เข้าสู่ระบบเสียงประตูปิดลงในสีหน้าตะลึงงันของเจ้าของห้อง ภายใต้จิตใจรุ่มร้อนดั่งไฟ! ไม่ถึงสิบนาทีงานที่ว่าก็เด้งเตือนเสียงผ่านทางอีเมลจากโทรศัพท์ของเธอ
วีณาไม่เคยถูกบังคับอะไรสักอย่างมาแต่เล็กจนโตคงไม่พอใจ ขณะที่เธอยังควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี
เพราะไอ้พี่ภามแท้ ๆ งานอะไรของพ่อเนี่ย!
เธอหงุดหงิดหัวเสียแต่เช้า กระแทกก้นนั่งลงบนที่นอนพร้อมเดรสตัวสวย ยกสายหาเลขาฯ เพื่อสั่งงานด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด ตั้งแต่งานเล็ก ๆ เช่นการเลือกเสื้อผ้ากระเป๋าในตอนเช้า พี่ชายคนสนิทจะคอยประสานงานกับแม่บ้านจัดเตรียมไว้ให้ ต่อไปนี้ให้เป็นหน้าที่ของเลขานุการคนโปรด
ณดามาถึงสักพักแล้ว รีบแจ้นมาอย่างรู้ใจ ได้ยินด้วยว่าเจ้าของบ้านสั่งงานไว้ให้จากปากของเขาเอง อนันต์ค่อยขึ้นรถไปกับสารถีประจำบ้าน
“มาพอดีนะคะคุณณดา เดรสสีขาวดำตัวนี้ดูดีใช้ได้ เข้ากันกับหลุยส์กำมะหยี่สีดำ คุณเป็นเลือกใช่ไหม? รสนิยมดีนะคะ”
“ขอบคุณค่ะบอส” เลขาฯ คนโปรดรับคำชมที่รู้ว่าเจ้าตัวแกล้งชมไปงั้น ก่อนจะกลอกตาไปมา “เอ่อ... จะไม่ให้คุณภีมคุณภามมาช่วยอะไรเลยหรือคะ ดาจะโดนคุณท่านเขม่นไหมเนี่ย?”
“คุณรับค่าจ้างจากใครคะ? คุณณดา”
ในน้ำเสียงราบเรียบเย็นชา ดวงตาคู่สวยใต้อายไลเนอร์คมกริบยังมองตรงไปที่กระจกบานสูงใหญ่ ปรากฏเรือนร่างงามไร้ที่ติประสาลูกคุณหนูแต่หัวจรดเท้า เธอเลือกเสื้อผ้ามาทาบลองหลายชุดแล้ววางทิ้งเป็นกองพะเนินบนที่นอน
ณดาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างหวาด ๆ หล่อนเพิ่งโดนสายตาพิฆาตจากเจ้าของบ้านทั้งสองคน ทว่าหากให้เลือก...
“บอสค่ะ...”
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องแคร์ คุณมีปัญหาอะไรฉันจัดการเอง โดยเฉพาะเรื่องคุณพ่อ... อืม... คุณทนายรูปหล่อจากบริษัทจัดหาคู่ยกไปก่อนแล้วกันนะคะ โปรไฟล์นักธุรกิจหนุ่มคนนั้นก็ดูดี แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ต้องใช้”
“ค่ะ คุณวี”
วีณาเชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่เป็นปัญหาในอนาคต เธอไม่จำเป็นต้องมีคนมาคอยควบคุมพฤติกรรมอีกต่อไป โดยเฉพาะภาคินที่เป็นฝ่ายตีตัวออกห่างเธอก่อนยังวิ่งโร่ไปฟ้องคุณพ่อ ไม่ต้องมาเจอหน้ากันไปตลอดชีวิตเลยยิ่งดี!
“ฉันแต่งตัวไม่นานค่ะ เดี๋ยวไปกันเลย”
“ไปไหนคะ?” ในสีหน้าสงสัย ณดาแทบไม่เคยถามมาก่อนว่าเจ้านายจะไปไหน แม้ทำงานมาไม่กี่เดือน แต่พักหลังมานี้โปรแกรมเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาอยู่ตลอด
“Love motel เป็นอะไรที่ฉันอยากทำอยู่พอดี เข้าบริษัทก่อนค่อยไปดูหน้างาน ค่อย ๆ ทำไปสบาย ๆ แล้วกันนะคะ รับรองว่าฉันมีเรื่องให้คุณดาทำ”
“ให้เลื่อนนัดบอดไปไว้ในตารางวันอื่นไหมคะ… หรือว่าเป็นช่วงหัวค่ำ?”
“เลื่อนไปค่ะ... ฉันยังไม่รู้ว่าวันไหน วันนี้จะไปกรมบังคับคดี ไปดูที่ดินราคาแรง ๆ จัดการงานของคุณพ่อก่อน อ้อ... ลิปส์แดงแรงฤทธิ์ข่มขวัญศัตรู บอสไม่ถือ เกรงว่าของคุณณดาว่าโทนสีมันจะไม่เหมือน” มือเรียวหยิบลิปสติกสีสันจัดจ้านบนโต๊ะตรงหน้า ส่งให้เลขาฯ รับไปพลิกดูหมุนรอบไปจนถึงก้นตลับสีทอง
“แดงเลือดนกเบอร์ 07 ณดามีค่ะคุณวี”
“รู้ใจที่สุดคนเนี้ย ต่อไปนี้วีคงไม่ต้องมีผู้คุมขัง อุ้บส์! ผู้ดูแลแล้วล่ะ” หญิงสาวยกมือป้องปากแสร้งทำล้อเลียนตัวเอง เลขานุการสาวจึงหัวเราะเบา ๆ
“โธ่... คุณวี... เดี๋ยวเขามาได้ยินเข้า ดาโดนหมายหัวอีก เนี่ยไม่ให้เขามาช่วย อุ๊ย!” ณดายกมือป้องปากตกใจ กลอกตามองไปทางประตู ต่างจากเจ้านายสาวไม่ได้สนใจหยิบเครื่องสำอางมาโปะหน้า กระทั่งเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนได้ยินเสียงเคาะดังพร้อมน้ำเสียงเรียบเย็น
“ผมเข้าไปนะครับ คุณวีณา”
“…”
ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากคู่สวยที่ผ่อนลมหายใจออกมา
ไม่กี่วันมานี้ภาคินทำตัวห่างเหินเธอเหมือนเป็นคนละคนด้วยเหตุผลบางอย่าง ส่วนแฝดคนพี่คงไม่ได้ทำอะไรให้เธอไม่พอใจแต่เป็นเพราะคำเรียก ‘คุณ’ นั่นแหละ...
“คุณวี... ครับ ขอเข้าไปได้ไหมครับ?”
ในความเงียบของคนในห้อง ชายหนุ่มตั้งใจมาง้ออย่างไม่สนศักดิ์ศรี พวกเขาทั้งสองคนโดนคุณหนูของบ้านขับไสไล่ส่ง แต่ก็ยังรออยู่เสมอ
“คุณวีณาโกรธอะไรผมกับภามอีกล่ะครับ?”
“พี่ภีม...” เงียบไปครู่ก่อนที่เธอจะสะบัดหน้ามองประตูเหมือนสามารถมองผ่านมันไปถึงคนข้างนอกได้ ความโมโหระลอกหนึ่งผุดวาบขึ้นมา
“มีอะไรคะ มาทำไม?”
“ผมมีเรื่องต้องคุยกับคุณวีครับ เข้าไปคุยได้มั้ย?”
“แล้วตอนนี้ใช่เวลางานไหมคะ?”
“ไม่ใช่ก็ได้ครับ... น้องวี...” ในน้ำเสียงอ่อนลงตอบ ร่างสูงสง่าในเชิ้ตสีขาวคอจีนสุภาพเรียบร้อยยืนคอตกตรงนั้น ด้วยความหวังว่าเธอจะใจอ่อน
“เข้ามาค่ะ”
ทันทีที่ได้รับคำอนุญาต ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายลูกน้อง ฝ่ามือหนาผลักประตูพรวดพราดเข้าห้อง ชายหนุ่มแน่ใจว่าเขาจะต้องง้อเธอสำเร็จทุกครั้ง
ภากรต่างจากภาคินเพราะเขาใจเย็นกว่า ไม่เงียบขรึมเคร่งครัดในระเบียบแต่ยืดหยุ่นได้ แม้อายุเท่ากันกับภาคิน ด้วยวัยสามสิบปีคลานตามกันมา เวลาต่างกันแค่ห้านาที
ใบหน้าหล่อเหลาหลุบมองนวลเนื้อละเอียดเนียน ขาวผ่องเหนือทรงเสื้อคอกว้างลึกสายเดี่ยว คลุมไว้ด้วยเสื้อคลุมยาวถึงข้อเท้า ก่อนหยุดสายตาไว้ตรงเนินอก พลันสะบัดหน้าไปอีกทางอย่างไม่ให้เสียมารยาท โดยไม่ทันสังเกตเลขานุการสาวลอบยิ้มกริ่ม เดินย่องออกไปเงียบ ๆ
“เห็นไหมว่าเลขาฯ คนดีของวีรู้ใจขนาดไหน? กะพริบตาทีเดียวยังรู้งานกว่าบัตเลอร์ เอกสารเนี้ยบ นัดหมายไม่เคยมีตกหล่น เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าเข้าเซ็ต พี่สองคนกลับไปช่วยงานคุณพ่อเถอะค่ะ”
ชายหนุ่มมีสีหน้าเศร้าหมองลง เบะปากอ้อนขอ “วีมางอนอะไรพี่ครับ? ไหนว่าพวกพี่เป็นพี่ชาย... เราต้องคุยกันได้ทุกเรื่องสิ มีเรื่องอะไรไม่พอใจพี่หรือภาม?”
“ไม่ได้โกรธอะไรค่ะ วีคิดว่าพวกพี่ควรกลับไปทำงานให้พ่อ วีโตแล้วไม่ชอบให้ใครมาคอยตาม ตอนนี้วีมีเลขาฯ ส่วนตัวแล้วบัตเลอร์ไม่จำเป็น”
“แล้วทำไมก่อนหน้านี้วีมีเลขาฯ พี่ยังมาช่วยงานเราได้ล่ะครับ...?”
“สองสามเดือนที่แล้วมันระยะทดลองงาน ตอนนี้ผ่าน... คุณณดาทำงานดี อายุเท่ากันกับวีแต่เป็นงานทุกอย่าง รู้อกรู้ใจแถมเป็นผู้หญิงด้วยกัน”
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ







