Home / รักโบราณ / บุตรสาวคนเคาะยาม / ตอนที่8 นอกเขตอาคม

Share

ตอนที่8 นอกเขตอาคม

last update publish date: 2026-05-03 20:01:42

“ในเมื่อเจ้าเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น...ข้าก็คงต้องสะบั้นการค้าในครั้งนี้เสีย”

         สิ้นคำของหญิงสาว แส้ปราณได้ปรากฏในมือของนาง ก่อนนางจะสะบัดออกไป ด้วยพลังอันมหาศาล เปรี๊ยะ!! เสียงดังราวสายฟ้าฟาด ดังขึ้นกลางอากาศ ทว่าร่างของหนึ่งในสามของผู้บุกรุก ได้ร่วงลงสู่ถนน นอนแน่นิ่งสิ้นใจอยู่เบื้องล่าง พื้นหินใต้ร่างนั้น แตกร้าวเป็นทางยาว วิญญาณร้ายใต้อาณัติของชายแปลกหน้า ที่รั้งรออยู่บนถนน ถึงกับนิ่งค้างไปในทันที นี่มันพลังของผู้ล่า!

         “เจ้ากำลังคิดบีบคั้นให้ข้าลงมือ”

         ชายแปลกหน้ายังคงทำใจดีสู้ เอ่ยออกมาเสียงกร้าว ทั้งที่ในใจของเขา เริ่มที่จะสั่นไหว ปากเริ่มขยับท่องคาถา เพื่อบังคับให้วิญญาณในอาณัติ ลงมือต่อหญิงสาว เขาไม่สนว่าวิญญาณนั้นจะรู้สึกเช่นไร หรือจะสามารถฝ่าค่ายกลเข้ามาได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้ คือต้องไม่ตกเป็นฝ่ายเพลียงพล้ำให้แก่หญิงสาว

         “นายท่านอ๊าก!!”

         วิญญาณร้ายที่อยู่บนถนน ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เมื่อเขากำลังถูกบีบบังคับ ให้ฝ่าค่ายกลป้องกันร้านเข้าไป เขามิอาจทำได้ และมิอาจขัดคำสั่งได้เช่นกัน ดวงตาที่แดงก่ำดั่งสีเลือด ได้แต่จ้องมองไปยังผู้เป็นนาย สองมือแห้งเหี่ยวกุมศีรษะเอาไว้แน่น ด้วยมันเหมือนจะระเบิดจนเป็นจุลเสียให้ได้ ถึงเขาจะเป็นเพียงวิญญาณ ก้ใช่ว่าจะไร้ความรู้สึกเจ็บปวดใด ๆ เสียเมื่อไหร่เล่า...

         “ช่างอำมหิตนัก!”

         เยว่เมี่ยว เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน เปรี๊ยะ!!! สิ้นคำของหญิงสาว แส้ปราณในมือ สะบัดออกไปเต็มแรงอีกครั้ง ชายทั้งสองเหินกายถอนร่น กลับลงไปยืนยังถนนเบื้องล่าง เยว่เมี่ยว พร้อมต้านโจว ที่เวลานี้เขาดึงลูกดอกออกจากไหล่แล้ว ทั้งคู่เหินกายตามลงไป ยืนอยู่ต่อหน้าผู้บุกรุกทั้งสอง ด้วยใบหน้าอันเย็นเยียบ

         หญิงสาวปรายตามองไปยังวิญญาณร้าย ที่ตอนนี้เปลี่ยนท่าทีราวจะแหลกสลายเมื่อครู่ เป็นแสยะยิ้มเหี้ยมมาที่นางกับต้านโจว มุมปากบางยกยิ้มหยัน คิดสินะ! ว่านางออกมาจากค่ายกลป้องกันแล้ว จะลงมือกับนางได้โดยง่าย ต่อให้ต้องเจ็บปางตายในค่ำคืนนี้ นางก็จะไม่ยินยอมให้ความลับเรื่องตัวตน ถูกนำไปส่งต่อให้ผู้อื่นได้รู้อีกแม้แต่ครึ่งคำ

         “ฮ่า ๆ เจ้าเลือกเดินออกมาเองนะแม่นาง”

         ชายแปลกหน้า หัวเราะอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า ทว่าเขากลับต้องนิ่งงันไปอีกคำรบ เมื่อแววตาสีทอง ที่พาดผ่านดวงตาของหญิงสาว ตวัดมาที่เขาราวกับจะบั่นคอนี้ให้หลุดเสีย

         “คนเยี่ยงข้ามิใช่พวกหดหัว ในเมื่อเจ้าล้ำเส้นข้า แล้วเหตุผลใดที่ข้าต้องปล่อยผ่านไปด้วยเล่า”

         หญิงสาวเร่งปราณอีกสาย เป็นดาบสีเงินวาวในมืออีกข้าง นี่คือสิ่งที่น่าหวั่นเกรงสำหรับเหล่าปีศาจ และวิญญาณร้าย ผู้ล่าที่มีพลังศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิด หากฝึกฝนจนถึงขั้นเรียกปราณเป็นอาวุธ คือคนที่ควรเลี่ยงให้ไกล

         ต้านโจวได้ขยับก้าวเดิน มายืนเคียงข้างนายสาว สายตาของเขากวาดมองไปยังคนที่เหลืออยู่ สองคนกับหนึ่งวิญญาณ ยังกล้ามาโอหังต่อนายหญิงของเขา เช่นนั้นวันนี้ก็ต้องฝังกลบเสียให้หมด แต่ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะได้ลงมือ ประตูร้านพลันเปิดออก พร้อมกับร่างสูงโปร่ง ในชุดคุณชายสูงศักดิ์เดินออกมา อย่างคนเกียจคร้าน

         “ข้ารอดื่มสุรานานแล้ว อีกอย่างก็ใกล้เวลาเคาะยามบอกเวลา ในอีกครึ่งชั่วยาม เจ้ายังจะมามัวเล่นอันใดอยู่ตรงนี้”

         ซ่งเถียนก้าวออกมา เขาเดินอาด ๆ มาหยุดอยู่ข้างหญิงสาว เท่ากับเวลานี้ ทั้งสองฝ่ายมีจำนวนที่เท่ากัน ต้านโจวมองไปยังวิญญาณ ที่ชายแปลกหน้าเลี้ยงไว้ และแสยะยิ้มหยัน วิญญาณชั้นต่ำที่แม้แต่ยันต์ป้องกันธรรมดา ยังผ่านไปไม่ได้ จะเอาอันใดมาพองขนต่อหน้าเขากัน

         ชายแปลกหน้า ถึงกับเหงื่อเย็นผุดขึ้นเต็มกาย คนที่มาใหม่แม้ไม่มีกลิ่นอายของพลัง ทว่าการที่อีกฝ่ายไม่แสดงท่าทีแตกตื่น นั่นเท่ากับผู้มาใหม่ ฝีมือไม่ได้ด้อยไปกว่าหญิงสาว เจ้าของร้านขายโลงศพเลยกระมั้ง

         สองสหายแสยะยิ้มเหี้ยม ใครที่ล่วงรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้ ก็ต้องแบกรับจุดจบให้จงได้ แน่นอนว่าซ่งเถียน ที่ไม่เคยแสดงฝีมือให้ผู้ใดได้เห็น ก็คงถึงคราวต้องให้คนต่างถิ่น ได้ลิ้มรสฝีมือของเขาบ้างแล้ว นับว่าเป็นวาสนาของคนแปลกหน้ายิ่งนัก ที่ทำให้คนไร้แก่นสารเยี่ยงเขา ลงมือได้เช่นนี้

สองนายบ่าวที่ยังคงมีลมหายใจ ต่างเร่งเร้าพลังเพื่อเตรียมต่อกรกับสองหนุ่มสาว กับหนึ่งปีศาจ ที่ยืนมองพวกเขาราวกับเป็นเหยื่ออันโอชะ! จากที่คิดว่าตนเองได้เปรียบ เวลานี้เขาเกรงว่าต้องคิดเสียใหม่ ในโลกใบนี้ยังมีเรื่องเหนือคาดหมายอยู่มาก แต่ครานี้ไม่คิดเลยว่า การไล่ล่าคนผู้หนึ่งมา จะต้องพบกับผู้ที่ไม่กริ่งเกรงต่อพลังของเขา

“พวกเจ้าก็เพียงคนบ้านนอกป่าเถื่อน คิดจริง ๆ หรือว่าจะทำอันใดข้าได้ และต่อให้พวกเจ้าทำสำเร็จในวันนี้ วันหน้าก็ต้องมีผู้ที่แข็งแกร่งกว่าข้ามาอีกอยู่ดี”

“นั่นมันวันข้างหน้า แต่ข้าต้องสะสางมันคือวันนี้”

คำขู่เท่านี้หรือ จะมาใช้กับคนเยี่ยงนาง หากนางหวั่นเกรงต่อมัน วันหน้านั่นคือหายนะอย่างแท้จริง แต่ถ้าวันนี้นางฝังกลบปัญหาตรงหน้าเสีย เรื่องอื่นที่อาจเกิด นางก็เตรียมรับมือได้ทันอยู่แล้ว

“กำแหง! เจ้าอยู่นอกเขตอาคมแล้ว คิดว่าจะสู้ข้าได้หรือ”

ตูม! สิ้นคำ พลังสายหนึ่งได้พุ่งเข้าหาหญิงสาวในทันที ทว่าทั้งสามคนต่างเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว จึงสามารถที่จะหลบหลีกได้อย่างว่องไว ฮึ! คิดที่จะฉวยจังหวะลงมือ ในตอนที่คู่ต่อสู้ไม่ทันตั้งตัว ช่างเป็นความขลาดเขลานัก!

“แบบนี้ก็น่าสนุกดี”

ซ่งเถียน ยังคงยิ้มร่า ราวกับเรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพียงการละเล่นเท่านั้น ทว่าสิ่งที่ชายชุดดำได้เห็น จนทำให้ตลอดกายของเขาถึงกับแข็งค้าง นั่นคือพลังปราณขั้นสูง ที่ลุกโซนอยู่รอบกายของชายหนุ่ม ผู้ที่ออกมาจากร้าน

“ฆ่ามัน!”

ชายที่เป็นผู้นำ สั่งการเสียงกร้าว เมื่อเห็นแล้วว่าคนที่มาใหม่ มีพลังขั้นสูงที่ทัดเทียม หรืออาจเหนือกว่าตัวเขา อย่างไรวันนี้เขาต้องออกจากตรงนี้ให้ได้ วิญญาณร้ายพร้อมกับผู้ติดตาม ที่เหลือเพียงหนึ่งเดียว ได้พุ่งเขาหาคู่ต่อสู้ ด้วยความเหี้ยมเกรียม ต่อให้ภายในจะรู้สึกขลาดกลัวเพียงใด แต่นี่คือหน้าที่...ที่มิอาจหลีกหนีไปที่ใดได้ สู้จนตัวตาย ดีกว่าพาทั้งครอบครัว ที่รออยู่ข้างหลังมาตายร่วมไปกับเขา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่89 สมบูรณ์แบบ

    “ฮ่า ๆ โชคใดจะเข้าข้างเจ้านัก มารดาเจ้าพี่ชายเจ้า ก็ต่ายไปแล้ว ไยเจ้าไม่ตายตามพวกมันไปเล่า!” คำพูดที่โพล่งออกมาจากปากของหวังเต๋อเฟย ประหนึ่งสายฟ้า ที่ฟาดลงกลางแสกหน้าของเหล่าขุนนางกบฏ สตรีวิปลาสผู้นี้กลับกล้าที่จะยอมรับ ว่านางสังหารอดีตฮองเฮา กับอดีตองค์รัชทายาท ช่างน่าตายนัก! “เพราะข้ายังต้องอยู่ เพื่อส่งเจ้าไปกราบเท้าพวกเขาทั้งสองอย่างไรเล่า” อึก! หวังเต๋อเฟยถึงกับดวงตาเบิกกว้าง เมื่อกลางอกของนาง ถูกสายพลังสายหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปราณสังหาร! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮ่องเต้ จึงไม่ทรงเลือกโอรสคนใดเลย เพราะเขามีตัวเลือกที่ซุ่มซ่อนเอาไว้มานาน ทั้งการฝึกฝนและเรียนรู้ คงถ่ายทอดมาแล้วเป็นอย่างดี ต่ำช้านัก! “เสด็จแม่! เจ้าสารเลว!” “ฮึ! ข้าทำแค่นี้ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เจ้ายังกล้าพูดออกมาว่าข้าเลว เช่นนั้นเจ้าก็รอดูความเลวของข้าให้ดี” สิ้นคำซ่งเถียนยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้คนของเขา พาสองแม่ลูกและเหล่าขุนนางกบฏออกจากท้องพระโรงไป เขาไม่ได้มานั่งพิถีพิถัน สอบสวนอย่างเนิบช้า หากจะลงมือก็ต้องให้จบสิ้นโดยไว ในเมื่อแผ่นดินนี่ ตาแก่ชุดทองอยากให้เขา

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่88 สตรีแห่งไป๋เหลียง

    สามวันต่อมา หลังจากกลับถึงเมืองหลวง ทุกอย่างเหมือนจะสงบนิ่งไป ราวกับหลายสิ่งอย่างไม่เคยเกิดขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้น คนในราชวงศ์หายตัวไปอย่างไรร่องรอย ทว่าฮ่องเต้กลับไม่ทรงให้คนติดตามหา ราวกับทรงรู้อยู่แล้วว่าหายไปเพราะเหตุใด วันนี้ในท้องพระโรง มีการหารือเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทคนใหม่ โดยมีชินอ๋องถงลั่วอวิ๋น เป็นหนึ่งในผู้ออกความคิดเห็น ร่วมกับองค์ฮ่องเต้ องค์ชายที่ได้รับเลือก กลับเป็นองค์ชายที่ไม่เคยมีผู้ใดพบหน้ามาก่อน พระโอรสอีกองค์ของอดีตฮองเอา ที่ทรงถูกส่งไปให้ญาติฝ่ายมารดาของฮองเอาเลี้ยงดู การกลับมาขององค์ชายกู้เถียนเสวี่ย นับเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งราชสำนัก! ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาภายในท้องพระโรง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชาขององค์ชายห้า โอรสที่ไม่คิดว่าจะยังมีชีวิตอยู่ ทำให้หวังเต๋อเฟย ที่มีพระโอรส ล้วนมีใบหน้าที่ซีดเชียว เพราะทุกคนต่างมีความหวัง ว่าโอรสของตนเอง จะได้ก้าวไปแทนที่ องค์รัชทายาทที่สินพระชนม์ไปแล้ว เมื่อหลายปีก่อน “กระหม่อมกู้เถียนเสวี่ย ถวายบังคมเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” การประชุมครั้งนี้มิใช่เพียงขุนนาง แต่มีเหล่าสนมเข้าร่วมด้วย

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่87 ไม่รู้สึกจริงหรือ

    “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” คำตอบของหญิงสาว ทำให้ถงลั่วอวิ๋น แปรเปลี่ยนจากที่ต้องทบมวนใจและอ่อนโยนต่อนาง กลายเป็นความไม่พอใจ นางพูดออกมาได้อย่างไร ว่าสิ่งที่ต้องการมีเพียงแค่เงิน แล้วที่นางกับเขานอนร่วมห้อง แม้ไม่ร่วมเตียง ก็ใกล้ชิดกันอยู่ตลอด นางจะไม่รู้สึกสิ่งใดต่อเขาเลยจริง ๆ หรือ สตรีบ้าผู้นี้กำลังคิดที่จะปั่นหัวเขาเล่นอยู่หรืออย่างไร “ข้าย่อมไม่ผิดสัญญา พ่อบ้านไปนำค่าจ้าง ตามรายการในสัญญามอบให้แก่นาง” เมื่อนางต้องการเล่นกับความรู้สึกของเขา เช่นนั้นเขาก็จะตอบสนองนางตามที่ต้องการ เขาเองก็อยากรู้นักว่านางจะทำสีหน้าเช่นไร “ขอรับ” พ่อบ้านรับคำ ก่อนจะรับรายการสิ่งที่ต้องมอบให้หญิงสาว แล้วก้าวออกจากห้องรับแขกไป “พวกเจ้าพักที่จวนข้าก่อนก็แล้วกัน” เมื่อไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหญิงสาว อ๋องหนุ่มจำต้องอ่อนลงให้นางอีกสักส่วน นี่ถือว่าเขายินยอมนางมากแล้ว “ไม่เป็นไรขอรับ เราย่อมมีที่พักในเมืองหลวงแล้ว ท่านอ๋องเดินทางมาไกล ควรพักผ่อนให้ดี รับค่าจ้างแล้วเราก็จะกลับกันเลยขอรับ” เป็นซ่งเถียน ที่ปฏิเสธเอ่ยปาก ขึ้นมาก่

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่86 ต่างชนชั้น

    สิบห้าวันต่อมา ณ ประตูเมืองหลวง หวางเฟย ชะเง้อมองไปยังถนนเส้นเล็ก ที่ทอดยาวออกไปแสนไกล บุตรชายของนางจะมาถึงวันนี้ ตามที่คนของนางส่งข่าวมา “พระนาง...นั่นเจ้าค่ะ คณะเดินทางของท่านอ๋องอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” สาวใช้ข้างกาย ชี้ชวนให้ผู้เป็นนายมองตาม ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น คณะเดินทางที่มีธงของสำนักคุ้มภัยชื่อดัง เป็นผู้นำทาง ก่อนจะมีรถม้าคันใหญ่ปรากฏให้เห็นในครรลองสายตา หวางเฟยยกชายเสื้อขึ้นซับหน่วยตา ด้วยความรู้สึกอันตื้นตัน อย่างน้อยเขาก็กลับมา นางไม่อาจทนรับการสูญเสียใดได้อีกในเวลานี้ “มาก็ดีแล้ว” พ่อบ้านชรา รีบกุลีกุจออกไปยืนรอรับคณะเดินทาง ที่เคลื่อนเข้ามาหยุดยังลานกว้าง ก่อนเข้าสู่ประตูเมือง “ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือขอรับ” ชายชราที่ไม่สามารถเข้าใกล้รถม้าได้ ตะโกนถามออกไปเสียงดังอยู่หลายส่วน ก่อนที่เขาจะได้รับอนุญาตจากคนบนหลังม้า ให้เข้าใกล้ตัวรถม้าได้ เพราะคนด้านในส่งสัญญาณมาแล้ว ว่าชายชราคือคนจากจวนอ๋อง “ท่านอ๋องปลอดภัยดีหรือไม่ขอรับ” เมื่อมายืนอยู่ข้างรถม้า ชายชรา เอ่ยถามผู้เป็นนาย ด้วยความห่วงใย “

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่85 ปีศาจเช่นนั้นหรือ

    ภายในห้องนอน ร่างระหงในชุดบางเบา ได้เดินนวยนาทตรงปังเตียงนอน รอยยิ้มอย่างผู้ชนะ ปรากฎบนใบหน้างามของเหมยชุเหริน ด้านนอกคือการต่อสู้ของเจ้าคนไร้ค่า ที่ส่งผีร้ายกับพวกองครักษ์ไร้ฝีมือ เพื่อมากำจัดคนบนเตียง เขลาจนไม่มีใครเทียบจริง ๆ กู้หนานจิ่น นี่ไม่เท่ากับเขาเปิดโอกาสให้นาง ได้เข้าหาท่านอ๋องได้โดยสะดวกหรอกหรือ ทางด้านเล่อเจานั้น ได้ต่อสู้อยู่กับหัวหน้าผู้คุ้มกัน อยู่ทางด้านหลังเรือน เส้นทางที่นางพานายสาว ลอบเข้ามายังบ้านพักหลังนี้ การต่อสู้ที่ทำให้เล่อเจาได้รู้ ว่าที่ผ่านมานางตกอยู่ในกลลวง คนจากเฟิ่งหวง ต่อให้อายุยังน้อย ทว่าฝีมือนั้น เทียบเท่าผู้ฝึกมายาวนานทีเดียว เฟิ่งหวงต้องร่ำรวยเพียงใด จึงสามารถทำเช่นนี้ได้ จ้างวานคนที่มากฝีมือเข้ามาทำงานในสำนัก ทางด้านเหมยชูเหริน ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ มือบางค่อย ๆ ปล่อยปล่อยเสื้อคลุมตัวยามออกให้พ้นกาย เผยให้เห็นเพียงผิวร่างที่ขาวเนียน สะท้อนแสงเทียนสลัว ๆ จากมุมห้อง ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอของชายหนุ่ม ทำให้เลือดในกายนาง สูบฉีดได้ดีนัก! “ท่านต้องมีข้าเป็นชายาเอกเท่านั้น ถงลั่วอวิ๋น” หญิงสาวโน้มกายลงไปใ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่84 ไม่รู้สึก

    เยว่เมี่ยวไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ นางยื่นมืออกไปเพียงเล็กน้อย ปราณสีทองก่อเกิดเป็นแส้เส้นยาว มันเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ยากนักจะนับได้ ว่านางต้องต่อสู้แบบนี้ เพื่อรักษาชีวิตและสร้างเงินตรา หญิงสาวหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดแส้ในมือใส่ร่างของคนที่นางควรเรียกแม่ เสียงหวีดร้องนั้นจางหายไป พร้อมกับร่างกายที่แหลกสลาย นี่คือการทำลายวิญญาณให้แหลกสลาย นางไม่อาจยินยอมให้ผู้ใด นำวิญญาณของมารดา มาใช้เป็นเครื่องมือได้อีกต่อให้นางไม่รู้สึกที่จะรักใคร่ แต่นางก็ไม่ได้ใจดำถึงเพียงนั้น ใครมันจะอยากต่อสู้กับวิญญาณของคนที่ให้กำเนิด สู้ให้วิญญาณนี้แตกสลายไปเสีย จะได้ไม่ต้องพบเจอหรือพัวพันกันไปมากกว่านี้ นางหาได้อกตัญญูต่อผุ้ให้กำเนิด แต่เป็นสิ่งที่มารดาเลือกแล้วด้วยตนเอง“เจ้าไม่รู้สึกจริง ๆ หรือ”ซ่งเถียนก้าวมาหยุดข้างหญิงสาว พร้อมคำถามที่เขาเคยถามนางไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเขาเป็นเยว่เมี่ยว เขาจะไม่คิดแยแสเลยแม้แต่น้อย สำหรับคนที่คิดเอาชีวิตเขา ตั้งแต่คลอดออกมาได้มิทันข้ามคืน“รู้สึกแล้วจะได้อันใดตอบแทน ความชิงชังที่ข้ายังไม่รู้ที่มาที่ไป แค่ดวงตาของข้ามีสีทอง หมอผีบอกว่าข้าคือตั

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่10 ฟื้นแล้ว

    “คนเยี่ยงข้าไม่ไร้ศักดิ์ศรี จนต้องลดตัวไปร้องขอชีวิต จากเด็กเมื่อวานซืนเยี่ยงพวกเจ้าหรอกนะ” สิ้นคำชายแปลกหน้า ได้สะบัดปลายกระบี่อ่อน ออกมาเต็มแรง ปราณสายหนึ่งพุ่งเข้าหาหญิงสาว ตูม! ทว่ายังไม่ทันที่จะถึงร่างของนาง ปราณสีแดงเพลิงจากฝ่ามือของซ่งเถียน ได้พุ่งสวนออกมาปะทะเข้าเสียก่อนใบหน้าที่ย

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่9 ไร้ความเป็นคน

    ซ่งเถียนแสยะยิ้มเหี้ยม ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าโรมรันกับคู่ต่อสู้ ชายหนุ่มไม่ได้ยี่หระต่อความดุดันของอีกฝ่าย เขายังคงใช้พลังไปเพียงไม่กี่ส่วน ในการรับมือกับอีกฝ่าย ทางด้านวิญญาณร้าย เลี่ยงที่จะปะทะกับหญิงสาว ผู้มีดวงตาศักดิ์สิทธิ์ แต่เลือกที่จะต่อสู้กับปีศาจครึ่งหมูป่า อย่างน้อยยังจะพอมีโอกาสกำชัยอยู่บ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่7 ดวงตาศักสิทธิ์

    “ท่านพ่ออย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ แม้ว่าข้าจะยังไม่เก่งกาจเท่าใดนัก แต่ข้ามั่นใจว่าจะปกป้องท่านพ่อกับจ้านเอ๋อร์ได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” หญิงสาวหันกลับไปมองบิดา ด้วยแววตาที่มั่นใจ ตามที่นางเอ่ยออกมาทุกคำ เพราะสำหรับนางแล้ว ยากนักจะมีคำว่าท้อถอยต่อชะตา ในเมื่อได้เกิดมาเป็นคนแล้ว ไยจะต้องยินยอมใ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่6 ชะตาเล่นตลก

    “เจ้าแน่ใจนะ ว่าคนผู้นั้นอยู่ที่นี่” ชายแปลกหน้าเอ่ยถามไปยังวิญญาณ ที่ยืนนิ่งรอรับคำสั่งจากผู้เป็นนาย ชายแปลกหน้าไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ ว่าคนที่เขาไล่ล่ามาตลอด จะยังรอดพ้นจากความตายไปได้ “ข้าน้อยสัมผัสได้ ถึงกลิ่นโลหิตของคนผู้นั้น” เงาทะมึนนั้นเบนใบหน้า อันน่าเกลียดน่ากล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status