Home / รักโบราณ / บุตรสาวคนเคาะยาม / ตอนที่9 ไร้ความเป็นคน

Share

ตอนที่9 ไร้ความเป็นคน

last update Petsa ng paglalathala: 2026-05-04 19:49:25

ซ่งเถียนแสยะยิ้มเหี้ยม ก่อนจะเคลื่อนกายเข้าโรมรันกับคู่ต่อสู้ ชายหนุ่มไม่ได้ยี่หระต่อความดุดันของอีกฝ่าย เขายังคงใช้พลังไปเพียงไม่กี่ส่วน ในการรับมือกับอีกฝ่าย ทางด้านวิญญาณร้าย เลี่ยงที่จะปะทะกับหญิงสาว ผู้มีดวงตาศักดิ์สิทธิ์ แต่เลือกที่จะต่อสู้กับปีศาจครึ่งหมูป่า อย่างน้อยยังจะพอมีโอกาสกำชัยอยู่บ้าง

         “คิดจะหนีเยี่ยงนั้นรึ!”

เยว่เมี่ยว เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ เมื่อเห็นว่าชายแปลกหน้า ที่กล้าท้าทายล้ำเส้นนาง กำลังคิดที่จะหลบหนีจากการต่อสู้ในครั้งนี้ ไยมิเก่งเยี่ยงปากเล่า!

“อ๊ะ!”

         ยังไม่ทันที่ชายแปลกหน้า จะได้ขยับเท้าก้าวเดิน ข้อเท้าของเขา ก็ถูกพันธนาการด้วยแส้ปราณของหญิงสาวเสียก่อน นางรู้ได้อย่างไรกัน ว่าเขากำลังคิดจะทำสิ่งใด เยว่เมี่ยว ยกยิ้มน้อย ๆ นางไม่อยากจะเชื่อ ว่าคนที่ลำพองตนว่าเก่งกาจ จะกล้าทิ้งผู้ติดตามหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง ถึงนางมิใช่คนดีอันใด แต่นางก็ไม่เคยทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง

         “เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าจะยังขวางข้าไว้ได้”

         สิ้นคำชายแปลกหน้า ได้สะบัดมือออกไป ผงสีขาวกระจายว่อนพรางกายเขา ไม่ให้หญิงสาวได้เห็น

         “ตื้นเขิน!”

         สิ้นคำของหญิงสาว ปลายแส้ปราณที่ถูกกระชากเพียงครั้ง ร่างสูงที่เคยทะนงตน พลันลอยลิ่วตามแรงกระชากนั้น ไปตกยังหน้าประตูร้าน ตุบ! ชายแปลกหน้าทั้งอับอายและเจ็บจุกยิ่งนัก สตรีร่างกายบอบบาง แต่กลับสามารถทำให้เขาที่เป็นบุรุษตัวใหญ่กว่า ลอยมาตกถึงตรงนี้ได้ นางเอาพละกำลังมหาศาลนั้นมาจากที่ใดกัน

         “เช่นนั้นก็ตายเสียเถอะ!”

         เมื่อไร้ทางหนีชายแปลกหน้า ลุกขึ้นยืน แล้วชักกระบี่อ่อน ที่พันรอบเอวสอบออกมา ก่อนจะเร่งเร้าพลังปราณไปที่ตัวกระบี่ จนมันเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต ทว่าดวงตาของหญิงสาว ที่จับจ้องมาที่เขา มันหาได้มีแวว ของความสะท้านกลัวเลยแม้แต่น้อย

         “อ๊าก!!!”

         ชายแปลกหน้าคำรามลั่น ก่อนจะพุ่งเข้าหาหญิงสาว ด้วยพลังอันแข็งแกร่ง แสงสีดำพวยพุ่งรอบกายของเขา นี่คือพลังด้านมืดของผู้ร่ำเรียนอาคม สายเวทต้องห้าม แต่มีหรือคนเยี่ยงนางจะคิดถอยให้คู่ต่อสู้ ความลับของนางกับซ่งเถียน คือความปลอดภัยของคนทั้งครอบครัว ใครที่รู้เห็นจะต้องไม่มีชีวิตอยู่ในโลกนี้เท่านั้น ความลับจึงจะไม่มีวันรั่วไหลไปที่ใด

         ขวับ! แส้ปราณสะบัดฟาดแหวกอากาศ เสียงดังเสียดหูของชายแปลกหน้ายิ่งนัก ใบหน้าของเขากระตุกเล็กน้อย เมื่อรับรู้ถึงความรู้สึกแปลบปลาบตรงข้างแก้ม น้ำอุ่นร้อนไหลลงเป็นทาง นางอาจหาญทำให้เขาหลั่งเลือด เห็นทีเขาคงไม่ต้องหยั่งเชิงนางอีกต่อไปแล้ว

         กระบี่อ่อนมือชี้ตรงไปยังคู่ต่อสู้ ก่อนที่ริมฝีปากของเขาจะเริ่มขยับขมุบขมิบ เพียงครู่เดียวฟ้าที่มีดวงดาวทอประกาย ได้แปรเปลี่ยนเป็นเงาทะมึนบดบังแสงนั้นจนสิ้น เยว่เมี่ยวไม่เอ่ยสิ่งใด หญิงสาวยังคงจับจ้องไปที่ชายแปลกหน้า ดวงตาคู่งามเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีทองเปล่งประกาย นางมองเห็นแล้วว่าเวลานี้ รอบกายและเหนือศีรษะ มีวิญญาณอาฆาตที่ถูกเลี้ยงด้วยอาคม และวิญญาณเร่รอน กำลังหมุนวนหาหนทางเข้าโจมตีนาง กับซ่งเถียนและต้านโจว

         “มีเท่านี้หรือ!”

         หญิงสาวเอ่ยออกมา ด้วยความสงบนิ่งดังเดิม ทว่ามือของนางได้เก็บปราณดาบลงแล้ว คงเหลือไว้เพียงแส้ราณเท่านั้น ก่อนที่นางจะล้วงเอาถุงผ้าสีทองออกมา บนถุงปักลวดลายอ่อนช้อย ดูแล้วก็ไม่ต่างจากถุงผ้าของสตรีทั่ว ๆ ไป คงมีเพียงวิญญาณร้ายเท่านั้น ที่รู้ดีว่านี้คือถุงกลืนวิญญาณ หากถูกทำให้ไปอยู่ในถุงผ้านั่น คำว่าชาติหน้าจะได้เกิด คงไม่มีโอกาสอีกแล้ว นี่คือกฎที่ผู้ล่าจะใช้กับวิญญาณที่ระรานมนุษย์

         “นายท่าน!”

         วิญญาณร้าย พุ่งเข้าไปยืนเคียงข้างผู้เป็นนาย เขาอยากจะห้าม ว่าอย่าได้เรียกหมู่วิญญาณเร่ร่อนมา หาไม่แล้วจะเกิดเรื่องตามมาอีกมาก สู้หนีไปเสียจะยังดีกว่า เสียหน้าเพื่อตั้งหลัก ดีกว่าสู้ทั้งที่ไร้หนทางชนะ

         “หากเจ้าช่วยสิ่งใดข้าไม่ได้! ก็จงตายอีกหนซะเถอะ!”

         ตูม! สิ้นคำของชายแปลกหน้า วิญญาณร้ายคงเหลือเพียงกลุ่มควัน ที่ค่อย ๆ สลายไปในอากาศ นี่คือความเหี้ยมเกรียมอย่างแท้จริง ไม่มีแม้แต่โอกาสให้ได้แก้ต่าง หรือเอ่ยสิ่งใด...เพียงแค่กำลังจะจนหนทาง ก็ต้องทำให้อีกฝ่ายถึงกับวิญญาณสลาย คนเช่นนี้ช่างไม่สมควรเรียกตนเอง ว่ามนุษย์เหนือสรรพสัตว์เลย

         “อย่าคิดใช้สายตาเช่นนั้นกับข้า ต่อให้เจ้าคือผู้ล่าศักดิ์สิทธิ์แล้วอย่างไร ใช่ว่าในหลายพันปีมานี้ คนแบบเจ้า! จะไม่มีใครตายเลยเสียเมื่อไหร่กัน”

         เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์แล้วอย่างไร คนเยี่ยงนางตายมาแล้วนักต่อนัก ต่อให้วันนี้เขากำจัดนางไม่ได้ อย่างไรเสียนายท่านใหญ่ ก็ต้องส่งคนที่เก่งกว่าเขา เพื่อมากำจัดนางอยู่ดี ตราบใดที่ยังไม่พบคนผู้นั้น เมืองแห่งนี้ก็จะไม่มีวันได้สงบสุขอีกต่อไป

         “ข้าก็เพียงมนุษย์คนหนึ่ง ย่อมมีเกิดแก่เจ็บตายเป็นวัฏจักรของชีวิต มีสิ่งใดที่ข้าต้องกลัวด้วยเล่า”

         เยว่เมี่ยวตอบกลับ ด้วยน้ำเสียงดังเดิม นางไม่ได้เป็นคนลำพองตน ว่าเกิดมมีพลังเหนือผู้ใด แล้วจะใช้ชีวิตอย่างคนไม่รู้คิด นางน่ะหรือ! เป็นคนที่รักชีวิตเหนือสิ่งอื่นใด เงินทองหามามากมาย จะมาตายก่อนใช้หมดได้อย่างไรกัน คนโง่เท่านั้นล่ะ ที่จะใช้ชีวิตไม่เป็น ตายก่อนได้ใช้ความสุขที่มั่งคั่งนี้

         ต้านโจวก้าวมายืนเคียงข้างผู้เป็นนาย ก่อนจะรับถุงกลืนวิญญาณไปเปิดออก ดวงตาสีทองของเยว่เมี่ยว ทอประกายเจิดจรัสมากขึ้น ก่อนที่แสงสีทองจะพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า เสียงร้องโหยหวนดังระงม ก่อนกลุ่มก้อนสีดำ ที่ปกปิดท้องฟ้าเอาไว้เมื่อครู่ จะพุ่งเป็นสายลงไปในถุงสีทอง ในมือของต้านโจว ราวกับสายน้ำ ที่เทลงยังจุดเดียวทั้งหมด

         “นายท่านหนีไปก่อนขอรับ ทางนี้ข้าจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้เองขอรับ”

         ชายชุดดำที่ผละออกจากการต่อสู้ ที่มีกับชายหนุ่มเจ้าถิ่น ได้รีบมาดันร่างผู้เป็นนาย ให้หนีไปจากตรงนี้เสีย ยิ่งเห็นเหล่าวิญญาณ ถูกดูดเข้าไปในถุงสีทองในมือปีศาจหมู เขาก็รู้ว่าอย่างไรเสีย ชีวิตคงยากที่จะรอดไปได้ แต่อย่างไรผู้เป็นหัวหน้า จะต้องหนีไปให้ได้เท่านั้น จึงจะถือว่าเขาทำงานได้สำเร็จลุล่วง

         “เหอะ! เจ้าคิดว่ามันจะปล่อยข้าไปเช่นนั้นรึ!”

         ชายแปลกหน้า เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยาะหยัน เขาไม่ได้โง่จนดูไม่ออก ว่าตัวเองไร้ทางรอดแล้ว ที่นี่มิใช่ถิ่นของเขา คงยากที่จะกำชัยได้

         “ไม่รักษาน้ำใจของลูกน้องเลยนะ นายท่านผู้นี้”

         ซ่งเถียนเดินมาหยุดอยู่ข้างสหายรัก ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ต้านโจว รวบปิดถุงผ้าสีทองนั้นเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสามมองไปยังสองผู้บุกรุก ที่มาเยือนในยามวิกาล คราแรกยืดตัวอย่างทะนง ไหนเลยตอนนี้ จึงได้หดลงเหลือเพียงครึ่งไปได้เล่า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่89 สมบูรณ์แบบ

    “ฮ่า ๆ โชคใดจะเข้าข้างเจ้านัก มารดาเจ้าพี่ชายเจ้า ก็ต่ายไปแล้ว ไยเจ้าไม่ตายตามพวกมันไปเล่า!” คำพูดที่โพล่งออกมาจากปากของหวังเต๋อเฟย ประหนึ่งสายฟ้า ที่ฟาดลงกลางแสกหน้าของเหล่าขุนนางกบฏ สตรีวิปลาสผู้นี้กลับกล้าที่จะยอมรับ ว่านางสังหารอดีตฮองเฮา กับอดีตองค์รัชทายาท ช่างน่าตายนัก! “เพราะข้ายังต้องอยู่ เพื่อส่งเจ้าไปกราบเท้าพวกเขาทั้งสองอย่างไรเล่า” อึก! หวังเต๋อเฟยถึงกับดวงตาเบิกกว้าง เมื่อกลางอกของนาง ถูกสายพลังสายหนึ่งพุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปราณสังหาร! ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมฮ่องเต้ จึงไม่ทรงเลือกโอรสคนใดเลย เพราะเขามีตัวเลือกที่ซุ่มซ่อนเอาไว้มานาน ทั้งการฝึกฝนและเรียนรู้ คงถ่ายทอดมาแล้วเป็นอย่างดี ต่ำช้านัก! “เสด็จแม่! เจ้าสารเลว!” “ฮึ! ข้าทำแค่นี้ยังน้อยไปเสียด้วยซ้ำ เจ้ายังกล้าพูดออกมาว่าข้าเลว เช่นนั้นเจ้าก็รอดูความเลวของข้าให้ดี” สิ้นคำซ่งเถียนยกมือขึ้น ส่งสัญญาณให้คนของเขา พาสองแม่ลูกและเหล่าขุนนางกบฏออกจากท้องพระโรงไป เขาไม่ได้มานั่งพิถีพิถัน สอบสวนอย่างเนิบช้า หากจะลงมือก็ต้องให้จบสิ้นโดยไว ในเมื่อแผ่นดินนี่ ตาแก่ชุดทองอยากให้เขา

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่88 สตรีแห่งไป๋เหลียง

    สามวันต่อมา หลังจากกลับถึงเมืองหลวง ทุกอย่างเหมือนจะสงบนิ่งไป ราวกับหลายสิ่งอย่างไม่เคยเกิดขึ้น ที่สำคัญไปกว่านั้น คนในราชวงศ์หายตัวไปอย่างไรร่องรอย ทว่าฮ่องเต้กลับไม่ทรงให้คนติดตามหา ราวกับทรงรู้อยู่แล้วว่าหายไปเพราะเหตุใด วันนี้ในท้องพระโรง มีการหารือเรื่องแต่งตั้งองค์รัชทายาทคนใหม่ โดยมีชินอ๋องถงลั่วอวิ๋น เป็นหนึ่งในผู้ออกความคิดเห็น ร่วมกับองค์ฮ่องเต้ องค์ชายที่ได้รับเลือก กลับเป็นองค์ชายที่ไม่เคยมีผู้ใดพบหน้ามาก่อน พระโอรสอีกองค์ของอดีตฮองเอา ที่ทรงถูกส่งไปให้ญาติฝ่ายมารดาของฮองเอาเลี้ยงดู การกลับมาขององค์ชายกู้เถียนเสวี่ย นับเป็นที่ฮือฮาของคนทั้งราชสำนัก! ร่างสูงสง่าก้าวเข้ามาภายในท้องพระโรง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเย็นชาขององค์ชายห้า โอรสที่ไม่คิดว่าจะยังมีชีวิตอยู่ ทำให้หวังเต๋อเฟย ที่มีพระโอรส ล้วนมีใบหน้าที่ซีดเชียว เพราะทุกคนต่างมีความหวัง ว่าโอรสของตนเอง จะได้ก้าวไปแทนที่ องค์รัชทายาทที่สินพระชนม์ไปแล้ว เมื่อหลายปีก่อน “กระหม่อมกู้เถียนเสวี่ย ถวายบังคมเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ” การประชุมครั้งนี้มิใช่เพียงขุนนาง แต่มีเหล่าสนมเข้าร่วมด้วย

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่87 ไม่รู้สึกจริงหรือ

    “ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” คำตอบของหญิงสาว ทำให้ถงลั่วอวิ๋น แปรเปลี่ยนจากที่ต้องทบมวนใจและอ่อนโยนต่อนาง กลายเป็นความไม่พอใจ นางพูดออกมาได้อย่างไร ว่าสิ่งที่ต้องการมีเพียงแค่เงิน แล้วที่นางกับเขานอนร่วมห้อง แม้ไม่ร่วมเตียง ก็ใกล้ชิดกันอยู่ตลอด นางจะไม่รู้สึกสิ่งใดต่อเขาเลยจริง ๆ หรือ สตรีบ้าผู้นี้กำลังคิดที่จะปั่นหัวเขาเล่นอยู่หรืออย่างไร “ข้าย่อมไม่ผิดสัญญา พ่อบ้านไปนำค่าจ้าง ตามรายการในสัญญามอบให้แก่นาง” เมื่อนางต้องการเล่นกับความรู้สึกของเขา เช่นนั้นเขาก็จะตอบสนองนางตามที่ต้องการ เขาเองก็อยากรู้นักว่านางจะทำสีหน้าเช่นไร “ขอรับ” พ่อบ้านรับคำ ก่อนจะรับรายการสิ่งที่ต้องมอบให้หญิงสาว แล้วก้าวออกจากห้องรับแขกไป “พวกเจ้าพักที่จวนข้าก่อนก็แล้วกัน” เมื่อไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหญิงสาว อ๋องหนุ่มจำต้องอ่อนลงให้นางอีกสักส่วน นี่ถือว่าเขายินยอมนางมากแล้ว “ไม่เป็นไรขอรับ เราย่อมมีที่พักในเมืองหลวงแล้ว ท่านอ๋องเดินทางมาไกล ควรพักผ่อนให้ดี รับค่าจ้างแล้วเราก็จะกลับกันเลยขอรับ” เป็นซ่งเถียน ที่ปฏิเสธเอ่ยปาก ขึ้นมาก่

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่86 ต่างชนชั้น

    สิบห้าวันต่อมา ณ ประตูเมืองหลวง หวางเฟย ชะเง้อมองไปยังถนนเส้นเล็ก ที่ทอดยาวออกไปแสนไกล บุตรชายของนางจะมาถึงวันนี้ ตามที่คนของนางส่งข่าวมา “พระนาง...นั่นเจ้าค่ะ คณะเดินทางของท่านอ๋องอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ” สาวใช้ข้างกาย ชี้ชวนให้ผู้เป็นนายมองตาม ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น คณะเดินทางที่มีธงของสำนักคุ้มภัยชื่อดัง เป็นผู้นำทาง ก่อนจะมีรถม้าคันใหญ่ปรากฏให้เห็นในครรลองสายตา หวางเฟยยกชายเสื้อขึ้นซับหน่วยตา ด้วยความรู้สึกอันตื้นตัน อย่างน้อยเขาก็กลับมา นางไม่อาจทนรับการสูญเสียใดได้อีกในเวลานี้ “มาก็ดีแล้ว” พ่อบ้านชรา รีบกุลีกุจออกไปยืนรอรับคณะเดินทาง ที่เคลื่อนเข้ามาหยุดยังลานกว้าง ก่อนเข้าสู่ประตูเมือง “ท่านอ๋องกลับมาแล้วหรือขอรับ” ชายชราที่ไม่สามารถเข้าใกล้รถม้าได้ ตะโกนถามออกไปเสียงดังอยู่หลายส่วน ก่อนที่เขาจะได้รับอนุญาตจากคนบนหลังม้า ให้เข้าใกล้ตัวรถม้าได้ เพราะคนด้านในส่งสัญญาณมาแล้ว ว่าชายชราคือคนจากจวนอ๋อง “ท่านอ๋องปลอดภัยดีหรือไม่ขอรับ” เมื่อมายืนอยู่ข้างรถม้า ชายชรา เอ่ยถามผู้เป็นนาย ด้วยความห่วงใย “

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่85 ปีศาจเช่นนั้นหรือ

    ภายในห้องนอน ร่างระหงในชุดบางเบา ได้เดินนวยนาทตรงปังเตียงนอน รอยยิ้มอย่างผู้ชนะ ปรากฎบนใบหน้างามของเหมยชุเหริน ด้านนอกคือการต่อสู้ของเจ้าคนไร้ค่า ที่ส่งผีร้ายกับพวกองครักษ์ไร้ฝีมือ เพื่อมากำจัดคนบนเตียง เขลาจนไม่มีใครเทียบจริง ๆ กู้หนานจิ่น นี่ไม่เท่ากับเขาเปิดโอกาสให้นาง ได้เข้าหาท่านอ๋องได้โดยสะดวกหรอกหรือ ทางด้านเล่อเจานั้น ได้ต่อสู้อยู่กับหัวหน้าผู้คุ้มกัน อยู่ทางด้านหลังเรือน เส้นทางที่นางพานายสาว ลอบเข้ามายังบ้านพักหลังนี้ การต่อสู้ที่ทำให้เล่อเจาได้รู้ ว่าที่ผ่านมานางตกอยู่ในกลลวง คนจากเฟิ่งหวง ต่อให้อายุยังน้อย ทว่าฝีมือนั้น เทียบเท่าผู้ฝึกมายาวนานทีเดียว เฟิ่งหวงต้องร่ำรวยเพียงใด จึงสามารถทำเช่นนี้ได้ จ้างวานคนที่มากฝีมือเข้ามาทำงานในสำนัก ทางด้านเหมยชูเหริน ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ มือบางค่อย ๆ ปล่อยปล่อยเสื้อคลุมตัวยามออกให้พ้นกาย เผยให้เห็นเพียงผิวร่างที่ขาวเนียน สะท้อนแสงเทียนสลัว ๆ จากมุมห้อง ลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอของชายหนุ่ม ทำให้เลือดในกายนาง สูบฉีดได้ดีนัก! “ท่านต้องมีข้าเป็นชายาเอกเท่านั้น ถงลั่วอวิ๋น” หญิงสาวโน้มกายลงไปใ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่84 ไม่รู้สึก

    เยว่เมี่ยวไม่เอ่ยสิ่งใดต่อ นางยื่นมืออกไปเพียงเล็กน้อย ปราณสีทองก่อเกิดเป็นแส้เส้นยาว มันเคลื่อนไหวดั่งมีชีวิต นี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ยากนักจะนับได้ ว่านางต้องต่อสู้แบบนี้ เพื่อรักษาชีวิตและสร้างเงินตรา หญิงสาวหลับตาลงอีกครั้ง ก่อนจะสะบัดแส้ในมือใส่ร่างของคนที่นางควรเรียกแม่ เสียงหวีดร้องนั้นจางหายไป พร้อมกับร่างกายที่แหลกสลาย นี่คือการทำลายวิญญาณให้แหลกสลาย นางไม่อาจยินยอมให้ผู้ใด นำวิญญาณของมารดา มาใช้เป็นเครื่องมือได้อีกต่อให้นางไม่รู้สึกที่จะรักใคร่ แต่นางก็ไม่ได้ใจดำถึงเพียงนั้น ใครมันจะอยากต่อสู้กับวิญญาณของคนที่ให้กำเนิด สู้ให้วิญญาณนี้แตกสลายไปเสีย จะได้ไม่ต้องพบเจอหรือพัวพันกันไปมากกว่านี้ นางหาได้อกตัญญูต่อผุ้ให้กำเนิด แต่เป็นสิ่งที่มารดาเลือกแล้วด้วยตนเอง“เจ้าไม่รู้สึกจริง ๆ หรือ”ซ่งเถียนก้าวมาหยุดข้างหญิงสาว พร้อมคำถามที่เขาเคยถามนางไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถ้าเขาเป็นเยว่เมี่ยว เขาจะไม่คิดแยแสเลยแม้แต่น้อย สำหรับคนที่คิดเอาชีวิตเขา ตั้งแต่คลอดออกมาได้มิทันข้ามคืน“รู้สึกแล้วจะได้อันใดตอบแทน ความชิงชังที่ข้ายังไม่รู้ที่มาที่ไป แค่ดวงตาของข้ามีสีทอง หมอผีบอกว่าข้าคือตั

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่14 คนในอดีต

    “พี่หญิง แบบนี้จะดีหรือขอรับ นางเป็นถึงท่านหญิง หากเราทำให้นางไม่พอใจ จะทำให้เราเดือดร้อนหรือไม่ขอรับ” เยว่จ้านเอ่ยถามพี่สาว โดยที่สายตาของเขา มองตามหลังรถม้า ที่เคลื่อนตัวออกห่างไปไกลแล้ว เขามิได้กลัวคนพวกนั้นเลย แต่เขาห่วงพี่สาวมากกว่า นางยังไม่ได้ออกเรือน หากถูกทำร้ายขึ้นมา ชีวิตของนางจ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่13 ล่าถอย

    “วาจาช่างไม่สมกับฐานะเอาเสียเลย จ้านเอ๋อร์ พาท่านปู่หวงหลีกทางเขาไป” เยว่เมี่ยวคร้านจะต่อคำกับคนในรถม้า จึงได้หันไปบอกน้องชาย ช่วยพยุงชายชราถอยออกจากตรงนี้เสีย และที่นางยินยอมเปิดทางให้แก่อีกฝ่าย มิใช่เพราะกลัวเกรงในฐานะของอีกฝ่าย แต่มันไร้สาระเกินที่นางจะมาเสียเวลาอยู่ตรงนี้ ส่วนอีกฝ่ายจะ

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่12 เด็กชายผู้ทะนง

    สิบวันถัดมา หน้าประตูเมืองหน้าด่าน รถม้าหรูหราได้เคลื่อนผ่านประตูเมืองเข้ามา จากเหล่าทหารในชุดองครักษ์ ก็บอกได้แล้วว่าเจ้าของรถม้า เป็นคนชนชั้นสูงจากเมืองหลวง สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องไปที่รถม้า เพื่อรอชมว่าคนด้านในคือใคร บุรุษหรือสตรีที่โดยสารมา แน่นอนว่ามีคนที่มองนั้น ล้วนมีเป้าหมายต่อค

  • บุตรสาวคนเคาะยาม   ตอนที่11 ต่อรอง

    ภายในห้องนอน ที่มีแสงสว่างจากเทียน ซึ่งถูกจุดจนสว่างโร่ ทำให้คนที่เพิ่งรู้สึกตัว ทำได้เพียงกระพริบตาถี่ ๆ เขากำลังประมวลความคิดต่าง ๆ เพื่อเรียบเรียง ว่าตัวเขามาอยู่ตรงนี้ ในสภาพนี้ได้อย่างไร ก่อนที่เขาจะเอียงใบหน้าไปยังทิศทางที่มาของเสียง ฝีเท้าที่ใกล้ประตูเข้ามาทุกขณะ ทำให้ใจของ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status