Share

บทที่ 10

last update Tanggal publikasi: 2025-05-13 15:40:36

ไปเก็บเห็ดในป่า

ชุนเอ๋อร์ไม่ชอบการเป็นแม่ครัวอย่างหนึ่งตรงที่ว่า ต้องคอยคิดอยู่ตลอดว่ามื้อต่อไปจะทำอะไรดี หากทำแล้วคนอื่นจะชอบหรือไม่ หากทานแล้วไม่ถูกปากผู้ทานคนทำก็เสียใจ

การเป็นแม่ครัวไม่ง่าย!

“จะทำอะไรให้เด็ก ๆ ดีนะ”

ชุนเอ๋อร์ไม่ทานมื้อเย็น แต่หากหิวมากแตงกวาสักลูกก็อยู่ท้องแล้ว ทว่าบุรุษวัยเจริญพันธุ์ไม่เหมือนกัน หากพวกเขาไม่ได้ทานต้องไม่สบายท้องแน่ นางไม่อาจเอาความสบายของตัวเองเป็นตัวตั้ง

“ไม่คิดแล้ว ไปถามเลยดีกว่า!”

ชุนเอ๋อร์เดินออกจากครัวตรงไปยังศาลาข้างทุ่งนาที่หนุ่ม ๆ ทั้งหลายกำลังนั่งเล่นหมากล้อมกันอยู่ ด้วยเห็นพวกเขากำลังมีสมาธิ นางจึงนั่งมองอย่างเงียบ ๆ ไม่รบกวน

“ท่านแม่คิดอะไรอยู่ขอรับ”

หลันเฟิงมองชุนเอ๋อร์ตั้งแต่นางเดินเข้ามาในศาลาแล้ว มองเพียงแวบเดียวก็ทราบว่านางมีเรื่องให้คิดไม่ตก

“แม่กำลังคิดรายการอาหารมื้อเย็นอยู่...เสี่ยวเฉิน! เย็นนี้เราจะทำอะไรกันดี”

คนถูกถามตอบกลับมาสั้น ๆ

“ไก่ผัดเผ็ด”

“ไก่ผัดเผ็ด!”

เมื่อได้ฟังคำตอบของเขา ชุนเอ๋อร์ถึงกับใบหน้าแข็งค้างไปเลย ในใจคิด...

ไก่ผัดเผ็ดที่ว่าคงไม่ใช่ไก่ในเร้าข้าใช่หรือไม่

“ไก่ผัดเผ็ดหรือ ข้าอยากกิน ๆ”

จางจงกว่านสนับสนุน แต่พอเห็นชุนเอ๋อร์หันหน้ามาตัดพ้อใส่ จากท่าทางดีใจเปลี่ยนเป็นนิ่งสงบ ถามด้วยความไม่เข้าใจว่า...

“เอ่อ…ทำไมหรือเสี่ยวกูกุ”

“เสี่ยวกูกุเลี้ยงไก่ ทานไม่ลงหรอก!”

ตั้งแต่เลี้ยงไก่มาชุนเอ๋อร์ไม่เคยทานไก่เลย ตัวไหนที่มอบให้คนอื่นไปเลี้ยงต่อก็ขอร้องไม่ให้ฆ่า

หากนางทราบว่าใครผิดสัญญา นางจะไม่สนทนากับคนผู้นั้นอีก เหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นแล้วครั้งหนึ่ง

“ข้าจะไปล่าไก่ป่า ไม่เอาไก่ท่านหรอก”

“จริงหรือ” ชุนเอ๋อร์ถามย้ำซึ่งเขาก็พยักหน้ารับ นางจึงค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย

แต่พอตกเย็นถึงเวลาที่ต้องทานข้าวจริง ๆ ชุนเอ๋อร์ก็ยังมองไก่ป่าผัดเผ็ดบนโต๊ะอาหารอย่างมีข้อกังขา ใช้ตะเกียบคีบไม่กี่คำก็วางลงโต๊ะ

“เสี่ยวกูกุอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะ”

หลันเฟิงไม่รั้งมารดาเพราะรู้ว่านางไม่ทานมื้อเย็น แค่นางคีบอาหารไปหลายคำเขาก็ดีใจแล้ว

ด้านโจวฉือเหอและจางจงกว่านนั้นหัวเราะขบขัน เพราะทราบว่าชุนเอ๋อร์ไปไหน

เกาจี้เฉินเองก็มีรอยยิ้มติดมุมปาก กล่าวกับทุกคนว่า...

“แอบไปนับจำนวนไก่อีกแล้ว”

เช้าวันต่อมา

“สามสิบตัวเท่าเดิม โล่งอก!”

“แอบมานับไก่อีกแล้วหรือขอรับเสี่ยวกูกุ”

ชุนเอ๋อร์ตกใจกับเสียงผู้มาใหม่ พอหันหลังไปมองก็เห็นว่าจางจงกว่านกำลังมองนางด้วยสีหน้าขบขัน

วันนี้จางจงกว่านตื่นเช้ากว่าเมื่อวาน เขาเห็นชุนเอ๋อร์เดินมาที่เร้าไก่จึงได้เดินตามนางมา

แอบมานับจำนวนไก่จริง ๆ ด้วย

“รู้ได้อย่างไรว่าเสี่ยวกูกุมานับไก่อีกแล้ว ท่าทางชัดเจนเพียงนั้น”

“เพียงนั้นเลยขอรับ”

จางจงกว่านหัวเราะเบา ๆ กับท่าทีของนาง จากนั้นก็เอ่ยเรื่องที่เขาตั้งใจจะบอกนางตัั้งแต่เมื่อวาน

“เมื่อวานจี้เฉินบอกว่าบนภูเขามีเห็ดเยอะเลย เราขึ้นไปเก็บเห็ดกันดีหรือไม่ เสี่ยวกว่านจะพาท่านย่างเห็ดคลุกด้วยพริกสูตรพิเศษ”

“เสี่ยวกูกุไม่เคยขึ้นเขาเลย น่าสนุกดี”

เป็นความจริงที่ชุนเอ๋อร์ไม่เคยได้ขึ้นเขาเลย

เวลาต้องการฝืนมาหุงหาอาหาร นางจะเก็บเฉพาะตรงตีนเขาเป็นส่วนใหญ่ ไม่ก็หาเอาบริเวณป่าแถวนี้

“เสี่ยวกว่านจะเป็นพรานป่าเอง เสี่ยวกูกุไม่ต้องกลัวหลงนะขอรับ เราจะได้ทั้งเห็ดและลงจากภูเขาอย่างปลอดภัย”

ชุนเอ๋อร์ยิ้มให้กับท่าทางมั่นใจของเขาทั้งยังตอบเอาใจว่า

“เสี่ยวกูกุเชื่อ ดูก็รู้ว่าเสี่ยวกว่านเป็นคนมีความสามารถ ว่าแต่คนอื่นจะไปด้วยกันหรือไม่”

“หากเสี่ยวกูกุไปทุกคนก็ต้องไปขอรับ”

หนึ่งชั่วยามต่อมา...

แล้วก็เป็นอย่างที่จางจงกว่านกล่าวเอาไว้ ทุกคนจะขึ้นเขาไปเก็บเห็ดด้วยกัน

หลันเฟิงเตรียมของหลายอย่างให้ชุนเอ๋อร์ไม่ว่าจะเป็น มีด สมุนไพร ยารักษาแมลงกัดต่อยหรือสัตว์มีพิษ น้ำดื่ม เสื้อผ้าสำรองและอะไรอื่น ๆ

ชุนเอ๋อร์พลันมีรางสังหรณ์ว่าจะได้ไปหลายวัน!

“เฟิงเอ๋อร์ แม่ต้องขนไปทั้งหมดนี่เลยหรือ”

หลันเฟิงพยักหน้ารับ ในความคิดเขาเผื่อไว้ก่อนไม่เสียหาย เพราะเหตุการณ์ไม่คาดฝันสามารถเกิดกับเราได้ทุกเมื่อ

“เสี่ยวกูกุ เหล่าต้า ข้าพร้อมแล้ว”

จางจงกว่านเตรียมของไปไม่กี่อย่าง หนึ่งในนั้นคือผงพริกพิเศษเอาไว้ย่างเห็ดก็ดี ย่างสัตว์ป่าก็ดี แค่เหยาะผงพริกไปที่วัตถุดิบแล้วเอาไปย่างไฟ สุกแล้วก็สามารถทานได้เลย

“เฟิงเอ๋อร์ เสี่ยวกว่านเตรียมของไปน้อยยิ่ง”

หลันเฟิงเหลือบไปมองจางจงกว่านครู่หนึ่งก่อนที่จะหันไปสนใจอย่างอื่น

“แล้วแต่เขาเถิดขอรับ”

“อ้อ”

เมื่อหลันเฟิงไม่เปลี่ยนใจ ชุนเอ๋อร์ก็ตามใจเขา เอาทุกอย่างใส่ไว้ในถุงย่ามแล้วแบกขึ้นกลางหลัง

“ไป! แม่ก็พร้อมแล้ว”
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 103

    บางคนเกิดมาเพื่อทำลายชีวิตของผู้คน แต่สำหรับบางคนนั้นก็เกิดมาเพื่อทำหน้าที่เป็น ‘พี่เลี้ยงเด็ก’ สำหรับจางจงกว่าน ก่อนคลอดเขาปฏิญาณตนไว้แล้วว่าให้ตายอย่างไรก็จะไม่แตะต้องบุตรชายของอี้เฟยเป็นอันขาด (หากเป็นเด็กผู้ชาย) เพราะในใจเขาคิดว่า เด็กผู้ชายคนนี้ก็คงจะน่าชังไม่ต่างจากพ่อของเขา

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 102

    ๙๒มาได้ถูกจังหวะ แม้จะโดนปฏิเสธแล้ว แต่อี้เฟยก็ไม่คิดจะหนีไปไหน ยังคงคอยตามเฝ้าตามมองชุนเอ๋อร์อยู่ทุกครั้งที่มีโอกาส ครั้งไหนที่เจอหน้ากันตรง ๆ เขาจะตีหน้าเศร้าใช้สายตาอ้อนขอความรักอยู่เช่นนั้นจนคนที่หัวเสียแทนเป็นหลันเฟิง นั่นเพราะว่าเขาตัวกับมารดาตลอด การที่ต้องมาทนมองบ

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 101

    “เจ้านี่!” ด้วยไม่อยากเป็นฝ่ายดึงแขนมารดา จึงได้ลุกขึ้นยืนแล้วแกะนิ้วของอี้เฟยออกเสียเลย คนในพรรคที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพวกเขาความคิดเห็นต่างกัน บ้างก็พากันผิวปากแซวอี้เฟย บ้างก็ว่าหลันเฟิงช่างหวงญาติสาวถึงเพียงนี้ แต่สำหรับเกาจี้เฉินและโจวฉือเหอนั้นนิ่งอึ้ง ไม่

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 100

    ๙๑สองแม่ลูกใจอมหิต หลังจากที่หลันเฟิงกล่าวว่า ‘แล้วเจ้าจะเสียใจ’ ลู่จั๋วหรานก็ต้องเสียใจจริง ๆ เมื่อพัดของรักของหวงของหายากในยุทธภพโดนกระชากออกจากมืออย่างง่ายดาย นี่ไม่ใช่การขโมยอาวุธของผู้อื่นเพื่อตัดกำลังเท่านั้น แต่ยังทำลายอาวุธจนไม่เหลือซาก ทีนี้จะจัดการเจ้าของอาวุธก็ไม่ใช่เ

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 99

    “เหมือนสตรีผู้นั้นจะมีปัญหากับท่านนะขอรับ ให้ข้าไปจัดการให้หรือไม่” อี้เฟยยกนิ้วชี้ไปทางสตรีที่ว่าตรง ๆ ชุนเอ๋อร์มองตามปลายนิ้วยาวไปก็ถึงกับถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่าย “ฮูหยินคนปัจจุบันของอดีตสามีข้าเอง ไม่รู้จะจับผิดอะไรกันนักหนา ก่อนเข้างานก็ป่าวประกาศกับชาวบ้านว่าข้าเล่นชู้กับพี่

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 98

    ๙๐อี้เฟยได้เลือด ชุนเอ๋อร์ตกใจกับภาพที่เห็นมาก ยกสองมือขึ้นปิดปาก ตะลึงค้างกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สายตาจับจ้องร่างสูงที่กำลังจะลงจากเวทีประลอง มือสองข้างกดทับแผลห้ามเลือดไว้ ครู่ต่อมาก็มีคนพาเขาแยกไปทางหนึ่ง “ไม่ตามไปหรือ” ชุนเอ๋อร์หันมามองหน้าเฉียนจิ่นหง อย่างขอความมั่น

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 6

    ๕ ลูกของท่านแม่ เช้าวันต่อมาอากาศชื้นมาก เนื่องจากเมื่อวานฝนตกตั้งแต่ตอนเย็นลากยาวมาถึงรุ่งเช้าของอีกวัน เรือนป่าไผ่แห่งนี้จึงมีหมอกปกคลุมหนาแน่น บรรยากาศหนาวเย็นจนชุนเอ๋อร์ไม่อยากลุกจากที่นอน “ขออีกนิดก็แล้วกัน” ชุนเอ๋อร์พึมพำ ดวงตายังคงหลับพริ้มก่อนที่จะจมเข้าสู่นิทรา รู้สึกตัวตื่นอีกคราก็ต

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 5

    ๔นี่แม่ข้าเอง บรรยากาศภายในห้องรับแขกเงียบสนิทจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน บุคคลภายในห้องมีอยู่ด้วยกันทั้งหมดห้า หญิงหนึ่งชายสี่! ตามหลักการแล้วควรจะเป็นสตรีที่ต้องเกร็งเมื่อต้องอยู่ร่วมกับบุรุษหลายคน แต่ในกรณีนี้ ‘ไม่’ สตรีเพียงหนึ่งเดียวในห้องจ้องหน้าชา

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 4

    ๓เขาเปลี่ยนไป ชายชุดดำจ้องหน้าสตรีร่างเล็กใบหน้าอ่อนเยาว์นิ่งงัน เขายกมือทั้งสองข้างกุมศีรษะตนเองอย่างคนอัดอั้นตันใจทำอะไรไม่ถูก เขาเห็นชุนเอ๋อร์ครั้งแรกก็ชะงักแล้ว! ปกติเมื่อได้ออกแรงต่อสู้ เขามักจะเล่นสนุกกับคู่ต่อสู้ด้วยการค่อย ๆ เฉือนพวกเขาไปที่ละนิดอยู่เสมอ

  • บุตรชายข้าเป็นประมุขพรรคมาร   บทที่ 3

    ๒โรงเตี๊ยมอลเวง หมู่บ้านสาวสองพันปีอยู่ห่างจากตัวเมืองค่อนข้างไกล ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วยาม[1] ในการเดินทางมาที่นี่ “ครั้งต่อไปข้าว่าเราเปลี่ยนบรรยากาศจากในครัวบ้านข้า เป็นครัวบ้านคนอื่นดีหรือไม่เจ้าคะ นาน ๆ ได้นั่งรถม้าเข้าเมืองที ปวดเมื่อยไม่น้อย” “อะไรกัน! อายุเท่านี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status