Home / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / มิอนุญาตให้ตั้งครรภ์

Share

มิอนุญาตให้ตั้งครรภ์

last update Last Updated: 2026-02-26 23:20:43

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง  ทรงเป็นผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังอย่างแท้จริง  เมื่อคราแรกเริ่มของการร่วมรัก  พระองค์จะทรงนอนนิ่งให้เหล่าสนมได้ปรนนิบัติโดยการควบขี่ขย่มลงบนเรือนกายของพระองค์จนพวกนางแทบจะสิ้นเรี่ยวแรงกันไปแทบจะทั้ง

สามคนไปก็แล้วแต่  แต่กับคังหยุนหลีที่นางพึ่งจะเข้ามาถวายการ

รับใช้ปรนนิบัติพระองค์ในคราแรกนั้น  กลับปรนนิบัติพระองค์ได้มิถูกพระทัยนัก  มิรู้ว่าพระองค์ทรงมีขนาดอาวุธคู่ใจใหญ่โตมากเกินไปหรือไม่  นางจึงได้มีเลือดไหลมิหยุดเอาเช่นนี้ 

จนองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงได้สั่งให้คนไปตามหมอหลวงและให้คนมานำตัวของพระสนมคังหยุนหลีออกไปรักษานออกตำหนัก

จวี๋ฮวาหวง  พร้อมทรงมีรับสั่งมิให้นางได้เข้ามาปรนนิบัติพระองค์อีก

ผ่านไปเนิ่นนานราวสองชั่วยามกว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจะทรงรู้สึกผ่อนคลายลงไปบ้าง  กลีบบุปผางามของเหล่าบรรดา

พระสนมเองต่างก็อ้าออกกว้างแทบจะหุบไม่ลงกันเลยทีเดียว

          หลังเสร็จสิ้นจากภารกิจ  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนจึงดำริจะเสด็จกลับตำหนักตงชางไป  พระองค์ทรงอนุญาตให้เหล่าสนมพักผ่อนกันต่อไป  มิต้องลุกขึ้นมาส่งเสด็จพระองค์ก็ย่อมได้

โดยก่อนที่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจะเสด็จจากไปนั้น  ยังได้กำชับให้พระสนมหม่ากุ้ยเฟยให้ดูแลวังหลังของพระองค์ให้ดีด้วย

นับจากนี้ถัดไปอีกสองเดือน  นอกจากพระองค์จะทรงยุ่งยากกับการแต่งงานขององค์หญิงเฟยฮุ่ยแล้วยังคงดำริที่จะพระราชทานมงคลสมรสให้กับองค์หญิงเฟยเฉินอีก  ฉะนั้นแล้วพระองค์คงจะมิได้เสด็จมาที่วังหลังไปในอีกพักใหญ่เลยทีเดียว

แต่เมื่อคล้อยหลังขององค์ฮ่องเต้ไปได้มินานเท่าใดนัก มู่กงกงพร้อมด้วยหมัวมัว (สาวใช้อาวุโส)  ถึงสามคนก็ได้นำน้ำแกงห้ามครรภ์เข้ามามอบให้กับเหล่าสนมได้ดื่ม

แม้จะมิอยากดื่มน้ำแกงห้ามครรภ์นี้มากเพียงใด  แต่ด้วยทรงเป็นรับสั่งจากองค์ฮ่องเต้  ผู้ใดกันเล่าจะปฏิเสธได้  และเมื่อดื่มน้ำแกงห้ามครรภ์นี่ไปแล้ว  พวกนางยังจะต้องไปอาบน้ำชำระร่างกาย  เพื่อมิให้สายธารสวรรค์ขององค์ฮ่องเต้ตกค้างอยู่ในร่างกายอีก 

จึงจะสามารถแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนที่ตำหนักของตนได้อย่างแท้จริง

พระสนมหม่ากุ้ยเฟยทรงเสด็จกลับตำหนักของพระนางไปด้วยความหัวเสีย  นับตั้งแต่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเสด็จขึ้นครองราชย์มาเป็นระยะเวลาสามปีนี้  พระองค์ทรงได้ทำการคัดเลือกสนมนางในด้วยความเข้มงวด  ทั่งทั้งวังหลังนี้มีสนมที่ได้รับการแต่งตั้งให้อยู่ในตำแหน่งผินเฟยน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย  เหล่าฉางจ้าย ต้าอิ้ง

นั่นอีกก็แทบจะนับคนได้  อีกทั้งสนมส่วนใหญ่ในพระราชวังต้องห้ามนับร้อยคนนี้บางคนยังมิเคยถวายการรับใช้องค์ฮ่องเต้สักครั้งเลยก็มี  มิรู้ว่านางตัดสินใจถูกหรือไม่ที่ได้อนุญาตให้คังหยุนหลีเข้ามามีส่วนร่วมในการปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้ครานี้  แต่พระองค์กลับทรงมิใคร่จะพอพระทัยเท่าใดนัก

อีกทั้งตำแหน่งฮองเฮาในวังหลังเองก็ยังคงว่างอยู่  หากองค์ฮ่องเต้มิทรงปรารถนาให้สนมผู้ใดได้ตั้งครรภ์  นางจะมิได้เป็นกุ้ยเฟยจนแก่ตายคราวังต้องห้ามแห่งนี้ไปเลยหรือ

แต่หากฤทธิ์ของน้ำแกงห้ามการตั้งครรภ์นั้นไร้ซึ่งประสิทธิภาพ  จนนางสามารถตั้งครรภ์มังกรขึ้นมาได้เล่า  เมื่อนั้นนางก็จะได้เป็นใหญ่ในวังหลังนี้อย่างแท้จริง  อีกทั้งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเองก็คงจะมิกล้าออกคำสั่งให้นางต้องทำลายครรภ์ตนเองเป็นแน่แท้  เนื่องด้วยฝั่งตระกูลของนางเองก็มีบทบาทสำคัญในราชสำนัก

มิน้อยไปกว่าผู้ใดเลยทีเดียว

เช่นนั้นแล้วเรื่องการตั้งครรภ์มังกรนี้  นางคงต้องเร่งมือทำอันใดสักอย่างเสียแล้วกระมัง  หาไม่อาจจะมีผู้อื่นช่วงชิงโอกาสอันดีนี้ไปจากนางก็เป็นได้

เมื่อวางแผนการณ์ต่างๆ เอาไว้ในใจเสร็จสิ้นแล้ว  พระสนมหม่ากุ้ยเฟยก็ได้เข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยความมุ่งหมายอยู่ภายในใจ

แต่กับคังหยุนหลีเองที่ตอนนี้หลังจากนางได้รับการรักษาจากหมอหลวงแล้ว  นางก็เอาแต่นั่งร้องไห้อยู่ในห้องนอนของนางจนดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำไปหมด

อันกุ้ยเหรินเองที่มิได้ตั้งใจกลับตำหนักของตนไปในคราแรก  จึงได้เข้ามาเยี่ยมดูอาการของนางด้วยความเป็นห่วง

“เอาล่ะๆ เจ้าก็อย่าร้องไห้อีกต่อไปเลยนะ” 

อันกุ้ยเหรินพูดพลางยกมือขึ้นมาลูบหลัง  ลูบไหล่ของคังซุนหลีแผ่วเบา

“พี่ซีเย่ว  ข้า  ข้ารู้สึกอยากตาย เจ้าค่ะ  ข้าปรนนิบัติฝ่าบาทมิดี  โทษของข้าคือสมควรตาย” 

คังหยุนหลีพูดไปด้วยพร้อมร้องไห้ออกมาราวกับคนปริ่มจะขาดใจตาย

“ครั้งแรกของเจ้าครานี้  ถือว่าทำได้ดีมิเลวเลยทีเดียว

เอาเช่นนี้เป็นไร  ข้ามีวิธีดีๆ อยู่อย่างที่จะช่วยให้เจ้าสามารถปรนนิบัติฝ่าบาทได้ดีขึ้น  หากฝ่าบาททรงเรียกให้เจ้าไปปรนนิบัตอีก”

อันซีเย่วหรือก็คืออันกุ้ยเหรินพูดพลางกระดิกปลายนิ้วชี้เรียกให้คังหยุนหลีขยับตัวเข้ามาใกล้นางอีกนิด

“ตะ แต่ ฝ่าบาททรงตรัสกับข้าเอาไว้แล้วว่า  พระองค์ทรงห้ามมิให้ข้ามาปรนนิบัติพระองค์อีก”

“เจ้าพูดอันใดเช่นนั้น  เจ้าเข้าวังมาสามปี ก็เอาแต่ขลุกอยู่ในท้ายตำหนักนี่  หากบิดาของพวกเรามิได้อยู่ใต้บังคับบัญชาของบิดาพระสนมหม่ากุ้ยเฟยเราจะมีโอกาสได้ปรนนิบัติรับใช้ฝ่าบาทอย่างเช่นในวันนี้หรือ  ไม่เอาน่ะ  เช็ดน้ำตาของเจ้าออกเสีย  พวกเราคือความหวังและที่พึ่งของวงศ์ตระกูลเลยเชียวนะ  เจ้าจะมามัวแต่

ร้องห่ม ร้องไห้อยู่เช่นนี้ได้อย่างไรกัน” 

อันกุ้ยเหรินพูดพร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าสีขาวผืนน้อยที่ปักด้วยลวดลายดอกเหมยส่งให้กับคังหยุนหลีด้วยท่าทีอ่อนโยน

“ขอบคุณเจ้าค่ะพี่ซีเย่ว  แล้ววิธีที่จะช่วยให้ข้าสามารถปรนนิบัติฝ่าบาทได้ดีขึ้นนั้น  คืออันใดกันหรือเจ้าคะ?”

คังหยุนหลีถามขึ้นด้วยความสงสัยพร้อมเอนตัวเข้าไปหา

อันซีเย่วเงี่ยหูฟังคำกล่าวกระซิบนั้นด้วยความตั้งใจ 

หลังจากฟังที่อันซีเย่วกล่าวจบ  นางก็มีใบหน้าแดงจัดซับสีขึ้นมาในทันใด

“อย่าบอกนะเจ้าคะว่าพี่ซีเย่วต้องกระทำการเช่นนี้ก่อนเข้าไปถวายการปรนนิบัติฝ่าบาทก่อนทุกครั้ง” 

คังหยุนหลีเอ่ยถามน้ำเสียงตะกุกตะกักเนื่องด้วยนางยังรู้สึกตกใจมิหายกับเรื่องราวแปลกใหม่ที่ได้รับฟังมาในวันนี้

“เจ้าก็เห็นแล้วว่า  อาวุธคู่ใจของฝ่าบาทนั้นมีขนาดมหึมาและเหยียดยาวมากเพียงไร  หากเหล่าสนมมิกระทำการตระเตรียมตัวก่อนเข้าไปถวายการปรนนิบัติเช่นนี้  แน่นอนว่าฝ่าบาทย่อมจะมิ

พอพระทัยเอาได้  เจ้าเองก็ถือว่าได้ผ่านการปรนนิบัติรับใช้ฝ่าบาท

มาบ้างแล้ว  ครั้งต่อไปอย่างไร  เจ้าต้องรู้จักเตรียมตัวเอาไว้ให้พร้อมด้วยเล่าเข้าใจหรือไม่”

อันซีเย่วกล่าวสำทับ

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ  ขอบคุณพี่ซีเย่วมาก” 

คังหยุนหลีพูดพลางก้มศีรษะลงน้อยๆ เป็นเชิงขอบคุณ

อีกฝ่ายด้วยความซาบซึ้งใจ

“เอ่อนี่  หยุนหลี  ปกติหลังจากเข้าไปถวายการปรนนิบัติ

ฝ่าบาท  เหล่าสนมต้องได้รับพระราชทานน้ำแกงห้ามการตั้งครรภ์ภายในเวลามิเกินครึ่งชั่วยาม  ไม่ทราบว่าเจ้าได้ดื่มน้ำแกงห้ามการ

ตั้งครรภ์แล้วหรือยัง?”  อันซีเย่วเอ่ยถามขึ้นด้วยความตกใจ

“พระราชทานน้ำแกงห้ามการตั้งครรภ์เช่นนั้นหรือ  ยังเลยเจ้าค่ะ  ข้ายังมิได้ดื่มน้ำแกงห้ามการตั้งครรภ์อะไรนั่นเลย  ขะ ข้าจะทำเช่นไรต่อไปดีหรือเจ้าคะพี่ซีเย่ว  ข้า  ข้ากลัว”

คังหยุนหลีพูดพลางเริ่มร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นมาอีกรอบด้วยนางมิรู้ว่าจะต้องทำเช่นไรต่อไปดี

“เอาเช่นนี้  เจ้าอย่าพึ่งร้องไห้  แม้ว่าข้าจะปรารถนาอยากให้เจ้าได้ตั้งครรภ์มังกรมากเพียงไรก็ตามแต่  แต่ยามนี้ฝ่าบาทมิทรงอนุญาตให้สนมในวังหลังผู้ใดตั้งครรภ์มังกรขึ้นมาได้  เช่นนั้นแล้ว

ข้าจะลองไปแจ้งต่อท่านมู่กงกงดู เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ใจของเจ้าแทนเจ้าที่กำลังมิสบายในตอนนี้เอง  ข้าไปนะ” 

หลังกล่าวจบอันซีเย่วก็เดินจากไปอย่างรวดเร็ว  ทิ้งให้

คังหยุนหลีต้องจมอยู่กับความรู้สึกหวาดผวาในการใช้ชีวิตอยู่ใน

วังต้องห้ามอันมีระเบียบกฎเกณฑ์ยิบย่อยต่างๆ มากมากนัก  ด้วยมิรู้ว่านางจะต้องเดินหน้าต่อไปอย่างไรดี...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผารัก มังกรร้าย   น้องสาวมิรักดี! 2

    “เจ้าถึงกับกล้าไปพังสถานที่จัดงานแต่งงาน อีกทั้งยังมิยอมไปวัดตัวตัดเย็บชุดแต่งงานด้วยมิใช่หรือ เจ้าคิดว่าพี่ชายของเจ้าคนนี้โง่งมมากนักหรืออย่างไร จึงจะมิรู้ทันในทุกวีรกรรมที่เจ้าก่อ”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ อย่างคนที่พยายามระงับโทสะของตนเอาไว้อย่างเต็มที่“ที่แท้หม่อมฉันก็นึกว่าเสด็จพี่ทรงเรียกตัวหม่อมฉันให้มาเข้าเฝ้าด้วยเรื่องใดกัน สุดท้ายแล้วก็เป็นเรื่องราวเหล่านี้เอง เช่นนั้นก็ปล่อยนางกำนัลในตำหนักของหม่อมฉันไปเถิดเพคะ พวกเขามิได้มามีส่วนรู้เห็นอันใดกับหม่อมฉันด้วย จึงมิใช่เรื่องสมควรที่พวกเขาจะต้องมาถูกเสด็จพี่สั่งลงโทษโบยเอาเช่นนี้”องค์หญิงเฟยฮุ่ยเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงนุ่ม“ข้าขอออกคำสั่งให้เจ้าไปวัดตัวตัดเย็บชุดแต่งงานกับหลินปังหยวนเดี๋ยวนี้ และต่อไปนี้ข้าขอออกคำสั่งให้กักบริเวณเจ้าอยู่แต่ในตำหนักของเจ้าเอง จนกว่างานพิธีมงคลสมรสพระราชทานจะเสร็จเรียบร้อยไปแล้วด้วยดี เจ้าจึงจะสามารถก้าวขาออกนอกตำหนักได้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสออกมาทีละถ้อยคำอย่างช้าๆ และชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง“เสด็จพี่อย่าได้บ้าอำนาจเกินไปนักเลยเพคะ” “เ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   น้องสาวมิรักดี! 1

    เมื่อได้ยินพระสนมอันกุ้ยเหรินมาแจ้งต่อตนดังนั้น มู่กงกงก็พลันรู้สึกตกใจจนหน้าถอดสี เรื่องที่เหล่าสนมในวังหลังมิได้รับอนุญาตให้ตั้งครรภ์นั้น เหล่าขุนนางก็ได้รับรู้กันไปจนทั่วจากการที่องค์ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งแจ้ง ณ ที่ประชุมขุนนางตั้งแต่เมื่อครั้นที่พระองค์ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ แล้ว เนื่องด้วยองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงมีความปรารถนาที่จะให้การทุ่มเทพระวรกายในการทำนุบำรุงฟื้นฟูบัลลังก์มังกรให้มั่นคงรอบด้านเสียก่อนจึงจะคิดวางแผนเรื่องการมีบุตรเป็นลำดับถัดไป เช่นนั้นแล้วสำหรับพระสนมแซ่คังผู้นี้ จึงมิใช่เพียงแค่การให้นางได้ดื่มน้ำแกงห้ามการตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียวแต่อย่างใด นางจำต้องถูกทำทุกวิถีทางในการรีดเร้นสายธารสวรรค์ครั้งนี้ออกมาด้วยเมื่อมู่กงกงเสร็จสิ้นจากภารกิจในครั้งนี้แล้ว จึงได้เดินทางกลับตำหนักตงชางไปด้วยความหวาดวิตก หากจะนับถึงสิ่งที่ผิดพลาดจากการทำงานของเขานี่คงนับได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยกระมังการบริหารจัดการราชกิจต่างๆ ในวังหลวง ล้วนผ่านพ้นไปได้อย่างสงบราบเรียบ เรียบร้อย เป็นระยะเวลาถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มหากเพียงแต่ว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจะมิทรงเรียกขุนนางกรมพ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   มิอนุญาตให้ตั้งครรภ์

    องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง ทรงเป็นผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังอย่างแท้จริง เมื่อคราแรกเริ่มของการร่วมรัก พระองค์จะทรงนอนนิ่งให้เหล่าสนมได้ปรนนิบัติโดยการควบขี่ขย่มลงบนเรือนกายของพระองค์จนพวกนางแทบจะสิ้นเรี่ยวแรงกันไปแทบจะทั้งสามคนไปก็แล้วแต่ แต่กับคังหยุนหลีที่นางพึ่งจะเข้ามาถวายการรับใช้ปรนนิบัติพระองค์ในคราแรกนั้น กลับปรนนิบัติพระองค์ได้มิถูกพระทัยนัก มิรู้ว่าพระองค์ทรงมีขนาดอาวุธคู่ใจใหญ่โตมากเกินไปหรือไม่ นางจึงได้มีเลือดไหลมิหยุดเอาเช่นนี้ จนองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงได้สั่งให้คนไปตามหมอหลวงและให้คนมานำตัวของพระสนมคังหยุนหลีออกไปรักษานออกตำหนักจวี๋ฮวาหวง พร้อมทรงมีรับสั่งมิให้นางได้เข้ามาปรนนิบัติพระองค์อีกผ่านไปเนิ่นนานราวสองชั่วยามกว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจะทรงรู้สึกผ่อนคลายลงไปบ้าง กลีบบุปผางามของเหล่าบรรดาพระสนมเองต่างก็อ้าออกกว้างแทบจะหุบไม่ลงกันเลยทีเดียว หลังเสร็จสิ้นจากภารกิจ องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนจึงดำริจะเสด็จกลับตำหนักตงชางไป พระองค์ทรงอนุญาตให้เหล่าสนมพักผ่อนกันต่อไป มิต้องลุกขึ้นมาส่งเสด็จพระองค์ก็ย่อมได้โดยก่อนที่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 2

    "ฝ่าบาท"เป็นเสียงของมู่กงกงที่เอ่ยเรียกขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน"วันๆ ก็ดีแต่ส่งเสียงเรียกอยู่ได้ทั้งวัน น่ารำคาญสิ้นดี"องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงมิสบพระทัย"ฝ่าบาททรงแช่พระวรกายมาเนิ่นนานนักแล้ว กระหม่อมเกรงว่าฝ่าบาทอาจจะทรงเป็นหวัดได้นะพ่ะย่ะค่ะ"มู่กงกงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"คนไม่มีใครรักเช่นข้า จะเจ็บป่วยหรือล้มตายไป ก็มิมีผู้ใดมาสนใจหรอก"องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางลุกขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อนอวดเรือนร่างเปลือย แข็งแกร่งกำยำ มีมัดกล้ามอันแข็งแรงอยู่ทั่วทุกส่วนของร่างกาย ทำเอามู่กงกงที่ได้เห็นอาหารตาชั้นเลิศเช่นนั้นแล้วต้องยืนตาค้างอ้าปากกว้างอยู่นานนัก จนกระทั่งลืมตัวไปเสียสิ้นว่ายามนี้ตนเองต้องส่งชุดคลุมมาให้กับองค์ฮ่องเต้แล้วด้วยซ้ำไป"มู่จินชิง เจ้าจะยืนจ้องมองข้าอีกนานหรือไม่ ข้าจะได้สั่งตัดหัวเจ้าแล้ว"สุรเสียงเย็นเยียบที่เปล่งออกมานั้นทำเอามู่กงกงต้องรีบแจ้นเดินแกมวิ่งนำชุดคลุมมังกรมาสวมคลุมให้กับองค์ฮ่องเต้โดยเร็วพลัน หลังจากนั้นมินานองค์ฮ่องเต้ก็เสด็จไปยังตำหนักจวี๋ฮวาหวงต่อเมื่อเสด็จไปถึงก็ทรงพบว่าพระสนมหม่ากุ้ยเฟย พร้อมด้วยสนมอันกุ้ยเหริน เสิ่น

  • บุปผารัก มังกรร้าย   หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

    แต่ดูจากท่าทีแล้วองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง คงจะมิได้มีเรื่องใดให้ชวนผ่อนคลายสบายใจได้เลยแม้แต่เพียงนิด หลังจากทรงสั่งลงโทษองครักษ์กั๋วโม่โฉวเสร็จ และเสด็จกลับมาถึงตำหนักตงชางของพระองค์แล้ว ก็ทรงพบว่ามู่กงกงกำลังยืนรอคอยการกลับมาของตนอยู่ด้วยสีหน้าที่กระอักกระอ่วนใจพิกลนัก“เจ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดมา”น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเอือมระอานั้น ทำเอามู่กงกงต้องพลอยหน้าม่อยลงไปหลายส่วน จึงได้ตอบองค์ฮ่องเต้ออกไปน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า“ขณะนี้พระสนมหม่ากุ้ยเฟย มารอคอยฝ่าบาทอยู่ยังห้องรับรองแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“วังหลังชักจะสงบราบเรียบไร้งานการ ไร้แก่นสารมากนักแล้วกระมัง เหตุใดตำหนักตงชางที่ประทับส่วนพระองค์ของข้าจึงได้มีแต่เหล่าสนมเทียววนเวียนเข้าออกมาหาราวกับว่าตำหนักของข้าเป็นร้านตลาดนอกวังเอาเช่นนี้”น้ำเสียงกระแทกแดกดัน พร้อมสายพระเนตรที่จ้องมองมายังมู่กงกงตาขวางนั้น ทำเอาขันทีที่ค่อนไปทางวัยกลางคนปลายๆ เช่นเขา แทบจะหลบสายพระเนตรของโอรสสวรรค์มิทันเลยทีเดียวเพียงก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไปในห้องรับรอง องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็พบว่าหม่ากุ้ยเฟย หรือก็คือหม่าซูเหลียนบุตรีเสนาบดีกรมกลาโหมกำลัง

  • บุปผารัก มังกรร้าย   สั่งลงโทษองครักษ์ 2

    องค์หญิงเฟยฮุ่ยมองค้อนพี่ชายของตัวเอง แล้วรีบลุกจากเตียงโดยไม่คิดจะล้างหน้า เปลี่ยนชุด หรือแม้แต่จัดแต่งทรงผมให้ดูดี นางใช้วิชาตัวเบาทะยานไปยังลานขี่ม้าทันที ก็เห็นกั๋วโม่โฉวที่สวมเพียงกางเกงสีดำนั่งคุกเข่าด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่อนาทรต่อลมหรือเกร็ดหิมะแม้แต่น้อย เขาต้องหนาวมากเป็นแน่ “ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ขณะที่ยืนมองเขานิ่งแววตาแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถ้าเขาโดนลงโทษก็สมควรให้คนมาปลุกนางเพื่อช่วยเขาไม่ใช่หรืออย่างไร “ฝ่าบาทยังไม่มีรับสั่งให้กระหม่อมลุกขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” “แต่ท่านเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของข้า ท่านต้องฟังคำสั่งของข้าสิ” “กระหม่อมมีความผิดที่ดูแลองค์หญิงไม่ดีพอ สมควรถูกลงโทษแล้ว” “คนที่ผิดคือข้า โอ๊ย! ทำไมท่านต้องยอมให้เสด็จพี่รังแกอยู่เรื่อย เขาเห็นท่านเป็นอะไรจึงชอบทารุณไม่หยุดหย่อน” องค์เฟยฮุ่ยโวยวายอย่างเหลืออด นางจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ตั้งแต่เสด็จพี่พระองค์โตของนางครองบัลลังก์ ก็กลายเป็นคนบ้าอำนาจ มองโลกในแง่ร้าย ชอบลงโทษผู้คน นางอยากให้มีใครสักคนมาลงโทษเขาเสียบ้าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status