مشاركة

บทที่ 4

last update آخر تحديث: 2025-12-31 08:30:12

นางอยากมีชีวิตราบรื่น ไม่ต้องมีเรื่องให้ปวดใจทุกวันอย่างมารดา ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ เสียแล้ว

“ซวงเอ๋อร์”

“เจ้าคะคุณหนู”

“ข้าอยากไปไหว้พระที่วัดหยุ่นเหอนอกเมือง เจ้าไปบอกให้บ่าวเตรียมรถม้าให้ข้าที” ซูฉิงเยี่ยนเดินกลับเข้ามายังเรือนของตน

ความรู้สึกกดดันในใจของนางเพิ่มพูนหนักอึ้ง ในใจคิดถึงมารดาเหลือเกินเพราะตอนนี้รู้สึกคล้ายไร้ที่พึ่งพิง

บิดาไม่ฟัง และไม่สนใจความต้องการของนาง ทั้งยังตั้งใจบีบบังคับให้นางออกเรือน

นางจะไม่ทำตามก็ไม่ได้ เพราะหากให้นางฝ่าฝืนคำสั่งสอนไม่เชื่อฟังบิดา กระทั่งปล่อยให้ผู้คนติฉินมาถึงผู้เป็นมารดาที่ล่วงลับ

เรื่องเช่นนั้น...นางทำไม่ได้

วัดหยุ่นเหอนอกกำแพงเมืองหลวงคือสถานที่ซึ่งถงฉิงลี่ชอบมาไหว้พระบ่อยๆ มองไปรอบๆ ที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำในวัยเด็กที่งดงามที่ซูฉิงเยี่ยนไม่มีวันลืม

มารดาของนางมักจะมีรอยยิ้ม ในขณะที่มาไหว้พระที่นี่ นั่นเพราะวัดหยุ่นเหอคือสถานที่ซึ่งบิดามารดาของนางพบกันครั้งแรก

ทั้งสองตกหลุมรักซึ่งกันและกัน โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นชอบ ทว่าหลังจากแต่งงานกันมารดาของนางก็ต้องชอกช้ำ เมื่อครั้งหนึ่งบิดากลับมาถึงบ้านพร้อมลี่หงเย่ เขาบอกว่าจะรับลี่หงเย่เป็นอนุเพราะอีกฝ่ายกำลังตั้งครรภ์

...ในตอนนั้นซูฉิงเยี่ยนเพิ่งจะอายุครบเดือน

หลังจากมีอนุคนแรก คนที่สอง คนที่สามก็ตามเข้ามา

มารดาของนางจำต้องกลืนความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ปริปาก นางต้องทนมองมารดาเจ็บช้ำอยู่นานกระทั่งสิ้นใจ ตอนนี้กลัวแต่ว่าตัวนางเองก็คงหนีไม่พ้นชะตาเดียวกันเป็นแน่

ใต้ต้นหูกวางริมลำธารข้างวัดหยุ่นเหอ ซูฉิงเยี่ยนหยุดเดินแล้วมองเหม่อไปข้างหน้า ซวงเอ๋อร์ผู้เป็นสาวใช้ได้แต่มองผู้เป็นนายด้วยความเห็นใจ แต่ก็ไม่กล้าปลอบด้วยเพราะตัวนางนั้นเป็นเพียงสาวใช้ต้นห้อง

“คุณหนูท่านกระหายหรือไม่เจ้าคะ ได้ยินมาว่าน้ำสระมรกตของวัดหยุ่นเหอ พอดื่มแล้วช่วยให้ชุ่มคอ ทั้งยังเป็นสิริมงคล ท่านเองก็ไม่ได้ดื่มนานแล้ว ข้าน้อยจะไปนำมาให้นะเจ้าคะ”

“เจ้าไปเถิด ข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ สักครู่” ซูฉิงเยี่ยนเดินไปหยุดยืนอยู่ใต้ต้นหูกวางโดยไม่ได้หันมาสนใจสาวใช้ของตนอีก ดังนั้นซวงเอ๋อร์จึงได้แต่เดินห่างออกมา

เมื่อได้อยู่คนเดียวตามลำพังหญิงสาวล้วงเอาเชือกถักสีแดงออกมาจากถุงหอม

เชือกถักเส้นนี้นางผูกเงื่อนเองกับมือ มารดาของนางคือผู้ที่สอนให้นางทำ ทั้งยังบอกว่าเชือกถักนอกจากจะเป็นของมงคลแล้ว ยังสามารถใช้เป็นของแทนใจได้อีกด้วย

จำได้ว่าหากใช้เส้นผมของหญิงสาว ถักทอผูกประสานกับเชือกมงคลเป็นเงื่อนตาย แล้วมอบมันเป็นของแทนใจให้คนรัก นั่นจะทำให้คนสองคนรักกันไม่มีวันเสื่อมคลาย

ภรรยาที่มอบเชือกถักที่มีเส้นผมของนางให้สามี จะทำให้คนสองคนเป็นดัง ‘เงื่อน’ ซึ่งแฝงนัยถึงความรักที่มั่นคงยืนยาว ไม่มีวันเสื่อมคลาย

ซูฉิงเยี่ยนตั้งใจจะมอบเชือกถักเส้นนี้ ให้บุรุษที่นางหวังว่าสักวันนางจะหาเขาเจอ ทว่าตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่าจะไม่มีวันนั้น

นางมาวัดหยุ่นเหอในวันนี้ ก็เพื่อที่จะอำลาความฝันที่นางเคยเอ่ยกับมารดาเอาไว้ สถานที่แห่งนี้ก็คือที่ซึ่งนางเคยบอกมารดาว่านางจะแต่งให้กับคนที่นางรัก และหมายใจว่าเขาเองก็รักนางเช่นกัน

“ท่านแม่” ซูฉิงเยี่ยนเอ่ยออกมาเสียงเศร้า “ลูกเคยบอกกับท่านว่าชั่วชีวิตนี้ลูกจะตามหาบุรุษที่ลูกสามารถรักเขา และเขาเองก็รักลูกเช่นกัน ทว่าในวันนี้ลูกคงมิอาจทำเช่นนั้น เชือกถักของลูกเส้นนี้คงไม่มีโอกาสได้ใช้แล้ว ท่านว่าลูกควรจะทำอย่างไรกับมันดีเจ้าคะ”

ซูฉิงเยี่ยนก้มหน้าลงมองเชือกถักในมือแล้วกำมันเอาไว้แน่น ความสิ้นหวังในใจนางค่อยๆ เอ่อท้น ทว่าจนแล้วจนรอดนางก็ได้แต่กล้ำกลืนมันลงไป

จะมีประโยชน์อันใดที่จะมานั่งคร่ำครวญ เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่กำลังจะเกิดก็มิอาจแก้ไขได้แล้ว...

“ท่านแม่ ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ แม้ว่าในที่สุดแล้วลูกไม่อาจเลือกเส้นทางชีวิตของลูกเอง แต่ลูกก็จะพยายามมีความสุข แม้ว่ามันจะยากแต่ลูกจะทำให้ได้ บางทีการแต่งเข้าตระกูลถานอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ลูกหวังจะให้เป็นอย่างนั้น เขาอาจไม่ได้เป็นเหมือนท่านพ่อ ...พอมีคนอื่นก็เลิกสนใจท่าน”

นางหยุดพูดแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง มือเล็กเรียวยื่นออกไปโน้มกิ่งของต้นหูกวางลงมา บรรจงผูกเชือกถักลงไป

“เงื่อนรักถักทอประสานใจ แฝงนัยความรักไม่เสื่อมคลายไม่พานพบเพียงหนึ่งเดียวดังใจหมาย มิขอผูกพันผู้ใดไปจนตาย”

ซูฉิงเยี่ยนท่องบทกลอนออกมาด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะเงยหน้ามองเชือกถักของนางที่ถูกแขวนอยู่บนกิ่งหูกวาง

แม้ว่ากิ่งไม้ที่นางโน้มลงมาอยู่สูงกว่าระดับสายตาไปเล็กน้อย ทว่าเมื่อนางปล่อยมือกิ่งหูกวางที่ดีดกลับเข้าที่กลับสามารถซ่อนเชือกถักเส้นนั้น ให้กลืนหายเข้าไปคล้ายกำลังช่วยนางซ่อนมันเอาไว้จากผู้คน

ดวงตาทั้งสองข้างของนางคลอคลองไปด้วยน้ำตา เมื่อมองเห็นเชือกถักนั้นกลืนหายเข้าไปในกิ่งหูกวาง ทว่านางกลับไม่ปล่อยให้มันไหลลงมาเพราะเกรงว่าหากนางร้องไห้ น้ำตาจะพัดพาความเข้มแข็งของนางไปจนหมด

หลังจากที่นั่งมองจุดที่ตัวเองผูกเชือกถักเอาไว้อยู่นาน ร่างอรชรก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะสูดลมหายใจเข้า “ท่านแม่ลูกจะเข้มแข็งต่อไปเจ้าค่ะ แม้วันนี้ลูกไม่อาจปฏิเสธในสิ่งที่ท่านพ่อร้องขอ ทว่าวันหน้าลูกจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาบงการชีวิตลูกได้อีก ไม่ว่าลูกจะพบกับเรื่องที่ต้องกล้ำกลืนสักเพียงใด นับจากนี้ลูกจะยืนหยัดให้ได้ ลูกจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนเจ้าค่ะ ดังนั้นท่านอย่ากังวลไปเลยนะเจ้าคะ แล้วลูกจะหมั่นมาเยี่ยมท่านบ่อยๆ” ซูฉิงเยี่ยนกล่าวจบก็หันหลังจากไป

ผ่านไปครู่ใหญ่หลังจากที่หญิงสาวจากไป ร่างสูงของคนผู้หนึ่งก็กระโดดลงมาจากต้นหูกวาง

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 149 จบ

    “เอาล่ะเช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปคุยกับท่านแม่ว่าจะทำเช่นไรท่านพ่อจึงจะยอมให้ท่านเข้าไปดูผาอัคคี เผื่อว่าท่านเห็นแล้วอยากจะเปลี่ยนใจ”“ข้าเข้าไปดูได้หรือ”“ข้าถึงได้บอกว่าจะไปขอท่านแม่อย่างไรเล่า หากไปถามเรื่องนี้กับท่านพ่อ รังแต่จะทำให้เขารู้เท่าทันแผนข้าน่ะสิ” เสวียนจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์“แผนหรือ”“ข้าจะอธิบายเรื่องแผนการของข้าทีหลัง วันนี้ท่านนอนพักผ่อนเถิด ข้าจะกลับมารับพรุ่งนี้เช้า”เสวียนจิ้งมารับฟู่หย่งเจี้ยนในตอนรุ่งเช้าจริงๆ ทว่านางกลับวางยาทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จับเขามัดเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะจับเขาโยนขึ้นรถม้า แล้วออกจากเมืองหลวงแคว้นจ้าวมา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มเขาไม่คาดคิดว่านางจะทำเช่นนี้ ก่อนออกมาจากโรงเตี๊ยมในยามรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงอ่อนโยนคุ้นเคยของฮูหยินจ้าววัง มารดาของนางที่อุตส่าห์นำเงินค่าเดินทางมาให้ถุงใหญ่คนของวังเมฆาอัคคีนี่ช่างทำอะไรเหนือคาดจริงๆ!!“จิ้ง เจ้าทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการทำให้ท่านจ้าววังไม่ยอมรับข้า” ฟู่หย่งเจี้ยนที่นอนอยู่ในรถม้าเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังบังคับรถม้า เสวียนจิ้งเปิดม่านหน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 148

    เสวียนจิ้งจึงชะงักแล้วมีท่าทีละล้าละลัง จะให้นางคุยกับฟู่หย่งเจี้ยนตรงนี้ต่อหน้าบิดากับมารดา นางยังไม่อยากหาเรื่องตายให้ฟู่หย่งเจี้ยนนะ!!!จะให้พูดได้อย่างไรเล่าว่านางเป็นฝ่ายตามติดเขาก่อน แต่เรื่องที่ฟู่หย่งเจี้ยนเคยปฏิเสธนางก็เป็นเรื่องจริง หากบิดายอมอ่อนข้อให้ฟู่หย่งเจี้ยนง่ายๆ เขาก็ไม่ใช่จ้าววังเมฆาอัคคีแล้ว…ฟู่หย่งเจี้ยนมองจากท่าทางของเสวียนหมิง ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายล่วงรู้เรื่องของเขาโดยละเอียด ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้เรื่องต้องยืดเยื้อต่อไปเขาเป็นเคยเป็นคนของราชสำนักแคว้นฉิน...เขาไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียการเผชิญกับความจริงก็ต้องเกิดขึ้น ดังนั้นร่างสูงจึงแตะมือลงไปยังหลังมือของเสวียนจิ้งที่ยังคงเกาะกุมมือของเขาอยู่เขาพยักหน้าให้นางเพื่อให้นางปล่อย ซึ่งนางก็ยินยอมโดยดีโดยไม่พูดอะไร ดูแล้วนางเองก็เข้าใจตรงกันกับเขากระมัง เพราะหากเสวียนหมิงไม่ยินยอมอนุญาต มีหรือที่นางกับเขาจะได้พบกันอีก“ท่านจ้าววังข้าน้อยจริงใจต่อจิ้ง ขอท่านจ้าววังช่วยส่งเสริมเราสองคนด้วย”เสวียนจิ้งอ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น‘เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง’บิดาของนางมิใช่คนที่ใครก็สามารถต่อกรได้ ยิ่ง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 147

    “จิ้งเอ๋อร์มายืนทำอะไรตรงนี้เล่า มาช่วยแม่ในครัวหน่อย หน้าร้านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านน้าของเจ้า กับรั่วหลิงก็พอ”“เจ้าค่ะท่านแม่”แม้จะเดินนำเข้าไปด้านในก่อน แต่กระนั้นสายตาของหญิงวัยกลางคนก็กวาดผ่านเขาไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะละไปราวกับไม่ใส่ใจ ทว่ามีเพียงฟู่หย่งเจี้ยนที่รู้ว่าไม่ใช่!!!ท่าทีสำรวมกว่าทุกครั้งของเสวียนจิ้ง ทำให้ฟู่หย่งเจี้ยนรู้สึกหนักอกหนักใจ เสวียนจิ้งที่มีท่าทีไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน กลับมีท่าทีราวกับเป็นคนละคนในยามที่นางอยู่ต่อหน้ามารดาแล้วเช่นนี้เขาควรเข้าทางมารดาของนางหรือจึงจะดี...แม้ในใจจะครุ่นคิดเช่นนั้น ทว่าฟู่หย่งเจี้ยนก็ไม่ได้ผลีผลาม เพราะรู้ดีว่าหากเขาขอเข้าพบโดยตรงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักแม้ฮูหยินจ้าววังของวังเมฆาอัคคี จะดูเหมือนกลมกลืนกับชาวเมืองหลวง ทว่าเขาไม่เชื่อว่าท่านจ้าววังอย่างเสวียนหมิง จะไม่ส่งคนมาคุ้มกันที่ตระกูลอิ่นแห่งนี้ ดังนั้นดวงตาคมจึงกวาดมองไปทั่วทิศ จุดประสงค์ก็เพื่อมองหาผู้คุ้มกัน ทว่าเขากลับไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองผลีผลามเอาชีวิตมาทิ้งโดยใช่เหตุ ฟู่หย่งเจี้ยนจึงได้แต่ถอยกลับไปตั้งหลักที่โรงเตี๊ยมเพื่อคิดหาหนทางเ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 146

    ตำหนักเฟยเฟิ่งวังหลวงแคว้นฉิน“ท่านมั่นใจแล้วหรือ” ฉินหยูเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะมั่นใจนัก ในยามที่ฟู่หย่งเจี้ยนบอกนางว่าเขาต้องการลาออกจากการเป็นองครักษ์“พ่ะย่ะค่ะ หน้าที่ของกระหม่อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทรงปลอดภัย องค์รัชทายาทจะทรงดูแลองค์หญิงได้ดีกว่าผู้ใด”“ข้ารู้ว่าท่านเองก็เหนื่อยมาก การเดินทางไปแคว้นเยวี่ยครั้งนั้นได้ยินมาว่าไม่มีองครักษ์คนใดที่อาสาไปด้วยตัวเองเลยนอกจากท่าน เพราะพวกเขาสังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ซึ่งมันก็จริง” ฉินหยูเฟยเอ่ยเสียงแผ่ว“แม้ทำเช่นนี้อาจดูเหมือนกระหม่อมผิดต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้กับ...”“ไม่ใช่!!” ฉินหยูเฟยเอ่ยขัดเขา “ท่านไม่ได้ผิดคำพูดใดๆ ที่ให้ไว้กับเสด็จพ่อ ท่านทำหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมายลุล่วงแล้ว ท่านแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะพยายามรักษาคำสัตย์ เราจะปล่อยท่านไป ท่านจงไปทำในสิ่งที่หัวใจของท่านปรารถนาเถิด” ฉินหยูเฟยเอื้อมมือไปรับตราองครักษ์คืนจากมือฟู่หย่งเจี้ยน“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“หากท่านมีโอกาสเดินทางไปยังแคว้นเยวี่ย...”“เขาไม่มีทางไปเยี่ยมเยียนเราได้” เยวี่ยเสียนเฉิงที่ไม่รู้ว่าก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยขึ้นฉินหยูเฟยขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 145

    แม้ว่านางจะทำผิดและถูกลงโทษ ทว่าการขับออกจากพรรคนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากทั้งสองจะคบหา และติดต่อกันมีเพียงเขาต้องละทิ้งในสิ่งที่เขามีเท่านั้น แต่นั่นมันหมายถึงเขาต้องผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้กับอดีตจักรพรรดิเสวียนจิ้งมีความหมายต่อความรู้สึกเขาทว่าคำสัตย์ที่ให้ไว้คือการคุ้มกันองค์หญิงให้เดินทางไปเข้าพิธีเสกสมรสอย่างปลอดภัย แล้วในเวลานี้ถือว่าตัวเขาลุล่วงซึ่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้แล้วหรือยัง..ฟู่หย่งเจี้ยนซึ่งอยู่ในชุดสีฟ้าขาว ไม่ใช่ชุดประจำตำแหน่งองครักษ์สีแดงสลับขาวเช่นเดิม ในมือของเขามีเพียงกระบี่อ่อนคู่กายเป็นอาวุธเท่านั้น มองเผินๆ จึงดูเหมือนชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง หาใช่ขุนนางของราชสำนักไม่ร่างสูงเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนด้วยความคิดถึง ในยามที่มองเห็นตลาดที่คึกคักของเมืองหลวงแคว้นฉิน นับตั้งแต่วันที่เขาวางยาสลบเสวียนจิ้ง จนถึงวันที่เขาเองต้องเดินทางมากับขบวนของรัชทายาทเยวี่ยเสียนเฉิง และองค์หญิงฉินหยูเฟยมายังแคว้นฉิน เขาก็ไม่ได้พบนางอีกเลยคำเตือนของเสวียนเฟิ่งยังคงก้องอยู่ในหู เขาพยายามหาคำตอบให้ตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พบ...วันนี้เขานัดพบกันกับสหายชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ซึ่งทั้งส

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 144

    จุมพิตร้อนแรงหนักหน่วงประทับลงไปยังริมฝีปากของเสวียนจิ้ง พยายามบังคับให้นางกลืนยาเข้าไป ในยามที่สติของนางถูกกลิ่นกายของฟู่หย่งเจี้ยนเข้าครอบงำ เสวียนจิ้งพลันสมองขาวโพลน นางดิ้นรนด้วยพละกำลังที่มี หากแต่กำลังภายในและวรยุทธ์กลับไม่ได้ดึงออกมาใช้ เพราะนางเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ฟู่หย่งเจี้ยนใช้มือหนึ่งดันต้นคอของหญิงสาวเอาไว้ ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็รวบข้อมือของนางเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางขัดขืนได้ถนัดนักลิ้นร้อนพยายามกวาดเข้าไปในโพรงปากอบอุ่น เพื่อบังคับให้นางรับยาสลบเข้าไปอย่างอุกอาจ เขาไม่ยอมให้นางปฏิเสธ ไม่ยอมให้นางผละออกห่างแม้กระทั่งตอนที่ยาทั้งหมดถูกนางกลืนเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจุมพิตหนักหน่วงกดย้ำและหยอกเอินริมฝีปากที่อ้าเผยอออกอย่างไร้ทางสู้ หัวใจของทั้งสองเต้นระรัว ลมหายใจหรือก็หอบโยนไม่ต่างกันเรี่ยวแรงของเสวียนจิ้งลดน้อยลง เมื่อยาสลบออกฤทธิ์ กระนั้นฟู่หย่งเจี้ยนก็หาได้ละไปจากริมฝีปากเย้ายวน ซึ่งบัดนี้แดงช้ำเพราะจุมพิตเร่าร้อนของเขาความรู้สึกอยากครอบครองซึ่งเขาไม่คิดว่าตนจะมีมาก่อนพุ่งขึ้นสูง ดวงตาคมที่เข้มขึ้นเพราะแรงปรารถนา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประทับจุมพิตลงไปยังริมฝีป

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status