Accueil / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

Partager

หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

last update Date de publication: 2026-02-25 00:38:48

แต่ดูจากท่าทีแล้วองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง คงจะมิได้มีเรื่องใดให้ชวนผ่อนคลายสบายใจได้เลยแม้แต่เพียงนิด  หลังจากทรงสั่งลงโทษองครักษ์กั๋วโม่โฉวเสร็จ  และเสด็จกลับมาถึงตำหนักตงชางของพระองค์แล้ว  ก็ทรงพบว่ามู่กงกงกำลังยืนรอคอยการกลับมาของตนอยู่ด้วยสีหน้าที่กระอักกระอ่วนใจพิกลนัก

“เจ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดมา”

น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเอือมระอานั้น  ทำเอามู่กงกงต้องพลอยหน้าม่อยลงไปหลายส่วน  จึงได้ตอบองค์ฮ่องเต้ออกไปน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า

“ขณะนี้พระสนมหม่ากุ้ยเฟย  มารอคอยฝ่าบาทอยู่ยังห้องรับรองแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“วังหลังชักจะสงบราบเรียบไร้งานการ  ไร้แก่นสารมากนักแล้วกระมัง  เหตุใดตำหนักตงชางที่ประทับส่วนพระองค์ของข้าจึงได้มีแต่เหล่าสนมเทียววนเวียนเข้าออกมาหาราวกับว่าตำหนักของข้าเป็นร้านตลาดนอกวังเอาเช่นนี้”

น้ำเสียงกระแทกแดกดัน  พร้อมสายพระเนตรที่จ้องมองมายังมู่กงกงตาขวางนั้น  ทำเอาขันทีที่ค่อนไปทางวัยกลางคนปลายๆ เช่นเขา แทบจะหลบสายพระเนตรของโอรสสวรรค์มิทันเลยทีเดียว

เพียงก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไปในห้องรับรอง  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็พบว่าหม่ากุ้ยเฟย  หรือก็คือหม่าซูเหลียนบุตรีเสนาบดีกรมกลาโหมกำลังนั่งรอคอยพระองค์อยู่ด้วยท่าทีกระวนกระวาย

เพียงเห็นพระวรกายสูงใหญ่เดินตรงมาทางนี้  นางก็รีบลุกขึ้นยืนกล่าวคำถวายพระพรน้ำเสียงหวานหยดย้อยขึ้นมาในทันใดพร้อมย่อตัวลงถวายพระพรด้วยกิริยาที่อ่อนช้อยเป็นอย่างยิ่ง

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี เพคะ”

“ลุกขึ้นมาได้ มิต้องมากพิธี” 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางทรุดพระวรกายลงนั่งยังเก้าอี้ไม้ที่แกะสลักลวดลายมังกรคาบไข่มุกด้วยท่าทีสง่างาม

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” 

หม่าซูเหลียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวานพร้อมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

“เจ้าเดินทางมาที่ตำหนักของข้าด้วยเหตุใดกัน?”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางยกชาขึ้นมาจิบแก้ดับกระหาย

“หม่อมฉันทรงเห็นฝ่าบาททรงยุ่งอยู่กับพระราชกิจ  จนมิได้เสด็จไปหาสนมในวังหลังผู้ใดเลยมาเป็นเวลาแรมเดือนแล้ว  วันนี้จึงได้ตัดสินใจรวบรวมความกล้านำน้ำแกงโสมจากเซียวฉีมาถวายต่อ

ฝ่าบาทเพคะ”

“เมื่อเช้าวานนี้เหนียนเฟยก็ทำน้ำแกงเจ็ดเซียนมามอบให้

กับข้า  พอบ่ายวันนี้หม่ากุ้ยเฟยก็นำน้ำแกงโสมมามอบให้กับข้าอีก  ในสายตาของพวกเจ้า  คงคิดว่าข้าคนนี้อ่อนแรงมากไปนักแล้วหรืออย่างไร?”

“หามิได้เพคะฝ่าบาท  หม่อมฉันเพียงแต่นึกห่วงใยฝ่าบาทจากใจจริงก็เพียงแต่เท่านั้นเพคะ” 

หม่ากุ้ยเฟยพูดพลางก้มหน้าลงน้อยๆ ด้วยความเขินอาย

“ได้เจ้ามากล่าวเตือนข้าในเรื่องเสด็จไปเยือนวังหลังเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน  พักนี้ข้าเองก็ยุ่งอยู่กับการสะสางฎีกาและราชกิจมากจนเกินไปแล้วจริงๆ  เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะเสด็จไปที่ตำหนักจวี๋ฮวาหวง  แล้วให้หม่ากุ้ยเฟยคัดเลือกสนมอีกสามนางมาปรนนิบติข้าพร้อมกันกับเจ้าในค่ำคืนนี้  เจ้าว่าเป็นเช่นไร?”

เพียงได้ยินว่าค่ำคืนนี้องค์ฮ่องเต้จะทรงเสด็จไปเยือนยัง

วังหลังก็ทำเอาหม่ากุ้ยเฟยถึงกับดีใจจนเนื้อเต้น  นางฉีกยิ้มกว้างจนเต็มใบหน้าพร้อมลุกขึ้นมายืนยอบกายลงคุกเข่าต่อหน้าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงในทันใด

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตาเพคะ  เช่นนั้น

หม่อมฉันจะสั่งให้ทางครัวหลวงจัดทำอาหารที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานไว้คอยต้อนรับการมาเยือนของฝ่าบาทนะเพคะ” 

หม่ากุ้ยเฟยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวานหยดพร้อมช้อนสายตาขึ้นมององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงด้วยประกายสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักอยู่เต็มทุกห้องของหัวใจ

“ลุกขึ้นมาเถอะ  เจ้าจะเทียวแต่ไปนั่งคุกเข่าขึ้นๆ ลงๆ อยู่เช่นนั้นได้อย่างไร  ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังเป็นพระสนมที่รู้ใจข้ามากที่สุด  เช่นนั้นแล้วคงถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับไปช่วยข้าดูแลปกครองวังหลังแล้วกระมัง  ที่ตำหนักตงชางของข้ามีอันใดให้น่ามาหากัน  เอกสารมากมาย  ฎีกามากมายมากถึงเพียงนั้น  มิได้มีอันใดงดงามเลยแม้แต่เพียงนิด”

“หม่อมฉันโง่เขลายิ่ง  ที่มารบกวนเวลาของฝ่าบาทเอาเช่นนี้ 

เช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลา”

หม่ากุ้ยเฟยพูดพร้อมลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ และยอบกายลงคำนับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกครา  ก่อนจะให้นางกำนัลช่วยประคองตัวเองหมุนตัวเดินจากไป

คล้อยหลังของหม่ากุ้ยเฟยไปแล้ว  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง

ก็ทรงส่งเสียงเรียกหามู่กงกงเสียงดังลั่นก้องตำหนัก  ทำเอามู่กงกงถึงกับรีบเดินแกมวิ่งเข้ามาในตำหนักตงชางในทันใด

“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป  ต่อจากนี้ไปห้ามใครหน้าไหนเหยียบย่างเข้ามาในตำหนักตงชางอันเป็นที่ประทับส่วนตัวของข้าโดยเด็ดขาด  หากผู้ใดประสงค์ที่จะเข้าเฝ้าให้มาแจ้งก่อนล่วงหน้ามิน้อยไปกว่าเจ็ดวัน  ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษสถานเดียวคือตัดหัว”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” 

มู่กงกงกล่าวรับคำสั่งน้ำเสียงขึงขัง  ก่อนจะซอยเท้ายิก ๆ ออกไปทำการถ่ายทอดคำสั่งขององค์ฮ่องเต้ให้แพร่กระจายไปทั่วทั้งวังหลวง

ณ บ่อน้ำพุร้อนหลังตำหนักตงชาง ยามซวี (เวลา 19.00 น.)

ค่ำคืนนี้อากาศเย็นสบาย มีสายลมเอื่อยพัดมาอยู่เป็นระยะ  แสงของพระจันทร์ครึ่งดวงวันนี้ที่สาดส่องลงมาแม้จะทำให้มองเห็นสิ่งใดได้มิชัดเจน  แต่ก็ทำให้องค์ฮ่องเต้ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองไปชมแสง

จันทร์บนนั้นได้อย่างมิรู้เบื่อ  พระองค์ทรงแช่พระวรกายในน้ำพุร้อนนี้มาได้นานราวสองเค่อแล้ว  แต่ทว่าก็ยังไม่สามารถตัดพระทัยให้ลุกขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อนนี่ได้

เป็นเรื่องที่ทำให้พระองค์ทรงรู้สึกหนักพระทัยขึ้นมาบ้างที่จำต้องร่วมหลับนอนกับเหล่าบรรดาพระสนมไปทั่วเช่นนี้  เพราะต้องกระทำไปตามบทบาทของหน้าที่  มิใช่ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

แต่ด้วยพละกำลังของวัยที่หนุ่มแน่น  อีกทั้งความต้องการอันมากล้นที่จำต้องได้รับการปลดปล่อยออกไปบ้าง  การเรียกหาเหล่าสนมให้มาปรนนิบัติพระองค์นั้นจึงล้วนแล้วแต่มิต่ำกว่าสามคนเลย

สักครั้ง แต่ครั้นกระนั้นหลังจากเสร็จกิจในแต่ละคราองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ยังทรงรักษาความหน้านิ่วคิ้วขมวดเอาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายนัก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC ฮองเฮาของข้า (จบบริบูรณ์)

    เสียงจุมพิตอันดุเดือดแต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวานเว้าวอนมากเกินไปกว่าสิบส่วนด้วยกันนั้น ทำเอาร่างเล็กของหลินหลานฮัวรู้สึกราวกับว่านางได้ล่องลอยไปมาอยู่บนอากาศริมฝีปากหยักเนียนนุ่มของบุรุษผู้ที่ทำการจูบไล้ปลอบประโลมนางอยู่นี้ก็ทำเอาหลินหลานฮัวถึงกับสะท้านไหวช่อบุปผารักของนางถูกปลายลิ้นตวัดปัดป่ายไปมาด้วยลีลาอันช่ำชองและร้ายเหลือจนหยาดน้ำรักของนางได้แตกกระจายออกมาคราแล้วคราเล่าอยู่มิหยุดจวบจนกระทั่งร่างเล็กได้รับการเติมเต็มเข้าไปอย่างช้าๆ หลินหลานฮัวก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย จนแทบจะสร่างเมาไปได้เลยทีเดียว“อ๊ะ” หลินหลานฮัวอุทานขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งกำลังจะเปล่งเสียงร้องกรี๊ดออกมาในตอนท้าย แต่ทว่านางกลับถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงผู้นี้ก้มใบหน้าลงมาจุมพิตดูดซับเสียงร้องของนางเอาไว้ หลินหลานฮัวจึงทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักอยู่ในลำคอได้เพียงเท่านั้น“ฝ่าบาทเหตุใดกันจึงทรงทำเช่นนี้ หม่อมฉันรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ คนใจกล้าหน้าด้าน หน้ามิอายนัก” หลินหลานฮัวอดที่จะก่นด่าองค์ฮ่องเต้ผู้นี้ออกมาด้วยความหัวเสียมิได้แล้ว มาถึงซินซิ่วได้มิทันไรเขาก็แอบลอบมาจับกินนางอีกคราแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 3

    เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ฟาดกระทบเข้ากับใบหน้าได้ดังขึ้นองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงหยุดการกระทำนั้นลงได้“เจ้าตบข้ามาอีกสิอาฮัว หากตบข้าแล้ว มันทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เจ้าก็ตบข้ามาได้อีกเลย”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวคำท้า ซึ่งหลินหลานฮัวเองก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทั้งซ้ายและขวานับได้เป็นสิบครั้งเลยทีเดียว จนฝ่ามือเล็กของนางบวมแดงและมีหยาดเลือดที่ไหลซึมออกมาตรงมุมปากขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงติดมาด้วย“เจ็บมากหรือไม่ฮัวฮัวของข้า ฝ่ามือเจ้าแดงไปหมดแล้วเห็นหรือไม่นั่น หากเจ้าอยากทำร้ายตบตีข้า มิเห็นต้องน่าลงมือลงแรงเอาเช่นนี้เลย เพียงเจ้าสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็ยินยอมพร้อมใจที่จะตบหน้าตัวเองให้กับเจ้าแล้ว หรือหากเจ้าอยากโบยข้าเพียงสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็พร้อมให้เหล่าองครักษ์ที่ติดตามข้ามาด้วยนั้นโบยข้าแทนเจ้าแล้ว”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงว่าพลางจับมือเล็กของหลินหลานฮัวขึ้นมาเป่าลมเข้าไปที่ฝ่ามือเล็กนั้นแผ่วเบา“โบยหรือ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นชวี่มีความแข็งแรงมากมายเพียงใด จะอดทนต่อการ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 2

    “แต่เจ้าจะปล่อยให้อานเอ๋อร์ของเราขาดพ่อไปมิได้นะอาฮัว ชีวิตของเขาต้องมีพ่ออยู่ด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหลินหลานฮัวด้วยความคิดถึง มิพบเจอกันไปเพียงสามปีแต่นางกลับดูสวยสดงามสะพรั่งมากกว่าเมื่อคราที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ในวังต้องห้ามเสียอีก อีกทั้งกลิ่นกายอันหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กนี้ทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเกิดอาการคลั่งไคล้นางขึ้นมาจนอยากจะจับร่างเล็กนี่กลืนกินลงไปจนหมดทั้งตัวอีกคราแล้ว“อานเอ๋อร์อยู่กับหม่อมฉันมาสามปีเต็ม เขามิเคยถามถึงบิดาเลยสักครั้ง แล้วจะบอกว่าเขาต้องการบิดาได้อย่างไร ฝ่าบาททรงสนทนาอยู่ที่บ้านของหม่อมฉันนานแล้วทรงเสด็จกลับไปเถิดเพคะ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของหม่อมฉันกับลูก ขอฝ่าบาทได้โปรดอย่ามากวนใจพวกเราอีกต่อไปเลย” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงหลังได้ยินภรรยารักกล่าวออกมาดังนั้น จึงได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของสาวงามพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ฮัวฮัว ที่ผ่านมา สามีได้กระทำผิดต่อเจ้ามากมายนักแต่สามีสำนึกผิดได้มาตั้งเนิ่นนานแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 1

    “นี่ปล่อยนะคุณชาย ท่านทำอะไรท่านแม่ของข้า ท่านมากัดปากท่านแม่ของข้าทำไม?” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความโกรธขึ้งถึงขั้นใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบตีเข้าไปที่ไหล่ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกคราด้วยนึกห่วงใยมารดาของตนขึ้นมาจับใจนัก“ฮัวฮัว ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ แล้วนี่ลูกชายของพวกเราใช่หรือไม่ เหตุใดเขาจึงได้มีหน้าตาเหมือนกันกับข้าราวกับแกะเอาเช่นนี้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจะก้มใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้กับหลินหลานฮัวอีกคราด้วยความคิดถึง แต่ทว่าหลินหลานฮัวกลับรีบเบือนหน้าหนี พร้อมอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยมาไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายท่านจำคนผิดแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน และขอบคุณที่ท่านช่วยนำตัวบุตรชายของข้ากลับคืนมาส่ง”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นก็รีบเดินจากไปในทันทีซึ่งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็มิได้มีท่าทีกระโตกกระตากแต่อย่างใด พระองค์ทรงสั่งให้คนเฝ้าจับตามองดูหลินหลานฮัวต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่จะได้ติดตามนางไปยังที่พักของนางได้ถูกด้านหลินหลานฮัวเองก็รีบเดินมาหาเสี่ยวเชี่ยนพร้อมสั่งให้เสี่ยวเชี่ยนเก็บข้าวของทุกอย่างกลับบ้านของนางไปในทันที แม้ว่าเสี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 4

    “เจ้าตัวเล็กข้าสั้น ส่วนข้าตัวใหญ่ขายาวใช่หรือไม่?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวชวนคุย“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของข้าด้วยหรือขอรับ?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็คนตัวเล็กขาสั้นก็ก้าวเดินได้ช้า ส่วนคนตัวใหญ่ขายาวก็ก้าวเดินได้ไว ข้าอุ้มเจ้าเอาไว้เช่นนี้ถือว่าเป็นการย่นระยะเวลาให้เจ้าได้เจอกับมารดาของเจ้าได้เร็วขึ้น มิดีหรอกหรือ?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เด็กชายตัวน้อยพลันคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว เช่นนั้นอานเอ๋อร์คงต้องรบกวนคุณชายแล้ว แต่อานเอ๋อร์มิได้รบกวนเปล่าหรอกนะขอรับ อานเอ๋อร์จะมอบของตอบแทนน้ำใจของคุณชายในครั้งนี้ด้วย เช่นไรก็ขอได้โปรดจงรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” เด็กชายพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่หลินหลานฮัวเคยใช้ซับเลือดกำเดาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักบุปผารักด้วยกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่งออกไปมอบให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างช้าๆ ซึ่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากผ้าเช็ดหน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 3

    ทุกครั้งที่หลินหลานฮัวมาวางขายสุราในตลาดแห่งนี้ ผ่านไปมินานเกินครึ่งชั่วยามนางก็มักจะขายได้หมดเสมอ แม้ความงามอันเฉิดฉายของนางจะเป็นอุปสรรคในการค้าขายในแต่ละครั้งเนื่องด้วยจะมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มทั้งอ่อนวัยไปจนถึงคราวแก่และเหล่าคนธรรมดาไปจนถึงคุณชายและขุนนางระดับสูงหลายคนมาคอยแทะโลมหรือเกี้ยวพาราสี แต่หลินหลานฮัวก็ยังคงความสงบนิ่งสยบการกระทำอันไม่น่าดูชมของพวกเขาลงไปเสียได้ และเพราะความงามอันเป็นอุปสรรคในการออกมาพบปะพบเจอกับบุคคลภายนอกเอาเช่นนี้ จึงทำให้หลินหลานฮัวยอมก้าวขาออกจากบ้านมาทำการค้าขายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้นเองเพื่อเป็นการตัดปัญหาเมื่อจัดวางเรียงไหสุรามากมายลงบนโต๊ะเสร็จสิ้นแล้วหลินหลาฮัวก็พบว่าบุตรชายของนางยังมิกลับมาจากร้านของเล่นอีกทั้งเสี่ยวเชี่ยนเองก็ยังมิกลับมาอีกด้วย จึงอดที่จะร้อนใจขึ้นมาบ้างมิได้แล้วนางพยายามเขย่งปลายเท้าขึ้นกวาดสายตามองหาบุตรชายไปโดยรอบ พร้อมทั้งรอคอยการมาเยือนของเสี่ยวเชี่ยนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดีใจ พร้อมชูถุงเงินอันหนักอึ้งออกไปตรงหน้าของหลินหลานฮัว“เสี่ยวเชี่ยน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจอสร้อยแล้ว1

    หลินหลานฮัวอยากจะตอบกลับองค์ฮ่องเต้ผู้ไร้หัวใจพระองค์นี้ไปเสียเหลือเกินว่า นางมิใช่สัตว์เลี้ยงของผู้ใด นางมิใช่ข้าทาสของผู้ใด แต่นางเป็นคนที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจต่างหากเล่าแต่ด้วยการที่ต้องแบกรับชีวิตของผู้คนมากมายในสกุลหลินนี่เอาไว้ หลินหลานฮัวจึงพยายามตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ และเอ่ยขึ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   แม่มดน้อยจอมยั่วยวน 2

    “เอาเถอะ ข้าเองก็มิได้อยากจะเสวนาอันใดกับคนสกุลหลินมากมายนักหรอก เห็นแก่ที่เจ้าเดินทางรอนแรมมาไกล ข้าจะให้คนไปส่งเจ้ายังที่พักของเจ้าก็แล้วกันนะ”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตา การเดินทางมาที่วังหลวงในครั้งนี้ ท่านแม่ของหม่อมฉันได้ให้สาวใช้ของหม่อมฉันผู้หนึ่งติดตามมากับหม่อมฉันด้วย มิทราบ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ฝากเนื้อฝากตัว1

    ช่วงเช้าวันที่สิบห้า วสันตฤดู หลินหลานฮัวก็ได้เดินทางมาถึงยังเมืองหลวง บรรยากาศอันคึกคักของผู้คนในยามเช้าวันนี้ยิ่งทำให้นางคิดถึงผู้เป็นมารดาขึ้นมาอย่างจับใจ“คุณหนูจะลงไปเดินเล่นสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ?”เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตาตื่นใจ ที่เมืองเฉียวฉีเอง แม้จะเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่

  • บุปผารัก มังกรร้าย   สั่งลงโทษคนสกุลหลิน2

    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานที่ลอยวนอยู่ในกระโจมที่ประทับทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงปรือเปลือกพระเนตรขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนพระองค์จะทรงผุดลุกขึ้นมานั่งในทันที“หลินปังหยวนเจ้าคนชั่วช้า สารเลว เจ้าคนถ่อย” น้ำเสียงสบถปนความเจ็บแค้นนั้นแม้จะมิได้เสียงดังมากนักแต่ก็ทำให้มู่กงกงรีบแจ้นเข้ามายืนต่อเบื้อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status