تسجيل الدخول
ยามอาทิตย์เคลื่อนคล้อยราตรีคืนคลานทับแสงสีส้มบนฟากฟ้า ภายในย่านคนไทยเชื้อสายจีนตลาดซื้อขายขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านขนานนามว่า เยาวราช ผู้คนพลุกพล่านกำลังเดินเท้าเข้าสู่ตรอกเหลา ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมร้านอาหาร สถานบันเทิงยามค่ำคืน แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันทอแสงเรืองรองสีส้มอ่อนนวลตาประหนึ่งแสงตะวันยามบ่าย
“วันนี้อาบุษบาจะแสดงอะไรให้พวกเราดูนา”
“อีแสดงอารายก็น่าดูหมดนั่นแหละ” บรรดาอาแป๊ะสนทนากันบนโต๊ะน้ำชายามเย็น พวกเขาต่างเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่มีโต๊ะตัวใดว่าง
อาคารครึ่งตึกครึ่งไม้เก่าคร่ำคร่าสามคูหาถูกดัดแปลงให้เป็นจุดนัดพบของคนไกลบ้าน ‘ฮวาอี้โหลว’ ชื่อร้านภาษาจีนแต้จิ๋วเขียนด้วยหมึกสีทองแผ่นป้ายสีแดงสด โรงน้ำชาร่วมสมัยที่มีทั้งการแสดงงิ้วและนางรำแบบจีนดั้งเดิม
“อั๊ยย่ะ น่าเสียดาย” ชายชราตบโต๊ะฉาดหนึ่งไม่ได้ออกแรงจนเจ็บมือ เขาพยักพเยิดไปทางชายหนุ่มรูปหล่อที่ถือดอกกุหลาบช่อโตเข้ามาในร้าน
“ถ้าอั๊วเกิดช้ากว่านี้นา ไอ้หนุ่มนั่นคงไม่มีโอกาสได้จีบอาบุษบาหรอก”
ชายหนุ่มผู้ถูกกล่าวถึงหันมาทางพวกเขา ก่อนยิ้มน้อย ๆ และโค้งศีรษะให้ทีหนึ่งเป็นการทักทาย ชายคนนี้มักจะมาที่นี่ทุกเย็นนั่งรอหน้าเวทีจนกว่าบุษบาจะขึ้นแสดง
“คุณฮั่น วันนี้มาเร็วจังเลยนะคะ” หญิงวัยกลางคน ใบหน้าอิ่มเอิบแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อยแต่พองาม รูปร่างอวบอัดทว่าดูสมส่วน เธออยู่ในชุดกี่เพ้ายาวสีเหลืองทองสวมผ้าคลุมไหล่สีขาวเดินออกมารับแขกคนสำคัญ
“ครับ เจ๊ซิ้มก็สวยเหมือนเดิมเลยนะครับ” ชายหนุ่มยิ้มตาหยีให้กับเจ้าของร้าน
“แหม ปากหวานแบบนี้เจ๊จะไม่รักได้ยังไง...โต๊ะเดิมนะคะ”
“ครับ” คุณฮั่นเป็นลูกชายนักการเมืองเขตสัมพันธวงศ์ บิดาของเขามีชื่อเสียง ไม่แพ้มาเฟียท้องถิ่นอย่าง เฮียตง คนคุมเยาวราชในขณะนี้
“วันนี้อาไจ๋ออกดึกหน่อยนะคะ ลูกค้าสูงวัยขอชมงิ้วก่อน”
“ครับ ผมรอได้” ชายหนุ่มมองช่อดอกไม้ในมือแล้วจินตนาการถึงเจ้าของใบหน้าหวานยามรับช่อดอกไม้ของเขา
“งั้นเจ๊ขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวให้เด็กยกชามาให้ค่ะ”
จิ่นไจ๋ เป็นชื่อจริงของบุษบาผู้เลื่องชื่อที่ชาวบ้านละแวกนี้รู้จัก สาวงามที่ยืนหนึ่งเรื่องความสามารถ เจ้าของเรือนร่างขาวผุดผ่องประดุจหิมะแรก รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นน่าทะนุถนอม เธอเป็นนางรำประจำร้านที่มีความสามารถร้อง เล่น เต้นรำแบบฉบับจีนดั้งเดิม
เสียงดนตรีดังขึ้นพร้อมกับเสียงขับร้องบทเพลงงิ้วของหงส์นางเอกสาวขวัญใจเหล่าชายสูงวัย ที่ขับขานเรื่องราวของคนพลัดถิ่นหากินดินแดนไกล เรื่องราวที่บอกเล่าทีไรน้ำตาคนฟังก็พานจะไหลเสียทุกที
“เจ๊หงส์สวยเหมือนเดิมเลยจ้ะ” เจ้าของร่างอรชรที่หลายคนรอคอยโผล่หน้าลงมาจากห้องแต่งตัวชั้นสอง
“อาไจ๋! เจ๊บอกกี่ครั้งแล้วว่าถ้ายังไม่ถึงเวลาอย่าให้ใครเห็น เข้าไปในห้องเร็ว” เจ๊ซิ้มรีบกุลีกุจอลากหญิงสาวเข้าไปในห้องทันที
“ไจ๋อยากดูบ้างนี่จ๊ะ” จิ่นไจ๋พูดอ้อมแอ้มตอบ ทั้งที่จริง ๆ แล้ว เจ้าตัวน้อยนั้นอยากออกมาแอบมองคุณฮั่นว่ามาไหมต่างหาก
“แอบดูคุณฮั่นละสิ ชอบเข้าแล้วใช่ม้า...ฮึ?” เจ๊ซิ้มทำเสียงสูงในลำคอ แววตาวิบวับเหมือนกำลังหยอกล้อคนมีความรัก
“ชอบอะไรกันล่ะจ๊ะ ไจ๋แค่ไม่อยากให้ความหวังคุณฮั่นเขาต่างหาก” ร่างบางทำท่าจัดกระโปรงด้วยความขวยเขิน
“ผู้หญิงดี ๆ มีตั้งเยอะ อีกอย่าง…ไจ๋ก็ไม่ใช่ผู้หญิงด้วยจ้ะ” จิ่นไจ๋อ้อมแม้ตอบพลางก้มหน้างุดไม่กล้ามองหน้าเจ๊ซิ้ม
หญิงวัยกลางคนจึงหยิบพัดจีนสีแดงบนโต๊ะเครื่องแป้งขึ้นมาเชยคางเด็กน้อยที่เธอเลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกขึ้นสบตา
“อาไจ๋...ลื้อจะเป็นบุปผาห่าเหวอะไร เจ๊ไม่สนทั้งนั้น ใครจะมองว่าลื้อไม่มีค่า แต่จงจำไว้ว่าลื้อคือดวงใจของเจ๊! คนอื่นจะดูถูกลื้อยังไงก็ช่างหัวมันปะไร แต่อย่าด้อยค่าชีวิตตัวเอง...รู้ไหมฮึ?”
“รู้แล้วจ้า” อาไจ๋ทำเสียงยืดยาวก่อนเข้าไปกอดเจ๊ซิ้ม เพื่อนของแม่ที่เลี้ยงดูเขามาตั้งแต่เด็ก
“ไจ๋ก็แค่คิดว่าคุณฮั่นเขาเป็นลูกชายนักการเมืองใหญ่มีหน้ามีตา จะมาชอบหญิง... ไม่สิ บุปผาที่ปลอมตัวเป็นหญิงได้ยังไง”
เป็นที่รู้กันดีว่าในย่านเยาวราชนี้ เหล่าบุปผาใช้ชีวิตกันอย่างยากลำบาก ส่วนใหญ่พวกเขาจะถูกขายให้ทำงานในซ่องรับแขกคืนละหลายคน เพราะว่ากันว่าเรี่ยวแรงดีตอบสนองตัณหาของพวกสุริยาได้ ทำให้สามารถทำเงินได้มากโขแตกต่างจากหญิงขายบริการทั่วไป ด้วยเหตุนี้เจ๊ซิ้มจึงให้จิ่นไจ๋ปลอมตัวเป็นหญิงสาวเพื่อเอาตัวรอด
“ศักดิ์ศรีของคนเรามันไม่ได้อยู่ที่เพศหรอกนาอาไจ๋ ลื้อคือสิ่งล้ำค่าที่สุดของเจ๊เลยนะ” มือเรียวสวยของเจ๊ซิ้มประคองพวงแก้มนุ่มทั้งสองข้างของจิ่นไจ๋อย่างรักใคร่
“ขอบคุณนะจ๊ะเจ๊ ไจ๋รักเจ๊ที่สุดเลยจ้ะ”
“เจ๊ก็รักลื้อนา” เจ้ซิ้มนั่งลงก่อนมองหน้าของจิ่นไจ๋ด้วยความลำบากใจ หญิงวัยกลางคนถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเอ่ยเรื่องที่แม้แต่เธอเองก็ลำบากใจ
หยางตงลืมตาตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่อ้อมแขนแกร่งกำชับร่างบอบบางเอาไว้ เขาเหม่อมองเพดานหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทุกอย่างเป็นความตั้งใจของตัวเองทั้งสิ้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาการฮีทของจิ่นไจ๋เพียงอย่างเดียว“อื้อ” เสียงหวานครางแผ่วในลำคอ เนื้อตัวเมื่อยขบระบมไปทั้งร่าง กว่าคลื่นสวาทของเฮียตงจะจบลงก็ทำเขาร้องจนเสียงแหบแสบลำคอไปหมด“ตื่นแล้วเหรอ อาตี๋น้อย”จิ่นไจ๋เบ้หน้ามองเจ้าของดวงตาคมเข้มด้วยความรู้สึกเจ็บใจอยู่ลึก ๆ ที่ถูกเขาจับได้จนเรียกว่า อาตี๋ แบบนี้ นี่มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ เขาไม่รู้ว่าจะต้องสนทนาเรื่องไหนก่อนจึงจะคลี่คลายปมในใจ“โกรธเหรอ?” ชายหนุ่มขยับกายลุกขึ้นเขาจ้องมองเจ้าของดวงหน้างามพยายามคาดเดาว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่“ไม่ถูกสิ ห้าปีก่อนหนูฮีทแล้วก็ดึงเฮียเข้าไปเอี่ยว รู้ไหมว่านั่นน่ะ...”เฮียตงเอามือลูบหน้าเหมือนคนจนปัญญา เขาไม่อยากบอกคนตรงหน้าว่านั่นเป็นครั้งแรกของตน หลายปีมานี้ชายหนุ่มส่งคนออกไปตามหาเด็กคนนั้นมาตลอด ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะปลอมเป็นหญิงได้แนบเนียนขนาดนี้“ตอน…ตอนนั้นไจ๋ฮีทครั้งแรก ไม่ได้ตั้งใจนะจ๊ะ” จิ่นไจ๋อ้อมแอ้มตอบ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนผิด ส่วนพันธะ
“อ๊า เฮีย”“หึ!” เฮียตงตาลุกวาวมองเรือนร่างขาวโพลนตาเป็นมัน เนินเนื้อบริเวณหน้าอกนูนขึ้นเล็ก ๆ น่าจะมาจากฮอร์โมนบางอย่างที่ทำให้บุปผาตัวน้อยตรงหน้าเขาดูคล้ายผู้หญิง ชายหนุ่มก้มลงดูยอดอกนุ่มนิ่ม ละเลงลิ้นชิมความหวานจากร่างของอาไจ๋อย่างมูมมาม“อ๊า เฮียอย่าเล่นตรงนั้นจ้ะ อื้อ!”ร่างของจิ่นไจ๋สั่นสะท้าน หัวใจเต้นระรัว ลมหายใจขาดห้วงริมฝีปากร้อนระอุของเฮียตงกำลังครอบครองจุดสั่นไหวของเขา มือใหญ่ล้วงลงไปเบื้องล่างเจอกลุ่มก้อนป่องนูน ก็ยิ้มกริ่มสะโพกนุ่มกำลังแอ่นอ้ารับการปรนเปรอแตกต่างจากปากเล็ก ๆ ที่เอาแต่เอ่ยคำทัดทาน“อาไจ๋พร้อมเป็นของเฮียหรือยัง”“อึก”จิ่นไจ๋ขบเม้มริมฝีปากดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองศีรษะทุยที่กำลังพรมจูบไปตามลำตัวของเขาอย่างนึกกระดากอายแต่ร่างกายกลับตอบสนองตามสัญชาตญาณ เรียวขาทั้งสองเกี่ยวสะโพกสอบเข้าหาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไป‘ร่างกายทรยศ!’บุปผาคนสวยได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ สมองของเขาเบลอไปหมด เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเย็นริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มขบเม้มผิวเนื้อนุ่มด้วยปลายฟันเบา ๆ ทิ้งรอยจาง ๆ ที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก“อ๊า… อย่าจ้ะ…” เสียงสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปาก
หยางตงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ อาการร้อนวูบวาบแปลบปลาบไปทั้งตัวเช่นนี้ใช่ว่าสุริยาอย่างเขาจะไม่เคยเจอ เพียงแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ เนื่องจากหลวมตัวไปผูกพันธะกับบุปผาคนหนึ่งเข้าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน…จนถึงบัดนี้เขาก็ยังหาตัวคนผู้นั้นไม่เจอ“อาเชน แวะตึกเจ็ดชั้นข้างหน้า” ชายหนุ่มปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกอย่างรำคาญ ใบหน้าคมคายหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนเหมือนคนสายตาสั้นมองอะไรไม่ชัด“ไหวไหมครับเฮีย” เชนมือขวาของเขาถามพลางมองกระจกหลังดูอาการของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง“ไม่ต้องสนใจอั๊ว กลับบ้านไปบอกอาม่าว่า คืนนี้อั๊วมีธุระนอนที่สำนักงาน”“ครับเฮีย”หยางตงตั้งใจหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นิสัยของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามเดาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!ตึกเจ็ดชั้นเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หากผ่านมาทางนี้อย่างไรก็ต้องแวะพักที่นี่ แทนที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน“เฮียตง เปิดห้องใช่ไหมครับ” พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตั้งเข้ามารับแขกประจำ“เออ อั๊วขอห้องเดิม”“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”“ไม่ต้อง ลื้อมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ชายหนุ่มไ
ทางด้านจิ่นไจ๋ที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นแสดงกะทันหัน ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นทันใด เวทีนี้ทั้งแสงสีและขนาดยิ่งใหญ่เสียกว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเธอ ผู้ชมเบื้องล่างต่างก็เป็นคนสำคัญในย่านนี้ทั้งสิ้น หากวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเห็นทีฮวาอี้โหลวของเธอคงสิ้นชื่อ“เสียงเพลงขึ้นแล้วแสดงเลยอย่าให้ผิดหวัง” ชายชุดดำสวมชุดสูทแบบฝรั่งกล่าวกับเขาก่อนขึ้นเวลา“ค่ะ” บุปผาตัวน้อยพยักหน้าก่อนเดินกรีดกรายขึ้นไปบนเวที“โฮ้ววว”เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อเรือนร่างอรชรก้าวขึ้นบนเวที จิ่นไจ๋ในหน้ากากของบุษบานั้นสวมชุดเสื้อแขนยาวแบบกว้าง กับกระโปรงสีสันสดใสผูกช่วงเอวด้วยผ้าสีเดียวกันดูมีทรวงทรง ดวงหน้าหวานโผล่พ้นผ้าคลุมแค่ครึ่งหน้าก็ทำเอาหลายคนตกตะลึง“สวย ๆ อาตง อาบุดซาบาอีสวยมากจริง ๆ”กิมเฮียงชื่นชมบุษบาคนงามไม่หยุดปาก เสียงปรบมือยังคงดังก้องแข่งกับเสียงเพลง ร่างน้อยที่เริ่มกรีดกรายอยู่บนเวทีนั้นงดงามราวกับเทพเซียนจิ้งจอก เย้ายวนแต่ก็มิอาจละสายตาได้ทำได้เพียงดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสวยงามเท่านั้นในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์นั้น วาริทและรินลดาที่ได้รับสัญญาณจากมารดาจึงหาทางปลีกตัวออกไป“อาม่า ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักค
กิมเฮียงนั่งมองบนเวทีการแสดงที่คนของหลานชายจัดหามาให้ มืออันเหี่ยวย่นวางลงบนหลังมือของหลานชายแผ่วเบา หญิงชราหันมายิ้มตายีพลางเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว“ขอบใจนาอาตงที่ตามใจอาม่า วันเกิดของคนหนุ่มควรไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแท้ ๆ แต่ลื้อก็ยังเลือกจัดงานเพื่อให้อาม่ามีความสุข”“เพื่อนผมเต็มงาน อาม่าไม่เห็นเหรอ”“ก็เหง...แต่ลื้อก็สละเวลามาดูแลอั๊ว”“อาม่าสละเวลาทั้งชีวิตดูแลผมได้ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะทำให้ไม่ได้” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากให้ผู้มีพระคุณที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากจัดงานอะไรเอิกเกริกขนาดนี้ ทว่าอาม่าแก่ขึ้นทุกวัน เธอมักพูดว่าอยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวให้มากจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นงานวันเกิดจึงเปรียบเสมือนฉากหน้าที่พาพ่อและญาติ ๆ มารวมตัวถึงไม่สนิทสนม แต่ทุกคนก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี“พี่วิน แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะคะ” วางมือบนแขนของเขาอย่างตั้งใจแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ จงใจให้หญิงสาวทั่วทั้งงานเข้าใจว่าเธอคือคู่หมั้นของเขา ทั้งที่สองบ้านยังไม่ได้ส่งมอบสินสอดทองหมั้นแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างสงวนท่าทีเพื่อกอบโกยผลประโยชน์สูงสุด“สุขสันต์วันเกิดนะครับ”คุณฮั่นโค้งศีรษะให้เป
เหมยฮัวลากถูลู่ถูกังพาพี่ชายเข้าไปในวงล้อมของกลุ่มนักการเมืองของคุณพ่อ คุณฮั่นพยายามแกะมือปลาหมึกของน้องสาวออกแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเธอได้ เหมยฮัวไม่ชอบให้พี่ชายเข้าไปวุ่นวายกับคนค้าขายเหล่านั้น แม้จะไม่พูดออกมาตามตรงทว่าการกระทำของเธอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากเสวนาด้วย“เหมยฮัว สวยจังเลยลูกสาวเตี่ย” ชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตาทรงกลมมองมายังลูกสาวคนโปรดด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม“แหม คุณประกิตไม่เก็บอาการเลยนะครับ ลูกสาวสวยขนาดนี้คนคงรุมจีบหัวกระไดไม่แห้งเลยใช่ไหม” หนึ่งในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเชิงล้อเลียน“ใครว่าล่ะ ผมกลัวลูกสาวของผมจะไปขืนใจลูกชายใครเข้าเสียมากกว่า” คุณประกิตพูดพลางเหลือบตามองไปยังชัยทัตทีหนึ่ง เหมือนรู้กันว่าอีกไม่นานคงได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน“เตี่ยก็… พูดแบบนี้เหมยเสียหายนะคะ” หญิงสาวทำหน้างอ มองผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางไม่จริงจังนัก“คุณประกิตก็พูดเกินไป อาจมีใครสักคนที่ยินยอมพร้อมใจยกลูกชายให้หนูเหมยฮัวก็ได้นะคะ” ลัดดาวัลย์แม่เลี้ยงของเฮียตงกล่าว พลางหันไปหาลูกชายกับลูกสาวของเธอที่นั่งอยู่ข้างกายเธออยากส่งเสริมให้เหมยฮัวได้แต่งกับลูกชายแท้ ๆ ของเธอเอ



![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![Sexy the Series | รักนี้เกินต้าน [YAOI] + [BDSM] + [NC25+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
