เข้าสู่ระบบบางคนว่าลูกสาวคนสวยของท่านเก่งกว่าภาคิน ภากร อีกหลายคนก็ไม่คิดอย่างนั้น แต่ก็มีอีกกลุ่มคนไม่ว่าเธอจะเก่งหรือไม่เก่ง มีแค่คำว่า Say Yes! Ma’am
“แต่ผมว่าดีนะ Main ลูกค้ากลุ่มแรกของเราคือผู้ชาย... ธุรกิจนารีบ้านเราก็บูมอยู่แล้วอย่างเอ็กซ์คลูซีฟคลับย่านเอกมัยทองหล่อใช้งบประมาณสร้างเป็นร้อยล้าน ได้กำไรไม่รู้เท่าไร” ชายมีอายุกว่าห้าสิบปีให้เสียงตามมาแล้วอีกสี่คนก็เอออออย่างไม่ต้องสงสัยเลย วีณาจึงได้โอกาสเหมาะ ๆ
“ใช่ค่ะ แต่ที่คุณภาคินพูดมาก็น่าสนใจ ฉันเป็นคนแฟร์ ๆ อยู่ ถ้าอย่างนั้นฉันจะแบ่งเป็นสองโปรเจกต์เริ่มจากโรงแรมราคาประหยัด ดูดีกว่าม่านรูด แต่ตื่นเต้นกว่าด้วยการใช้งบน้อย ๆ สถานที่เร้าใจเหมือนหลุดเข้าไปในหนัง AV กำไรมาเมื่อไรค่อยขยายกิจการเป็นส่วนของฉันโดยเฉพาะ... เริ่ดหรูอลังการงานสร้าง”
พูดจบ เธอวกกลับไปคว้ารีโมตคอนโทรลเพื่อเปิดสไลด์อธิบายคอนเซฟต์งานอีกครั้งว่ามันควรเป็นสถานที่ลับ สามารถขับรถเข้าไปจอดและนอนพักผ่อนกับสาว ๆ ได้โดยมีการรักษาความเป็นส่วนตัวให้ลูกค้า ด้วยความเป็นนักธุรกิจคิดแค่งานสร้าง ไม่จำเป็นต้องไปคิดเผื่อว่าใครจะบ้านแตก สาแหรกขาดหากหอบหิ้วเมียน้อยมาเล่นสนุกซุกซน
ทำเลที่ดินที่ประมูลมานับว่าเหมาะแก่การสร้างเลิฟโมเทล โครงสร้างตึกเดิมไม่ต้องปรับเปลี่ยนอะไรมาก ลดเรื่องค่าใช้จ่าย สิ้นเปลืองงบประมาณไปได้อีกหลักหลายล้านและ ‘ยังไม่มีใครทำ’
ธุรกิจน้องใหม่จับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าตลาดใหม่ วีณาเลยได้รับคำชื่นชมเยินยอจากบรรดาหุ้นส่วนช่างประจบ
การประชุมดำเนินไปได้ด้วยดีกระทั่งสิ้นสุดลงในช่วงหัวค่ำ แต่ละคนเตรียมแยกย้ายกันออกจากห้อง โดยไม่มีใครรู้ว่าบางคนแอบฟังอยู่ เปิดประตูมายังพบหน้าเขาในทันที วงหน้าหล่อเหลาฉีกยิ้มกว้าง ส่ายตามองงานในหน้าจอขนาดใหญ่ยักษ์
“ไอเดียดี... สร้างเสร็จเมื่อไรพ่อขอใช้บริการคนแรก ลูกจะให้ส่วนลดพิเศษพ่อไหมครับ?”
“หนูยกห้อง VIP BDSM โซ่กุญแจมือมาครบให้คุณพ่อ แถมสาวสวยด้วยอีกคนเป็นไงคะ?” ปลายเสียงของเธอชายตามองทางคนข้างหลัง เลขาฯ คนสวยส่ายหน้ารัว ๆ ยกมือไหว้ปลก ๆ ขอประทานโทษว่าไม่เป็นไร ประธานใหญ่ก็หัวเราะชอบใจ วีณาเห็นว่าแซวเจ้าตัวมากไปหน่อย จึงใจดีให้เลขาฯ เลิกงานก่อนเวลา ค่อยพาคุณพ่อไปพูดคุยตามลำพังในห้องทำงานของเธอ
ห้องทำงานกว้างขวางติดกับห้องของคุณพ่อ เก้าอี้ผู้บริหารมองผ่านกระจกไปเห็นทิวทัศน์ตึกสูงต่างระดับไล่เรียงกันไป สามารถสอดส่องเพื่อนร่วมงานในห้องข้าง ๆ ได้อีกด้วย แน่นอนว่าเวลาทำงานอนันต์ก็ตั้งใจทำงานอยู่ตลอด เรื่องผู้หญิงจบแค่ในบ้านเท่านั้น
“พี่ภีมล่ะ... ไม่มากับคุณพ่อด้วยหรือคะ?”
“พ่อฝากไปซื้อเดรสให้สาว ๆ กับของใช้ส่วนตัวนิดหน่อย ภีมเลือกของเก่งกว่าพ่อครับ เอ... เมื่อก่อนไม่เห็นจะถามนี่ มีอะไรกับตาภีมหรือเปล่า?” คุณพ่อหันกลับไปถามลูกสาวที่เดินตามเขามาถึงโซฟา หย่อนก้นนั่งลงข้างกัน
“ยังไม่มีถึงขั้นนั้นค่ะ ตอนนี้ยัง... มี Safe Zone พอสมควร”
วีณาไม่ชอบโกหก ไม่ว่ามีเรื่องอะไรก็จะพูดตรง ๆ กับทุกคนเพราะไม่มีใครต่อว่าเธอได้ อนันต์แค่มีสีหน้าวิตกกังวลเพียงเล็กน้อย พอลูกสาวทำหน้าตาคร่ำเครียด
“พ่อไม่ว่าอะไรลูกหรอกนะ ภีมเป็นเด็กดี รู้จักดูแลครอบครัวดูแลบ้าน ไม่เคยเถลไถลเรื่องผู้หญิงไม่มีมาเข้าหูพ่อสักคน ทีแรกพ่อนึกว่าลูกภีมมันเป็นเกย์ซะอีก”
คุณพ่อเอ่ยชมเพราะว่าเคยพาสองหนุ่มฝาแฝดไปเที่ยวประสาหนุ่มโสด สอนเรื่องการวางตัวกับผู้หญิง ภากรไม่เคยชายตาแลมองสาวคนไหนนอกจากลูกสาวของเขาที่เห็น ๆ กันอยู่...
ส่วนภาคินก็ไม่เอาสาวคนไหนแค่เฉพาะต่อหน้า หลายคนรู้ว่าเจ้าตัวมีแฟนบ้างแต่ไม่มากจนเกลื่อนกลาด
ลูกสาวไม่ได้สนใจประเด็นนั้นเลย เธอคิดว่าคุณพ่อมีเรื่องปิดบัง
“เมื่อวานพ่อโทรหาพี่ภีม พ่อ... คุยอะไรกับพี่ภีมคะ?”
“เรื่องอะไร?”
“เรื่องหนูไง หนูบอกพ่อว่าจะนอนค้างที่โรงแรมกับพี่เขา” ริมฝีปากบางใต้ลิปสติกสีแดงสีเดียวกันกับโซฟากำมะหยี่สีแปร๋น คล้ายกับว่าเธอสูญเสียความมั่นใจไปชั่วขณะหนึ่ง
“เปล่านี่... พ่อแค่ถามมันว่ามีปัญญาหาสินสอดมาขอลูกสาวพ่อเหรอ?”
“แล้วเขาตอบว่าไง?”
“ไม่รู้ไม่บอก ไปถามกันเอง” คนพูดเหลือกตามองบน ลุกขึ้นยืนสุดความสูงมือกระชับจับสูทตัวหล่อให้เข้าที่ “ไปดีกว่า... เบื่อปัญหาหนุ่ม ๆ สาว ๆ”
จากนั้นคุณพ่อก็ลุกหนีไปดื้อ ๆ ทิ้งลูกสาวนั่งงงเป็นไก่ตาแตก กว่าจะตั้งสติได้แล้วลุกตามไปเอาคำตอบที่เธอจะต้องรู้ให้ได้!
“พ่ออ! จะไปไหน!? กลับมาคุยกันก่อนน”
----------
ภาคินไม่ได้ลอยหน้าลอยตาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขนัก หลังคุณหนูของบ้านเฉดหัวทิ้งอย่างไม่ใยดี ถึงเวลาเสร็จกิจกับแฟนสาวที่คบหาไว้เพื่อความสัมพันธ์ทางกาย เขาไม่ลืมส่งข้อความหาว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือไหมทุกวัน!
ไม่มีข้อความตามความคาดหวังตอบกลับ มีแต่คำว่าไม่เป็นไร ไม่รบกวน เธอขอเรียกใช้แค่ภากรและเลขาฯ ทิ้งถ้อยคำลาบอกเขาว่าให้ใช้เวลาอยู่กับแฟน คุณพ่อวานให้ช่วยงานอะไรก็ไปทำ ทำตัวตามสบายอยากมาบ้านเชิญมาได้ตามสะดวก
ทีแรกเขาคิดว่าเธอควรตัดพ้อต่อว่าทวงถามเรื่องสัญญาเพียงลมปากว่าจะอยู่ดูแลกันไปเรื่อย ๆ คุณหนูเอาแต่ใจ! กลับขับไสไล่ส่งเอ่ยปากขอให้เขามีชีวิตของตัวเอง
อิสรภาพ...
เขาโหยหาคำนี้ทุกคืนวัน พอได้รับมันกลับไร้ซึ่งความสุข แล้วอิสรภาพที่แท้จริงคืออะไร?
เสียงประตูห้องดังแก๊ก คิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากันเป็นปมหน้ากระจกบานสูงใหญ่ ร่างสูงในเชิ้ตสีกรมท่าเนี้ยบเรียบกริบจับเสื้อผ้าให้เข้าที่อย่างรวดเร็ว เขาเปิดประตูห้องนอนออกไปด้วยท่าทางหงุดหงิด
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ







