Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2026-07-21 14:51:09

“อาไจ๋…ก่อนตรุษจีนเฮียตงขอให้ลื้อไปแสดงในงานวันเกิดของอี”

“ไปก็ไปสิจ๊ะ เจ๊...ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยล่ะ”

“ลื้อก็รู้ว่าเฮียตงคนนั้นน่ะ นอกจากอีจะนิสัยป่าเถื่อนเป็นนักเลงคุมเยาวราชแล้ว อียังบ้าถ้าไม่จับผู้หญิงก็เอาบุปผาไปนอนด้วย ไม่เคยมีใครเข้าใกล้แล้วเดินออกจากห้องอีในสภาพปกติเลยสักราย!”

“อีก็แค่เชิญไปแสดงไม่เห็นต้องคิดมากเลยจ้ะ” จิ่นไจ๋ปลอบเจ้ซิ้มแต่อีกฝ่ายกลับหันหน้าหนีไปอีกทาง

“ลื้อไม่รู้หรอกว่าอีให้คนมาขู่เจ๊ว่ายังไง!” หญิงวัยกลางคนเอามือทาบอกด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจแค่คิดก็โมโหจนแทบบ้า

“ยังไงเหรอจ๊ะเจ๊” บุปผาหนุ่มจ้องหน้าผู้มีพระคุณประดุจมารดาด้วยความสงสัยใคร่รู้

“อีบอกว่าถ้าลื้อไม่ไปจะขึ้นค่าเช่าเราสามเท่า สามเท่าเชียวนาอาไจ๋!” สาวใหญ่ทำไม้ทำมือเป็นเลขสาม หน้าตาบิดเบี้ยวเพราะตัวเลขค่าเช่าในหัวชวนเป็นลม

พูดแล้วก็คลี่พัดที่จิ่นไจ๋ต้องใช้รำในค่ำคืนนี้ออกมาพัดแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิดราวกับสายลมจะช่วยปลอบประโลมความขุ่นข้องหมองใจลง

“โถ่ ที่โมโหก็เพราะเรื่องค่าเช่านี่เอง เรื่องจิ๊บจ้อยแค่นี้ปล่อยให้ไจ๋จัดการเองจ้ะ แค่ไปแสดงก็พอใช่ม้า”

“ใช่ที่ไหนกันล่ะ! คนอย่างเฮียตงชอบใครอีชี้ทีเดียวก็ได้ แล้ว ถ้าลื้อแสดงไม่ถูกใจนา อีสั่งจับเจ๊ถ่วงน้ำแน่!”

“เจ๊พูดเกินไปหรือเปล่าจ๊ะ คนนะไม่ใช่ผีจะมาจับถ่วงน้ำ”

“หึ้ย ลื้อน่ะไม่รู้อาไรอาไจ๋ คนอย่างเฮียตงนะทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ เฮอะ!”

“เอาเถอะจ้ะ ไจ๋ไม่คุยด้วยแล้ว...ขอพัดคืนด้วยค่ะเจ๊คนสวย” จิ่นไจ๋มองหญิงผู้เปรียบเสมือนมารดาด้วยแววตาอ่อนโยน

เขาเข้าใจดีทุกอย่างว่าการหากินในเยาวราชต้องอาศัยมาเฟียคุมถิ่น เจ้าหน้าที่จากทางการ ภาษีต่าง ๆ ซ้ำซ้อนซ่อนเงื่อนรายจ่ายแทบไม่พอกับรายรับ ดังนั้นจิ่นไจ๋จึงไม่อยากโต้แย้งกับเธอ

“แหม วันนี้ดอกไม้ช่อโต๊...โต นาอาไจ๋ แบ่งให้เจ๊บ้างสิ” เสียงแปร๋นสูงดังขึ้นมาจากบันไดหลังจากเสียงดนตรี เป็นเสียงของเจ๊หงส์นางเอกงิ้วคนงามประจำร้าน

“อะไรเล่าจ๊ะเจ๊ ไจ๋ไม่ได้ขอให้เขาเอามาให้สักหน่อยจ้ะ”

“จ้า ๆ เจ๊หยอกเล่นนา” หงส์เดินเข้ามานั่งแทรกกลางระหว่างทั้งสองคน

“มาเจ๊ ถอดเครื่องหัวให้อั๊วหน่อยสิ หนักจะตายอยู่แล้ว”

“ใช้ยังกะอั๊วเป็นขี้ข้า ไม่เอา! ไปเรียกคนอื่นมาช่วยโน่น” เจ๊ซิ้มโวยวายอย่างไม่จริงจังนัก

“ไปอาไจ๋ เดี๋ยวเจ๊เตรียมเปิดเทปเพลงลื้อแล้ว” เจ้าของร้านเดินจูงอาไจ๋ลงไปข้างล่างยังไม่วายใช้เท้ากดปิดพัดลมเสียงดัง

แป้ก!

“อ้าวเจ๊ ร้อนจะตายยังจะมาปิดพัดลมอีก ดูสิเนี่ยชุดสามชั้นหนักก็หนัก!”

เสียงโวยวายของหงส์ทำให้สองคนที่ต่างหันมายิ้มขำขันให้กัน หงส์ที่มีเสียงแหลมแสบแก้วหู เวลาใช้เสียงพูดไม่นับว่าไพเราะนัก แต่พอได้ยืนบนเวทีก็สะกดสายตาไม่แพ้จิ่นไจ๋

…เสียดายก็แต่เวทีในร้านน้ำชาแห่งนี้เล็กเกินไปสำหรับคนมีความสามารถอย่างพวกเธอ

“วันนี้เปิดเพลงกลิ่นดอกไม้ยามค่ำ[1]นาอาไจ๋ เจ๊ชอบอาเติ้งลี่จวินที่สุด”

“เพลงไหนก็ได้จ้ะ เจ๊จะเปิดก็รีบไปกรอเทปเถอะ”

“รู้แล้ว ๆ เจ๊เปิดเอง”

จิ่นไจ๋ยิ้มหลังเห็นท่าทางทุลักทุเลเดินสะดุดชายกระโปรงของเจ๊ซิ้ม ร่างอรชรของจิ่นไจ๋ยืนอยู่หน้าบันไดด้านหลังเวที ทุกราตรีเขาต้องก้าวขึ้นไปบนนั้น แสดงบทบาทของหญิงที่ใคร ๆ ต่างก็เรียกขานว่าสาวงาม ทั้งที่ในใจสับสน…คนอย่างเขาสมควรยินดีกับคำสรรเสริญเยินยอของผู้คนเช่นนั้นหรือไม่

“บุษบา! บุษบา!”

เสียงเรียกของผู้ชมดังกระหึ่มพร้อมกับดนตรีเพลงโปรดของเจ๊ซิ้มดังกึกก้องไปทั่วร้านน้ำชา แสงไฟนวลส้มจากหลอดกลมสาดแสงลอดม่านผ้าสีหม่นกระทบลงตรงบนเวทีไม้

จิ่นไจ๋ก้าวขึ้นเวทีด้วยฝีเท้าเบาดุจปุยเมฆ ชายกระโปรงชุดกี่เพ้ารัดรูปสีแดงสดขลิบทองสะบัดตามแรงก้าว มือเรียวถือพัดจีนคลี่ออกช้า ๆ ผืนพัดผ้าไหมปักลายหงส์สยายปีกด้วยด้ายทองสะท้อนแสงระยิบระยับ

ร่างงดงามหมุนกายช้า ๆ กรีดกรายร่ายรำราวกับละลายหายไปกับเสียงดนตรี ดวงตากลมโตสบตากับผู้ชมเบื้องล่างเป็นครั้งคราว เส้นผมที่รัดเกล้าสูงประดับเครื่องหัวค่อย ๆ เอนไปตามแรงเหวี่ยง ส่งเสียงกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง

“อาบุษบา อีสวยไม่มีแผ่ว...ใครได้ไปเป็นเมียคงโชคดีไม่น้อย” กลุ่มชายชราที่นั่งตั้งแต่หัวค่ำกล่าว

คุณฮั่นนั่งมองหญิงสาวที่ตนหลงรักโบกสะบัดพัดในมือออกมองเจ้าของร่างอรชรรำด้วยท่วงท่าอ่อนช้อย ประดุจเทพธิดาบนสรวงสวรรค์ ทุกอิริยาบถของหญิงสาวสะกดคนดูให้อ้าปากค้างไปตามกัน ครั้นสิ้นเสียงเพลงหลายคนก็ปรบมือ

แปะ แปะ

คุณฮั่นที่รอจังหวะนี้อยู่หยิบช่อดอกไม้แล้วลุกขึ้นเดินไปหาหญิงสาวที่ยืนยิ้มหวานอยู่บนเวที แววตาอ่อนโยนจ้องมองดวงหน้างามด้วยความเสน่หาอย่างปิดไม่มิด

“ดอกไม้สวย ๆ เหมาะกับคนสวย ๆ อย่างอาไจ๋ครับ”

“ขอบคุณค่ะ” จิ่นไจ๋ย่อตัวลงรับดอกไม้จากข้างบนเวที ก่อนจงใจหลบสายตาคุณฮั่นอย่างไม่อยากให้ความหวัง ความรู้สึกผิดตีตื้นขึ้นมาในใจ แต่อีกฝ่ายกลับคิดไปไกลว่าเธอกำลังเขิน

“คืนนี้ให้เกียรติจิบชากับผมสักถ้วยได้ไหมครับ”

จิ่นไจ๋มองไปยังโต๊ะของชายตรงหน้าแวบหนึ่งก่อนส่ายหน้าปฏิเสธ การแสดงของเขาเป็นชุดสุดท้ายสำหรับค่ำคืนนี้แล้ว นาฬิกาข้างฝาบอกเวลาห้าทุ่มครึ่ง อีกอึดใจเดียวก็ถึงเวลาปิดร้าน

แม้ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ทว่าคงจะดีกว่าถ้าเขาเลือกที่จะปฏิเสธไปเสียตั้งแต่ตอนนี้

“ขอโทษจริง ๆ นะคะ วันนี้ไจ๋ยังต้องทำงานค่ะ”

“ไม่เป็นไร ไว้วันหลังผมจะมาอีกนะครับ” ชายหนุ่มตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ทั้งที่ในใจนึกเสียดาย

เขารู้ดีว่าบุษบาคนงามไม่ยอมเปิดโอกาสให้เลยสักครั้ง…

[1] 夜来香 เย่ไหลเซียง กลิ่นดอกไม้ยามค่ำ ขับร้องโดย เติ้งลี่จวิน - ปลายปี 2516

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 10

    “อ๊า เฮีย”“หึ!” เฮียตงตาลุกวาวมองเรือนร่างขาวโพลนตาเป็นมัน เนินเนื้อบริเวณหน้าอกนูนขึ้นเล็ก ๆ น่าจะมาจากฮอร์โมนบางอย่างที่ทำให้บุปผาตัวน้อยตรงหน้าเขาดูคล้ายผู้หญิง ชายหนุ่มก้มลงดูยอดอกนุ่มนิ่ม ละเลงลิ้นชิมความหวานจากร่างของอาไจ๋อย่างมูมมาม“อ๊า เฮียอย่าเล่นตรงนั้นจ้ะ อื้อ!”ร่างของจิ่นไจ๋สั่นสะท้าน หัวใจเต้นระรัว ลมหายใจขาดห้วงริมฝีปากร้อนระอุของเฮียตงกำลังครอบครองจุดสั่นไหวของเขา มือใหญ่ล้วงลงไปเบื้องล่างเจอกลุ่มก้อนป่องนูน ก็ยิ้มกริ่มสะโพกนุ่มกำลังแอ่นอ้ารับการปรนเปรอแตกต่างจากปากเล็ก ๆ ที่เอาแต่เอ่ยคำทัดทาน“อาไจ๋พร้อมเป็นของเฮียหรือยัง”“อึก”จิ่นไจ๋ขบเม้มริมฝีปากดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองศีรษะทุยที่กำลังพรมจูบไปตามลำตัวของเขาอย่างนึกกระดากอายแต่ร่างกายกลับตอบสนองตามสัญชาตญาณ เรียวขาทั้งสองเกี่ยวสะโพกสอบเข้าหาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไป‘ร่างกายทรยศ!’บุปผาคนสวยได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ สมองของเขาเบลอไปหมด เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเย็นริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มขบเม้มผิวเนื้อนุ่มด้วยปลายฟันเบา ๆ ทิ้งรอยจาง ๆ ที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก“อ๊า… อย่าจ้ะ…” เสียงสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปาก

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 9

    หยางตงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ อาการร้อนวูบวาบแปลบปลาบไปทั้งตัวเช่นนี้ใช่ว่าสุริยาอย่างเขาจะไม่เคยเจอ เพียงแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ เนื่องจากหลวมตัวไปผูกพันธะกับบุปผาคนหนึ่งเข้าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน…จนถึงบัดนี้เขาก็ยังหาตัวคนผู้นั้นไม่เจอ“อาเชน แวะตึกเจ็ดชั้นข้างหน้า” ชายหนุ่มปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกอย่างรำคาญ ใบหน้าคมคายหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนเหมือนคนสายตาสั้นมองอะไรไม่ชัด“ไหวไหมครับเฮีย” เชนมือขวาของเขาถามพลางมองกระจกหลังดูอาการของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง“ไม่ต้องสนใจอั๊ว กลับบ้านไปบอกอาม่าว่า คืนนี้อั๊วมีธุระนอนที่สำนักงาน”“ครับเฮีย”หยางตงตั้งใจหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นิสัยของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามเดาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!ตึกเจ็ดชั้นเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หากผ่านมาทางนี้อย่างไรก็ต้องแวะพักที่นี่ แทนที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน“เฮียตง เปิดห้องใช่ไหมครับ” พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตั้งเข้ามารับแขกประจำ“เออ อั๊วขอห้องเดิม”“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”“ไม่ต้อง ลื้อมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ชายหนุ่มไ

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 8

    ทางด้านจิ่นไจ๋ที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นแสดงกะทันหัน ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นทันใด เวทีนี้ทั้งแสงสีและขนาดยิ่งใหญ่เสียกว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเธอ ผู้ชมเบื้องล่างต่างก็เป็นคนสำคัญในย่านนี้ทั้งสิ้น หากวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเห็นทีฮวาอี้โหลวของเธอคงสิ้นชื่อ“เสียงเพลงขึ้นแล้วแสดงเลยอย่าให้ผิดหวัง” ชายชุดดำสวมชุดสูทแบบฝรั่งกล่าวกับเขาก่อนขึ้นเวลา“ค่ะ” บุปผาตัวน้อยพยักหน้าก่อนเดินกรีดกรายขึ้นไปบนเวที“โฮ้ววว”เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อเรือนร่างอรชรก้าวขึ้นบนเวที จิ่นไจ๋ในหน้ากากของบุษบานั้นสวมชุดเสื้อแขนยาวแบบกว้าง กับกระโปรงสีสันสดใสผูกช่วงเอวด้วยผ้าสีเดียวกันดูมีทรวงทรง ดวงหน้าหวานโผล่พ้นผ้าคลุมแค่ครึ่งหน้าก็ทำเอาหลายคนตกตะลึง“สวย ๆ อาตง อาบุดซาบาอีสวยมากจริง ๆ”กิมเฮียงชื่นชมบุษบาคนงามไม่หยุดปาก เสียงปรบมือยังคงดังก้องแข่งกับเสียงเพลง ร่างน้อยที่เริ่มกรีดกรายอยู่บนเวทีนั้นงดงามราวกับเทพเซียนจิ้งจอก เย้ายวนแต่ก็มิอาจละสายตาได้ทำได้เพียงดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสวยงามเท่านั้นในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์นั้น วาริทและรินลดาที่ได้รับสัญญาณจากมารดาจึงหาทางปลีกตัวออกไป“อาม่า ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักค

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 7

    กิมเฮียงนั่งมองบนเวทีการแสดงที่คนของหลานชายจัดหามาให้ มืออันเหี่ยวย่นวางลงบนหลังมือของหลานชายแผ่วเบา หญิงชราหันมายิ้มตายีพลางเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว“ขอบใจนาอาตงที่ตามใจอาม่า วันเกิดของคนหนุ่มควรไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแท้ ๆ แต่ลื้อก็ยังเลือกจัดงานเพื่อให้อาม่ามีความสุข”“เพื่อนผมเต็มงาน อาม่าไม่เห็นเหรอ”“ก็เหง...แต่ลื้อก็สละเวลามาดูแลอั๊ว”“อาม่าสละเวลาทั้งชีวิตดูแลผมได้ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะทำให้ไม่ได้” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากให้ผู้มีพระคุณที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากจัดงานอะไรเอิกเกริกขนาดนี้ ทว่าอาม่าแก่ขึ้นทุกวัน เธอมักพูดว่าอยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวให้มากจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นงานวันเกิดจึงเปรียบเสมือนฉากหน้าที่พาพ่อและญาติ ๆ มารวมตัวถึงไม่สนิทสนม แต่ทุกคนก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี“พี่วิน แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะคะ” วางมือบนแขนของเขาอย่างตั้งใจแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ จงใจให้หญิงสาวทั่วทั้งงานเข้าใจว่าเธอคือคู่หมั้นของเขา ทั้งที่สองบ้านยังไม่ได้ส่งมอบสินสอดทองหมั้นแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างสงวนท่าทีเพื่อกอบโกยผลประโยชน์สูงสุด“สุขสันต์วันเกิดนะครับ”คุณฮั่นโค้งศีรษะให้เป

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 6

    เหมยฮัวลากถูลู่ถูกังพาพี่ชายเข้าไปในวงล้อมของกลุ่มนักการเมืองของคุณพ่อ คุณฮั่นพยายามแกะมือปลาหมึกของน้องสาวออกแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเธอได้ เหมยฮัวไม่ชอบให้พี่ชายเข้าไปวุ่นวายกับคนค้าขายเหล่านั้น แม้จะไม่พูดออกมาตามตรงทว่าการกระทำของเธอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากเสวนาด้วย“เหมยฮัว สวยจังเลยลูกสาวเตี่ย” ชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตาทรงกลมมองมายังลูกสาวคนโปรดด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม“แหม คุณประกิตไม่เก็บอาการเลยนะครับ ลูกสาวสวยขนาดนี้คนคงรุมจีบหัวกระไดไม่แห้งเลยใช่ไหม” หนึ่งในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเชิงล้อเลียน“ใครว่าล่ะ ผมกลัวลูกสาวของผมจะไปขืนใจลูกชายใครเข้าเสียมากกว่า” คุณประกิตพูดพลางเหลือบตามองไปยังชัยทัตทีหนึ่ง เหมือนรู้กันว่าอีกไม่นานคงได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน“เตี่ยก็… พูดแบบนี้เหมยเสียหายนะคะ” หญิงสาวทำหน้างอ มองผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางไม่จริงจังนัก“คุณประกิตก็พูดเกินไป อาจมีใครสักคนที่ยินยอมพร้อมใจยกลูกชายให้หนูเหมยฮัวก็ได้นะคะ” ลัดดาวัลย์แม่เลี้ยงของเฮียตงกล่าว พลางหันไปหาลูกชายกับลูกสาวของเธอที่นั่งอยู่ข้างกายเธออยากส่งเสริมให้เหมยฮัวได้แต่งกับลูกชายแท้ ๆ ของเธอเอ

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 5

    งานวันเกิดเฮียตงจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์เฉลิมบุรี จิ่นไจ๋มากับหงส์ พี่สาวคู่ใจ ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยแต่งหน้า แต่งตัวในห้องรับรองของนักแสดง ทั้งสองสงบปากสงบคำกว่าที่เคยเป็นจนเจ๊ซิ้มหรี่ตามองด้วยความสงสัย“พวกลื้อไปทำอะไรมา ทำไมพากันนั่งหัวหดเป็นเต่าแบบนี้”“แหม เจ๊ก็ว่าไป พวกอั๊วจะไปทำอะไรได้ วัน ๆ อยู่แต่ในร้านน้ำชาเนี่ย” หงส์เงยหน้าตอบแต่ท่าทางของเธอดูมีพิรุธ“ฮึ อั๊วไม่ถามลื้อแล้ว” เจ๊ซิ้มหันไปอีกทางมองเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดระบำเจ็ดจาน[1]ที่นั่งก้มหน้าไม่สบตา“ว่ายังไงอาไจ๋ ลื้อก็ทำตัวเหลวไหลไปอีกคนงั้นรึ?”“เปล่านะจ๊ะ คือที่จริง...” บุษบาคนงามถูกเค้นถาม ก็ลากเสียงยืดยาวก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ“สองสามวันก่อนพวกเรานินทาเฮียตงระยะเผาขนที่ร้านเจ๊กโง้ว...เลยกลัวอีจับได้จ้ะ”สาวใหญ่มองเด็กทั้งสองคนด้วยท่าทางตกตะลึงพรึงเพริด อยากจะล้มครืนลงไปเสียงตรงนั้น เรื่องค่าเช่าร้านยังเจรจาไม่รู้ความ พวกตัวปัญหาก็สร้างเรื่องให้เธอต้องปวดหัวเพิ่มอีกแล้ว!“โอ๊ย พวกลื้อนี่มันจริง ๆ เลย! งั้นวันนี้จะต้องแสดงให้สุดฝีมือเชียวนาอาไจ๋ ไม่อย่างงั้นเจ๊จะหักเงินเดือนพวกลื้อสองคนมาจ่ายค่าเช่าเลยคอยด

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status