Beranda / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

Share

หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

last update Tanggal publikasi: 2026-02-25 00:38:48

แต่ดูจากท่าทีแล้วองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง คงจะมิได้มีเรื่องใดให้ชวนผ่อนคลายสบายใจได้เลยแม้แต่เพียงนิด  หลังจากทรงสั่งลงโทษองครักษ์กั๋วโม่โฉวเสร็จ  และเสด็จกลับมาถึงตำหนักตงชางของพระองค์แล้ว  ก็ทรงพบว่ามู่กงกงกำลังยืนรอคอยการกลับมาของตนอยู่ด้วยสีหน้าที่กระอักกระอ่วนใจพิกลนัก

“เจ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดมา”

น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเอือมระอานั้น  ทำเอามู่กงกงต้องพลอยหน้าม่อยลงไปหลายส่วน  จึงได้ตอบองค์ฮ่องเต้ออกไปน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า

“ขณะนี้พระสนมหม่ากุ้ยเฟย  มารอคอยฝ่าบาทอยู่ยังห้องรับรองแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“วังหลังชักจะสงบราบเรียบไร้งานการ  ไร้แก่นสารมากนักแล้วกระมัง  เหตุใดตำหนักตงชางที่ประทับส่วนพระองค์ของข้าจึงได้มีแต่เหล่าสนมเทียววนเวียนเข้าออกมาหาราวกับว่าตำหนักของข้าเป็นร้านตลาดนอกวังเอาเช่นนี้”

น้ำเสียงกระแทกแดกดัน  พร้อมสายพระเนตรที่จ้องมองมายังมู่กงกงตาขวางนั้น  ทำเอาขันทีที่ค่อนไปทางวัยกลางคนปลายๆ เช่นเขา แทบจะหลบสายพระเนตรของโอรสสวรรค์มิทันเลยทีเดียว

เพียงก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไปในห้องรับรอง  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็พบว่าหม่ากุ้ยเฟย  หรือก็คือหม่าซูเหลียนบุตรีเสนาบดีกรมกลาโหมกำลังนั่งรอคอยพระองค์อยู่ด้วยท่าทีกระวนกระวาย

เพียงเห็นพระวรกายสูงใหญ่เดินตรงมาทางนี้  นางก็รีบลุกขึ้นยืนกล่าวคำถวายพระพรน้ำเสียงหวานหยดย้อยขึ้นมาในทันใดพร้อมย่อตัวลงถวายพระพรด้วยกิริยาที่อ่อนช้อยเป็นอย่างยิ่ง

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี เพคะ”

“ลุกขึ้นมาได้ มิต้องมากพิธี” 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางทรุดพระวรกายลงนั่งยังเก้าอี้ไม้ที่แกะสลักลวดลายมังกรคาบไข่มุกด้วยท่าทีสง่างาม

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” 

หม่าซูเหลียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวานพร้อมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

“เจ้าเดินทางมาที่ตำหนักของข้าด้วยเหตุใดกัน?”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางยกชาขึ้นมาจิบแก้ดับกระหาย

“หม่อมฉันทรงเห็นฝ่าบาททรงยุ่งอยู่กับพระราชกิจ  จนมิได้เสด็จไปหาสนมในวังหลังผู้ใดเลยมาเป็นเวลาแรมเดือนแล้ว  วันนี้จึงได้ตัดสินใจรวบรวมความกล้านำน้ำแกงโสมจากเซียวฉีมาถวายต่อ

ฝ่าบาทเพคะ”

“เมื่อเช้าวานนี้เหนียนเฟยก็ทำน้ำแกงเจ็ดเซียนมามอบให้

กับข้า  พอบ่ายวันนี้หม่ากุ้ยเฟยก็นำน้ำแกงโสมมามอบให้กับข้าอีก  ในสายตาของพวกเจ้า  คงคิดว่าข้าคนนี้อ่อนแรงมากไปนักแล้วหรืออย่างไร?”

“หามิได้เพคะฝ่าบาท  หม่อมฉันเพียงแต่นึกห่วงใยฝ่าบาทจากใจจริงก็เพียงแต่เท่านั้นเพคะ” 

หม่ากุ้ยเฟยพูดพลางก้มหน้าลงน้อยๆ ด้วยความเขินอาย

“ได้เจ้ามากล่าวเตือนข้าในเรื่องเสด็จไปเยือนวังหลังเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน  พักนี้ข้าเองก็ยุ่งอยู่กับการสะสางฎีกาและราชกิจมากจนเกินไปแล้วจริงๆ  เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะเสด็จไปที่ตำหนักจวี๋ฮวาหวง  แล้วให้หม่ากุ้ยเฟยคัดเลือกสนมอีกสามนางมาปรนนิบติข้าพร้อมกันกับเจ้าในค่ำคืนนี้  เจ้าว่าเป็นเช่นไร?”

เพียงได้ยินว่าค่ำคืนนี้องค์ฮ่องเต้จะทรงเสด็จไปเยือนยัง

วังหลังก็ทำเอาหม่ากุ้ยเฟยถึงกับดีใจจนเนื้อเต้น  นางฉีกยิ้มกว้างจนเต็มใบหน้าพร้อมลุกขึ้นมายืนยอบกายลงคุกเข่าต่อหน้าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงในทันใด

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตาเพคะ  เช่นนั้น

หม่อมฉันจะสั่งให้ทางครัวหลวงจัดทำอาหารที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานไว้คอยต้อนรับการมาเยือนของฝ่าบาทนะเพคะ” 

หม่ากุ้ยเฟยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวานหยดพร้อมช้อนสายตาขึ้นมององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงด้วยประกายสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักอยู่เต็มทุกห้องของหัวใจ

“ลุกขึ้นมาเถอะ  เจ้าจะเทียวแต่ไปนั่งคุกเข่าขึ้นๆ ลงๆ อยู่เช่นนั้นได้อย่างไร  ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังเป็นพระสนมที่รู้ใจข้ามากที่สุด  เช่นนั้นแล้วคงถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับไปช่วยข้าดูแลปกครองวังหลังแล้วกระมัง  ที่ตำหนักตงชางของข้ามีอันใดให้น่ามาหากัน  เอกสารมากมาย  ฎีกามากมายมากถึงเพียงนั้น  มิได้มีอันใดงดงามเลยแม้แต่เพียงนิด”

“หม่อมฉันโง่เขลายิ่ง  ที่มารบกวนเวลาของฝ่าบาทเอาเช่นนี้ 

เช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลา”

หม่ากุ้ยเฟยพูดพร้อมลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ และยอบกายลงคำนับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกครา  ก่อนจะให้นางกำนัลช่วยประคองตัวเองหมุนตัวเดินจากไป

คล้อยหลังของหม่ากุ้ยเฟยไปแล้ว  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง

ก็ทรงส่งเสียงเรียกหามู่กงกงเสียงดังลั่นก้องตำหนัก  ทำเอามู่กงกงถึงกับรีบเดินแกมวิ่งเข้ามาในตำหนักตงชางในทันใด

“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป  ต่อจากนี้ไปห้ามใครหน้าไหนเหยียบย่างเข้ามาในตำหนักตงชางอันเป็นที่ประทับส่วนตัวของข้าโดยเด็ดขาด  หากผู้ใดประสงค์ที่จะเข้าเฝ้าให้มาแจ้งก่อนล่วงหน้ามิน้อยไปกว่าเจ็ดวัน  ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษสถานเดียวคือตัดหัว”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” 

มู่กงกงกล่าวรับคำสั่งน้ำเสียงขึงขัง  ก่อนจะซอยเท้ายิก ๆ ออกไปทำการถ่ายทอดคำสั่งขององค์ฮ่องเต้ให้แพร่กระจายไปทั่วทั้งวังหลวง

ณ บ่อน้ำพุร้อนหลังตำหนักตงชาง ยามซวี (เวลา 19.00 น.)

ค่ำคืนนี้อากาศเย็นสบาย มีสายลมเอื่อยพัดมาอยู่เป็นระยะ  แสงของพระจันทร์ครึ่งดวงวันนี้ที่สาดส่องลงมาแม้จะทำให้มองเห็นสิ่งใดได้มิชัดเจน  แต่ก็ทำให้องค์ฮ่องเต้ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองไปชมแสง

จันทร์บนนั้นได้อย่างมิรู้เบื่อ  พระองค์ทรงแช่พระวรกายในน้ำพุร้อนนี้มาได้นานราวสองเค่อแล้ว  แต่ทว่าก็ยังไม่สามารถตัดพระทัยให้ลุกขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อนนี่ได้

เป็นเรื่องที่ทำให้พระองค์ทรงรู้สึกหนักพระทัยขึ้นมาบ้างที่จำต้องร่วมหลับนอนกับเหล่าบรรดาพระสนมไปทั่วเช่นนี้  เพราะต้องกระทำไปตามบทบาทของหน้าที่  มิใช่ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

แต่ด้วยพละกำลังของวัยที่หนุ่มแน่น  อีกทั้งความต้องการอันมากล้นที่จำต้องได้รับการปลดปล่อยออกไปบ้าง  การเรียกหาเหล่าสนมให้มาปรนนิบัติพระองค์นั้นจึงล้วนแล้วแต่มิต่ำกว่าสามคนเลย

สักครั้ง แต่ครั้นกระนั้นหลังจากเสร็จกิจในแต่ละคราองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ยังทรงรักษาความหน้านิ่วคิ้วขมวดเอาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายนัก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC ฮองเฮาของข้า (จบบริบูรณ์)

    เสียงจุมพิตอันดุเดือดแต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวานเว้าวอนมากเกินไปกว่าสิบส่วนด้วยกันนั้น ทำเอาร่างเล็กของหลินหลานฮัวรู้สึกราวกับว่านางได้ล่องลอยไปมาอยู่บนอากาศริมฝีปากหยักเนียนนุ่มของบุรุษผู้ที่ทำการจูบไล้ปลอบประโลมนางอยู่นี้ก็ทำเอาหลินหลานฮัวถึงกับสะท้านไหวช่อบุปผารักของนางถูกปลายลิ้นตวัดปัดป่ายไปมาด้วยลีลาอันช่ำชองและร้ายเหลือจนหยาดน้ำรักของนางได้แตกกระจายออกมาคราแล้วคราเล่าอยู่มิหยุดจวบจนกระทั่งร่างเล็กได้รับการเติมเต็มเข้าไปอย่างช้าๆ หลินหลานฮัวก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย จนแทบจะสร่างเมาไปได้เลยทีเดียว“อ๊ะ” หลินหลานฮัวอุทานขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งกำลังจะเปล่งเสียงร้องกรี๊ดออกมาในตอนท้าย แต่ทว่านางกลับถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงผู้นี้ก้มใบหน้าลงมาจุมพิตดูดซับเสียงร้องของนางเอาไว้ หลินหลานฮัวจึงทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักอยู่ในลำคอได้เพียงเท่านั้น“ฝ่าบาทเหตุใดกันจึงทรงทำเช่นนี้ หม่อมฉันรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ คนใจกล้าหน้าด้าน หน้ามิอายนัก” หลินหลานฮัวอดที่จะก่นด่าองค์ฮ่องเต้ผู้นี้ออกมาด้วยความหัวเสียมิได้แล้ว มาถึงซินซิ่วได้มิทันไรเขาก็แอบลอบมาจับกินนางอีกคราแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 3

    เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ฟาดกระทบเข้ากับใบหน้าได้ดังขึ้นองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงหยุดการกระทำนั้นลงได้“เจ้าตบข้ามาอีกสิอาฮัว หากตบข้าแล้ว มันทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เจ้าก็ตบข้ามาได้อีกเลย”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวคำท้า ซึ่งหลินหลานฮัวเองก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทั้งซ้ายและขวานับได้เป็นสิบครั้งเลยทีเดียว จนฝ่ามือเล็กของนางบวมแดงและมีหยาดเลือดที่ไหลซึมออกมาตรงมุมปากขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงติดมาด้วย“เจ็บมากหรือไม่ฮัวฮัวของข้า ฝ่ามือเจ้าแดงไปหมดแล้วเห็นหรือไม่นั่น หากเจ้าอยากทำร้ายตบตีข้า มิเห็นต้องน่าลงมือลงแรงเอาเช่นนี้เลย เพียงเจ้าสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็ยินยอมพร้อมใจที่จะตบหน้าตัวเองให้กับเจ้าแล้ว หรือหากเจ้าอยากโบยข้าเพียงสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็พร้อมให้เหล่าองครักษ์ที่ติดตามข้ามาด้วยนั้นโบยข้าแทนเจ้าแล้ว”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงว่าพลางจับมือเล็กของหลินหลานฮัวขึ้นมาเป่าลมเข้าไปที่ฝ่ามือเล็กนั้นแผ่วเบา“โบยหรือ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นชวี่มีความแข็งแรงมากมายเพียงใด จะอดทนต่อการ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 2

    “แต่เจ้าจะปล่อยให้อานเอ๋อร์ของเราขาดพ่อไปมิได้นะอาฮัว ชีวิตของเขาต้องมีพ่ออยู่ด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหลินหลานฮัวด้วยความคิดถึง มิพบเจอกันไปเพียงสามปีแต่นางกลับดูสวยสดงามสะพรั่งมากกว่าเมื่อคราที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ในวังต้องห้ามเสียอีก อีกทั้งกลิ่นกายอันหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กนี้ทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเกิดอาการคลั่งไคล้นางขึ้นมาจนอยากจะจับร่างเล็กนี่กลืนกินลงไปจนหมดทั้งตัวอีกคราแล้ว“อานเอ๋อร์อยู่กับหม่อมฉันมาสามปีเต็ม เขามิเคยถามถึงบิดาเลยสักครั้ง แล้วจะบอกว่าเขาต้องการบิดาได้อย่างไร ฝ่าบาททรงสนทนาอยู่ที่บ้านของหม่อมฉันนานแล้วทรงเสด็จกลับไปเถิดเพคะ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของหม่อมฉันกับลูก ขอฝ่าบาทได้โปรดอย่ามากวนใจพวกเราอีกต่อไปเลย” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงหลังได้ยินภรรยารักกล่าวออกมาดังนั้น จึงได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของสาวงามพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ฮัวฮัว ที่ผ่านมา สามีได้กระทำผิดต่อเจ้ามากมายนักแต่สามีสำนึกผิดได้มาตั้งเนิ่นนานแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 1

    “นี่ปล่อยนะคุณชาย ท่านทำอะไรท่านแม่ของข้า ท่านมากัดปากท่านแม่ของข้าทำไม?” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความโกรธขึ้งถึงขั้นใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบตีเข้าไปที่ไหล่ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกคราด้วยนึกห่วงใยมารดาของตนขึ้นมาจับใจนัก“ฮัวฮัว ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ แล้วนี่ลูกชายของพวกเราใช่หรือไม่ เหตุใดเขาจึงได้มีหน้าตาเหมือนกันกับข้าราวกับแกะเอาเช่นนี้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจะก้มใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้กับหลินหลานฮัวอีกคราด้วยความคิดถึง แต่ทว่าหลินหลานฮัวกลับรีบเบือนหน้าหนี พร้อมอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยมาไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายท่านจำคนผิดแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน และขอบคุณที่ท่านช่วยนำตัวบุตรชายของข้ากลับคืนมาส่ง”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นก็รีบเดินจากไปในทันทีซึ่งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็มิได้มีท่าทีกระโตกกระตากแต่อย่างใด พระองค์ทรงสั่งให้คนเฝ้าจับตามองดูหลินหลานฮัวต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่จะได้ติดตามนางไปยังที่พักของนางได้ถูกด้านหลินหลานฮัวเองก็รีบเดินมาหาเสี่ยวเชี่ยนพร้อมสั่งให้เสี่ยวเชี่ยนเก็บข้าวของทุกอย่างกลับบ้านของนางไปในทันที แม้ว่าเสี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 4

    “เจ้าตัวเล็กข้าสั้น ส่วนข้าตัวใหญ่ขายาวใช่หรือไม่?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวชวนคุย“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของข้าด้วยหรือขอรับ?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็คนตัวเล็กขาสั้นก็ก้าวเดินได้ช้า ส่วนคนตัวใหญ่ขายาวก็ก้าวเดินได้ไว ข้าอุ้มเจ้าเอาไว้เช่นนี้ถือว่าเป็นการย่นระยะเวลาให้เจ้าได้เจอกับมารดาของเจ้าได้เร็วขึ้น มิดีหรอกหรือ?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เด็กชายตัวน้อยพลันคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว เช่นนั้นอานเอ๋อร์คงต้องรบกวนคุณชายแล้ว แต่อานเอ๋อร์มิได้รบกวนเปล่าหรอกนะขอรับ อานเอ๋อร์จะมอบของตอบแทนน้ำใจของคุณชายในครั้งนี้ด้วย เช่นไรก็ขอได้โปรดจงรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” เด็กชายพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่หลินหลานฮัวเคยใช้ซับเลือดกำเดาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักบุปผารักด้วยกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่งออกไปมอบให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างช้าๆ ซึ่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากผ้าเช็ดหน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 3

    ทุกครั้งที่หลินหลานฮัวมาวางขายสุราในตลาดแห่งนี้ ผ่านไปมินานเกินครึ่งชั่วยามนางก็มักจะขายได้หมดเสมอ แม้ความงามอันเฉิดฉายของนางจะเป็นอุปสรรคในการค้าขายในแต่ละครั้งเนื่องด้วยจะมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มทั้งอ่อนวัยไปจนถึงคราวแก่และเหล่าคนธรรมดาไปจนถึงคุณชายและขุนนางระดับสูงหลายคนมาคอยแทะโลมหรือเกี้ยวพาราสี แต่หลินหลานฮัวก็ยังคงความสงบนิ่งสยบการกระทำอันไม่น่าดูชมของพวกเขาลงไปเสียได้ และเพราะความงามอันเป็นอุปสรรคในการออกมาพบปะพบเจอกับบุคคลภายนอกเอาเช่นนี้ จึงทำให้หลินหลานฮัวยอมก้าวขาออกจากบ้านมาทำการค้าขายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้นเองเพื่อเป็นการตัดปัญหาเมื่อจัดวางเรียงไหสุรามากมายลงบนโต๊ะเสร็จสิ้นแล้วหลินหลาฮัวก็พบว่าบุตรชายของนางยังมิกลับมาจากร้านของเล่นอีกทั้งเสี่ยวเชี่ยนเองก็ยังมิกลับมาอีกด้วย จึงอดที่จะร้อนใจขึ้นมาบ้างมิได้แล้วนางพยายามเขย่งปลายเท้าขึ้นกวาดสายตามองหาบุตรชายไปโดยรอบ พร้อมทั้งรอคอยการมาเยือนของเสี่ยวเชี่ยนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดีใจ พร้อมชูถุงเงินอันหนักอึ้งออกไปตรงหน้าของหลินหลานฮัว“เสี่ยวเชี่ยน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   สั่งลงโทษคนสกุลหลิน1

    เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงตื่นบรรทมขึ้นมาด้วยความสดชื่น เบิกบานพระราชหฤทัย พระองค์ทรงเสด็จไปทอดพระเนตรดูการล่าสัตว์ของเหล่าบรรดาข้าราชบริพารตั้งแต่เมื่อช่วงเช้ายามเฉิน (เวลา 07.00น.) เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังทรงมีรับสั่งให้หลินปังหยวนออกล่าสัตว์คู่กันกับองค์หญิงเฟยฮุ่ยด้วย

  • บุปผารัก มังกรร้าย   เทศกาลล่าสัตว์มาเยือน2

    แต่หลังจากที่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงครุ่นคิดไปได้มินานเท่าใดนัก เสียงของกระโจมที่หักดังลั่นก็ดังก้องไปทั่วบริเวณนั้นภาพของหญิงชายคู่หนึ่งที่ห่อหุ้มร่างกายด้วยผ้าห่มหนึ่งผืนช่างดูน่าสังเวชเป็นอย่างยิ่ง องค์ฮ่องเต้ผู้มีน้ำพระราชหฤทัยกว้างขวางจึงได้อนุญาตให้จวิ้นอ๋องเข้าไปพูดคุยสนทนากับพระองค์

  • บุปผารัก มังกรร้าย   เทศกาลล่าสัตว์มาเยือน1

    งานพระราชพิธีล่าสัตว์ในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในรัชศกไคเฉิงปีที่ 3 เนื่องจากต้องผ่านการไว้ทุกข์ให้แก่ฮ่องเต้พระองค์เดิมที่เสด็จสวรรคตไป จึงขาดการจัดงานมา 3 ปีแล้ว ดังนั้นขบวนเดินทางจึงยิ่งใหญ่เป็นพิเศษ เพื่อให้สมกับพระเกียรติของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเช้าวันรุ่งขึ้นในวันที่อากาศเย็นสบายเนื่องด้วย

  • บุปผารัก มังกรร้าย   หม่ากุ้ยเฟยอาละวาด2

    เมื่อเวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ได้เงยพระพักตร์ขึ้นมาจากการอ่านฎีกาที่วางกองสูงกันราวกับภูเขากองย่อมๆ นั้นอย่างช้าๆ มู่กงกงเห็นดังนั้นแล้วจึงได้รีบเดินแจ้นเข้าไปรินชาอุ่นๆ ใส่ลงในจอกให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงด้วยความเอาใจใส่ พร้อมกล่าวต่อไปว่า“เมื่อครู่นี้มีสาวใช้ส่ว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status