Accueil / รักโบราณ / บุปผารัก มังกรร้าย / สั่งลงโทษองครักษ์ 2

Partager

สั่งลงโทษองครักษ์ 2

last update Date de publication: 2026-02-25 00:35:40

  องค์หญิงเฟยฮุ่ยมองค้อนพี่ชายของตัวเอง แล้วรีบลุกจากเตียงโดยไม่คิดจะล้างหน้า เปลี่ยนชุด หรือแม้แต่จัดแต่งทรงผมให้ดูดี นางใช้วิชาตัวเบาทะยานไปยังลานขี่ม้าทันที ก็เห็นกั๋วโม่โฉวที่สวมเพียงกางเกงสีดำนั่งคุกเข่าด้วยท่วงท่าสง่างาม ไม่อนาทรต่อลมหรือเกร็ดหิมะแม้แต่น้อย เขาต้องหนาวมากเป็นแน่

          “ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้!”

          หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ขณะที่ยืนมองเขานิ่ง

แววตาแสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมาก ถ้าเขาโดนลงโทษก็สมควรให้คนมาปลุกนางเพื่อช่วยเขาไม่ใช่หรืออย่างไร

          “ฝ่าบาทยังไม่มีรับสั่งให้กระหม่อมลุกขึ้นพ่ะย่ะค่ะ”

          “แต่ท่านเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ของข้า ท่านต้องฟังคำสั่งของข้าสิ”

          “กระหม่อมมีความผิดที่ดูแลองค์หญิงไม่ดีพอ สมควรถูกลงโทษแล้ว”

          “คนที่ผิดคือข้า โอ๊ย! ทำไมท่านต้องยอมให้เสด็จพี่รังแกอยู่เรื่อย เขาเห็นท่านเป็นอะไรจึงชอบทารุณไม่หยุดหย่อน”

          องค์เฟยฮุ่ยโวยวายอย่างเหลืออด นางจะเป็นบ้าตายอยู่แล้ว ตั้งแต่เสด็จพี่พระองค์โตของนางครองบัลลังก์ ก็กลายเป็นคนบ้าอำนาจ มองโลกในแง่ร้าย ชอบลงโทษผู้คน นางอยากให้มีใครสักคนมาลงโทษเขาเสียบ้าง เอาให้ช้ำใจตายไปเลย

          “เฟยฮุ่ย! ปล่อยเขาเอาไว้อย่างนั้น เมื่อวานเจ้ากลับมายามอิ๋น ข้าก็จะให้เขานั่งจนถึงยามอิ๋นเช่นกัน”

          ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตะโกนออกมาจากศาลาสังเกตการณ์ของสนามม้า ซึ่งอยู่ในร่มบังแดดบังลมได้เป็นอย่างดี

          “เสด็จพี่บ้าไปแล้วหรือ อากาศหนาวเย็นถึงเพียงนี้ พระองค์ไม่ลองมานั่งคุกเข่าเองเล่า จะได้รู้ถึงมาเจ็บปวด”

          แม้ร่างกายจะทุกข์ทรมาน แต่การเห็นนางเป็นเดือดเป็นร้อนเพื่อเขาถึงเพียงนี้ กลับทำให้กั๋วโม่โฉวสุขใจเป็นอย่างยิ่ง หากต้องให้นั่งคุกเข่าไปถึงยามอิ๋นเขาก็ยินดี

          “เจ้าจะบ้าหรือ ถึงคิดจะให้กษัตริย์ไปนั่งคุกเข่า”

          ก็บ้าจริงๆ นั่นแหละ ตอนนี้นางโมโหเสียจนแทบอยากจะท้าประลองดาบกับเสด็จพี่ฮ่องเต้เสียด้วยซ้ำ

          “น้องจะเป็นบ้าก็เพราะพระองค์นั่นแหละ ถอนคำสั่งลงโทษเขาเดี๋ยวนี้นะ”

          “ไม่ถอน!”

          หญิงสาวทำปากขมุบขมิบราวกับบ่นอะไรอยู่คนเดียว แล้วมองพี่ชายของตัวเองตาขวาง

          “องค์หญิงพะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่เป็นไร การลงโทษเท่านี้ถือว่าสถานเบาแล้ว”

          “เบากับผีน่ะสิ! หิมะแทบจะถมร่างของท่านอยู่แล้ว”

          ทั้ง ๆ ที่นางถลึงตาใส่ แต่กลับทำให้กั๋วโม่โฉวสุขใจเป็นอย่างยิ่ง ในสายตาของเขานางช่างน่ารักน่าเอ็นดูเหลือเกิน ยิ่งในตอนที่เป็นห่วงเป็นใยเขาเช่นนี้ ยังต้องให้คนต่ำต้อยเช่นองครักษ์หนุ่มผู้หนึ่งต้องการอะไรไปมากกว่านี้อีกเล่า กระนั้นสีหน้าของกั๋วโม่โฉวยังคง

เฉยชา ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกไป

          “น้องหญิง! เจ้าดูสภาพตัวเองเสียบ้าง ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย รองเท้าก็ไม่ได้สวมใส่ กลับมายืนท่ามกลางลมแรง

ไม่ขายหน้าผู้อื่นหรือไร”

          “ไม่! ข้าจะยืนอยู่ข้างๆ เขาจนถึงยามอิ๋น”

          หากนางพูดเช่นนี้ออกไป มีหรือเสด็จพี่ของนางจะทนไหว เขาไม่มีทางยอมให้นางยืนท่ามกลางลมหนาวเป็นแน่

          “ตามใจเจ้า อยากยืนก็ยืนไป”

          “...”

          ฮ่องเต้กลับไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย ว่าน้องสาวของตัวเองจะต้องทนหนาวขนาดไหน ทำให้นางถึงกับอ้าปากค้าง ก่อนจะกลายเป็นความเดือดดาลเกินระงับ นับวันพี่ชายของนางเริ่มจะมีจิตใจอำมหิตเข้าไปทุกที

          องค์หญิงเฟยฮุ่ยมองตามแผ่นหลังของชายผู้สวมอาภรณ์มังกร จากนั้นนางก็เริ่มเปลื้องเสื้อผ้าของตัวเองออกอย่างไร้ความลังเล

          “องค์หญิง! อย่าทำเช่นนี้”

          คนที่ร้อนใจหนักกว่าใครคือกั๋วโม่โฉว จะให้ผู้อื่นมาเห็นเรือนร่างของนางได้อย่างไร ต่อให้ในที่ตรงนี้มีเพียงเขากับฮ่องเต้ที่ไม่ได้ตอนเป็นขันที ก็ให้คนเหล่านั้นมองไม่ได้

          “ฝ่าบาท! องค์หญิงเปลื้องผ้า”

          พอฮ่องเต้ได้ยินเช่นนั้นก็รีบหันกลับมา แล้วมองน้องสาวตัวเองด้วยแววตาดุร้าย คิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบจะเป็นปม ในขณะที่นางกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย

          “เจ้าคิดว่าทำเช่นนี้แล้วข้าจะยอมเจ้าหรือ”

          “ก็ไม่ได้จะทำให้พระองค์ยอม”

          “รีบใส่เสื้อผ้าเดี๋ยวนี้!”

          ตะโกนคุยแบบนี้ไม่เจ็บคอหรืออย่างไร นางไม่พูดกับเขา

แล้ว เชิดหน้าแล้วค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าจนเหลือแต่ชุดคลุมสีขาวด้านในแล้วทำท่าจะแกะปมเชือกที่มัดเสื้อเอาไว้ ทำให้กั๋วโม่โฉวเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข

          “องค์หญิง! ท่านสวมเสื้อผ้าเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

          “ท่านจะลุกหรือไม่ลุก”

          “องค์หญิง!”

          “ถ้าท่านไม่ลุก ข้าจะแก้ผ้านั่งคุกเข่าเป็นเพื่อนท่านจนถึงยามอิ๋น”

          ฝ่ายหนึ่งก็เจ้าเหนือหัว อีกฝ่ายก็เจ้าหัวใจ จะให้องครักษ์

ต่ำต้อยเช่นเขาทำอย่างไรได้กันเล่า ชายหนุ่มรีบเก็บเสื้อผ้าของนางที่กำลังพัดไปตามแรงลมกลับมา แล้วห่อหุ้มร่างที่เกือบจะเปลือยเปล่าเอาไว้ แต่นางกลับแย่ง ก่อนจะโยนมันทิ้งให้ปลิวไปไกลจนติดอยู่บนยอดต้นไม้

          “ท่านลุกได้เสียที”

          “องค์หญิง!”

          กั๋วโม่โฉ่วกัดฟันกรอดด้วยความโมโห ทำไมนางต้องดื้อรั้นขนาดนี้ด้วย จำเป็นมากนักหรือที่ต้องห่วงเขาขนาดที่ยอมเปลื้องผ้าต่อหน้าข้าราชบริพารในวัง

          “น้องหญิง! เจ้าช่างดื้อรั้นนัก”

          ฮ่องเต้จนด้วยหนทางที่จะหาวิธีลงโทษนางได้จริงๆ ซึ่งเขาก็

น่าจะรู้อยู่แล้ว ว่าถ้าทำได้เสด็จพ่อคงทำสำเร็จไปตั้งแต่ตอนที่ยังไม่สิ้นพระชนม์ ส่วนเขาเป็นพี่ชาย นางจะเกรงใจได้อย่างไรกัน

          “ถอนคำสั่งลงโทษเขาเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นข้าจะถอดจนไม่เหลืออาภรณ์ติดกายแม้แต่ชิ้นเดียว”

          “เจ้า!”

          หากไม่ได้อยู่ต่อหน้าพระพักตร์ องครักษ์หนุ่มคงรีบโอบกอดนางเอาไว้ ไม่ยอมให้ผิวเนียนสวยต้องลมหนาวเด็ดขาด ตอนนี้ต่อให้ต้องตาย เขาก็ขอขัดรับสั่งของฮ่องเต้ เพราะไม่อาจทนเห็นองค์หญิงเฟยฮุ่ยทำในสิ่งที่ไม่ควรทำได้จริงๆ

          “บัดซบ! เจ้าจะทำให้ข้าโมโหตายให้ได้เลยใช่หรือไม่”

          คนเป็นพี่ชายตะโกนก้อง ในขณะที่น้องสาวกลับไม่พูดไม่จาอะไร แล้วทำท่าเหมือนจะปลดอีกชิ้น จนหน้าอกอวบอิ่มปรากฏต่อสายตา กั๋วโม่โฉวรีบตะคลุบชายเสื้อของนางไว้ทันที ส่วนฮ่องเต้ก็กำหมัดแน่น เส้นเลือดที่ขมับแทบจะระเบิดออกมา

          “เสด็จพี่ไร้เหตุผล แล้วข้าจำเป็นต้องทำตัวมีเหตุผลหรือ”

          “ข้าไม่ได้ไร้เหตุผล”

          “ไร้เหตุผลสิ ท่านแต่งตั้งเขาให้เป็นองครักษ์ของหม่อมฉัน ดูแลไม่ให้หม่อมฉันได้รับอันตรายใดๆ แต่เมื่อคืนหม่อมฉันกลับวังช้า ทว่าก็ไร้รอยขีดข่วน ไม่ได้เลือดตกยางออกเช่นนี้ถือว่าเขาทำผิดหน้าที่

หรือเพคะ”

          “...”

          “หากเสด็จพี่ต้องการให้เขาคอยจับตามองพฤติกรรมของหม่อมฉันไม่ให้ออกนอกลู่นอกทางก็ตรัสมา ต่อไปยามหม่อมฉันออกจากวัง จะได้ไม่ต้องบอกกล่าวใคร เพราะหม่อมฉันไม่ต้องการคนคุมความประพฤติ”

          ไม่ใช่เพียงฮ่องเต้เท่านั้นที่ตัวชาวาบไปกับคำขู่ของนาง

แต่กั๋วโม่โฉวเองก็ไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น อย่างน้อยถ้าหากนางจะออกจากวัง ก็ควรมีเขาตามไปด้วยทุกที่ นางควรบอกกล่าว ไม่ใช่ออกไปเฉยๆ โดยไม่มีใครรู้

          “เจ้ามันดื้อรั้น มีน้องสาวเช่นเจ้าทำให้ข้าปวดหัวเหลือเกิน ตามใจเจ้า! ข้าไม่ลงโทษแล้ว โม่โฉว! พานางกลับไปตำหนักเดี๋ยวนี้ แล้วอย่าให้นางแก้ผ้าต่อหน้าใครอีก”

          “รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”

          กั๋วโม่โฉวถือวิสาสะอุ้มองค์หญิง แล้วใช้วิชาตัวเบารีบตรงดิ่งกลับไปยังตำหนักของนางทันที ตอนนี้เขาโกรธเสียจนแทบควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ไหวแล้ว

          ด้านองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอง  หลังจากสะบัดชายชุดคลุมมังกรเสด็จจากมาได้พักใหญ่แล้ว  ก็พลันต้องทอดถอนใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยทรงรู้สึกปวดประสาทกับน้องสาวผู้นี้นัก

ทั่วทั้งวังหลวงเอง  คงจะมีเพียงองค์หญิงแปดหวังลู่เสวียนราชทินนามเฟยเฉินตัวน้อย  ที่งดงามเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้  งดงามกระจ่างใสประดุจไข่มุกทะเลน้ำดีนั่นกระมัง  ที่พอจะทำให้พระองค์รู้สึกเบาสบายใจขึ้นมาได้  ว่าน้องสาวผู้นี้อนาคตข้างหน้าคงจะได้ตบแต่งกับบุรุษที่ดีงามเพียบพร้อมตามทำนองคลองธรรมที่สายพระเนตรของพระองค์ทรงพิจารณาดูแล้วว่ามีความเหมาะสมกันเป็นอย่างยิ่งแน่นอน...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บุปผารัก มังกรร้าย   NC ฮองเฮาของข้า (จบบริบูรณ์)

    เสียงจุมพิตอันดุเดือดแต่ก็เจือไปด้วยความอ่อนหวานเว้าวอนมากเกินไปกว่าสิบส่วนด้วยกันนั้น ทำเอาร่างเล็กของหลินหลานฮัวรู้สึกราวกับว่านางได้ล่องลอยไปมาอยู่บนอากาศริมฝีปากหยักเนียนนุ่มของบุรุษผู้ที่ทำการจูบไล้ปลอบประโลมนางอยู่นี้ก็ทำเอาหลินหลานฮัวถึงกับสะท้านไหวช่อบุปผารักของนางถูกปลายลิ้นตวัดปัดป่ายไปมาด้วยลีลาอันช่ำชองและร้ายเหลือจนหยาดน้ำรักของนางได้แตกกระจายออกมาคราแล้วคราเล่าอยู่มิหยุดจวบจนกระทั่งร่างเล็กได้รับการเติมเต็มเข้าไปอย่างช้าๆ หลินหลานฮัวก็พลันรู้สึกตัวขึ้นมาเล็กน้อย จนแทบจะสร่างเมาไปได้เลยทีเดียว“อ๊ะ” หลินหลานฮัวอุทานขึ้นด้วยความตกใจพร้อมทั้งกำลังจะเปล่งเสียงร้องกรี๊ดออกมาในตอนท้าย แต่ทว่านางกลับถูกองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงผู้นี้ก้มใบหน้าลงมาจุมพิตดูดซับเสียงร้องของนางเอาไว้ หลินหลานฮัวจึงทำได้เพียงส่งเสียงอึกอักอยู่ในลำคอได้เพียงเท่านั้น“ฝ่าบาทเหตุใดกันจึงทรงทำเช่นนี้ หม่อมฉันรังเกียจฝ่าบาทมากแล้วจริงๆ คนใจกล้าหน้าด้าน หน้ามิอายนัก” หลินหลานฮัวอดที่จะก่นด่าองค์ฮ่องเต้ผู้นี้ออกมาด้วยความหัวเสียมิได้แล้ว มาถึงซินซิ่วได้มิทันไรเขาก็แอบลอบมาจับกินนางอีกคราแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 3

    เพี๊ยะ เสียงของฝ่ามือที่ฟาดกระทบเข้ากับใบหน้าได้ดังขึ้นองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงจึงหยุดการกระทำนั้นลงได้“เจ้าตบข้ามาอีกสิอาฮัว หากตบข้าแล้ว มันทำให้เจ้ารู้สึกสบายใจมากขึ้น เจ้าก็ตบข้ามาได้อีกเลย”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวคำท้า ซึ่งหลินหลานฮัวเองก็ได้ฟาดฝ่ามือเข้าใส่ใบหน้าอันหล่อเหลาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทั้งซ้ายและขวานับได้เป็นสิบครั้งเลยทีเดียว จนฝ่ามือเล็กของนางบวมแดงและมีหยาดเลือดที่ไหลซึมออกมาตรงมุมปากขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงติดมาด้วย“เจ็บมากหรือไม่ฮัวฮัวของข้า ฝ่ามือเจ้าแดงไปหมดแล้วเห็นหรือไม่นั่น หากเจ้าอยากทำร้ายตบตีข้า มิเห็นต้องน่าลงมือลงแรงเอาเช่นนี้เลย เพียงเจ้าสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็ยินยอมพร้อมใจที่จะตบหน้าตัวเองให้กับเจ้าแล้ว หรือหากเจ้าอยากโบยข้าเพียงสั่งข้ามาคำเดียว ข้าก็พร้อมให้เหล่าองครักษ์ที่ติดตามข้ามาด้วยนั้นโบยข้าแทนเจ้าแล้ว”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงว่าพลางจับมือเล็กของหลินหลานฮัวขึ้นมาเป่าลมเข้าไปที่ฝ่ามือเล็กนั้นแผ่วเบา“โบยหรือ เช่นนั้นก็ดีเหมือนกัน อยากจะรู้นักว่าองค์ฮ่องเต้แห่งแคว้นชวี่มีความแข็งแรงมากมายเพียงใด จะอดทนต่อการ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 2

    “แต่เจ้าจะปล่อยให้อานเอ๋อร์ของเราขาดพ่อไปมิได้นะอาฮัว ชีวิตของเขาต้องมีพ่ออยู่ด้วย จึงจะถือได้ว่าเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหลินหลานฮัวด้วยความคิดถึง มิพบเจอกันไปเพียงสามปีแต่นางกลับดูสวยสดงามสะพรั่งมากกว่าเมื่อคราที่ใช้ชีวิตอยู่กับพระองค์ในวังต้องห้ามเสียอีก อีกทั้งกลิ่นกายอันหอมกรุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างเล็กนี้ทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงเกิดอาการคลั่งไคล้นางขึ้นมาจนอยากจะจับร่างเล็กนี่กลืนกินลงไปจนหมดทั้งตัวอีกคราแล้ว“อานเอ๋อร์อยู่กับหม่อมฉันมาสามปีเต็ม เขามิเคยถามถึงบิดาเลยสักครั้ง แล้วจะบอกว่าเขาต้องการบิดาได้อย่างไร ฝ่าบาททรงสนทนาอยู่ที่บ้านของหม่อมฉันนานแล้วทรงเสด็จกลับไปเถิดเพคะ เวลานี้เป็นเวลาพักผ่อนของหม่อมฉันกับลูก ขอฝ่าบาทได้โปรดอย่ามากวนใจพวกเราอีกต่อไปเลย” หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงหลังได้ยินภรรยารักกล่าวออกมาดังนั้น จึงได้นั่งคุกเข่าลงตรงหน้าของสาวงามพร้อมเอ่ยขึ้นมาว่า“ฮัวฮัว ที่ผ่านมา สามีได้กระทำผิดต่อเจ้ามากมายนักแต่สามีสำนึกผิดได้มาตั้งเนิ่นนานแล้ว

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ให้ใจพิสูจน์ (ง้อ) 1

    “นี่ปล่อยนะคุณชาย ท่านทำอะไรท่านแม่ของข้า ท่านมากัดปากท่านแม่ของข้าทำไม?” เด็กชายตัวน้อยพูดขึ้นด้วยความโกรธขึ้งถึงขั้นใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบตีเข้าไปที่ไหล่ขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอีกคราด้วยนึกห่วงใยมารดาของตนขึ้นมาจับใจนัก“ฮัวฮัว ในที่สุดข้าก็ตามหาเจ้าจนเจอ แล้วนี่ลูกชายของพวกเราใช่หรือไม่ เหตุใดเขาจึงได้มีหน้าตาเหมือนกันกับข้าราวกับแกะเอาเช่นนี้”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงตรัสพลางจะก้มใบหน้าลงมามอบจุมพิตให้กับหลินหลานฮัวอีกคราด้วยความคิดถึง แต่ทว่าหลินหลานฮัวกลับรีบเบือนหน้าหนี พร้อมอุ้มเอาเด็กชายตัวน้อยมาไว้ในอ้อมแขนและเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณชายท่านจำคนผิดแล้ว ข้าต้องขอตัวก่อน และขอบคุณที่ท่านช่วยนำตัวบุตรชายของข้ากลับคืนมาส่ง”หลินหลานฮัวเอ่ยขึ้นเพียงเท่านั้นก็รีบเดินจากไปในทันทีซึ่งองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงก็มิได้มีท่าทีกระโตกกระตากแต่อย่างใด พระองค์ทรงสั่งให้คนเฝ้าจับตามองดูหลินหลานฮัวต่อไปอย่างเงียบๆ เพื่อที่จะได้ติดตามนางไปยังที่พักของนางได้ถูกด้านหลินหลานฮัวเองก็รีบเดินมาหาเสี่ยวเชี่ยนพร้อมสั่งให้เสี่ยวเชี่ยนเก็บข้าวของทุกอย่างกลับบ้านของนางไปในทันที แม้ว่าเสี

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 4

    “เจ้าตัวเล็กข้าสั้น ส่วนข้าตัวใหญ่ขายาวใช่หรือไม่?”องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงกล่าวชวนคุย“ใช่แล้วขอรับ แต่นี่มันเกี่ยวอันใดกับการที่ข้าจะได้กลับไปหาท่านแม่ของข้าด้วยหรือขอรับ?” เด็กชายตัวน้อยเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย“ก็คนตัวเล็กขาสั้นก็ก้าวเดินได้ช้า ส่วนคนตัวใหญ่ขายาวก็ก้าวเดินได้ไว ข้าอุ้มเจ้าเอาไว้เช่นนี้ถือว่าเป็นการย่นระยะเวลาให้เจ้าได้เจอกับมารดาของเจ้าได้เร็วขึ้น มิดีหรอกหรือ?” องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม เด็กชายตัวน้อยพลันคิดตามอยู่ครู่หนึ่ง จึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ที่คุณชายกล่าวมานั้นถูกต้องแล้ว เช่นนั้นอานเอ๋อร์คงต้องรบกวนคุณชายแล้ว แต่อานเอ๋อร์มิได้รบกวนเปล่าหรอกนะขอรับ อานเอ๋อร์จะมอบของตอบแทนน้ำใจของคุณชายในครั้งนี้ด้วย เช่นไรก็ขอได้โปรดจงรับผ้าเช็ดหน้าผืนนี้เอาไว้ด้วยเถอะนะขอรับ” เด็กชายพูดพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนน้อยที่หลินหลานฮัวเคยใช้ซับเลือดกำเดาขององค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงเมื่อคราที่ทั้งคู่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในตำหนักบุปผารักด้วยกัน ณ ช่วงเวลาหนึ่งออกไปมอบให้กับองค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงอย่างช้าๆ ซึ่งกลิ่นหอมอันคุ้นเคยที่แผ่ซ่านออกมาจากผ้าเช็ดหน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจออีกครา 3

    ทุกครั้งที่หลินหลานฮัวมาวางขายสุราในตลาดแห่งนี้ ผ่านไปมินานเกินครึ่งชั่วยามนางก็มักจะขายได้หมดเสมอ แม้ความงามอันเฉิดฉายของนางจะเป็นอุปสรรคในการค้าขายในแต่ละครั้งเนื่องด้วยจะมีเหล่าบรรดาชายหนุ่มทั้งอ่อนวัยไปจนถึงคราวแก่และเหล่าคนธรรมดาไปจนถึงคุณชายและขุนนางระดับสูงหลายคนมาคอยแทะโลมหรือเกี้ยวพาราสี แต่หลินหลานฮัวก็ยังคงความสงบนิ่งสยบการกระทำอันไม่น่าดูชมของพวกเขาลงไปเสียได้ และเพราะความงามอันเป็นอุปสรรคในการออกมาพบปะพบเจอกับบุคคลภายนอกเอาเช่นนี้ จึงทำให้หลินหลานฮัวยอมก้าวขาออกจากบ้านมาทำการค้าขายเพียงแค่เดือนละครั้งเท่านั้นเองเพื่อเป็นการตัดปัญหาเมื่อจัดวางเรียงไหสุรามากมายลงบนโต๊ะเสร็จสิ้นแล้วหลินหลาฮัวก็พบว่าบุตรชายของนางยังมิกลับมาจากร้านของเล่นอีกทั้งเสี่ยวเชี่ยนเองก็ยังมิกลับมาอีกด้วย จึงอดที่จะร้อนใจขึ้นมาบ้างมิได้แล้วนางพยายามเขย่งปลายเท้าขึ้นกวาดสายตามองหาบุตรชายไปโดยรอบ พร้อมทั้งรอคอยการมาเยือนของเสี่ยวเชี่ยนอยู่อย่างใจจดใจจ่อ จนกระทั่ง“ข้ากลับมาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยขึ้นน้ำเสียงดีใจ พร้อมชูถุงเงินอันหนักอึ้งออกไปตรงหน้าของหลินหลานฮัว“เสี่ยวเชี่ยน

  • บุปผารัก มังกรร้าย   พบเจอสร้อยแล้ว1

    หลินหลานฮัวอยากจะตอบกลับองค์ฮ่องเต้ผู้ไร้หัวใจพระองค์นี้ไปเสียเหลือเกินว่า นางมิใช่สัตว์เลี้ยงของผู้ใด นางมิใช่ข้าทาสของผู้ใด แต่นางเป็นคนที่มีเลือดเนื้อมีหัวใจต่างหากเล่าแต่ด้วยการที่ต้องแบกรับชีวิตของผู้คนมากมายในสกุลหลินนี่เอาไว้ หลินหลานฮัวจึงพยายามตั้งสติ สูดลมหายใจเข้าปอดไปลึกๆ และเอ่ยขึ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   แม่มดน้อยจอมยั่วยวน 2

    “เอาเถอะ ข้าเองก็มิได้อยากจะเสวนาอันใดกับคนสกุลหลินมากมายนักหรอก เห็นแก่ที่เจ้าเดินทางรอนแรมมาไกล ข้าจะให้คนไปส่งเจ้ายังที่พักของเจ้าก็แล้วกันนะ”“ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงมีพระเมตตา การเดินทางมาที่วังหลวงในครั้งนี้ ท่านแม่ของหม่อมฉันได้ให้สาวใช้ของหม่อมฉันผู้หนึ่งติดตามมากับหม่อมฉันด้วย มิทราบ

  • บุปผารัก มังกรร้าย   ฝากเนื้อฝากตัว1

    ช่วงเช้าวันที่สิบห้า วสันตฤดู หลินหลานฮัวก็ได้เดินทางมาถึงยังเมืองหลวง บรรยากาศอันคึกคักของผู้คนในยามเช้าวันนี้ยิ่งทำให้นางคิดถึงผู้เป็นมารดาขึ้นมาอย่างจับใจ“คุณหนูจะลงไปเดินเล่นสักหน่อยหรือไม่เจ้าคะ?”เสี่ยวเชี่ยนเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นตาตื่นใจ ที่เมืองเฉียวฉีเอง แม้จะเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่

  • บุปผารัก มังกรร้าย   สั่งลงโทษคนสกุลหลิน2

    กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกำยานที่ลอยวนอยู่ในกระโจมที่ประทับทำให้องค์ฮ่องเต้หวังเจี้ยนเฉิงทรงปรือเปลือกพระเนตรขึ้นมาอย่างช้าๆ ก่อนพระองค์จะทรงผุดลุกขึ้นมานั่งในทันที“หลินปังหยวนเจ้าคนชั่วช้า สารเลว เจ้าคนถ่อย” น้ำเสียงสบถปนความเจ็บแค้นนั้นแม้จะมิได้เสียงดังมากนักแต่ก็ทำให้มู่กงกงรีบแจ้นเข้ามายืนต่อเบื้อ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status