เข้าสู่ระบบ“เกรงใจอะไรนักหนาอยู่กันมาตั้งนาน พ่อเคยว่าพวกพี่ที่ไหนมีแต่ชม ชมกว่าลูกสาวแท้ ๆ อีก แล้วนี่นะ...” หญิงสาวเงยขึ้นสบมองตาคมเข้มเป็นประกาย ยกสองมือกอดอกด้วยความคิดสงสัยเรื่องบางอย่าง แต่กลับถอนหายใจออกมา
“บัตเลอร์ที่ดีไม่ใช่ผู้ตามเจ้านายแต่ยืดหยุ่นได้ เวลาอยู่ในห้องบอลรูม เรือยอร์ช ไม่ต้องให้เรียกหา แต่ส่ายตามองหาลูกค้าอย่างคนรู้ใจว่าควรต้องเติมน้ำให้เต็มแก้ว เสิร์ฟขนมตอนไหน...”
“และไม่ล้ำเส้น... มีจุดยืนชัดเจนในการทำงาน คุณอาเป็นผู้มีพระคุณกับครอบครัวผมครับ”
เพลียจะเถียงกับภาคินผู้เคร่งครัดในเวลางาน! ขนาดเธอเคยว่าเขาเป็นไบโพลาร์ เดี๋ยวแทนตัวเองว่าพี่ว่าผม เขาก็ไม่สนใจกลับร่างได้อย่างรวดเร็วอีกต่างหาก
หญิงสาวยกมือกดกุมขมับ โบกไปมาอย่างเอือม ๆ “ลืมมันไปเถอะค่ะ คุณภาคิน เอ้อ... พี่ภีมไปไหนคะ?”
“มาแล้วค่ะ คุณวีณาา!” คนมาทีหลังส่งเสียงแหลมมาพร้อมกองกระดาษ และแท็บเล็ตงานวางลงบนโต๊ะ
เลขานุการคนสวยรู้หน้าที่ตัวเองดี ดึงเก้าอี้มานั่งตรงข้ามเจ้านาย ก่อนสังเกตเห็นหนุ่มหล่อประจำบ้านจึงฉีกยิ้มกว้างหวาน ขณะที่เจ้าตัวยังคงยืนนิ่งเฉย
ร่างบางในเดรสสีดำสีเดียวกัน สวมทับด้วยสูทสุภาพกางเกงขายาว เจ้านายแต่งตัวอย่างไร ณดาจัดเซ็ตตาม เอ่ยปากขออนุญาตฝากเนื้อฝากตัวเป็น FC พอได้รับคำตอบว่า ‘ได้สิ ดีเลย อยากมีฝาแฝดเหมือนกัน’ เลขาฯ คนสวยแต่งตัวอย่างเหมาะสม ไปไหนมาไหนด้วยกันกับวีณาเหมือนเงาตามตัว
ณดานั่งลงบนเก้าอี้หมุนฝั่งตรงข้ามด้วยหน้าตาใสซื่อ เจ้านายสาวเลยพูดแซวอย่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย
“หวังว่าคุณดาจะไม่ทำรุ่มร่ามกับพี่ชายฝาแฝดที่น่ารักของฉันนะคะ ฉีกยิ้มหวานมาแต่ไกล”
“ไม่เลยค่ะ ดาไม่กล้ายุ่งกับหนุ่มบอส”
“คุณพ่อได้... คนนั้นยังโสด ฉันยินดียกให้เป็นแม่สื่อให้ด้วยนะคะ”
หญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกันทว่าสถานะต่างปฏิเสธด้วยการยกมือไหว้งามช้อย
“ดาขอบพระคุณบอสมากนะคะ ที่ให้ความเมตตาดาถึงเพียงนี้ แต่ดาภูมิใจในสถานะเลขาฯ บอสมากกว่า คุณอนันต์ร้อนแรงเกินไปค่ะ ดาไม่มีความสามารถพอรับใช้คุณท่าน”
“แหม... คุณดาน่ะ... มาทำเป็นมีจริตจะก้าน รู้จักพูดจาแบบนี้ไง เรียนมาจากพี่ภีมเขาล่ะสิ”
พูดถึงฝาแฝดคนพี่ช่างเจรจามากกว่าน้องชายที่มีนิสัยเงียบขรึม ภาคินผู้ทำตัวโอเว่อร์สุภาพเกินเบอร์ สองสาวหัวเราะคิกคักอย่างลืมตัว
เจ้านายเป็นฝ่ายเงียบเสียก่อนพอเหลือบตามองคนถูกนินทาไม่ได้ตลกไปด้วย
“ยังไงก็ห้ามยุ่งนะคะ พี่ชายสองคนนี้ของวีณา”
“รับทราบค่ะ บอสบอกเช้ากลางวันเย็นก่อนนอน เกินวันละสามเวลาหลังอาหาร ดาไม่กล้าแตะเด็ดขาด แต่ว่าหล่อขนาดนี้... ไม่เหลือถึงบอสหรอกมั้งคะ” ณดาหลุดปากเยอะไปสักหน่อย
ดวงตาคู่คมกริบมองกลับท่าทีข่มขู่ว่าอย่าล้ำเส้น! แม้เขาไม่ได้พูดอะไรยังสัมผัสได้ถึงรังสีเข่นฆ่ารอบกาย
เลขาฯ คนดียิ้มเจื่อน ก้มหน้าก้มตาอ่านงานในกระดาษบนโต๊ะ บรรยากาศในห้องกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง
“แหม... คุณณดา พี่ภีม พี่ภามดูแลฉันตลอด จะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน”
เจ้านายสาวเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้ม หยิบปากกาขึ้นมาหมุนเล่น รังสีอำมหิตแผ่รอบกายบอกให้รู้ว่าเธอโกรธจัด!
ใต้อายลายเนอร์คมกริบเหนือดวงตาคู่สวย ราวกับว่าเธอคงฉีกเนื้อเขาได้หากว่าเป็นเช่นนั้น เธอไม่มองหน้าชายหนุ่มเลย ขณะพูดกับคนเปิดประเด็น
“แต่ถ้าบอสจะมีแฟนล่ะก็ไม่แน่ ตอนนี้เบรกเรื่องหนุ่ม ๆ ไว้สักครู่ ค่อยมาคุยเรื่องคู่ของบอสนะคะ”
-----------
“ลูกครับ... พ่อได้ยินเรื่องฟงแฟนอะไร อย่าเพิ่งมีเลยนะลูก อยู่ทำงานให้พ่อก่อนค่อยคิดเรื่องมีครอบครัวนะครับ ลูกเพิ่งอายุยี่สิบห้าเองนะ” นายอนันต์บ่นอุบอิบเสียงอ่อนอ้อนด้วยความละอายใจอยู่ ในเมื่อตัวเขาคงไม่ใช่พ่อที่สมบูรณ์แบบเลิศเลออะไร
แต่ถึงจะเสเพลบ้างประสาหนุ่มโสดสายเปย์ เกิดมาพร้อมกองเงินกองทอง ไม่สนใจใยดีใครนัก ลูกสาวที่ประคบประหงมมาดั่งไข่ในหิน ไม่มีหนุ่มไหนได้เห็นขาอ่อนง่าย ๆ หัวข้อแฟนจึงเป็นเรื่องไม่น่าภิรมย์ ไม่เข้าหูคุณพ่อ!
“หนูไปทำงานทุกวันอยู่แล้วนี่คะพ่อ แค่ไปเดทกับหนุ่ม ๆ ทำไมไม่ได้ล่ะ?”
“พ่อไม่อยากให้ลูกมีแฟนตอนนี้ไง ลูกจะไปกับใครที่ไหน พ่อไม่รู้จัก พ่อกลัวเปล่าครับ”
อย่างน้อยลูกสาวไม่เคยเถียงกลับว่าทีเขาล่ะ ควงสาวกลับมาไม่ซ้ำหน้า
วีณาไม่ได้ตอบคำถามคุณพ่อ แต่เช้ามารับประทานอาหารเช้าเงียบกริบ เข้าห้องมาอาบน้ำเสร็จแล้วจึงเตรียมเปลี่ยนเสื้อผ้าไปทำงาน
ภายในห้องนอนโทนสีขาวสลับดำตกแต่งอย่างเรียบหรู กระจกบานใหญ่ล้อบกรอบอลังการบนโต๊ะเครื่องแป้ง ข้างกันนั้นเป็นมุมของเล่นราวกับอยู่ในโลกของเทพนิยาย สถาปนิกชื่อดังเนรมิตให้กลายเป็นของเจ้าหญิงตัวน้อยมานานแล้วและไม่มีการเปลี่ยนแปลง ดวงตาคู่คมเข้มฉายแววเอ็นดูเหมือนกับว่าเธอยังเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ
“ตกลงหนูจะไปกับใครครับลูก...”
จนได้ยินเสียงอ้อนวอนขออีกครั้ง เธอจึงหันไปบอกคุณพ่อด้วยน้ำเสียงอ่อนลง
“หนูเรียนหนังสือจบแล้ว ทำงานแล้วนะคะพ่อ เอาเป็นหนูว่าจะระวังตัว ไม่ให้พ่อเป็นห่วงนะ”
คำตอบของเธอยิ่งทำให้สีหน้าของคุณพ่อเต็มไปด้วยความผิดหวัง เธอหยิบเสื้อกระโปรงตัวสวยสีดำมาทาบบนเรือนกายซึ่งคลุมไว้ด้วยชุดคลุมอาบน้ำ หน้าโต๊ะกระจกล้อมขอบทองสลักลายสวยงามทรงเจ้าหญิงบานสูงใหญ่ ด้วยความมั่นใจในรูปร่างของตนเอง เธอพิถีพิถันกับการแต่งตัวในทุก ๆ วัน
“ลูกครับ... เอางี้... หนุ่มที่ไหนที่ลูกจะเดทพามาให้พ่อรู้จักด้วย พ่อจะได้คุยกับเขาด้วยว่าเป็นคนยังไง บ้านเรามีเชฟระดับมิชลินสตาร์จะไปทานข้างนอกทำไม”
อนันต์คิดว่าให้ลูกสาวอยู่ในสายตาดีกว่าหากเจ้าตัวไม่เลิกล้มแผนการมีคู่ วีณาเอาแต่ใจอย่างไรเสียเธอก็ต้องยอมผู้ชายคนเดียวบนโลก
“แบบนั้นก็ได้ค่ะ ถ้ามี... หนูจะพามาทานข้าวที่บ้านนะคะ”
“รับปากพ่อแล้วห้ามผิดสัญญานะครับคุณลูก”
“ค่ะพ่อ...”
พอลูกสาวรับคำให้เขาสบายใจ อนันต์เดินถอยหลังส่งยิ้มหวานให้คนในห้องนอนกว้างด้วยท่าทางกวน ๆ ไปถึงประตูไม้สลักลายดอกไม้สวย ทำหน้าตาทะเล้นเป็นเด็กหนุ่ม ตอนนี้คุณพ่อก็ยังหนุ่มเพราะมีลูกสาวตอนอายุเพียงยี่สิบปีเท่านั้น
“พ่อไปทำงานแล้วนะ...”
“ไว้เจอกันมื้อเย็นค่ะ เดินทางปลอดภัย บายค่ะพ่อ” คนลูกโบกมือลาพลางยิ้มอ่อนมองร่างสูงในเชิ้ตสีดำ กางเกงเข้ารูปสุดวัยรุ่น ทรงผมเรียบเสย คุณพ่อปิดประตูลงเบา ๆ
อนันต์ไม่ลืมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากด พอออกไปยืนยิ้มกริ่มหน้าห้องแล้วนึกแผนการบางอย่างขึ้นได้ กลับมาแง้มประตูบอกลูกสาวอีกรอบ
“เอ้อลูก... ถ้ามีเวลาคิดเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไปสร้างโรงแรมเลิฟโมเทลเล่นเนอะ เผื่อว่าลูกจะได้รู้จักความรักมากขึ้น พ่อให้เลขาฯ ส่งโปรเจกต์ไปให้ลองทำนะครับ”
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ







