Share

น้องสาวมิรักดี! 2

last update Tanggal publikasi: 2026-02-26 23:24:29

“เจ้าถึงกับกล้าไปพังสถานที่จัดงานแต่งงาน  อีกทั้งยังมิยอมไปวัดตัวตัดเย็บชุดแต่งงานด้วยมิใช่หรือ  เจ้าคิดว่าพี่ชายของเจ้าคนนี้โง่งมมากนักหรืออย่างไร  จึงจะมิรู้ทันในทุกวีรกรรมที่เจ้าก่อ”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางพยายามสูดลมหายใจเข้า

ปอดไปลึกๆ อย่างคนที่พยายามระงับโทสะของตนเอาไว้อย่างเต็มที่

“ที่แท้หม่อมฉันก็นึกว่าเสด็จพี่ทรงเรียกตัวหม่อมฉันให้มา

เข้าเฝ้าด้วยเรื่องใดกัน  สุดท้ายแล้วก็เป็นเรื่องราวเหล่านี้เอง  เช่นนั้นก็ปล่อยนางกำนัลในตำหนักของหม่อมฉันไปเถิดเพคะ  พวกเขา

มิได้มามีส่วนรู้เห็นอันใดกับหม่อมฉันด้วย  จึงมิใช่เรื่องสมควรที่พวกเขาจะต้องมาถูกเสด็จพี่สั่งลงโทษโบยเอาเช่นนี้”

องค์หญิงเฟยฮุ่ยเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงนุ่ม

“ข้าขอออกคำสั่งให้เจ้าไปวัดตัวตัดเย็บชุดแต่งงานกับหลินปังหยวนเดี๋ยวนี้  และต่อไปนี้ข้าขอออกคำสั่งให้กักบริเวณเจ้าอยู่แต่ในตำหนักของเจ้าเอง จนกว่างานพิธีมงคลสมรสพระราชทานจะเสร็จเรียบร้อยไปแล้วด้วยดี  เจ้าจึงจะสามารถก้าวขาออกนอกตำหนักได้”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสออกมาทีละถ้อยคำอย่างช้าๆ และชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง

“เสด็จพี่อย่าได้บ้าอำนาจเกินไปนักเลยเพคะ”

          “เจ้ากล้าดีอย่างไรจึงเอ่ยกับข้าเช่นนี้?”

คราวนี้ฮ่องเต้ไม่เพียงตบโต๊ะเสียงดัง แต่ยังลุกเดินเข้าไปจ้องหน้าน้องสาวใกล้ๆ ซึ่งนางเองก็ได้เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่อนาทรต่อบารมีของพี่ชายที่แผ่ความเย็นชาออกมาอย่างเต็มพิกัด

          “หม่อมฉันมีเส้นทางของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้เสด็จพี่มา

ขีดเขียน”

          “แต่เจ้าเป็นถึงองค์หญิง ไม่อาจขีดเขียนเส้นทางของตัวเองได้  อย่ายโสโอหังให้มากเกินไปนัก”

          “ถึงจะขีดเขียนเส้นทางของตัวเองไม่ได้ แต่การเลือกคู่ครองไม่ใช่สิ่งที่เสด็จพี่จะมาบังคับ พระองค์ก็รู้ดีว่าหม่อมฉันเป็นคนเช่นไร รักอิสระ ชอบทำอะไรตามใจตัวเอง แต่ทุกสิ่งทุกอย่างไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยที่จะทำให้บัลลังก์ของเสด็จพี่คลอนแคลน หม่อมฉันเป็นหมอเพื่อไปรักษาชาวบ้านยากไร้ ตรวจสอบดูแลความเรียบร้อยของเมืองหลวงได้ดีเสียยิ่งกว่าผู้ตรวจการเสียอีก  หอนางโลมเถื่อนก็ไม่ใช่

หม่อมฉันหรือที่จัดการจนเรียบร้อย โจรขโมยก่อกวนเมืองก็เป็นองครักษ์ในสังกัดของหม่อมฉันเป็นผู้จับกุม ขอถามเสด็จพี่ว่าทั้งหมดคือความผิดที่ทำให้เสด็จพี่บังคับให้น้องต้องแต่งงานหรือเพคะ?”

“ข้ามิเคยบอกว่าทุกสิ่งที่เจ้าทำนั้นมันผิด  แต่การเลือกคู่ครองนั้น  เราเป็นเชื้อพระวงศ์มิสามารถกระทำการที่จะตัดสินใจเองได้ว่าต้องเลือกแต่งหรือมิแต่งกับผู้ใด  ทุกอย่างล้วนต้องกระทำไปตามความเหมาะสม  หลินปังหยวนเขาเป็นถึงบุตรชายอัครมหาเสนาบดีฝั่งขวาหลินไห่กัง  บิดาของเขามีความดีความชอบต่อบ้านเมืองมาถึงสองยุคสมัย  ตัวเขาเองก็เป็นถึงขุนนางฝ่ายบุ๋นขั้นสี่ของวังหลวง อนาคตข้างหน้าของเขาย่อมก้าวหน้าก้าวไกล  ทุกอย่างเขาล้วนมีแต่ความเหมาะสมกับเจ้าเป็นอย่างยิ่ง  ข้าเองก็มิอยากที่จะรับฟังเหตุผลบ้าบอคอแตกอันไร้แก่นสารใดจากเจ้าอีก  ตัวเจ้าเองอายุก็เลยวัย

ปักปิ่นมาแล้วมิใช่น้อย  เหตุใดจึงยังคงคิดมิได้ และกระทำตนเป็นคนเอาแต่ใจตนเองเช่นนี้อีก  เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าการกระทำของเจ้าในครั้งนี้จะทำให้ดวงวิญญาณของเสด็จพ่อทรงปวดร้าวมากเพียงใด?”

“เสด็จพี่อย่ามาทรงกล่าวอ้างถึงดวงวิญญาณของเสด็จพ่อเลยเพคะ หากเสด็จพี่ทรงอยากเกี่ยวดองกับทางจวนสกุลหลินนัก เหตุใดเสด็จพี่จึงมิรับทายาทสายตรงของคนในสกุลหลินมาเข้ารับการแต่งตั้งเป็นสนมในวังเองเล่าเพคะ "จะทรงมายุ่งยาก กะเกณฑ์

ขีดเขียนเส้นทางเดินในชีวิตของหม่อมฉันไปด้วยเหตุใดกัน แม้วันนี้เสด็จพี่จะทรงสั่งลงโทษหม่อมฉัน สั่งให้กักขังหม่อมฉัน หรือจะสั่งให้ประหารชีวิตของหม่อมฉันไปก็ตามแต่ แต่หม่อมฉันก็ยังจะขอยืนยันคำพูดของตนเองเช่นเดิมว่าหม่อมฉันมิแต่งกับเขา หม่อมฉันมิแต่งกับหลินปังหยวนเพคะ"

องค์หญิงเฟยฮุ่ยตรัสพร้อมเชิดใบหน้างามขึ้นด้วยความถือดี  เพราะถึงอย่างไรวันนี้  แม้องค์ฮ่องเต้จะทรงมีรับสั่งให้นางแต่งงานกับผู้ใดก็แล้วแต่  นางย่อมมิยินยอมที่จะแต่งงานด้วยทั้งสิ้น  นอกจากบุรุษผู้นั้น  ผู้ที่นางได้ยอมมอบกายถวายชีวิต  ยอมที่จะมอบหัวจมท้ายไปกับเขาแล้ว  มิว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นตายร้ายดีเช่นไรก็ตามแต่   

แต่นางก็จะมิมีวันปล่อยมือของนางให้หลุดไปจากเขาเป็นอันขาด 

“เฟยฮุ่ย  น้องสาวมิรักดี  เจ้ากล้ามาต่อปากต่อคำกับข้า  เจ้ากล้าขัดคำสั่งของข้าเช่นนั้นหรือ  นับวันเจ้าก็ชักจะเอาใหญ่แล้ว  ข้ามีคำสั่งให้เจ้าแต่งกับหลินปังหยวน  เจ้าก็ต้องแต่ง  ทหารเข้ามาในตำหนัก  จับมัดตัวขององค์หญิงเฟยฮุ่ยเอาไว้เดี๋ยวนี้”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงมีรับสั่งออกมาน้ำเสียงเฉียบขาด  เหล่าทหารที่ยืนรักษาการณ์นอกตำหนักจึงได้วิ่งกรูกันเข้ามาปฏิบัติตามรับสั่งขององค์ฮ่องเต้ในทันใด 

เพียงแต่ว่าพวกเขานั้นกับมิสามารถเข้าถึงตัวขององค์หญิงเฟยฮุ่ยได้เลยแม้แต่น้อยเพราะองค์หญิงเฟยฮุ่ยได้ทำการต่อสู้กับ

พวกเขาเอาไว้อย่างเต็มที่

ก่อนจะถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงสะบัดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้างามอย่างแรงเสียจนมีหยาดเลือดไหลซึมออกมาจากมุมปาก  ทำเอาเหล่าทหาร และข้ารับใช้ที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างพากันตกตะลึงจน

อ้าปากกว้างดวงตาค้างไปตามๆ กัน

“เสด็จพี่ทรงตบตีหม่อมฉัน  เสด็จพี่ทรงตบหน้าของ

หม่อมฉัน” 

องค์หญิงเฟยฮุ่ยพูดพร้อมหยุดการต่อสู้กับเหล่าทหารในตำหนักตงชางนี่ลงเสีย  พร้อมเงยหน้าขึ้นมองดูพี่ชายคนโตด้วย

แววตาเศร้าโศกเสียใจและสะเทือนใจอย่างรุนแรงนัก  นางพยายามข่มกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้มิให้ไหลออกมา  พร้อมจ้องมองดูใบหน้า

อันหล่อเหลาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นพี่ชายคนโตที่นางรักมากมาโดยตลอดด้วยแววตาอันเจ็บช้ำ 

‘นี่นะหรือองค์รัชทายาทผู้แสนจิตใจดีที่นางเคยติดตามออกไปช่วยรักษาผู้ป่วย ณ ดินแดนต่างๆ เมื่อหลายปีก่อนนั้น  นี่นะหรือพี่ชายที่นางเคยรักและเทิดทูนบูชาเขามาโดยตลอด  แต่เหตุใดวันนี้เขาจึงได้มีท่าทีดุร้าย  และบ้าอำนาจจนขาดสติเอาเช่นนี้กันด้วยเล่า?’

“หม่อมฉันเกลียดเสด็จพี่ฮ่องเต้แล้ว  หม่อมฉันทรงรู้สึกรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ  หม่อมฉันมิน่ามีพี่ชายแบบฝ่าบาทเลย” 

องค์หญิงเฟยฮุ่ยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเจือสะอื้นพร้อมรีบหันหลังกลับวิ่งหนีออกจากตำหนักตงชางไปอย่างรวดเร็ว 

เมื่อออกมานอกเขตตำหนักตงชางแล้ว  ร่างเล็กก็ถึงกับ

ทรุดตัวนั่งร้องไห้อยู่ที่พื้นด้วยอาการของคนที่ดวงใจแตกสลาย

ด้านองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอง  เมื่อทรงรู้สึกตัวขึ้นมาว่าพระองค์ได้ทรงเผลอลืมตัว  ทำตัวน่ารังเกียจชิงชังออกไปดังนั้นแล้ว  จึงได้ยกหมัดขึ้นมาชกเข้าไปที่ผนังตำหนักอย่างแรงหลายครั้งติดๆ กัน  อีกทั้งยังได้อาละวาดขว้างปาข้าวของในตำหนักตงชางนี้จนราบเป็นหน้ากลอง  แม้ว่ามู่กงกงจะพยายามร้องห่มร้องไห้อ้อนวอนองค์ฮ่องเต้ให้สงบจิตสงบใจมากเพียงไรก็มิเป็นผล เพราะยามที่มังกรได้แผลงฤทธิ์ดุร้ายแล้ว ก็ยากที่จะสงบลงได้อย่างง่ายดายนักนั่นเอง...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC ฮองเฮาของข้า (จบบริบูรณ์)

    เสียงจุมพิตอันดุเดือดแต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวานเว้าวอนมากเกินไปกว่าสิบส่วนด้วยกันนั้น ทำเอาร่างเล็กของหลินหลานฮัวรู้สึกราวกับว่านางได้ล่องลอยไปมาอยู่บนอากาศริมฝีปากหยักเนียนนุ่มของบุรุษผู้ที่ทำการจูบไล้ปลอบประโลมนางอยู่นี้ก็ทำเอาหลินหลานฮัวถึงกับสะท้านไหวช่อบุปผารักของนางถูกปลายลิ้นตวัดปัดป่ายไปมาด้วยลีลาอันช่ำชองและร้ายเหลือจนหยาดน้ำรักของนางได้แตกกระจายออกมาคราแล้วคราเล่าอยู่มิหยุดจวบจนกระทั่งร่างเล็กได้รับการเติมเต็มเข้าไปอย่างช้าๆ หลินหลานฮัวก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย จนแทบจะสร่างเมาไปได้เลยทีเดียว“อ๊ะ” หลินหลานฮัวอุทานขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งกำลังจะเปล่งเสียงร้องกรี๊ดออกมาในตอนท้าย แต่ทว่านางกลับถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงผู้นี้ก้มใบหน้าลงมาจุมพิตดูดซับเสียงร้องของนางเอาไว้ หลินหลานฮัวจึงทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักอยู่ในลำคอได้เพียงเท่านั้น“ฝ่าบาทเหตุใดกันจึงทรงทำเช่นนี้ หม่อมฉันรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ คนใจกล้าหน้าด้าน หน้ามิอายนัก” หลินหลานฮัวอดที่จะก่นด่าองค์ฮ่องเต้ผู้นี้ออกมาด้วยความหัวเสียมิได้แล้ว มาถึงซินซิ่วได้มิทันไรเขาก็แอบลอบมาจับกินนางอีกคราแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 3

    เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ฟาดกระทบเข้ากับใบหน้าได้ดังขึ้นองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงหยุดการกระทำนั้นลงได้“เจ้าตบข้ามาอีกสิอาฮัว หากตบข้าแล้ว มันทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เจ้าก็ตบข้ามาได้อีกเลย”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวคำท้า ซึ่งหลินหลานฮัวเองก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทั้งซ้ายและขวานับได้เป็นสิบครั้งเลยทีเดียว จนฝ่ามือเล็กของนางบวมแดงและมีหยาดเลือดที่ไหลซึมออกมาตรงมุมปากขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงติดมาด้วย“เจ็บมากหรือไม่ฮัวฮัวของข้า ฝ่ามือเจ้าแดงไปหมดแล้วเห็นหรือไม่นั่น หากเจ้าอยากทำร้ายตบตีข้า มิเห็นต้องน่าลงมือลงแรงเอาเช่นนี้เลย เพียงเจ้าสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็ยินยอมพร้อมใจที่จะตบหน้าตัวเองให้กับเจ้าแล้ว หรือหากเจ้าอยากโบยข้าเพียงสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็พร้อมให้เหล่าองครักษ์ที่ติดตามข้ามาด้วยนั้นโบยข้าแทนเจ้าแล้ว”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงว่าพลางจับมือเล็กของหลินหลานฮัวขึ้นมาเป่าลมเข้าไปที่ฝ่ามือเล็กนั้นแผ่วเบา“โบยหรือ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นชวี่มีความแข็งแรงมากมายเพียงใด จะอดทนต่อการ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 2

    “แต่เจ้าจะปล่อยให้อานเอ๋อร์ของเราขาดพ่อไปมิได้นะอาฮัว ชีวิตของเขาต้องมีพ่ออยู่ด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหลินหลานฮัวด้วยความคิดถึง มิพบเจอกันไปเพียงสามปีแต่นางกลับดูสวยสดงามสะพรั่งมากกว่าเมื่อคราที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ในวังต้องห้ามเสียอีก อีกทั้งกลิ่นกายอันหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กนี้ทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเกิดอาการคลั่งไคล้นางขึ้นมาจนอยากจะจับร่างเล็กนี่กลืนกินลงไปจนหมดทั้งตัวอีกคราแล้ว“อานเอ๋อร์อยู่กับหม่อมฉันมาสามปีเต็ม เขามิเคยถามถึงบิดาเลยสักครั้ง แล้วจะบอกว่าเขาต้องการบิดาได้อย่างไร ฝ่าบาททรงสนทนาอยู่ที่บ้านของหม่อมฉันนานแล้วทรงเสด็จกลับไปเถิดเพคะ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของหม่อมฉันกับลูก ขอฝ่าบาทได้โปรดอย่ามากวนใจพวกเราอีกต่อไปเลย” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงหลังได้ยินภรรยารักกล่าวออกมาดังนั้น จึงได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของสาวงามพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ฮัวฮัว ที่ผ่านมา สามีได้กระทำผิดต่อเจ้ามากมายนักแต่สามีสำนึกผิดได้มาตั้งเนิ่นนานแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 1

    “นี่ปล่อยนะคุณชาย ท่านทำอะไรท่านแม่ของข้า ท่านมากัดปากท่านแม่ของข้าทำไม?” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความโกรธขึ้งถึงขั้นใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบตีเข้าไปที่ไหล่ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกคราด้วยนึกห่วงใยมารดาของตนขึ้นมาจับใจนัก“ฮัวฮัว ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ แล้วนี่ลูกชายของพวกเราใช่หรือไม่ เหตุใดเขาจึงได้มีหน้าตาเหมือนกันกับข้าราวกับแกะเอาเช่นนี้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจะก้มใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้กับหลินหลานฮัวอีกคราด้วยความคิดถึง แต่ทว่าหลินหลานฮัวกลับรีบเบือนหน้าหนี พร้อมอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยมาไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายท่านจำคนผิดแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน และขอบคุณที่ท่านช่วยนำตัวบุตรชายของข้ากลับคืนมาส่ง”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นก็รีบเดินจากไปในทันทีซึ่งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็มิได้มีท่าทีกระโตกกระตากแต่อย่างใด พระองค์ทรงสั่งให้คนเฝ้าจับตามองดูหลินหลานฮัวต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่จะได้ติดตามนางไปยังที่พักของนางได้ถูกด้านหลินหลานฮัวเองก็รีบเดินมาหาเสี่ยวเชี่ยนพร้อมสั่งให้เสี่ยวเชี่ยนเก็บข้าวของทุกอย่างกลับบ้านของนางไปในทันที แม้ว่าเสี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 4

    “เจ้าตัวเล็กข้าสั้น ส่วนข้าตัวใหญ่ขายาวใช่หรือไม่?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวชวนคุย“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของข้าด้วยหรือขอรับ?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็คนตัวเล็กขาสั้นก็ก้าวเดินได้ช้า ส่วนคนตัวใหญ่ขายาวก็ก้าวเดินได้ไว ข้าอุ้มเจ้าเอาไว้เช่นนี้ถือว่าเป็นการย่นระยะเวลาให้เจ้าได้เจอกับมารดาของเจ้าได้เร็วขึ้น มิดีหรอกหรือ?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เด็กชายตัวน้อยพลันคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว เช่นนั้นอานเอ๋อร์คงต้องรบกวนคุณชายแล้ว แต่อานเอ๋อร์มิได้รบกวนเปล่าหรอกนะขอรับ อานเอ๋อร์จะมอบของตอบแทนน้ำใจของคุณชายในครั้งนี้ด้วย เช่นไรก็ขอได้โปรดจงรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” เด็กชายพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่หลินหลานฮัวเคยใช้ซับเลือดกำเดาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักบุปผารักด้วยกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่งออกไปมอบให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างช้าๆ ซึ่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากผ้าเช็ดหน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 3

    ทุกครั้งที่หลินหลานฮัวมาวางขายสุราในตลาดแห่งนี้ ผ่านไปมินานเกินครึ่งชั่วยามนางก็มักจะขายได้หมดเสมอ แม้ความงามอันเฉิดฉายของนางจะเป็นอุปสรรคในการค้าขายในแต่ละครั้งเนื่องด้วยจะมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มทั้งอ่อนวัยไปจนถึงคราวแก่และเหล่าคนธรรมดาไปจนถึงคุณชายและขุนนางระดับสูงหลายคนมาคอยแทะโลมหรือเกี้ยวพาราสี แต่หลินหลานฮัวก็ยังคงความสงบนิ่งสยบการกระทำอันไม่น่าดูชมของพวกเขาลงไปเสียได้ และเพราะความงามอันเป็นอุปสรรคในการออกมาพบปะพบเจอกับบุคคลภายนอกเอาเช่นนี้ จึงทำให้หลินหลานฮัวยอมก้าวขาออกจากบ้านมาทำการค้าขายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้นเองเพื่อเป็นการตัดปัญหาเมื่อจัดวางเรียงไหสุรามากมายลงบนโต๊ะเสร็จสิ้นแล้วหลินหลาฮัวก็พบว่าบุตรชายของนางยังมิกลับมาจากร้านของเล่นอีกทั้งเสี่ยวเชี่ยนเองก็ยังมิกลับมาอีกด้วย จึงอดที่จะร้อนใจขึ้นมาบ้างมิได้แล้วนางพยายามเขย่งปลายเท้าขึ้นกวาดสายตามองหาบุตรชายไปโดยรอบ พร้อมทั้งรอคอยการมาเยือนของเสี่ยวเชี่ยนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดีใจ พร้อมชูถุงเงินอันหนักอึ้งออกไปตรงหน้าของหลินหลานฮัว“เสี่ยวเชี่ยน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC เหยียบย่ำทำลายใจ 1

    หลินหลานฮัวมาอยู่ที่วังต้องห้ามแห่งนี้ได้เป็นระยะเวลาสองเดือนเต็มแล้ว จนกระทั่งนางได้รับทราบข่าวมาว่าหลินปังหยวนได้ถูกปล่อยตัวออกมาจากคุกหลวงแล้ว และหลังจากนั้นทั้งหลินปังหยวน และหลินหลิวซวงก็ได้รับพระราชทานมงคลสมรสจากองค์ฮ่องเต้ต่อในใจของหลินหลานฮัวก็ได้แต่หวังเอาไว้ว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ทำลายครรภ์1

    เมื่อเดินทางมาถึงตำหนักเฉียนฟู่แล้ว พระสนมหม่ากุ้ยเฟยก็พลันต้องรู้สึกย่ำแย่มากขึ้นไปอีก เมื่อสาวใช้ที่นางซื้อตัวไว้ในแต่ละตำหนักของสนมที่มีโอกาสได้เข้าไปถวายการปรนนิบัติองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราก่อนด้วยกันนั้นมาแจ้งข่าวให้นางได้รับทราบว่า คังฉางจ้ายได้ตั้งครรภ์อ่อนๆ ขึ้นมาได้สองเดือนแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC สอนรัก 1

    หลินหลานฮัวมิรู้ว่าตัวนางเองตัดสินใจถูกหรือไม่ที่ได้กล่าววาจาออกไปต่อองค์ฮ่องเต้เช่นนี้ เพียงแต่คิดไปถึงอนาคตข้างหน้าว่านางจะต้องมีชีวิตรอดกลับออกไปหามารดาให้ได้ และหากนางตั้งครรภ์ขึ้นมาจริงๆ การกระทำของนางในครั้งนี้คงจะพอปกป้องคุ้มครองภัยให้กับลูกของนางได้ แม้ว่านางจะต้องตกระกำลำบากมากกว่านี้อี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจอสร้อยแล้ว1

    หลินหลานฮัวอยากจะตอบกลับองค์ฮ่องเต้ผู้ไร้หัวใจพระองค์นี้ไปเสียเหลือเกินว่า นางมิใช่สัตว์เลี้ยงของผู้ใด นางมิใช่ข้าทาสของผู้ใด แต่นางเป็นคนที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจต่างหากเล่าแต่ด้วยการที่ต้องแบกรับชีวิตของผู้คนมากมายในสกุลหลินนี่เอาไว้ หลินหลานฮัวจึงพยายามตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ และเอ่ยขึ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status