ต่อให้ซ่งเสวียนชิงไม่อาจยอมรับแต่จำต้องแบกรับความผิดบาปนี้ไว้ตลอดชีวิตที่เหลือครอบครัวที่เหมือนสมบูรณ์กลับให้ความรู้สึกขาดวิ่นแหว่งเว้าในทุกวันเยี่ยนเต๋อรู้ข่าวของโม่เหลียนในวันที่สายเขาเร่งรุดมาถึงกลับเห็นเพียงป้ายวิญญาณของนาง จึงทำได้เพียงหลั่งน้ำตาเงียบงัน เฝ้าโทษตัวเองที่ตัดสินใจปล่อยมือโม่เหลียนง่ายเกินไป ทุกอย่างคือความผิดของเขาเป็นความผิดไม่อาจอภัยเยี่ยนเต๋อที่ยามนี้ไร้สตรีข้างกาย ทั้งยังไร้บุตรธิดา จึงเลือกติดตามโม่เหลียนไปเพื่อแก้ไขสิ่งผิดคิดเพียงให้นางได้เลือกใหม่ในภพชาติหน้า...เรือนพักผ่อนริมทะเลสาบชานเมืองของสกุลหลิวทุกคนนัดรวมตัวกันที่นี่เพื่อหลีกเลี่ยงหูตาที่จับจ้องความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างผู้ทรงอิทธิพลที่สุดสองขั้วอำนาจแห่งแคว้นเยี่ยนไม่ควรเปิดเผยอย่างยิ่งหยางเจี้ยนและหลิวไท่หยางบุรุษทั้งสองจำต้องมาเจอหน้าเพราะภรรยาของตนพวกนางสองคนคือพี่น้อง ชอบนัดเจอกันนอกเรือน สามีจึงต้องตามติดมาดูแลอย่างใกล้ชิดมิให้ห่างกายซิงเยว่มิได้สนใจฝ่ามือรุ่มร่ามซุกซนจากสามีขี้อ้อนของตน นางหันมาคุยกับอีกคน“พี่เขย ข้ารู้ว่าท่านมีวิชายุทธ์สูงส่ง ทั้งยังสำเร็จวิชาในตำนาน ข้ามีความ
ซ่งเสวียนชิงถอนหายใจพลางเดินเข้าหานาง“ลำบากเจ้าแล้ว”จูซิ่วแย้มยิ้มเฉิดฉาย ท่าทีเขินอาย ทั้งอ่อนหวานและยั่วยวนชวนหลงใหล“ไม่ลำบากเจ้าค่ะ ข้ายินดีดูแลปรนนิบัติท่านพี่”ซ่งเสวียนชิงหันมองเรือนของโม่เหลียนอย่างเงียบงัน ก่อนส่ายหน้าอ่อนใจสะบัดแขนเสื้อเดินไปทางเรือนของจูซิ่วเขานั่งดื่มสุราชั้นดีร่วมกับนาง อยู่กับนางจนรุ่งสาง หากแต่หัวใจกลับกระหวัดถึงโม่เหลียนตลอดเวลาแม้จะเป็นเช่นนั้น ทว่ายามทอดกายอยู่บนเตียงนอนได้ครอบครองสาวงามร่างนุ่มเปลือยเปล่า ได้กดจูบลูบไล้ผิวพรรณเนียนลื่นละเอียดลออ ได้รู้สึกถึงการยั่วยวนในทุกสัมผัส สติของซ่งเสวียนชิงไหนเลยจะยังมีอยู่ยิ่งจูซิ่วส่งเสียงครางแผ่วแว่วหวานคลอเคล้าใต้ร่าง เขายิ่งกระแทกกระทั้นสอดใส่ลึกล้ำ ส่งเสียงครางทุ้มต่ำอย่างสุขสม ซุกใบหน้าคมสันลงฝังทรวงอกหยุ่นนุ่มอวบอิ่มอย่างต้องการกลืนกินนางเข้าปากทั้งตัวอารมณ์อันกระเจิดกระเจิงนี้ดำเนินจวบจนรุ่งสาง กระแสเสียงครวญกระเส่าซาบซ่านรัญจวนไร้การสะกดกลั้น คล้ายสายน้ำเชี่ยวกรากยากทัดทานแต่เมื่อพายุอารมณ์ผ่านพ้น ภาพของสตรีอีกคนก็เริ่มชัดเจนในห้องสำนึกอีกคราท้ายที่สุด เขาถึงกับทนไม่ไหว เลือกพลิกกายลงจากเรื
โม่เหลียนไม่ใจร้ายพอที่จะสังหารแม่แล้วเก็บลูกไว้ ยิ่งไม่อาจขับไล่ทั้งแม่และลูกให้ออกไปเผชิญชะตากรรมนอกจวนเพียงลำพังนางจึงพยักหน้าให้สามีรับอนุทั้งน้ำตาบรรยากาศของครอบครัวแสนสุขที่เคยมี บัดนี้เริ่มอึมครึมลงทุกวันนานมากแล้วที่โม่เหลียนไม่เคยนอนหลับได้สนิทเลยสักราตรี น้ำตาที่มียิ่งไม่เคยเหือดแห้งไป และยิ่งหลั่งไหลออกมาจนท้วมท้นล้นใจ เมื่อสามีที่เคยสารภาพว่าผิดพลาดจนทำเด็กสาวต้องให้กำเนิดธิดาคนแรกโดยไม่ตั้งใจ กลับทำเด็กสาวคนเดิมตั้งครรภ์และให้กำเนิดบุตรชายอีกคนออกมาวันนั้นภายในศาลา โม่เหลียนยืนมองชายหญิงคู่หนึ่งเดินประคองกันที่ระเบียงห้องฝั่งตะวันตกหญิงสาวยืนมองคนทั้งสองนิ่งๆ สีหน้าของนางราบเรียบยากคาดเดาห้วงคะนึง กิริยาสงบ แววตาเฉยชาบนระเบียงทางเดิน ซ่งเสวียนชิงก้มมองสตรีข้างกาย“เจ้าเดินระวังหน่อย เพิ่งลำบากคลอดลูกชายให้ข้า ไม่ควรออกกำลังมากจนเกินไป”“เจ้าค่ะท่านพี่ แต่ข้าพักผ่อนครบเดือนแล้วนี่นา ข้าแข็งแรงดีแล้วเจ้าค่ะ”บุรุษหัวเราะในลำคอ มองนางอย่างเอ็นดูเมื่อเข้าใจความนัยของอีกฝ่ายอย่างลึกล้ำจูซิ่วเป็นสตรีที่หยาดเยิ้มอ่อนหวาน ยามจำนรรจามักหลุบตาลงอย่างเขินอาย แพขนตายาวงอนที่ก
สามปีผ่านไปโม่เหลียนเป็นภรรยาที่ดีดูแลหลังเรือนมิบกพร่อง ซ่งเสวียนชิงรับช่วงสำนักอย่างขยันขันแข็งหาเลี้ยงครอบครัวโดยสุจริต พิสูจน์ให้โม่เฉิงได้เห็นจนประจักษ์แก่สายตาถึงความสามารถและหัวใจรักที่มีต่อภรรยาพวกเขามีธิดาสองคนเป็นพยานรักชนิดหัวปีท้ายปี โม่เฉิงจึงวางมือจากสำนักคุ้มภัยมอบให้บุตรเขยกับบุตรสาว แล้วออกท่องหล้าตามวิสัยครอบครัวสี่คนพ่อแม่ลูกอยู่อย่างอบอุ่นผาสุกหลายปีกระทั่งวันหนึ่ง ซ่งเสวียนชิงกลับมาในสภาพบาดเจ็บเพราะเผชิญกับพายุหิมะถล่มระหว่างเดินทางคุ้มกันสินค้าผ่านตรงซอกเขาหมื่นลี้โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทำผู้คนสิ้นชีพหลายชีวิต ทรัพย์สินที่คุ้มกันถูกฝังในหิมะ ชายหนุ่มใช้เวลาสามเดือนกว่าจะกลับมาได้พร้อมลูกน้องที่เหลือรอดชีวิตหนึ่งในนั้นมีหญิงสาวแปลกหน้ามาด้วยนางผู้นี้คือคนที่เหลือรอดจากครอบครัวผู้ว่าจ้างนั้น“ข้ามีนามว่าจูซิ่วเจ้าค่ะ”สาวน้อยแนะนำตัวอย่างกล้าๆ กลัวๆ ในดวงตางามมีม่านน้ำเอ่อคลอ ท่าทางน่าเวทนานักโม่เหลียนจูงมือบุตรสาวทั้งสองให้ไปนั่งลงที่เก้าอี้ ก่อนหันมองไปทางซ่งเสวียนชิง ใช้สายตาเป็นเชิงคำถามชายหนุ่มยิ้มกล่าว “แม่นางผู้นี้เหลือตัวคนเดียว ทั้งกำลังตั้งครรภ์ ฮูห
ลานกว้างหน้าเรือนหลักของสำนักคุ้มภัยสกุลโม่ซ่งเสวียนชิงคุกเข่าต่อหน้าโม่เฉิงหลายชั่วยามแล้ว ตั้งแต่เมื่อคืนจนบัดนี้ยังไม่ยอมลุกขึ้นเพื่อพิสูจน์ความจริงใจต่อโม่เหลียนธิดาหนึ่งเดียวของผู้มีพระคุณอย่างโม่เฉิงแล้ว ต่อให้บุกน้ำลุยไฟเขาก็จะทำโม่เหลียนประคองบิดาเดินออกมาจากโถงสำนักโม่เฉิงปลดมือของบุตรสาวออก หันไปคำนับบุรุษที่เดินด้วยกันอีกฝั่ง“องค์ชาย กระหม่อมจนปัญญากับเรื่องหนุ่มสาว มิรู้ว่าสมควรทำเช่นไร ขอพระองค์ทรงไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนด้วยพ่ะย่ะค่ะ”เยี่ยนเต๋อปรายตาดำขลับมองโม่เหลียนก่อนจะมองซ่งเสวียนชิง“เจ้ารักเขาหรือไม่?”โม่เหลียนหลุบตาเม้มปากใบหน้าแดงเรื่อครู่หนึ่งจึงตัดสินใจคุกเข่าลงตรงหน้าบุรุษสูงศักดิ์ที่เพิ่งออกปากว่าปักใจรักต่อนางมาแรมปี“องค์ชาย โปรดอภัยที่หม่อมฉันขลาดเขลา ทว่ามิใช่เพราะไม่เห็นค่าความรักที่พระองค์มีให้ต่อหม่อมฉัน เพียงแต่พี่เสวียนชิงกับหม่อมฉันเติบโตมาด้วยกันแต่วัยเยาว์ สายสัมพันธ์แน่นแฟ้นยากสั่นคลอนเพคะ”แท้จริงสิ่งที่นางคำนึงมิใช่เพียงความสัมพันธ์ที่มีต่อซ่งเสวียนชิง หากแต่ความจริงในเรื่องของบุรุษสูงศักดิ์แห่งราชวงศ์ต่างหากคือสิ่งที่นางมิอาจพาตัวเองเข้าไปใ
เมื่อคืนมีญาติผู้หวังดีผสมบางสิ่งใส่สุรายามอวยพร แน่นอนว่าเขารู้และยินยอมเพราะมั่นใจว่าคืนนี้จะไม่หลับ ไม่ปล่อยให้เจ้าสาวได้พักผ่อน จะเข้าหอด้วยกันจนรุ่งสางทว่าท้ายที่สุดซิงเยว่กลับไม่สะดวก เขาจึงจำเป็นต้องจัดการตัวเองทั้งคืนจนเมื่อยมือไปหมดหลิวไท่หยางปรายตามองซิงเยว่อย่างโกรธแค้น...อาศัยจังหวะโอบประคองแนบชิดเดินไปตามทาง เขากระซิบถามอย่างดุดันว่า “หมดเมื่อไหร่?”ซิงเยว่กลอกตาคำนวณในใจ “ห้าถึงเจ็ดวัน”บุรุษผู้ร้อนรุ่มไม่สร่างซาเพราะฤทธิ์ยายังไม่จางไป ให้รู้สึกแทบกระอักเลือดแล้วในโถงกลางเรือนหลัก ผู้อาวุโสและพี่น้องทุกคนต่างนั่งอยู่กันพร้อมหน้าอย่างสามัคคีพวกเขาต่างเฝ้ารอเห็นหน้าเจ้าสาวของหลิวไท่หยาง และเมื่อได้เจอกัน ทุกคนพลันผงะ“ที่แท้คือซิงเยว่หรอกหรือ?”จ้าวซินเจี๋ยอุทานขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อทั่วทั้งห้องเงียบสงัดดุจสุสานเพื่อเป็นการไว้หน้าสามี ซิงเยว่จึงยอบกายเอ่ยปากอธิบายด้วยตัวเองอย่างนอบน้อมว่า“ไม่ขอปิดบังทุกคน ครั้งก่อนที่ข้าเข้ามาเป็นสาวใช้ เพราะข้าถูกทำร้ายจนจำสิ่งใดเกี่ยวกับตัวเองไม่ได้ ไม่รู้ว่าเป็นใครกันแน่ ยามนั้นข้าได้คุณชายหลิวช่วยเหลือทุกอย่างจึงเสนอตัวตอบแทนอยู