Home / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

Share

หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

last update Last Updated: 2026-02-25 00:38:48

แต่ดูจากท่าทีแล้วองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง คงจะมิได้มีเรื่องใดให้ชวนผ่อนคลายสบายใจได้เลยแม้แต่เพียงนิด  หลังจากทรงสั่งลงโทษองครักษ์กั๋วโม่โฉวเสร็จ  และเสด็จกลับมาถึงตำหนักตงชางของพระองค์แล้ว  ก็ทรงพบว่ามู่กงกงกำลังยืนรอคอยการกลับมาของตนอยู่ด้วยสีหน้าที่กระอักกระอ่วนใจพิกลนัก

“เจ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดมา”

น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเอือมระอานั้น  ทำเอามู่กงกงต้องพลอยหน้าม่อยลงไปหลายส่วน  จึงได้ตอบองค์ฮ่องเต้ออกไปน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า

“ขณะนี้พระสนมหม่ากุ้ยเฟย  มารอคอยฝ่าบาทอยู่ยังห้องรับรองแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

“วังหลังชักจะสงบราบเรียบไร้งานการ  ไร้แก่นสารมากนักแล้วกระมัง  เหตุใดตำหนักตงชางที่ประทับส่วนพระองค์ของข้าจึงได้มีแต่เหล่าสนมเทียววนเวียนเข้าออกมาหาราวกับว่าตำหนักของข้าเป็นร้านตลาดนอกวังเอาเช่นนี้”

น้ำเสียงกระแทกแดกดัน  พร้อมสายพระเนตรที่จ้องมองมายังมู่กงกงตาขวางนั้น  ทำเอาขันทีที่ค่อนไปทางวัยกลางคนปลายๆ เช่นเขา แทบจะหลบสายพระเนตรของโอรสสวรรค์มิทันเลยทีเดียว

เพียงก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไปในห้องรับรอง  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็พบว่าหม่ากุ้ยเฟย  หรือก็คือหม่าซูเหลียนบุตรีเสนาบดีกรมกลาโหมกำลังนั่งรอคอยพระองค์อยู่ด้วยท่าทีกระวนกระวาย

เพียงเห็นพระวรกายสูงใหญ่เดินตรงมาทางนี้  นางก็รีบลุกขึ้นยืนกล่าวคำถวายพระพรน้ำเสียงหวานหยดย้อยขึ้นมาในทันใดพร้อมย่อตัวลงถวายพระพรด้วยกิริยาที่อ่อนช้อยเป็นอย่างยิ่ง

“ถวายพระพรฝ่าบาท ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี เพคะ”

“ลุกขึ้นมาได้ มิต้องมากพิธี” 

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางทรุดพระวรกายลงนั่งยังเก้าอี้ไม้ที่แกะสลักลวดลายมังกรคาบไข่มุกด้วยท่าทีสง่างาม

“ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ” 

หม่าซูเหลียนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวานพร้อมค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ

“เจ้าเดินทางมาที่ตำหนักของข้าด้วยเหตุใดกัน?”

องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางยกชาขึ้นมาจิบแก้ดับกระหาย

“หม่อมฉันทรงเห็นฝ่าบาททรงยุ่งอยู่กับพระราชกิจ  จนมิได้เสด็จไปหาสนมในวังหลังผู้ใดเลยมาเป็นเวลาแรมเดือนแล้ว  วันนี้จึงได้ตัดสินใจรวบรวมความกล้านำน้ำแกงโสมจากเซียวฉีมาถวายต่อ

ฝ่าบาทเพคะ”

“เมื่อเช้าวานนี้เหนียนเฟยก็ทำน้ำแกงเจ็ดเซียนมามอบให้

กับข้า  พอบ่ายวันนี้หม่ากุ้ยเฟยก็นำน้ำแกงโสมมามอบให้กับข้าอีก  ในสายตาของพวกเจ้า  คงคิดว่าข้าคนนี้อ่อนแรงมากไปนักแล้วหรืออย่างไร?”

“หามิได้เพคะฝ่าบาท  หม่อมฉันเพียงแต่นึกห่วงใยฝ่าบาทจากใจจริงก็เพียงแต่เท่านั้นเพคะ” 

หม่ากุ้ยเฟยพูดพลางก้มหน้าลงน้อยๆ ด้วยความเขินอาย

“ได้เจ้ามากล่าวเตือนข้าในเรื่องเสด็จไปเยือนวังหลังเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน  พักนี้ข้าเองก็ยุ่งอยู่กับการสะสางฎีกาและราชกิจมากจนเกินไปแล้วจริงๆ  เช่นนั้นคืนนี้ข้าจะเสด็จไปที่ตำหนักจวี๋ฮวาหวง  แล้วให้หม่ากุ้ยเฟยคัดเลือกสนมอีกสามนางมาปรนนิบติข้าพร้อมกันกับเจ้าในค่ำคืนนี้  เจ้าว่าเป็นเช่นไร?”

เพียงได้ยินว่าค่ำคืนนี้องค์ฮ่องเต้จะทรงเสด็จไปเยือนยัง

วังหลังก็ทำเอาหม่ากุ้ยเฟยถึงกับดีใจจนเนื้อเต้น  นางฉีกยิ้มกว้างจนเต็มใบหน้าพร้อมลุกขึ้นมายืนยอบกายลงคุกเข่าต่อหน้าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงในทันใด

“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตาเพคะ  เช่นนั้น

หม่อมฉันจะสั่งให้ทางครัวหลวงจัดทำอาหารที่ฝ่าบาททรงโปรดปรานไว้คอยต้อนรับการมาเยือนของฝ่าบาทนะเพคะ” 

หม่ากุ้ยเฟยเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหวานหยดพร้อมช้อนสายตาขึ้นมององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงด้วยประกายสายตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความรักอยู่เต็มทุกห้องของหัวใจ

“ลุกขึ้นมาเถอะ  เจ้าจะเทียวแต่ไปนั่งคุกเข่าขึ้นๆ ลงๆ อยู่เช่นนั้นได้อย่างไร  ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังเป็นพระสนมที่รู้ใจข้ามากที่สุด  เช่นนั้นแล้วคงถึงเวลาที่เจ้าต้องกลับไปช่วยข้าดูแลปกครองวังหลังแล้วกระมัง  ที่ตำหนักตงชางของข้ามีอันใดให้น่ามาหากัน  เอกสารมากมาย  ฎีกามากมายมากถึงเพียงนั้น  มิได้มีอันใดงดงามเลยแม้แต่เพียงนิด”

“หม่อมฉันโง่เขลายิ่ง  ที่มารบกวนเวลาของฝ่าบาทเอาเช่นนี้ 

เช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลา”

หม่ากุ้ยเฟยพูดพร้อมลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ และยอบกายลงคำนับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกครา  ก่อนจะให้นางกำนัลช่วยประคองตัวเองหมุนตัวเดินจากไป

คล้อยหลังของหม่ากุ้ยเฟยไปแล้ว  องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง

ก็ทรงส่งเสียงเรียกหามู่กงกงเสียงดังลั่นก้องตำหนัก  ทำเอามู่กงกงถึงกับรีบเดินแกมวิ่งเข้ามาในตำหนักตงชางในทันใด

“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าลงไป  ต่อจากนี้ไปห้ามใครหน้าไหนเหยียบย่างเข้ามาในตำหนักตงชางอันเป็นที่ประทับส่วนตัวของข้าโดยเด็ดขาด  หากผู้ใดประสงค์ที่จะเข้าเฝ้าให้มาแจ้งก่อนล่วงหน้ามิน้อยไปกว่าเจ็ดวัน  ผู้ใดฝ่าฝืนมีโทษสถานเดียวคือตัดหัว”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” 

มู่กงกงกล่าวรับคำสั่งน้ำเสียงขึงขัง  ก่อนจะซอยเท้ายิก ๆ ออกไปทำการถ่ายทอดคำสั่งขององค์ฮ่องเต้ให้แพร่กระจายไปทั่วทั้งวังหลวง

ณ บ่อน้ำพุร้อนหลังตำหนักตงชาง ยามซวี (เวลา 19.00 น.)

ค่ำคืนนี้อากาศเย็นสบาย มีสายลมเอื่อยพัดมาอยู่เป็นระยะ  แสงของพระจันทร์ครึ่งดวงวันนี้ที่สาดส่องลงมาแม้จะทำให้มองเห็นสิ่งใดได้มิชัดเจน  แต่ก็ทำให้องค์ฮ่องเต้ทรงเงยพระพักตร์ขึ้นมองไปชมแสง

จันทร์บนนั้นได้อย่างมิรู้เบื่อ  พระองค์ทรงแช่พระวรกายในน้ำพุร้อนนี้มาได้นานราวสองเค่อแล้ว  แต่ทว่าก็ยังไม่สามารถตัดพระทัยให้ลุกขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อนนี่ได้

เป็นเรื่องที่ทำให้พระองค์ทรงรู้สึกหนักพระทัยขึ้นมาบ้างที่จำต้องร่วมหลับนอนกับเหล่าบรรดาพระสนมไปทั่วเช่นนี้  เพราะต้องกระทำไปตามบทบาทของหน้าที่  มิใช่ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ

แต่ด้วยพละกำลังของวัยที่หนุ่มแน่น  อีกทั้งความต้องการอันมากล้นที่จำต้องได้รับการปลดปล่อยออกไปบ้าง  การเรียกหาเหล่าสนมให้มาปรนนิบัติพระองค์นั้นจึงล้วนแล้วแต่มิต่ำกว่าสามคนเลย

สักครั้ง แต่ครั้นกระนั้นหลังจากเสร็จกิจในแต่ละคราองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็ยังทรงรักษาความหน้านิ่วคิ้วขมวดเอาไว้ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายนัก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผารัก มังกรร้าย   น้องสาวมิรักดี! 2

    “เจ้าถึงกับกล้าไปพังสถานที่จัดงานแต่งงาน อีกทั้งยังมิยอมไปวัดตัวตัดเย็บชุดแต่งงานด้วยมิใช่หรือ เจ้าคิดว่าพี่ชายของเจ้าคนนี้โง่งมมากนักหรืออย่างไร จึงจะมิรู้ทันในทุกวีรกรรมที่เจ้าก่อ”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ อย่างคนที่พยายามระงับโทสะของตนเอาไว้อย่างเต็มที่“ที่แท้หม่อมฉันก็นึกว่าเสด็จพี่ทรงเรียกตัวหม่อมฉันให้มาเข้าเฝ้าด้วยเรื่องใดกัน สุดท้ายแล้วก็เป็นเรื่องราวเหล่านี้เอง เช่นนั้นก็ปล่อยนางกำนัลในตำหนักของหม่อมฉันไปเถิดเพคะ พวกเขามิได้มามีส่วนรู้เห็นอันใดกับหม่อมฉันด้วย จึงมิใช่เรื่องสมควรที่พวกเขาจะต้องมาถูกเสด็จพี่สั่งลงโทษโบยเอาเช่นนี้”องค์หญิงเฟยฮุ่ยเอ่ยขึ้นมาน้ำเสียงนุ่ม“ข้าขอออกคำสั่งให้เจ้าไปวัดตัวตัดเย็บชุดแต่งงานกับหลินปังหยวนเดี๋ยวนี้ และต่อไปนี้ข้าขอออกคำสั่งให้กักบริเวณเจ้าอยู่แต่ในตำหนักของเจ้าเอง จนกว่างานพิธีมงคลสมรสพระราชทานจะเสร็จเรียบร้อยไปแล้วด้วยดี เจ้าจึงจะสามารถก้าวขาออกนอกตำหนักได้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสออกมาทีละถ้อยคำอย่างช้าๆ และชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง“เสด็จพี่อย่าได้บ้าอำนาจเกินไปนักเลยเพคะ” “เ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   น้องสาวมิรักดี! 1

    เมื่อได้ยินพระสนมอันกุ้ยเหรินมาแจ้งต่อตนดังนั้น มู่กงกงก็พลันรู้สึกตกใจจนหน้าถอดสี เรื่องที่เหล่าสนมในวังหลังมิได้รับอนุญาตให้ตั้งครรภ์นั้น เหล่าขุนนางก็ได้รับรู้กันไปจนทั่วจากการที่องค์ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งแจ้ง ณ ที่ประชุมขุนนางตั้งแต่เมื่อครั้นที่พระองค์ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์ใหม่ๆ แล้ว เนื่องด้วยองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงมีความปรารถนาที่จะให้การทุ่มเทพระวรกายในการทำนุบำรุงฟื้นฟูบัลลังก์มังกรให้มั่นคงรอบด้านเสียก่อนจึงจะคิดวางแผนเรื่องการมีบุตรเป็นลำดับถัดไป เช่นนั้นแล้วสำหรับพระสนมแซ่คังผู้นี้ จึงมิใช่เพียงแค่การให้นางได้ดื่มน้ำแกงห้ามการตั้งครรภ์เพียงอย่างเดียวแต่อย่างใด นางจำต้องถูกทำทุกวิถีทางในการรีดเร้นสายธารสวรรค์ครั้งนี้ออกมาด้วยเมื่อมู่กงกงเสร็จสิ้นจากภารกิจในครั้งนี้แล้ว จึงได้เดินทางกลับตำหนักตงชางไปด้วยความหวาดวิตก หากจะนับถึงสิ่งที่ผิดพลาดจากการทำงานของเขานี่คงนับได้ว่าเป็นครั้งแรกเลยกระมังการบริหารจัดการราชกิจต่างๆ ในวังหลวง ล้วนผ่านพ้นไปได้อย่างสงบราบเรียบ เรียบร้อย เป็นระยะเวลาถึงหนึ่งสัปดาห์เต็มหากเพียงแต่ว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจะมิทรงเรียกขุนนางกรมพ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   มิอนุญาตให้ตั้งครรภ์

    องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง ทรงเป็นผู้ที่เปี่ยมล้นไปด้วยพละกำลังอย่างแท้จริง เมื่อคราแรกเริ่มของการร่วมรัก พระองค์จะทรงนอนนิ่งให้เหล่าสนมได้ปรนนิบัติโดยการควบขี่ขย่มลงบนเรือนกายของพระองค์จนพวกนางแทบจะสิ้นเรี่ยวแรงกันไปแทบจะทั้งสามคนไปก็แล้วแต่ แต่กับคังหยุนหลีที่นางพึ่งจะเข้ามาถวายการรับใช้ปรนนิบัติพระองค์ในคราแรกนั้น กลับปรนนิบัติพระองค์ได้มิถูกพระทัยนัก มิรู้ว่าพระองค์ทรงมีขนาดอาวุธคู่ใจใหญ่โตมากเกินไปหรือไม่ นางจึงได้มีเลือดไหลมิหยุดเอาเช่นนี้ จนองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงได้สั่งให้คนไปตามหมอหลวงและให้คนมานำตัวของพระสนมคังหยุนหลีออกไปรักษานออกตำหนักจวี๋ฮวาหวง พร้อมทรงมีรับสั่งมิให้นางได้เข้ามาปรนนิบัติพระองค์อีกผ่านไปเนิ่นนานราวสองชั่วยามกว่าองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจะทรงรู้สึกผ่อนคลายลงไปบ้าง กลีบบุปผางามของเหล่าบรรดาพระสนมเองต่างก็อ้าออกกว้างแทบจะหุบไม่ลงกันเลยทีเดียว หลังเสร็จสิ้นจากภารกิจ องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนจึงดำริจะเสด็จกลับตำหนักตงชางไป พระองค์ทรงอนุญาตให้เหล่าสนมพักผ่อนกันต่อไป มิต้องลุกขึ้นมาส่งเสด็จพระองค์ก็ย่อมได้โดยก่อนที่องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 2

    "ฝ่าบาท"เป็นเสียงของมู่กงกงที่เอ่ยเรียกขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยน"วันๆ ก็ดีแต่ส่งเสียงเรียกอยู่ได้ทั้งวัน น่ารำคาญสิ้นดี"องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสขึ้นด้วยน้ำเสียงมิสบพระทัย"ฝ่าบาททรงแช่พระวรกายมาเนิ่นนานนักแล้ว กระหม่อมเกรงว่าฝ่าบาทอาจจะทรงเป็นหวัดได้นะพ่ะย่ะค่ะ"มู่กงกงกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน"คนไม่มีใครรักเช่นข้า จะเจ็บป่วยหรือล้มตายไป ก็มิมีผู้ใดมาสนใจหรอก"องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางลุกขึ้นจากบ่อน้ำพุร้อนอวดเรือนร่างเปลือย แข็งแกร่งกำยำ มีมัดกล้ามอันแข็งแรงอยู่ทั่วทุกส่วนของร่างกาย ทำเอามู่กงกงที่ได้เห็นอาหารตาชั้นเลิศเช่นนั้นแล้วต้องยืนตาค้างอ้าปากกว้างอยู่นานนัก จนกระทั่งลืมตัวไปเสียสิ้นว่ายามนี้ตนเองต้องส่งชุดคลุมมาให้กับองค์ฮ่องเต้แล้วด้วยซ้ำไป"มู่จินชิง เจ้าจะยืนจ้องมองข้าอีกนานหรือไม่ ข้าจะได้สั่งตัดหัวเจ้าแล้ว"สุรเสียงเย็นเยียบที่เปล่งออกมานั้นทำเอามู่กงกงต้องรีบแจ้นเดินแกมวิ่งนำชุดคลุมมังกรมาสวมคลุมให้กับองค์ฮ่องเต้โดยเร็วพลัน หลังจากนั้นมินานองค์ฮ่องเต้ก็เสด็จไปยังตำหนักจวี๋ฮวาหวงต่อเมื่อเสด็จไปถึงก็ทรงพบว่าพระสนมหม่ากุ้ยเฟย พร้อมด้วยสนมอันกุ้ยเหริน เสิ่น

  • บุปผารัก มังกรร้าย   หน้าที่ ที่มิอาจปฏิเสธ 1

    แต่ดูจากท่าทีแล้วองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิง คงจะมิได้มีเรื่องใดให้ชวนผ่อนคลายสบายใจได้เลยแม้แต่เพียงนิด หลังจากทรงสั่งลงโทษองครักษ์กั๋วโม่โฉวเสร็จ และเสด็จกลับมาถึงตำหนักตงชางของพระองค์แล้ว ก็ทรงพบว่ามู่กงกงกำลังยืนรอคอยการกลับมาของตนอยู่ด้วยสีหน้าที่กระอักกระอ่วนใจพิกลนัก“เจ้ามีอะไรจะพูด ก็พูดมา”น้ำเสียงที่เจือไปด้วยความเอือมระอานั้น ทำเอามู่กงกงต้องพลอยหน้าม่อยลงไปหลายส่วน จึงได้ตอบองค์ฮ่องเต้ออกไปน้ำเสียงอ้อมแอ้มว่า“ขณะนี้พระสนมหม่ากุ้ยเฟย มารอคอยฝ่าบาทอยู่ยังห้องรับรองแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“วังหลังชักจะสงบราบเรียบไร้งานการ ไร้แก่นสารมากนักแล้วกระมัง เหตุใดตำหนักตงชางที่ประทับส่วนพระองค์ของข้าจึงได้มีแต่เหล่าสนมเทียววนเวียนเข้าออกมาหาราวกับว่าตำหนักของข้าเป็นร้านตลาดนอกวังเอาเช่นนี้”น้ำเสียงกระแทกแดกดัน พร้อมสายพระเนตรที่จ้องมองมายังมู่กงกงตาขวางนั้น ทำเอาขันทีที่ค่อนไปทางวัยกลางคนปลายๆ เช่นเขา แทบจะหลบสายพระเนตรของโอรสสวรรค์มิทันเลยทีเดียวเพียงก้าวแรกที่เหยียบย่างเข้าไปในห้องรับรอง องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็พบว่าหม่ากุ้ยเฟย หรือก็คือหม่าซูเหลียนบุตรีเสนาบดีกรมกลาโหมกำลัง

  • บุปผารัก มังกรร้าย   สั่งลงโทษองครักษ์ 2

    องค์หญิงเฟยฮุ่ยมองค้อนพี่ชายของตัวเอง แล้วรีบลุกจากเตียงโดยไม่คิดจะล้างหน้า เปลี่ยนชุด หรือแม้แต่จัดแต่งทรงผมให้ดูดี นางใช้วิชาตัวเบาทะยานไปยังลานขี่ม้าทันที ก็เห็นกั๋วโม่โฉวที่สวมเพียงกางเกงสีดำนั่งคุกเข่าด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่อนาทรต่อลมหรือเกร็ดหิมะแม้แต่น้อย เขาต้องหนาวมากเป็นแน่ “ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ขณะที่ยืนมองเขานิ่งแววตาแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถ้าเขาโดนลงโทษก็สมควรให้คนมาปลุกนางเพื่อช่วยเขาไม่ใช่หรืออย่างไร “ฝ่าบาทยังไม่มีรับสั่งให้กระหม่อมลุกขึ้นพ่ะย่ะค่ะ” “แต่ท่านเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของข้า ท่านต้องฟังคำสั่งของข้าสิ” “กระหม่อมมีความผิดที่ดูแลองค์หญิงไม่ดีพอ สมควรถูกลงโทษแล้ว” “คนที่ผิดคือข้า โอ๊ย! ทำไมท่านต้องยอมให้เสด็จพี่รังแกอยู่เรื่อย เขาเห็นท่านเป็นอะไรจึงชอบทารุณไม่หยุดหย่อน” องค์เฟยฮุ่ยโวยวายอย่างเหลืออด นางจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ตั้งแต่เสด็จพี่พระองค์โตของนางครองบัลลังก์ ก็กลายเป็นคนบ้าอำนาจ มองโลกในแง่ร้าย ชอบลงโทษผู้คน นางอยากให้มีใครสักคนมาลงโทษเขาเสียบ้าง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status