เข้าสู่ระบบภาคินตั้งใจว่าจะลองขอร้องพี่ชายให้ลองง้อวีณาอีกครั้ง หากว่าเจ้าตัวกลับบ้านมา เธอกลับมาปรากฏตัวตรงหน้า
“พี่ภีมล่ะ?” น้ำเสียงเชิดหยิ่ง ในสีหน้าราบเรียบนั้นพาให้เจ้าของห้องเต็มไปด้วยคำถาม
“ออกไปตั้งนานแล้วนะครับ เดี๋ยวก็คงมา วี... มาได้ไง?”
“พี่ภีมให้กุญแจไว้ค่ะ” ในมือเล็ก ๆ ของเธอมีกุญแจร้อยด้วยหัวใจน่ารัก พอเขาเห็นมันแล้วเธอจึงเก็บมันลงกระเป๋าหนังสีขาวใบโปรด เดินผ่านเข้าห้องไปเหมือนเป็นห้องของตัวเอง
ห้องกว้างขวางสะอาดตาสไตล์โมเดิร์น มีห้องรับแขกกั้นกลางระหว่างสองบานประตูห้องของพี่ชายและน้องชาย โซฟาสีดำกำมะหยี่เรียบหรูดูดีสมเป็นห้องของบัตเลอร์ผู้รักความสะอาดเป็นที่หนึ่ง
เจ้าของร่างสูงในเชิ้ตเรียบร้อยเตรียมตัวไปทำงานที่บ้านเจ้านายเลยไม่ได้ไป เขาสาวเท้ายาว ๆ ก้าวตามหญิงสาวซึ่งกำลังชะเง้อคอมองไปทั่ว เธอยังคงดูดีในเดรสสีขาวทรงฟูฟ่องลายเชอร์รี เข้ารูปรัดสัดส่วนช่วงเอวบนอย่างน่ารัก เหมือนจะไปดินเนอร์ที่ไหน
“วีจะไปไหนครับ? ให้พี่ขับรถไปส่งไหม...”
“ไม่เป็นไรค่ะ... ไม่รบกวน” เธอไม่แม้จะเหลียวมองคนข้างหลังที่ห่อไหล่ด้วยความสำนึกผิดเรื่องตีตัวออกห่าง ภาคินมีแฟนเป็นตัวเป็นตนไปแล้วเขาก็ไม่ได้มีความสุข นั่นเป็นสิ่งที่เธอมองเห็นเช่นกัน
หน้าห้องนอนของชายหนุ่มอีกคน ป้ายชื่อติดอยู่เป็นตัวอักษรเล็ก ๆ PaKorn กระดาษสีขาวใบใหญ่ขนาด A4 ตัวหนังสืออ่านตัวโตชัดเจน
‘ห้ามเข้า! ห้ามเอาสาวมานอนห้องกู!’
วีณายกมือป้องปากหัวเราะอย่างลืมตัว ถือวิสาสะหมุนลูกบิดประตูสีเงินเข้าไป
เป็นโชคช่วยของภาคินที่เอาซากถุงยางไปทิ้งหมดแล้ว เขาคงไม่คิดว่าเจ้านายสาว เจ้าชีวิต เจ้าหัวใจ! วันดีคืนดีจะโผล่มาตรวจตราห้องนอนในฐานะแขกไม่รับเชิญ
คอนโดมิเนียมของพวกเขาเคยเป็น Safe Zone ที่ดีที่สุดตอนนี้คงไม่ใช่อีกต่อไป...
“อืม... เรียบร้อยดีนะคะ ห้องคุณภากร”
เธอยกสองมือกอดอกยกยิ้มด้วยสายตาชื่นชม มองไปรอบ ๆ ห้องเรียบร้อยโทนสีดำขาว ตกแต่งราบเรียบลงตัว ข้าวของทุกอย่างวางไว้ในที่ของมันเป็นระเบียบเรียบร้อย ชั้นวางหนังสือยังไม่มีแม้ฝุ่น
“ทำไมมาถึงนี่ครับ?”
“ทำไมจะมาไม่ได้ล่ะพี่ภาม...? ตกข่าวจังเลยนะ ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอคะ มัวแต่กกนักร้องสาวล่ะสิ”
ในสีหน้าสงสัยของภาคิน พลันมีโทสะพุ่งขึ้นมากับถ้อยคำแสนประชดประชัน เขาไม่ไหวต้องพูดทั้งที่ไม่อยากพูดมันเลย
“มันเป็นสิทธิ์ของพี่ครับน้องวี... พี่ไม่ได้ทำผิดกฎข้อไหนของบริษัทคุณอานะครับ”
“อื้ม... ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่คะ แค่จิกกัดไปงั้นพอหอมปากหอมคอ” เธอพูดแล้วหย่อนก้นนั่งลงบนที่นอน เปิดลิ้นชักจากโต๊ะหัวเตียงที่มีโคมไฟแก้วสีนวลสวย หยิบอัลบั้มรูปถ่ายสีดำออกมาเปิดดู
‘My memory’ ความทรงจำล้ำค่าของภากรท้าทายให้เธอต้องบากหน้ามารอเขา โดยที่ภาคินไม่รู้...
ชายหนุ่มก้าวเข้าไปยืนหน้าเตียงนอน ไม่ได้สนใจแววตาระรื้น มือเปิดสมุดภาพถ่ายของพี่ชายด้วยอารมณ์ไหนไม่รู้ได้ หลายวันมานี้บางคำติดตันอยู่ในลำคอแห้งผาก
“น้องวี... ครับ”
“ว่าไงคะ?” ตอบพลันเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างใจจดใจจ่อรอ... เหมือนที่เคยรอ วีณารู้ว่าเขากำลังอยากพูดอะไรแต่จะกล้าพูดไหมเป็นอีกเรื่อง
“... ตามสบายนะ”
สิ้นคำนั้น ชายหนุ่มหมุนกายเดินออกจากห้องไป ไม่ทันสังเกตเห็นคนข้างหลังเดินตามออกมา เธอแนบสมุดอัลบั้มรูปถ่ายไว้แนบกาย พร้อมของในมือที่คว้าหยิบมาได้จากโต๊ะหัวเตียง ตามเขามาถึงห้องนั่งเล่นติดกับห้องครัว
“ลิปสติก... น่าจะของสาวพี่ภามนะคะ เก็บไปด้วยล่ะ”
อย่างน้อยวีณายังเกรงใจเขาไม่พูดว่าอย่าเอาสาวเข้าไปในห้องพี่ชายอีก มันเป็นปัญหาของครอบครัวสองพี่น้องที่จะต้องเคลียร์กันเอง
ชายหนุ่มจึงมีสีหน้าแปลกใจ ความเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิงจากที่เธอควรเหวี่ยงวีน ตัดพ้อต่อว่าเขาหรือผู้หญิงคนนั้นว่านางเป็นใคร วีณาแค่วางลิปสติกแท่งสีดำลงบนโต๊ะกระจกสำหรับรับประทานอาหาร นั่งลงเปิดดูรูปไม่ถึงห้านาทีก็ลุกจากเก้าอี้ สวมรองเท้าส้นสูงสองนิ้วลายดอกไม้บริเวณหน้าห้อง
“ไปไหนครับ?”
“ไปหาอะไรให้พี่ภีมทานค่ะ เลิกงานกลับบ้านมาคงเหนื่อย...”
คำตอบเพียงเท่านั้น ดวงตาคู่คมเบิกกว้างมองตามคนที่ตวัดกระเป๋าแบรนด์หนังพาดบ่า เธอเงยหน้ามองตามความสูงชะลูดของเขาด้วยท่าทางเฉยเมย
“ไม่ต้องตามนะ เป็นคำสั่ง” น้ำเสียงราบเรียบเย็นชาหยุดสองขาของเขาเอาไว้
ประตูปิดลงกระตุกหัวใจชายแกร่ง เขายืนนิ่งงันคล้ายคนเสียสติจนเธอไม่อยู่แล้ว และเป็นความผิดพลาด เมื่อพยายามตามเธอไปถึงทางโถงเดินยาวของคอนโดมิเนียมชั้นยี่สิบ มาถึงลิฟต์ก็ไม่พบใครจนต้องกลับมารอที่ห้องอย่างเดิม
วีณาเป็นคนเดินเร็วคิดเร็วตัดสินใจเร็ว! ด้วยความเป็นคนมีบุคลิกกระฉับกระเฉงว่องไว เขาควรเดินตามเธอติด ๆ ไม่อย่างนั้นก็จะคลาดกันกับเธอ ทำไมเขาจะไม่รู้เรื่องนี้
ขณะที่หญิงสาวคงใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาทีกับการซื้อผัก เครื่องครัวหลายอย่าง ใส่ไว้ในถุงผ้าที่พกติดตัวมาด้วยจากเฟรชมาร์ทใต้ตึกคอนโดมิเนียม ย่านใจกลางเมืองมีร้านสะดวกซื้อใกล้ตัว กระทั่งกลับเข้าห้องมา ภาคินรีบช่วยหอบหิ้วของพะรุงพะรังให้ หลังจากที่นั่งชะเง้อคอมองประตูอยู่ตลอด
“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับ? ในตู้เย็นมีของกินอยู่นะ”
“พี่ภีมบอกว่าตู้เย็นโล่งมาก” พูดตรงข้ามอีกอย่าง ชายหนุ่มอ้ำอึ้งไปเพราะลืม เธอจึงถอนหายใจออกมา “จำแต่เรื่องงานเรื่องพ่อเรื่องวีเนอะ ลืมเรื่องตัวเองทุกที”
“นั่นสิ... แล้ว” เขากลอกตาไปมา ยอมละทิฐิลงถาม “มีอะไรให้ช่วยไหม?”
“ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้อยากทำเอง วีจะทำกับข้าวให้พี่ภีมทาน เขาเตรียมให้วีทานทุกมื้อมาตั้งแต่ตัวกระจ๋อยนึง ตอนนั้นยังเป็นเด็กกระโปกอยู่เลย ใช่ไหมล่ะ?”
ในเมื่อเธอบอกว่าอยากทำเอง เขาคงไม่กล้าขัดใจ ภาคินนั่งนิ่งมองแม่ครัวแกะถุงหลายใบอย่างคนชำนาญการครัว บนเคาน์เตอร์บิ้วท์อินที่จะมีแต่ภากรทำหน้าที่พ่อครัว ดูแลเขาสมความเป็นพี่ชายขี้บ่น
เขาประสานสองมือไว้ด้านหน้าบนเก้าอี้นั่งเรียบร้อย เผลอก้มลงมองสมุดภาพที่บางคนอุตส่าห์ไปรื้อมันมาดู คงอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเรื่องราวในวันวาน
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ







