Beranda / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / นางกำนัลอุ่นเตียง

Share

นางกำนัลอุ่นเตียง

last update Tanggal publikasi: 2026-02-24 00:19:14

เช้าวันนี้มิได้มีการประชุมเหล่าขุนนางตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่  เพราะฉะนั้นแล้ว  องค์ฮ่องเต้จึงมิได้ตื่นบรรทมขึ้นมาตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่เช่นกัน 

เป็นช่วงสายยามซื่อ (เวลา 10.00น.) เลยทีเดียว  พระองค์จึงทรงตื่นจากการบรรทมได้

เพียงแต่นึกมิถึงเลยว่า  หลังจากที่พระองค์ทรงแต่งพระวรกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว  พระสนมเหนียนเฟยจะรีบนำน้ำแกงบำรุงกำลังมาคอยถวายให้เมื่อยามสายเอาเช่นนี้

ด้านมู่กงกงเองก็เอาแต่ลอบชำเลืองมองดูว่า  องค์ฮ่องเต้จะทรงมีรับสั่งให้พระสนมเหนียนเฟยเข้าเฝ้าหรือไม่  ตนเองจะได้ทำหน้าที่ถูก

“ให้นางเข้ามาเถอะ” 

หลังได้ยินองค์ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งเช่นนั้น  มู่กงกงจึงได้แจ้น

ออกไปหน้าตำหนัก  นำความไปกราบทูลต่อพระสนมเหนียนเฟยในทันที

“หม่อมฉันเหนียนซูอี๋ถวายความคำนับฝ่าบาท  ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี  หมื่นๆ ปี เพคะ”

เหนียนซูอี๋ธิดารองเจ้ากรมแห่งศาลต้าหลี่เอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวานพร้อมทรุดตัวลงไปนั่งคุกเข่าแสดงความคำนับอยู่ที่พื้น

“ลุกขึ้นมาได้”  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงตรัสขึ้นโดยมิได้มองมาที่เหนียนซูอี๋เลยแม้แต่น้อย

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ”

เหนียนซูอี๋พูดพลางลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ และรับถ้วยน้ำแกงจากสาวใช้ข้างกายมาถือไว้กับตน  หลังจากนั้นจึงส่งสายตาขับไล่

สาวใช้ให้ออกไปยืนรอหน้าตำหนัก

“หม่อมฉันทราบมาว่าฝ่าบาททรงสะสางฎีกาติดต่อกันมาหลายคืนแล้ว  จนแทบจะมิได้พักผ่อน  วันนี้หม่อมฉันจึงได้ลงมือต้มน้ำแกงเจ็ดเซียนมาถวายเพคะ”

เหนียนซูอี๋ว่าพลางทอดสายตาลงมองพื้น  วันนี้นางตั้งใจ

ตบแต่งร่างกายมาอย่างเต็มที่ 

อีกทั้งยังได้แต่งแต้มร่างกายด้วยผงหอมบางอย่างมาเป็นพิเศษด้วย

“วางไว้ตรงโต๊ะ  แล้วเจ้าก็ออกไปได้”  สุรเสียงราบเรียบที่เปล่งออกมาจากริมโอษฐ์ได้รูปนั้น  ทำเอาเหนียนซูอี๋รู้สึกใจแป้วไปมิน้อยเลยทีเดียว

“หม่อมฉันรู้ดีว่าฝ่าบาทมิได้ทรงเสด็จไปประทับที่ตำหนักของพระสนมผู้ใดเลยมาเป็นระยะเวลานานแรมเดือนแล้ว ที่หม่อมฉันมาในวันนี้ก็เพียงแต่ตั้งใจทำน้ำแกงมาถวายต่อฝ่าบาทเพียงเท่านั้น

เพคะ  มิได้ตั้งใจจะมารบกวนฝ่าบาทแต่อย่างใด  เช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลา” 

เหนียนซูอี๋ว่าพลางสะบัดชายกระโปรงของตนไปมาเล็กน้อยและย่อตัวลงถวายความคำนับก่อนจะเดินออกมาจากตำหนักตงชางด้วยความหัวเสีย  และมีสีหน้าที่บอกบุญมิรับเลยทีเดียว

หลังจากนั้นมินานนัก  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงที่กำลังจะเสด็จออกนอกตำหนักออกไปเสวยพระกระยาหารเช้าทางด้านนอก  ก็ต้องเริ่มมีอาการขมวดคิ้วขึ้นมาน้อยๆ  เมื่อพบว่าตนเองได้ถูกวางยาปลุกกำหนัดเข้าเสียแล้ว

“มู่กงกง  เตรียมเกี้ยว”

“ฝะ ฝ่าบาทจะทรงเสด็จไปที่ใดกันหรือพ่ะย่ะค่ะ  จะมิทรง

เสวยพระกระยาหารเช้าก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ?” 

มู่กงกงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

“ข้าจะไปตำหนักชุ่ยอี้” 

สุรเสียงที่ดังขึ้นอย่างมิสบอารมณ์นั้นฟังดูก็รับรู้ว่าผู้พูดกำลังมีความรู้สึกไม่พอใจมากเพียงใด  ได้ยินดังนั้นแล้ว  มู่กงกงก็ได้เดินแกมวิ่งออกไปสั่งการเหล่าข้ารับใช้ให้จัดการเตรียมเกี้ยวมาให้กับ

องค์ฮ่องเต้โดยเร่งด่วน

หลังจากนั้นมินานนัก  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ได้เสด็จไปถึงตำหนักชุ่ยอี้  หัวหน้านางกำนัลในตำหนักเห็นดังนั้นแล้ว  ก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก

เหล่านางกำนัลในตำหนักจึงได้ออกมานั่งคุกเข่ากล่าว

คำถวายพระพรดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ให้นางกำนัลเข้ามาสามคน” 

แม้ถ้อยคำกล่าวนั้นจะฟังดูราบเรียบมากเพียงใด  แต่เหล่านางกำนัล ณ ที่นั่น ต่างก็พากันรู้สึกดีใจจนเนื้อเต้นแทบจะเหยียบกันตายในการแย่งชิงกันปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้อยู่รอมร่อ 

หากหัวหน้านางกำนัลผู้ควบคุมและดูแลตำหนักชุ่ยอี้  มิทำการจัดเวรในการเข้าคิวปรนนิบัติฮ่องเต้แล้วไซร้  

เกรงว่าเหล่านางกำนัลพวกนี้คงจะแย่งชิงกันในการเข้าไป

ปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้จนตำหนักชุ่ยอี้ได้พังทลายลงมาเป็นหน้ากลองเป็นแน่แท้

เหล่านางกำนัลสามคนที่เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกและเป็น

ผู้โชคดีในการให้การปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้ครานี้  ต่างพากันเดินเข้าไปในห้องรับรองส่วนพระองค์ด้วยแววตาอันหวามไหว  ก่อนจะช่วยกันปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากพระวรกายสูงใหญ่กำยำนี้อย่างเบามือ

การกระทำในครั้งนี้ขององค์ฮ่องเต้ล้วนผ่านไปด้วยความดุดัน  ไม่เกรงใจใคร  แม้นางกำนัลทั้งสามจะพากันส่งเสียงร้องครวญครางมากเพียงใดก็ตามแต่  แต่ผู้เป็นเจ้าชีวิตกลับมีสีหน้าที่เรียบเฉย

นิ่งขรึมนัก  กว่าพระองค์จะทรงกระทำการให้แล้วเสร็จในครั้งนี้ก็กินเวลาไปถึงหนึ่งชั่วยามเต็ม  (สองชั่วโมง)  เลยทีเดียว 

จนนางกำนัลทั้งสามแทบสลบไสลมิได้สติไปในการปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้ครานี้แล้ว  เมื่อเสร็จกิจองค์ฮ่องเต้ก็ทรงสวมฉลองพระองค์จากไปด้วยใบหน้าถมึงทึง แลดูเคร่งเครียดเป็นอย่างมาก

          ราวกับว่าการปลดปล่อยไปเมื่อสักครู่นั้น  จะมิได้ช่วยทำให้พระองค์ทรงรู้สึกเบาสบายตัว  หรือผ่อนคลายขึ้นมาได้เลยแม้แต่น้อย

          เหล่านางกำนัลอุ่นเตียง ณ ตำหนักชุ่ยอี้เอง  ทุกคนล้วนผ่านการกินยาทำลายการตั้งครรภ์มาก่อนหน้าหลังจากจากได้รับการคัดเลือกเข้ามาอยู่ในตำหนักนี้แล้ว  เพราะฉะนั้นหลังเสร็จสิ้นจากการ

ปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้  พวกนางจึงมิต้องดื่มยาห้ามการตั้งครรภ์อีก

แต่ถึงจะมิสามารถตั้งครรภ์ได้ตามกฎมณเฑียรบาลก็มิเป็นไร  เพียงแค่ได้ปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้ก็นับเป็นเกียรติสูงสุดในชีวิตของพวกนางแล้ว

          ช่วงเวลายามอู่นี้  (เวลา 12.00น.)  อากาศยังถือว่าหนาวเย็นอยู่บ้างเล็กน้อย  เนื่องด้วยนี่เป็นช่วงปลายฤดูเหมันต์

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงปรารถนาที่จะทำการฝึกซ้อมอาวุธขึ้นมาอีกครา  เพื่อขับไล่ความหงุดหงิดฟุ้งซ่านที่เกิดขึ้นมารบกวนภายในจิตใจของพระองค์  จึงทรงตรัสเรียกให้องครักษ์กั๋วโม่โฉวที่พระองค์ทรงให้ความไว้วางพระราชหฤทัยในการดูแลปกป้องเป็นองครักษ์ข้างกายขององค์หญิงเจ็ดเฟยฮุ่ยให้มาประลองดาบกับพระองค์ด้วย  เพื่อที่พระองค์จะได้ทรงตรัสถามเรื่องราวของน้องหญิงผู้นี้ผ่านทางปากจากองครักษ์คนสำคัญเช่นเขา

หลังจากนั้นมินานเกินรอ  กั๋วโม่โฉวในชุดสีดำรัดกุมก็ได้มาทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเบื้องพระพักตร์

“ถวายบังคมฝ่าบาท  ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี  หมื่นๆ ปี พ่ะย่ะค่ะ”  กั๋วโม่วโฉวเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสุขุม

“ลุกขึ้นได้ มิต้องมากพิธี”  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงตรัสขึ้นน้ำเสียงห้วนโดยที่มิได้ปรายสายตามามองดูองครักษ์ผู้นี้แต่อย่างใด

พระองค์ทรงทอดสายพระเนตรดูคมดาบจากเมืองซานจิ่ว  เมืองตีดาบน้ำงามอันดับหนึ่งของแว่นแคว้นด้วยประกายตาพึงพอพระทัย  หลังจากนั้นจึงตรัสต่อไปว่า

“ช่วงนี้องค์หญิงเฟยฮุ่ย นางเป็นเช่นไรแล้วบ้าง?”

“องค์หญิงทรงสุขสบายดี พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

องครักษ์กั๋วโม่โฉวตอบกลับไปน้ำเสียงนุ่ม

“ข้าได้ข่าวมาว่านางหาได้สนใจคำสั่งห้ามออกนอกวังหลวง  ในช่วงหนึ่งเดือนก่อนที่จะมีพิธีแต่งงาน  และยังคงเมาสุราหัวราน้ำอยู่ข้างนอกบ่อยครั้งมิใช่หรือ  เจ้าดูแลนางเช่นไร  จึงได้ปล่อยให้มีเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ขึ้นกับองค์หญิงเฟยฮุ่ยได้”

น้ำเสียงตำหนิอันเยียบเย็นที่เปล่งออกมาจากพระโอษฐ์ขององค์ฮ่องเต้นั้นทำเอาองครักษ์กั๋วโม่โฉวถึงกับตัวเย็น  ชาวาบไปทั้งร่าง  เขาก้มหน้าทอดสายตาลงมองพื้นด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามพระบัญชาได้

“เจ้าเองก็ถือได้ว่าเป็นคนสนิทผู้หนึ่งของข้า  ที่ข้านับเจ้าเป็นถึงสหาย  จึงได้ให้เจ้าช่วยดูแลองค์หญิงเฟยฮุ่ยแทนข้าด้วย  แต่เจ้ากลับปล่อยปละละเลย  ตามใจนาง  จนนางเสียผู้เสียคนมากขนาดนี้  เจ้ารู้หรือไม่  ว่าเจ้ามีโทษสถานใด”

“กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ  กระหม่อมมีโทษสมควรตาย 

ขอฝ่าบาทจงทรงมีรับสั่งลงโทษกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

องครักษ์กั๋วโม่โฉวเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสำนึกผิด  ทว่าสีหน้าและน้ำเสียงยังคงราบเรียบสงบราวกับผิวน้ำที่ไร้คลื่น 

“ข้าจะให้เวลาเจ้าอีกมิเกินหนึ่งสัปดาห์  หากข้ายังรู้มาอีกว่า  องค์หญิงเฟยฮุ่ยยังคงแอบลอบปีนออกนอกตำหนัก  ไปเมามายจนจะกลิ้งผลัดตกลงมาจากบนหลังคาอีก  ข้าจะสั่งลงโทษเจ้าสถานหนัก  อย่างมิไว้หน้าแก่คนผู้ใดเลยทีเดียว  ในอีกมิเกินหนึ่งเดือนข้างหน้านี้องค์หญิงเฟยฮุ่ยจะต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหลินปังหยวนแล้ว กำหนดการมงคลสมรสพระราชทานก็ออกหมายมาอย่างชัดเจนแล้ว  ข้าหวังเอาไว้ว่าเจ้าจะมิทำงานผิดพลาด  ปล่อยปละละเลยในการให้การดูแลองค์หญิงเช่นนี้อีก”

หลังตรัสจบองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉินก็ทรงโยนดาบหนึ่งเล่มออกไปด้านหน้า  ซึ่งองครักษ์กั๋วโม่โฉวก็คว้าเอาไว้ได้ในทันที

เสียงขององค์ฮ่องเต้ที่ทรงตรัสขึ้นว่า  ในอีกมิเกินหนึ่งเดือนข้างหน้านี้องค์หญิงเฟยฮุ่ยจะต้องเข้าพิธีวิวาห์กับหลินปังหยวนแล้ว  ได้เข้ามารบกวนจิตใจของกั๋วโม่โฉวเป็นอย่างมาก  จนเขามิมีกะจิต

กะใจในการซ้อมอาวุธกับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉินครานี้เลยแม้แต่น้อย 

เขาจึงถูกปลายคมดาบตวัดลงบนต้นแขนขวาอย่างช่วยมิได้  หยาดเลือดมากมายได้ไหลซึมออกมาตามรอยแผล 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นดังนั้นแล้ว  จึงได้โยนดาบลงไปปักอยู่บนพื้นดินเสียงดังฟึบ  พร้อมเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงติดจะออกไปทางความพิโรธเล็กๆ ว่า

“ช่างเป็นคนที่ใช้งานมิได้เลยแม้แต่เพียงนิด”

หลังจากนั้นจึงได้สะบัดชายชุดคลุมมังกรของพระองค์เสด็จจากไปในทันที  มิได้หันหลังกลับมามองกั๋วโม่โฉวในยามนี้เลยแม้แต่น้อย

หากพระองค์จะทรงหันพระพักตร์กลับมาทอดพระเนตรดูกั๋วโม่โฉวสักเล็กน้อย  ป่านนี้พระองค์ก็จะคงทอดพระเนตรเห็นแล้วว่า  องครักษ์ผู้นี้มีสีหน้าที่เศร้าสลดปานคนหัวใจแตกสลายมากมายเพียงใด...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC ฮองเฮาของข้า (จบบริบูรณ์)

    เสียงจุมพิตอันดุเดือดแต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวานเว้าวอนมากเกินไปกว่าสิบส่วนด้วยกันนั้น ทำเอาร่างเล็กของหลินหลานฮัวรู้สึกราวกับว่านางได้ล่องลอยไปมาอยู่บนอากาศริมฝีปากหยักเนียนนุ่มของบุรุษผู้ที่ทำการจูบไล้ปลอบประโลมนางอยู่นี้ก็ทำเอาหลินหลานฮัวถึงกับสะท้านไหวช่อบุปผารักของนางถูกปลายลิ้นตวัดปัดป่ายไปมาด้วยลีลาอันช่ำชองและร้ายเหลือจนหยาดน้ำรักของนางได้แตกกระจายออกมาคราแล้วคราเล่าอยู่มิหยุดจวบจนกระทั่งร่างเล็กได้รับการเติมเต็มเข้าไปอย่างช้าๆ หลินหลานฮัวก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย จนแทบจะสร่างเมาไปได้เลยทีเดียว“อ๊ะ” หลินหลานฮัวอุทานขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งกำลังจะเปล่งเสียงร้องกรี๊ดออกมาในตอนท้าย แต่ทว่านางกลับถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงผู้นี้ก้มใบหน้าลงมาจุมพิตดูดซับเสียงร้องของนางเอาไว้ หลินหลานฮัวจึงทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักอยู่ในลำคอได้เพียงเท่านั้น“ฝ่าบาทเหตุใดกันจึงทรงทำเช่นนี้ หม่อมฉันรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ คนใจกล้าหน้าด้าน หน้ามิอายนัก” หลินหลานฮัวอดที่จะก่นด่าองค์ฮ่องเต้ผู้นี้ออกมาด้วยความหัวเสียมิได้แล้ว มาถึงซินซิ่วได้มิทันไรเขาก็แอบลอบมาจับกินนางอีกคราแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 3

    เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ฟาดกระทบเข้ากับใบหน้าได้ดังขึ้นองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงหยุดการกระทำนั้นลงได้“เจ้าตบข้ามาอีกสิอาฮัว หากตบข้าแล้ว มันทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เจ้าก็ตบข้ามาได้อีกเลย”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวคำท้า ซึ่งหลินหลานฮัวเองก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทั้งซ้ายและขวานับได้เป็นสิบครั้งเลยทีเดียว จนฝ่ามือเล็กของนางบวมแดงและมีหยาดเลือดที่ไหลซึมออกมาตรงมุมปากขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงติดมาด้วย“เจ็บมากหรือไม่ฮัวฮัวของข้า ฝ่ามือเจ้าแดงไปหมดแล้วเห็นหรือไม่นั่น หากเจ้าอยากทำร้ายตบตีข้า มิเห็นต้องน่าลงมือลงแรงเอาเช่นนี้เลย เพียงเจ้าสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็ยินยอมพร้อมใจที่จะตบหน้าตัวเองให้กับเจ้าแล้ว หรือหากเจ้าอยากโบยข้าเพียงสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็พร้อมให้เหล่าองครักษ์ที่ติดตามข้ามาด้วยนั้นโบยข้าแทนเจ้าแล้ว”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงว่าพลางจับมือเล็กของหลินหลานฮัวขึ้นมาเป่าลมเข้าไปที่ฝ่ามือเล็กนั้นแผ่วเบา“โบยหรือ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นชวี่มีความแข็งแรงมากมายเพียงใด จะอดทนต่อการ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 2

    “แต่เจ้าจะปล่อยให้อานเอ๋อร์ของเราขาดพ่อไปมิได้นะอาฮัว ชีวิตของเขาต้องมีพ่ออยู่ด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหลินหลานฮัวด้วยความคิดถึง มิพบเจอกันไปเพียงสามปีแต่นางกลับดูสวยสดงามสะพรั่งมากกว่าเมื่อคราที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ในวังต้องห้ามเสียอีก อีกทั้งกลิ่นกายอันหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กนี้ทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเกิดอาการคลั่งไคล้นางขึ้นมาจนอยากจะจับร่างเล็กนี่กลืนกินลงไปจนหมดทั้งตัวอีกคราแล้ว“อานเอ๋อร์อยู่กับหม่อมฉันมาสามปีเต็ม เขามิเคยถามถึงบิดาเลยสักครั้ง แล้วจะบอกว่าเขาต้องการบิดาได้อย่างไร ฝ่าบาททรงสนทนาอยู่ที่บ้านของหม่อมฉันนานแล้วทรงเสด็จกลับไปเถิดเพคะ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของหม่อมฉันกับลูก ขอฝ่าบาทได้โปรดอย่ามากวนใจพวกเราอีกต่อไปเลย” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงหลังได้ยินภรรยารักกล่าวออกมาดังนั้น จึงได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของสาวงามพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ฮัวฮัว ที่ผ่านมา สามีได้กระทำผิดต่อเจ้ามากมายนักแต่สามีสำนึกผิดได้มาตั้งเนิ่นนานแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 1

    “นี่ปล่อยนะคุณชาย ท่านทำอะไรท่านแม่ของข้า ท่านมากัดปากท่านแม่ของข้าทำไม?” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความโกรธขึ้งถึงขั้นใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบตีเข้าไปที่ไหล่ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกคราด้วยนึกห่วงใยมารดาของตนขึ้นมาจับใจนัก“ฮัวฮัว ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ แล้วนี่ลูกชายของพวกเราใช่หรือไม่ เหตุใดเขาจึงได้มีหน้าตาเหมือนกันกับข้าราวกับแกะเอาเช่นนี้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจะก้มใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้กับหลินหลานฮัวอีกคราด้วยความคิดถึง แต่ทว่าหลินหลานฮัวกลับรีบเบือนหน้าหนี พร้อมอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยมาไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายท่านจำคนผิดแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน และขอบคุณที่ท่านช่วยนำตัวบุตรชายของข้ากลับคืนมาส่ง”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นก็รีบเดินจากไปในทันทีซึ่งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็มิได้มีท่าทีกระโตกกระตากแต่อย่างใด พระองค์ทรงสั่งให้คนเฝ้าจับตามองดูหลินหลานฮัวต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่จะได้ติดตามนางไปยังที่พักของนางได้ถูกด้านหลินหลานฮัวเองก็รีบเดินมาหาเสี่ยวเชี่ยนพร้อมสั่งให้เสี่ยวเชี่ยนเก็บข้าวของทุกอย่างกลับบ้านของนางไปในทันที แม้ว่าเสี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 4

    “เจ้าตัวเล็กข้าสั้น ส่วนข้าตัวใหญ่ขายาวใช่หรือไม่?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวชวนคุย“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของข้าด้วยหรือขอรับ?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็คนตัวเล็กขาสั้นก็ก้าวเดินได้ช้า ส่วนคนตัวใหญ่ขายาวก็ก้าวเดินได้ไว ข้าอุ้มเจ้าเอาไว้เช่นนี้ถือว่าเป็นการย่นระยะเวลาให้เจ้าได้เจอกับมารดาของเจ้าได้เร็วขึ้น มิดีหรอกหรือ?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เด็กชายตัวน้อยพลันคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว เช่นนั้นอานเอ๋อร์คงต้องรบกวนคุณชายแล้ว แต่อานเอ๋อร์มิได้รบกวนเปล่าหรอกนะขอรับ อานเอ๋อร์จะมอบของตอบแทนน้ำใจของคุณชายในครั้งนี้ด้วย เช่นไรก็ขอได้โปรดจงรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” เด็กชายพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่หลินหลานฮัวเคยใช้ซับเลือดกำเดาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักบุปผารักด้วยกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่งออกไปมอบให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างช้าๆ ซึ่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากผ้าเช็ดหน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 3

    ทุกครั้งที่หลินหลานฮัวมาวางขายสุราในตลาดแห่งนี้ ผ่านไปมินานเกินครึ่งชั่วยามนางก็มักจะขายได้หมดเสมอ แม้ความงามอันเฉิดฉายของนางจะเป็นอุปสรรคในการค้าขายในแต่ละครั้งเนื่องด้วยจะมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มทั้งอ่อนวัยไปจนถึงคราวแก่และเหล่าคนธรรมดาไปจนถึงคุณชายและขุนนางระดับสูงหลายคนมาคอยแทะโลมหรือเกี้ยวพาราสี แต่หลินหลานฮัวก็ยังคงความสงบนิ่งสยบการกระทำอันไม่น่าดูชมของพวกเขาลงไปเสียได้ และเพราะความงามอันเป็นอุปสรรคในการออกมาพบปะพบเจอกับบุคคลภายนอกเอาเช่นนี้ จึงทำให้หลินหลานฮัวยอมก้าวขาออกจากบ้านมาทำการค้าขายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้นเองเพื่อเป็นการตัดปัญหาเมื่อจัดวางเรียงไหสุรามากมายลงบนโต๊ะเสร็จสิ้นแล้วหลินหลาฮัวก็พบว่าบุตรชายของนางยังมิกลับมาจากร้านของเล่นอีกทั้งเสี่ยวเชี่ยนเองก็ยังมิกลับมาอีกด้วย จึงอดที่จะร้อนใจขึ้นมาบ้างมิได้แล้วนางพยายามเขย่งปลายเท้าขึ้นกวาดสายตามองหาบุตรชายไปโดยรอบ พร้อมทั้งรอคอยการมาเยือนของเสี่ยวเชี่ยนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดีใจ พร้อมชูถุงเงินอันหนักอึ้งออกไปตรงหน้าของหลินหลานฮัว“เสี่ยวเชี่ยน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   หากมิอยากเป็นหม้ายก็ให้รีบมา 2

    “เจ้ายังจะมามัวยิ้มร่าอันใดอยู่อีก มู่จินชิง ข้าสั่งแล้ว ไยเจ้ามิรีบไป ใจคอเจ้าจะให้ข้าตายคาตำหนักตงชางนี่ไปเลยอย่างนั้นหรือ ถึงจะได้สาแก่ใจของเจ้า?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงอันแสนจะหงุดหงิดพระทัย ที่เมื่อได้ทอดพระเนตรเห็นหน้าตาอันรู้ทันของขันทีเฒ่าผู้นี้แล้ว มันก็ท

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC เหยียบย่ำทำลายใจ 1

    หลินหลานฮัวมาอยู่ที่วังต้องห้ามแห่งนี้ได้เป็นระยะเวลาสองเดือนเต็มแล้ว จนกระทั่งนางได้รับทราบข่าวมาว่าหลินปังหยวนได้ถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกหลวงแล้ว และหลังจากนั้นทั้งหลินปังหยวน และหลินหลิวซวงก็ได้รับพระราชทานมงคลสมรสจากองค์ฮ่องเต้ต่อในใจของหลินหลานฮัวก็ได้แต่หวังเอาไว้ว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ทำลายครรภ์1

    เมื่อเดินทางมาถึงตำหนักเฉียนฟู่แล้ว พระสนมหม่ากุ้ยเฟยก็พลันต้องรู้สึกย่ำแย่มากขึ้นไปอีก เมื่อสาวใช้ที่นางซื้อตัวไว้ในแต่ละตำหนักของสนมที่มีโอกาสได้เข้าไปถวายการปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราก่อนด้วยกันนั้นมาแจ้งข่าวให้นางได้รับทราบว่า คังฉางจ้ายได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ ขึ้นมาได้สองเดือนแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC สอนรัก 1

    หลินหลานฮัวมิรู้ว่าตัวนางเองตัดสินใจถูกหรือไม่ที่ได้กล่าววาจาออกไปต่อองค์ฮ่องเต้เช่นนี้ เพียงแต่คิดไปถึงอนาคตข้างหน้าว่านางจะต้องมีชีวิตรอดกลับออกไปหามารดาให้ได้ และหากนางตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ การกระทำของนางในครั้งนี้คงจะพอปกป้องคุ้มครองภัยให้กับลูกของนางได้ แม้ว่านางจะต้องตกระกำลำบากมากกว่านี้อี

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status