือนก็สามารถใช้จ่ายและเก็บได้ตามใจบ้าง ทำให้รู้สึกสบายใจกับการออกไปสังสรรค์กับเพื่อน ๆ มากขึ้นศรรัณย์ที่ได้ยินก็หันมาร่วมวงทันที“งั้นเจ๊ขอพาพี่น๊อตไปด้วยนะ สามีสุดเลิฟของเจ๊จะได้ไปสนุกกัน” พูดไปพลางทำหน้าอินเลิฟอย่างมีความสุขเธอยิ้มรับอย่างยินดี “เอาสิคะ ไปหลายคนยิ่งสนุก”ตกเย็นหลังเลิกงาน ทุกคนก็มารวมตัวกันที่ลานจอดรถ รอขึ้นรถของศรรัณย์ แต่พอเห็นว่านอกจากพี่น๊อตแล
ปรเมศก์หันไปเรียกสุทินที่ยืนรออยู่ด้านนอกอย่างใจเย็น“สุทิน ขอเอกสารด้วย”ชลดา ซึ่งยืนมองสถานการณ์อยู่ใกล้ ๆ แสดงสีหน้าขุ่นเคืองและเอ่ยถามลูกสาวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ“เจ้าขา แฟนแกจะทำอะไร มายุ่งวุ่นวายกับบ้านเราแบบนี้ทำไม”ขณะที่เธอพยายามจะอธิบาย ปรเมศก์กลับพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“ขอเวลาไม่นานครับ” เขารับเอกสารจากสุทิน และหันไปกล่าวต่อ“ขอใช้โต๊ะม้าหินหน้าบ้านสักครู่นะครับ”เขาจูงมือชุติมณณ์ไปนั่งด้วยกัน ขณะที่นพรัตน์ เจ้าของบ้านเช่าเดินตามมาด้วยท่าทีเงียบสงบ ส่วนชลดายืนมองจากระยะห่างด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัยและความไม่พอใจ“นี่คือโฉนดบ้านหลังนี้ครับ” นพรัตน์วางโฉนดและเอกสารอื่น ๆ ลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง ปรเมศก์ตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด ก่อนจะหยิบเช็คมูลค่าหนึ่งล้านเก้าแสนบาทออก
ผิดถูกไม่รู้ ขอโทษไว้ก่อนแล้วกันเรา…ปรเมศก์ขมวดคิ้วมองเธอ สายตาเข้มดุดัน “ครั้งหน้าใส่เสื้อคลุมออกไปด้วย”เธอพยักหน้าเร็ว “ค่ะ ท่านรอง”เมื่อตามอนงค์เข้าไปในครัว เธอก็โดนไล่ให้เธอไปอาบน้ำแต่งตัวเดี๋ยวจะสาย ชุติมณณ์ก็รีบทำตามอย่างเชื่อฟ
ซวยแล้วไง ยัยเจ้าขา ทำไมขี้ลืมขนาดนี้…จึงตัดสินใจใส่แมสผ้าปิดบังใบหน้าที่เริ่มบวมลงมาจากชั้นบน ก่อนเดินเข้าครัวไปหาพี่อนงค์อีกครั้งเพื่อขอยาแก้แพ้“พี่อนงค์จ๋า ที่บ้านมียาแก้แพ้ไหมคะ”“ว๊าย คุณเจ้าขา ทำไมหน้าเป็นอย่างนี้คะ” เมื่ออนงค์เห็นดวงตากลมที่บวมจนใกล้จะปิดก็อ
รถ MPV คันหรูแล่นเข้าสู่โครงการบ้านจัดสรรระดับหรูที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ชุติมณณ์รู้ดีว่าราคาของบ้านในโครงการนี้เริ่มต้นไม่ต่ำกว่าสามสิบล้านบาท เพราะเป็นหนึ่งในโครงการของสว่างวงศ์กรุ๊ปที่เธอทำงานอยู่ แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าปรเมศก์ ระดับเจ้านายของเธอ จะเลือกใช้ชีวิตในแบบบ้านที่เล็กที่สุดของโครงกา
เช้าวันสำคัญในชีวิต… “สวัสดีค่ะ คุณชุติมณณ์ใช่ไหมคะ” เสียงเรียบแต่เป็นทางการดังขึ้นจากหนึ่งในคณะกรรมการ ดวงตากลมโตของชุติมณณ์เผยความตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย แม้เธอพยายามเก็บซ่อนมันไว้ วันนี้เป็นวันสัมภาษณ์งานของเธอที่ สว่างวงศ์กรุ๊ป บริษัทขนาดใหญ่ที่มีอาณาจักรธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า โรงแ





![คุณเลขากับสามีทิพย์ [ Comedy 18++]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

