Share

บทที่ 4

last update publish date: 2025-12-31 08:30:12

นางอยากมีชีวิตราบรื่น ไม่ต้องมีเรื่องให้ปวดใจทุกวันอย่างมารดา ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ เสียแล้ว

“ซวงเอ๋อร์”

“เจ้าคะคุณหนู”

“ข้าอยากไปไหว้พระที่วัดหยุ่นเหอนอกเมือง เจ้าไปบอกให้บ่าวเตรียมรถม้าให้ข้าที” ซูฉิงเยี่ยนเดินกลับเข้ามายังเรือนของตน

ความรู้สึกกดดันในใจของนางเพิ่มพูนหนักอึ้ง ในใจคิดถึงมารดาเหลือเกินเพราะตอนนี้รู้สึกคล้ายไร้ที่พึ่งพิง

บิดาไม่ฟัง และไม่สนใจความต้องการของนาง ทั้งยังตั้งใจบีบบังคับให้นางออกเรือน

นางจะไม่ทำตามก็ไม่ได้ เพราะหากให้นางฝ่าฝืนคำสั่งสอนไม่เชื่อฟังบิดา กระทั่งปล่อยให้ผู้คนติฉินมาถึงผู้เป็นมารดาที่ล่วงลับ

เรื่องเช่นนั้น...นางทำไม่ได้

วัดหยุ่นเหอนอกกำแพงเมืองหลวงคือสถานที่ซึ่งถงฉิงลี่ชอบมาไหว้พระบ่อยๆ มองไปรอบๆ ที่นี่เต็มไปด้วยความทรงจำในวัยเด็กที่งดงามที่ซูฉิงเยี่ยนไม่มีวันลืม

มารดาของนางมักจะมีรอยยิ้ม ในขณะที่มาไหว้พระที่นี่ นั่นเพราะวัดหยุ่นเหอคือสถานที่ซึ่งบิดามารดาของนางพบกันครั้งแรก

ทั้งสองตกหลุมรักซึ่งกันและกัน โดยมีผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นชอบ ทว่าหลังจากแต่งงานกันมารดาของนางก็ต้องชอกช้ำ เมื่อครั้งหนึ่งบิดากลับมาถึงบ้านพร้อมลี่หงเย่ เขาบอกว่าจะรับลี่หงเย่เป็นอนุเพราะอีกฝ่ายกำลังตั้งครรภ์

...ในตอนนั้นซูฉิงเยี่ยนเพิ่งจะอายุครบเดือน

หลังจากมีอนุคนแรก คนที่สอง คนที่สามก็ตามเข้ามา

มารดาของนางจำต้องกลืนความเจ็บปวดเอาไว้ไม่ปริปาก นางต้องทนมองมารดาเจ็บช้ำอยู่นานกระทั่งสิ้นใจ ตอนนี้กลัวแต่ว่าตัวนางเองก็คงหนีไม่พ้นชะตาเดียวกันเป็นแน่

ใต้ต้นหูกวางริมลำธารข้างวัดหยุ่นเหอ ซูฉิงเยี่ยนหยุดเดินแล้วมองเหม่อไปข้างหน้า ซวงเอ๋อร์ผู้เป็นสาวใช้ได้แต่มองผู้เป็นนายด้วยความเห็นใจ แต่ก็ไม่กล้าปลอบด้วยเพราะตัวนางนั้นเป็นเพียงสาวใช้ต้นห้อง

“คุณหนูท่านกระหายหรือไม่เจ้าคะ ได้ยินมาว่าน้ำสระมรกตของวัดหยุ่นเหอ พอดื่มแล้วช่วยให้ชุ่มคอ ทั้งยังเป็นสิริมงคล ท่านเองก็ไม่ได้ดื่มนานแล้ว ข้าน้อยจะไปนำมาให้นะเจ้าคะ”

“เจ้าไปเถิด ข้าอยากอยู่คนเดียวเงียบๆ สักครู่” ซูฉิงเยี่ยนเดินไปหยุดยืนอยู่ใต้ต้นหูกวางโดยไม่ได้หันมาสนใจสาวใช้ของตนอีก ดังนั้นซวงเอ๋อร์จึงได้แต่เดินห่างออกมา

เมื่อได้อยู่คนเดียวตามลำพังหญิงสาวล้วงเอาเชือกถักสีแดงออกมาจากถุงหอม

เชือกถักเส้นนี้นางผูกเงื่อนเองกับมือ มารดาของนางคือผู้ที่สอนให้นางทำ ทั้งยังบอกว่าเชือกถักนอกจากจะเป็นของมงคลแล้ว ยังสามารถใช้เป็นของแทนใจได้อีกด้วย

จำได้ว่าหากใช้เส้นผมของหญิงสาว ถักทอผูกประสานกับเชือกมงคลเป็นเงื่อนตาย แล้วมอบมันเป็นของแทนใจให้คนรัก นั่นจะทำให้คนสองคนรักกันไม่มีวันเสื่อมคลาย

ภรรยาที่มอบเชือกถักที่มีเส้นผมของนางให้สามี จะทำให้คนสองคนเป็นดัง ‘เงื่อน’ ซึ่งแฝงนัยถึงความรักที่มั่นคงยืนยาว ไม่มีวันเสื่อมคลาย

ซูฉิงเยี่ยนตั้งใจจะมอบเชือกถักเส้นนี้ ให้บุรุษที่นางหวังว่าสักวันนางจะหาเขาเจอ ทว่าตอนนี้นางมั่นใจแล้วว่าจะไม่มีวันนั้น

นางมาวัดหยุ่นเหอในวันนี้ ก็เพื่อที่จะอำลาความฝันที่นางเคยเอ่ยกับมารดาเอาไว้ สถานที่แห่งนี้ก็คือที่ซึ่งนางเคยบอกมารดาว่านางจะแต่งให้กับคนที่นางรัก และหมายใจว่าเขาเองก็รักนางเช่นกัน

“ท่านแม่” ซูฉิงเยี่ยนเอ่ยออกมาเสียงเศร้า “ลูกเคยบอกกับท่านว่าชั่วชีวิตนี้ลูกจะตามหาบุรุษที่ลูกสามารถรักเขา และเขาเองก็รักลูกเช่นกัน ทว่าในวันนี้ลูกคงมิอาจทำเช่นนั้น เชือกถักของลูกเส้นนี้คงไม่มีโอกาสได้ใช้แล้ว ท่านว่าลูกควรจะทำอย่างไรกับมันดีเจ้าคะ”

ซูฉิงเยี่ยนก้มหน้าลงมองเชือกถักในมือแล้วกำมันเอาไว้แน่น ความสิ้นหวังในใจนางค่อยๆ เอ่อท้น ทว่าจนแล้วจนรอดนางก็ได้แต่กล้ำกลืนมันลงไป

จะมีประโยชน์อันใดที่จะมานั่งคร่ำครวญ เพราะถึงอย่างไรสิ่งที่กำลังจะเกิดก็มิอาจแก้ไขได้แล้ว...

“ท่านแม่ ไม่ต้องห่วงนะเจ้าคะ แม้ว่าในที่สุดแล้วลูกไม่อาจเลือกเส้นทางชีวิตของลูกเอง แต่ลูกก็จะพยายามมีความสุข แม้ว่ามันจะยากแต่ลูกจะทำให้ได้ บางทีการแต่งเข้าตระกูลถานอาจไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด ลูกหวังจะให้เป็นอย่างนั้น เขาอาจไม่ได้เป็นเหมือนท่านพ่อ ...พอมีคนอื่นก็เลิกสนใจท่าน”

นางหยุดพูดแล้วถอนหายใจออกมาเสียงดัง มือเล็กเรียวยื่นออกไปโน้มกิ่งของต้นหูกวางลงมา บรรจงผูกเชือกถักลงไป

“เงื่อนรักถักทอประสานใจ แฝงนัยความรักไม่เสื่อมคลายไม่พานพบเพียงหนึ่งเดียวดังใจหมาย มิขอผูกพันผู้ใดไปจนตาย”

ซูฉิงเยี่ยนท่องบทกลอนออกมาด้วยความโศกเศร้า ก่อนจะเงยหน้ามองเชือกถักของนางที่ถูกแขวนอยู่บนกิ่งหูกวาง

แม้ว่ากิ่งไม้ที่นางโน้มลงมาอยู่สูงกว่าระดับสายตาไปเล็กน้อย ทว่าเมื่อนางปล่อยมือกิ่งหูกวางที่ดีดกลับเข้าที่กลับสามารถซ่อนเชือกถักเส้นนั้น ให้กลืนหายเข้าไปคล้ายกำลังช่วยนางซ่อนมันเอาไว้จากผู้คน

ดวงตาทั้งสองข้างของนางคลอคลองไปด้วยน้ำตา เมื่อมองเห็นเชือกถักนั้นกลืนหายเข้าไปในกิ่งหูกวาง ทว่านางกลับไม่ปล่อยให้มันไหลลงมาเพราะเกรงว่าหากนางร้องไห้ น้ำตาจะพัดพาความเข้มแข็งของนางไปจนหมด

หลังจากที่นั่งมองจุดที่ตัวเองผูกเชือกถักเอาไว้อยู่นาน ร่างอรชรก็ลุกขึ้นยืนก่อนจะสูดลมหายใจเข้า “ท่านแม่ลูกจะเข้มแข็งต่อไปเจ้าค่ะ แม้วันนี้ลูกไม่อาจปฏิเสธในสิ่งที่ท่านพ่อร้องขอ ทว่าวันหน้าลูกจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาบงการชีวิตลูกได้อีก ไม่ว่าลูกจะพบกับเรื่องที่ต้องกล้ำกลืนสักเพียงใด นับจากนี้ลูกจะยืนหยัดให้ได้ ลูกจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังแน่นอนเจ้าค่ะ ดังนั้นท่านอย่ากังวลไปเลยนะเจ้าคะ แล้วลูกจะหมั่นมาเยี่ยมท่านบ่อยๆ” ซูฉิงเยี่ยนกล่าวจบก็หันหลังจากไป

ผ่านไปครู่ใหญ่หลังจากที่หญิงสาวจากไป ร่างสูงของคนผู้หนึ่งก็กระโดดลงมาจากต้นหูกวาง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 149 จบ

    “เอาล่ะเช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปคุยกับท่านแม่ว่าจะทำเช่นไรท่านพ่อจึงจะยอมให้ท่านเข้าไปดูผาอัคคี เผื่อว่าท่านเห็นแล้วอยากจะเปลี่ยนใจ”“ข้าเข้าไปดูได้หรือ”“ข้าถึงได้บอกว่าจะไปขอท่านแม่อย่างไรเล่า หากไปถามเรื่องนี้กับท่านพ่อ รังแต่จะทำให้เขารู้เท่าทันแผนข้าน่ะสิ” เสวียนจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์“แผนหรือ”“ข้าจะอธิบายเรื่องแผนการของข้าทีหลัง วันนี้ท่านนอนพักผ่อนเถิด ข้าจะกลับมารับพรุ่งนี้เช้า”เสวียนจิ้งมารับฟู่หย่งเจี้ยนในตอนรุ่งเช้าจริงๆ ทว่านางกลับวางยาทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จับเขามัดเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะจับเขาโยนขึ้นรถม้า แล้วออกจากเมืองหลวงแคว้นจ้าวมา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มเขาไม่คาดคิดว่านางจะทำเช่นนี้ ก่อนออกมาจากโรงเตี๊ยมในยามรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงอ่อนโยนคุ้นเคยของฮูหยินจ้าววัง มารดาของนางที่อุตส่าห์นำเงินค่าเดินทางมาให้ถุงใหญ่คนของวังเมฆาอัคคีนี่ช่างทำอะไรเหนือคาดจริงๆ!!“จิ้ง เจ้าทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการทำให้ท่านจ้าววังไม่ยอมรับข้า” ฟู่หย่งเจี้ยนที่นอนอยู่ในรถม้าเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังบังคับรถม้า เสวียนจิ้งเปิดม่านหน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 148

    เสวียนจิ้งจึงชะงักแล้วมีท่าทีละล้าละลัง จะให้นางคุยกับฟู่หย่งเจี้ยนตรงนี้ต่อหน้าบิดากับมารดา นางยังไม่อยากหาเรื่องตายให้ฟู่หย่งเจี้ยนนะ!!!จะให้พูดได้อย่างไรเล่าว่านางเป็นฝ่ายตามติดเขาก่อน แต่เรื่องที่ฟู่หย่งเจี้ยนเคยปฏิเสธนางก็เป็นเรื่องจริง หากบิดายอมอ่อนข้อให้ฟู่หย่งเจี้ยนง่ายๆ เขาก็ไม่ใช่จ้าววังเมฆาอัคคีแล้ว…ฟู่หย่งเจี้ยนมองจากท่าทางของเสวียนหมิง ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายล่วงรู้เรื่องของเขาโดยละเอียด ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้เรื่องต้องยืดเยื้อต่อไปเขาเป็นเคยเป็นคนของราชสำนักแคว้นฉิน...เขาไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียการเผชิญกับความจริงก็ต้องเกิดขึ้น ดังนั้นร่างสูงจึงแตะมือลงไปยังหลังมือของเสวียนจิ้งที่ยังคงเกาะกุมมือของเขาอยู่เขาพยักหน้าให้นางเพื่อให้นางปล่อย ซึ่งนางก็ยินยอมโดยดีโดยไม่พูดอะไร ดูแล้วนางเองก็เข้าใจตรงกันกับเขากระมัง เพราะหากเสวียนหมิงไม่ยินยอมอนุญาต มีหรือที่นางกับเขาจะได้พบกันอีก“ท่านจ้าววังข้าน้อยจริงใจต่อจิ้ง ขอท่านจ้าววังช่วยส่งเสริมเราสองคนด้วย”เสวียนจิ้งอ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น‘เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง’บิดาของนางมิใช่คนที่ใครก็สามารถต่อกรได้ ยิ่ง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 147

    “จิ้งเอ๋อร์มายืนทำอะไรตรงนี้เล่า มาช่วยแม่ในครัวหน่อย หน้าร้านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านน้าของเจ้า กับรั่วหลิงก็พอ”“เจ้าค่ะท่านแม่”แม้จะเดินนำเข้าไปด้านในก่อน แต่กระนั้นสายตาของหญิงวัยกลางคนก็กวาดผ่านเขาไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะละไปราวกับไม่ใส่ใจ ทว่ามีเพียงฟู่หย่งเจี้ยนที่รู้ว่าไม่ใช่!!!ท่าทีสำรวมกว่าทุกครั้งของเสวียนจิ้ง ทำให้ฟู่หย่งเจี้ยนรู้สึกหนักอกหนักใจ เสวียนจิ้งที่มีท่าทีไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน กลับมีท่าทีราวกับเป็นคนละคนในยามที่นางอยู่ต่อหน้ามารดาแล้วเช่นนี้เขาควรเข้าทางมารดาของนางหรือจึงจะดี...แม้ในใจจะครุ่นคิดเช่นนั้น ทว่าฟู่หย่งเจี้ยนก็ไม่ได้ผลีผลาม เพราะรู้ดีว่าหากเขาขอเข้าพบโดยตรงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักแม้ฮูหยินจ้าววังของวังเมฆาอัคคี จะดูเหมือนกลมกลืนกับชาวเมืองหลวง ทว่าเขาไม่เชื่อว่าท่านจ้าววังอย่างเสวียนหมิง จะไม่ส่งคนมาคุ้มกันที่ตระกูลอิ่นแห่งนี้ ดังนั้นดวงตาคมจึงกวาดมองไปทั่วทิศ จุดประสงค์ก็เพื่อมองหาผู้คุ้มกัน ทว่าเขากลับไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองผลีผลามเอาชีวิตมาทิ้งโดยใช่เหตุ ฟู่หย่งเจี้ยนจึงได้แต่ถอยกลับไปตั้งหลักที่โรงเตี๊ยมเพื่อคิดหาหนทางเ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 146

    ตำหนักเฟยเฟิ่งวังหลวงแคว้นฉิน“ท่านมั่นใจแล้วหรือ” ฉินหยูเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะมั่นใจนัก ในยามที่ฟู่หย่งเจี้ยนบอกนางว่าเขาต้องการลาออกจากการเป็นองครักษ์“พ่ะย่ะค่ะ หน้าที่ของกระหม่อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทรงปลอดภัย องค์รัชทายาทจะทรงดูแลองค์หญิงได้ดีกว่าผู้ใด”“ข้ารู้ว่าท่านเองก็เหนื่อยมาก การเดินทางไปแคว้นเยวี่ยครั้งนั้นได้ยินมาว่าไม่มีองครักษ์คนใดที่อาสาไปด้วยตัวเองเลยนอกจากท่าน เพราะพวกเขาสังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ซึ่งมันก็จริง” ฉินหยูเฟยเอ่ยเสียงแผ่ว“แม้ทำเช่นนี้อาจดูเหมือนกระหม่อมผิดต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้กับ...”“ไม่ใช่!!” ฉินหยูเฟยเอ่ยขัดเขา “ท่านไม่ได้ผิดคำพูดใดๆ ที่ให้ไว้กับเสด็จพ่อ ท่านทำหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมายลุล่วงแล้ว ท่านแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะพยายามรักษาคำสัตย์ เราจะปล่อยท่านไป ท่านจงไปทำในสิ่งที่หัวใจของท่านปรารถนาเถิด” ฉินหยูเฟยเอื้อมมือไปรับตราองครักษ์คืนจากมือฟู่หย่งเจี้ยน“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“หากท่านมีโอกาสเดินทางไปยังแคว้นเยวี่ย...”“เขาไม่มีทางไปเยี่ยมเยียนเราได้” เยวี่ยเสียนเฉิงที่ไม่รู้ว่าก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยขึ้นฉินหยูเฟยขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 145

    แม้ว่านางจะทำผิดและถูกลงโทษ ทว่าการขับออกจากพรรคนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากทั้งสองจะคบหา และติดต่อกันมีเพียงเขาต้องละทิ้งในสิ่งที่เขามีเท่านั้น แต่นั่นมันหมายถึงเขาต้องผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้กับอดีตจักรพรรดิเสวียนจิ้งมีความหมายต่อความรู้สึกเขาทว่าคำสัตย์ที่ให้ไว้คือการคุ้มกันองค์หญิงให้เดินทางไปเข้าพิธีเสกสมรสอย่างปลอดภัย แล้วในเวลานี้ถือว่าตัวเขาลุล่วงซึ่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้แล้วหรือยัง..ฟู่หย่งเจี้ยนซึ่งอยู่ในชุดสีฟ้าขาว ไม่ใช่ชุดประจำตำแหน่งองครักษ์สีแดงสลับขาวเช่นเดิม ในมือของเขามีเพียงกระบี่อ่อนคู่กายเป็นอาวุธเท่านั้น มองเผินๆ จึงดูเหมือนชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง หาใช่ขุนนางของราชสำนักไม่ร่างสูงเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนด้วยความคิดถึง ในยามที่มองเห็นตลาดที่คึกคักของเมืองหลวงแคว้นฉิน นับตั้งแต่วันที่เขาวางยาสลบเสวียนจิ้ง จนถึงวันที่เขาเองต้องเดินทางมากับขบวนของรัชทายาทเยวี่ยเสียนเฉิง และองค์หญิงฉินหยูเฟยมายังแคว้นฉิน เขาก็ไม่ได้พบนางอีกเลยคำเตือนของเสวียนเฟิ่งยังคงก้องอยู่ในหู เขาพยายามหาคำตอบให้ตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พบ...วันนี้เขานัดพบกันกับสหายชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ซึ่งทั้งส

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 144

    จุมพิตร้อนแรงหนักหน่วงประทับลงไปยังริมฝีปากของเสวียนจิ้ง พยายามบังคับให้นางกลืนยาเข้าไป ในยามที่สติของนางถูกกลิ่นกายของฟู่หย่งเจี้ยนเข้าครอบงำ เสวียนจิ้งพลันสมองขาวโพลน นางดิ้นรนด้วยพละกำลังที่มี หากแต่กำลังภายในและวรยุทธ์กลับไม่ได้ดึงออกมาใช้ เพราะนางเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ฟู่หย่งเจี้ยนใช้มือหนึ่งดันต้นคอของหญิงสาวเอาไว้ ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็รวบข้อมือของนางเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางขัดขืนได้ถนัดนักลิ้นร้อนพยายามกวาดเข้าไปในโพรงปากอบอุ่น เพื่อบังคับให้นางรับยาสลบเข้าไปอย่างอุกอาจ เขาไม่ยอมให้นางปฏิเสธ ไม่ยอมให้นางผละออกห่างแม้กระทั่งตอนที่ยาทั้งหมดถูกนางกลืนเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจุมพิตหนักหน่วงกดย้ำและหยอกเอินริมฝีปากที่อ้าเผยอออกอย่างไร้ทางสู้ หัวใจของทั้งสองเต้นระรัว ลมหายใจหรือก็หอบโยนไม่ต่างกันเรี่ยวแรงของเสวียนจิ้งลดน้อยลง เมื่อยาสลบออกฤทธิ์ กระนั้นฟู่หย่งเจี้ยนก็หาได้ละไปจากริมฝีปากเย้ายวน ซึ่งบัดนี้แดงช้ำเพราะจุมพิตเร่าร้อนของเขาความรู้สึกอยากครอบครองซึ่งเขาไม่คิดว่าตนจะมีมาก่อนพุ่งขึ้นสูง ดวงตาคมที่เข้มขึ้นเพราะแรงปรารถนา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประทับจุมพิตลงไปยังริมฝีป

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 143

    “จิ้ง”เสวียนจิ้งเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจกับการกระทำของเขา นางกระพริบตามองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม กระทั่งฟู่หย่งเจี้ยนขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร นางจึงหัวเราะแล้วนั่งลงอย่างผ่อนคลาย“เอาเถิดเจ้ามีอะไรจะถามก็ถามมา”“เจ้า...คือเสวียนจิ้งใช่หรือไม่”“ใช่”แม้จะป

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 142

    เขาให้สงสัยนัก แม้ว่านางจะมีใบหน้าที่เรียกได้ว่างดงาม แต่นิสัยที่คล้ายจะหยาบกระด้างดังบุรุษของนาง ทำให้ความงดงามตามธรรมชาติของสตรี ถูกกลบฝังให้นางกลายเป็นคนแข็งกระด้างหากเขาอยู่กับนางจริง อาจพอจะเปลี่ยนให้นางเป็นสตรีมากขึ้น...ฟู่หย่งเจี้ยนสะดุ้งกับความคิดของตัวเอง เขามองซ้ายขวาราวกับกลัวว่าจะมีใค

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 139

    “เสี่ยวหรู”“เจ้าคะนายหญิง”“เจ้ากลับเข้าไปก่อน ไม่ต้องตามข้าไป ข้ามีเรื่องต้องทำเล็กน้อย สักครู่จะตามเข้าไป”ซูฉิงเยี่ยนกล่าวเสียงเรียบก่อนจะหมุนตัวเดินจากมา โดยที่เสี่ยวหรูยังไม่มีโอกาสได้ถามว่าผู้เป็นนายกำลังจะไปไหน สาวใช้คนสนิทของนายหญิง เดินเข้าไปด้านในอย่างไม่มีทางเลือก นางรู้ดีว่านายหญิงของต

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 138

    “ข้าอยู่ที่เมืองเป่ยในฐานะเฉินหวงหยง หรือฉีฮูหยิน ส่วนเขาคือบัณฑิตฉีเทียน ที่นี่ไม่มีเลี่ยงอ๋องเยวี่ยเทียนฉีหรือซูฉิงเยี่ยนแล้ว”“มิน่าเล่าป้ายหน้าคฤหาสน์หลังนี้จึงเขียนว่าคฤหาสน์บัณฑิต” เสวียนจิ้งพยักหน้าด้วยเพราะเข้าอกเข้าใจจุดประสงค์ของคนทั้งสองเป็นอย่างดีการหลบหนีจากความวุ่นวายทั้งหมด ถือเป็นเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status