分享

บทที่ 9

last update publish date: 2026-07-26 20:50:35

หยางตงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ อาการร้อนวูบวาบแปลบปลาบไปทั้งตัวเช่นนี้ใช่ว่าสุริยาอย่างเขาจะไม่เคยเจอ เพียงแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ เนื่องจากหลวมตัวไปผูกพันธะกับบุปผาคนหนึ่งเข้าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน

จนถึงบัดนี้เขาก็ยังหาตัวคนผู้นั้นไม่เจอ

“อาเชน แวะตึกเจ็ดชั้นข้างหน้า” ชายหนุ่มปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกอย่างรำคาญ ใบหน้าคมคายหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนเหมือนคนสายตาสั้นมองอะไรไม่ชัด

“ไหวไหมครับเฮีย” เชนมือขวาของเขาถามพลางมองกระจกหลังดูอาการของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง

“ไม่ต้องสนใจอั๊ว กลับบ้านไปบอกอาม่าว่า คืนนี้อั๊วมีธุระนอนที่สำนักงาน”

“ครับเฮีย”

หยางตงตั้งใจหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นิสัยของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามเดาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!

ตึกเจ็ดชั้นเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หากผ่านมาทางนี้อย่างไรก็ต้องแวะพักที่นี่ แทนที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน

“เฮียตง เปิดห้องใช่ไหมครับ” พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตั้งเข้ามารับแขกประจำ

“เออ อั๊วขอห้องเดิม”

“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”

“ไม่ต้อง ลื้อมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ชายหนุ่มไม่อยากให้ใครเข้าใกล้ อาการแบบนี้คล้ายคนโดนยามากกว่าอาการรัท เขาพยายามควบคุมสติแล้วเดินไปยังห้องเดิมที่เคยพัก สาเหตุที่เขามาที่นี่บ่อยเพราะไม่อยากให้อาม่าเป็นห่วง

แกร๊ก

เฮียตงเปิดประตูห้องเข้าไปแต่บรรยากาศภายในกลับอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกโบตั๋น ภาพในหัวสะท้อนเรื่องเก่าที่เคยเกิดกับเขาเมื่อห้าปีก่อน

ตอนที่ผูกพันธะกับเด็กหนุ่มหน้าหวานคนนั้น

“หรือว่า…”

ร่างกำยำวิ่งพรวดเข้าไปในห้อง บนเตียงมีเจ้าของเรือนร่างอรชรนอนอยู่ตรงนั้น ชุดที่สวมอยู่เป็นชุดนางรำระบำกลองที่เพิ่งเห็นบนเวที

“อาบุษบา?”

ตลอดหลายปีมานี้เขาส่งคนออกตามหาบุปผาตัวดีที่ขโมยความบริสุทธิ์ของเขาไป แล้วทิ้งอาการรัทที่แสนทุกข์ทรมานเอาไว้ให้ทุกเดือน ทั้งที่พยายามหาคนมาทดแทนก็ทำไม่สำเร็จ

“นี่ลื้อ...หึ...ไม่ใช่ผู้หญิงสินะ” เขายิ้มมุมปากมองดูเจ้าของเรือนร่างอรชรตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความมั่นใจ “มิน่าล่ะ พลิกแผ่นดินหาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ”

“อื้อ” เจ้าของขนตาหนาเป็นแพรู้สึกตัว ร่างกายอ่อนเปลี้ยเพลียแรงเหมือนคนนอนไม่พอ ครั้นหยัดกายลุกแล้วเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายที่ยืนมองอยู่ก็ตกใจ

“ฮ-เฮียตง!!” จิ่นไจ๋ถอยกรูดไปจนติดหัวเตียง ดวงตาสั่นระริกมองชายหนุ่มอย่างประเมิน กลิ่นกายของเขาหอมสะอาด กลิ่นพันธุ์ไม้คลุ้งเต็มห้องทั้งที่ยืนอยู่ตั้งไกล

“เฮียจับดิฉันมาที่นี่ทำไมคะ”

“ดิฉัน หึ! เปลี่ยนคำเรียกใหม่ดีกว่าไหม...แม่บุปผาตัวแสบ” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ๆ พยายามตั้งสติไม่ให้ล่วงเกินอีกฝ่าย

ร่างเพรียวบางตัวแข็งทื่อไม่คิดว่าจะถูกจับได้ มือไม้อยู่ไม่สุข สำรวจอาภรณ์ที่หมิ่นเหม่ด้วยความกลัว ทว่าร่างกายก็ยังปกติดี ความตื่นตระหนกตกใจยังไม่ทันหาย คนงามก็ตัวงอเอามือกุมท้องด้วยความเจ็บปวด

“อ๊า...” กลิ่นกายหอมหวนอบอวลไปทั้งห้องอาการของเขาในตอนนี้

เขาฮีท!!’

จิ่นไจ๋ร้องโหยหวนปล่อยกลิ่นกระจายออกมาอย่างบ้าคลั่งควบคุมตัวเองไม่อยู่

“นี่! เป็นอะไรไป” เฮียตงเดินเข้ามาจับไหล่ที่สั่นเทา กลิ่นหอมนั้นเย้ายวนเสียจนเขาอดใจไม่ไหวนั่งลงข้างกายของอีกฝ่าย

“อึก ออก…ออกไปนะจ๊ะ” ริมฝีปากบางเฉียบสั่นระริกเค้นคำพูดอย่างยากลำบาก ทว่าตันหยางตงกลับรู้สึกปลอดโปร่งหายใจคล่องคออย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มคว้าร่างบอบบางในชุดนางรำขึ้นมานั่งบนตักอย่างรวดเร็ว

“ม-ไม่นะจ๊ะ อุ๊บ!” อาไจ๋เบิกตาโพลงเมื่อริมฝีปากหนานุ่ม บดเบียดที่เรียวปากสวยของเขา

กลิ่นกายหอมที่คุ้นเคยทำบุปผาตัวน้อยหัวขาวโพลน สัมผัสที่โหยหากำลังรุกล้ำกล้ำกราย สอดลิ้นร้อนกวาดชิมทุกซอกมุมในโพลงหวานจนร่างของเขาสั่นเทา

“ที่แท้ก็อยู่ใกล้แค่นี้หนูต้องรับผิดชอบเฮีย”

เฮียตงพูดเสียงพร่าหลังจากถอนจูบ แฝงแววออดอ้อนคนงามอย่างไม่รู้ตัว สรรพนามเปลี่ยนไปด้วยความเอ็นดูที่ตีตื้นขึ้นมา

ดวงตากลมโตหวานเยิ้มเผยอปากรอให้เขาโน้มตัวลงมา จิ่นไจ๋เริ่มขาดสติเรียวแขนโอบรอบลำคอของชายหนุ่ม พลางขยับใบหน้าคลอเคลียที่ซอกคอของเขา

จิ่นไจ๋ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคิดถึงสัมผัสนี้เหลือเกิน โหยหาความรู้สึกนี้ยามฮีททุกรอบเดือน ร่างกายรุ่มร้อนเสียจนควบคุมไม่อยู่

“หนูชื่ออะไรกันแน่” เฮียตงข่มความรู้สึกพยายามถามให้กระจ่างชัดว่าอีกฝ่ายเป็นใครกันแน่

“จ-จิ่นไจ๋ ชื่อจิ่นไจ๋จ้ะ” มือไม้ซุกซนปัดป่ายไปทั่ว มือเล็กล้วงเข้าไปในเสื้อเชิ้ตสีขาวของชายหนุ่มอย่างอาจหาญ ทุกครั้งที่สัมผัส อาไจ๋ก็รู้สึกถึงไฟปรารถนาทุเลาเบาบางลงหลังสัมผัสกับร่างกายของชายหนุ่ม

“อาไจ๋ หนูยั่วเฮียอีกแล้วนะ”

“อา ไม่ใช่จ้ะ เฮียตงอย่ามั่ว ด-ดิฉันไม่ใช่”

เขาพยายามตั้งสติเพราะไม่อยากเปลือยเปลือกต่อหน้าอีกฝ่าย แม้จะจำได้ว่าชายตรงหน้าคือพี่ชายเมื่อห้าปีก่อน แต่ตอนนี้เขาคือเฮียตงเยาวราชมาเฟียหนุ่มที่คุมทุกตรอกซอกซอย

หากวันหน้าเขาไม่พอใจขึ้นมาเจ๊ซิ้มและพี่น้องทั้งหลายจะไปอยู่ที่ไหน

“ไม่ใช่งั้นเหรอ หึ ๆ สุริยาอย่างเฮียเข้าใกล้ใครไม่ได้มาตั้งห้าปี แต่เฮียจูบหนูได้หมายความว่ายังไง หื้ม?”

ชายหนุ่มขยับตัววางร่างของจิ่นไจ๋ลงบนเตียงนุ่ม มือข้างหนึ่งรวบสองมือของคนใต้ร่างเอาไว้เหนือศีรษะ  อีกมือหนึ่งกระชากชุดนางรำที่ดูหมิ่นเหม่ออกไปให้พ้นร่าง

แควก!!

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 11

    หยางตงลืมตาตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่อ้อมแขนแกร่งกำชับร่างบอบบางเอาไว้ เขาเหม่อมองเพดานหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทุกอย่างเป็นความตั้งใจของตัวเองทั้งสิ้น ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอาการฮีทของจิ่นไจ๋เพียงอย่างเดียว“อื้อ” เสียงหวานครางแผ่วในลำคอ เนื้อตัวเมื่อยขบระบมไปทั้งร่าง กว่าคลื่นสวาทของเฮียตงจะจบลงก็ทำเขาร้องจนเสียงแหบแสบลำคอไปหมด“ตื่นแล้วเหรอ อาตี๋น้อย”จิ่นไจ๋เบ้หน้ามองเจ้าของดวงตาคมเข้มด้วยความรู้สึกเจ็บใจอยู่ลึก ๆ ที่ถูกเขาจับได้จนเรียกว่า อาตี๋ แบบนี้ นี่มันจงใจแกล้งกันชัด ๆ เขาไม่รู้ว่าจะต้องสนทนาเรื่องไหนก่อนจึงจะคลี่คลายปมในใจ“โกรธเหรอ?” ชายหนุ่มขยับกายลุกขึ้นเขาจ้องมองเจ้าของดวงหน้างามพยายามคาดเดาว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่“ไม่ถูกสิ ห้าปีก่อนหนูฮีทแล้วก็ดึงเฮียเข้าไปเอี่ยว รู้ไหมว่านั่นน่ะ...”เฮียตงเอามือลูบหน้าเหมือนคนจนปัญญา เขาไม่อยากบอกคนตรงหน้าว่านั่นเป็นครั้งแรกของตน หลายปีมานี้ชายหนุ่มส่งคนออกไปตามหาเด็กคนนั้นมาตลอด ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะปลอมเป็นหญิงได้แนบเนียนขนาดนี้“ตอน…ตอนนั้นไจ๋ฮีทครั้งแรก ไม่ได้ตั้งใจนะจ๊ะ” จิ่นไจ๋อ้อมแอ้มตอบ ถึงอย่างไรเขาก็เป็นคนผิด ส่วนพันธะ

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 10

    “อ๊า เฮีย”“หึ!” เฮียตงตาลุกวาวมองเรือนร่างขาวโพลนตาเป็นมัน เนินเนื้อบริเวณหน้าอกนูนขึ้นเล็ก ๆ น่าจะมาจากฮอร์โมนบางอย่างที่ทำให้บุปผาตัวน้อยตรงหน้าเขาดูคล้ายผู้หญิง ชายหนุ่มก้มลงดูยอดอกนุ่มนิ่ม ละเลงลิ้นชิมความหวานจากร่างของอาไจ๋อย่างมูมมาม“อ๊า เฮียอย่าเล่นตรงนั้นจ้ะ อื้อ!”ร่างของจิ่นไจ๋สั่นสะท้าน หัวใจเต้นระรัว ลมหายใจขาดห้วงริมฝีปากร้อนระอุของเฮียตงกำลังครอบครองจุดสั่นไหวของเขา มือใหญ่ล้วงลงไปเบื้องล่างเจอกลุ่มก้อนป่องนูน ก็ยิ้มกริ่มสะโพกนุ่มกำลังแอ่นอ้ารับการปรนเปรอแตกต่างจากปากเล็ก ๆ ที่เอาแต่เอ่ยคำทัดทาน“อาไจ๋พร้อมเป็นของเฮียหรือยัง”“อึก”จิ่นไจ๋ขบเม้มริมฝีปากดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองศีรษะทุยที่กำลังพรมจูบไปตามลำตัวของเขาอย่างนึกกระดากอายแต่ร่างกายกลับตอบสนองตามสัญชาตญาณ เรียวขาทั้งสองเกี่ยวสะโพกสอบเข้าหาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไป‘ร่างกายทรยศ!’บุปผาคนสวยได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ สมองของเขาเบลอไปหมด เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเย็นริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มขบเม้มผิวเนื้อนุ่มด้วยปลายฟันเบา ๆ ทิ้งรอยจาง ๆ ที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก“อ๊า… อย่าจ้ะ…” เสียงสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปาก

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 9

    หยางตงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ อาการร้อนวูบวาบแปลบปลาบไปทั้งตัวเช่นนี้ใช่ว่าสุริยาอย่างเขาจะไม่เคยเจอ เพียงแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ เนื่องจากหลวมตัวไปผูกพันธะกับบุปผาคนหนึ่งเข้าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน…จนถึงบัดนี้เขาก็ยังหาตัวคนผู้นั้นไม่เจอ“อาเชน แวะตึกเจ็ดชั้นข้างหน้า” ชายหนุ่มปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกอย่างรำคาญ ใบหน้าคมคายหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนเหมือนคนสายตาสั้นมองอะไรไม่ชัด“ไหวไหมครับเฮีย” เชนมือขวาของเขาถามพลางมองกระจกหลังดูอาการของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง“ไม่ต้องสนใจอั๊ว กลับบ้านไปบอกอาม่าว่า คืนนี้อั๊วมีธุระนอนที่สำนักงาน”“ครับเฮีย”หยางตงตั้งใจหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นิสัยของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามเดาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!ตึกเจ็ดชั้นเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หากผ่านมาทางนี้อย่างไรก็ต้องแวะพักที่นี่ แทนที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน“เฮียตง เปิดห้องใช่ไหมครับ” พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตั้งเข้ามารับแขกประจำ“เออ อั๊วขอห้องเดิม”“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”“ไม่ต้อง ลื้อมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ชายหนุ่มไ

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 8

    ทางด้านจิ่นไจ๋ที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นแสดงกะทันหัน ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นทันใด เวทีนี้ทั้งแสงสีและขนาดยิ่งใหญ่เสียกว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเธอ ผู้ชมเบื้องล่างต่างก็เป็นคนสำคัญในย่านนี้ทั้งสิ้น หากวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเห็นทีฮวาอี้โหลวของเธอคงสิ้นชื่อ“เสียงเพลงขึ้นแล้วแสดงเลยอย่าให้ผิดหวัง” ชายชุดดำสวมชุดสูทแบบฝรั่งกล่าวกับเขาก่อนขึ้นเวลา“ค่ะ” บุปผาตัวน้อยพยักหน้าก่อนเดินกรีดกรายขึ้นไปบนเวที“โฮ้ววว”เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อเรือนร่างอรชรก้าวขึ้นบนเวที จิ่นไจ๋ในหน้ากากของบุษบานั้นสวมชุดเสื้อแขนยาวแบบกว้าง กับกระโปรงสีสันสดใสผูกช่วงเอวด้วยผ้าสีเดียวกันดูมีทรวงทรง ดวงหน้าหวานโผล่พ้นผ้าคลุมแค่ครึ่งหน้าก็ทำเอาหลายคนตกตะลึง“สวย ๆ อาตง อาบุดซาบาอีสวยมากจริง ๆ”กิมเฮียงชื่นชมบุษบาคนงามไม่หยุดปาก เสียงปรบมือยังคงดังก้องแข่งกับเสียงเพลง ร่างน้อยที่เริ่มกรีดกรายอยู่บนเวทีนั้นงดงามราวกับเทพเซียนจิ้งจอก เย้ายวนแต่ก็มิอาจละสายตาได้ทำได้เพียงดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสวยงามเท่านั้นในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์นั้น วาริทและรินลดาที่ได้รับสัญญาณจากมารดาจึงหาทางปลีกตัวออกไป“อาม่า ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักค

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 7

    กิมเฮียงนั่งมองบนเวทีการแสดงที่คนของหลานชายจัดหามาให้ มืออันเหี่ยวย่นวางลงบนหลังมือของหลานชายแผ่วเบา หญิงชราหันมายิ้มตายีพลางเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว“ขอบใจนาอาตงที่ตามใจอาม่า วันเกิดของคนหนุ่มควรไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแท้ ๆ แต่ลื้อก็ยังเลือกจัดงานเพื่อให้อาม่ามีความสุข”“เพื่อนผมเต็มงาน อาม่าไม่เห็นเหรอ”“ก็เหง...แต่ลื้อก็สละเวลามาดูแลอั๊ว”“อาม่าสละเวลาทั้งชีวิตดูแลผมได้ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะทำให้ไม่ได้” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากให้ผู้มีพระคุณที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากจัดงานอะไรเอิกเกริกขนาดนี้ ทว่าอาม่าแก่ขึ้นทุกวัน เธอมักพูดว่าอยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวให้มากจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นงานวันเกิดจึงเปรียบเสมือนฉากหน้าที่พาพ่อและญาติ ๆ มารวมตัวถึงไม่สนิทสนม แต่ทุกคนก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี“พี่วิน แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะคะ” วางมือบนแขนของเขาอย่างตั้งใจแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ จงใจให้หญิงสาวทั่วทั้งงานเข้าใจว่าเธอคือคู่หมั้นของเขา ทั้งที่สองบ้านยังไม่ได้ส่งมอบสินสอดทองหมั้นแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างสงวนท่าทีเพื่อกอบโกยผลประโยชน์สูงสุด“สุขสันต์วันเกิดนะครับ”คุณฮั่นโค้งศีรษะให้เป

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 6

    เหมยฮัวลากถูลู่ถูกังพาพี่ชายเข้าไปในวงล้อมของกลุ่มนักการเมืองของคุณพ่อ คุณฮั่นพยายามแกะมือปลาหมึกของน้องสาวออกแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเธอได้ เหมยฮัวไม่ชอบให้พี่ชายเข้าไปวุ่นวายกับคนค้าขายเหล่านั้น แม้จะไม่พูดออกมาตามตรงทว่าการกระทำของเธอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากเสวนาด้วย“เหมยฮัว สวยจังเลยลูกสาวเตี่ย” ชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตาทรงกลมมองมายังลูกสาวคนโปรดด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม“แหม คุณประกิตไม่เก็บอาการเลยนะครับ ลูกสาวสวยขนาดนี้คนคงรุมจีบหัวกระไดไม่แห้งเลยใช่ไหม” หนึ่งในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเชิงล้อเลียน“ใครว่าล่ะ ผมกลัวลูกสาวของผมจะไปขืนใจลูกชายใครเข้าเสียมากกว่า” คุณประกิตพูดพลางเหลือบตามองไปยังชัยทัตทีหนึ่ง เหมือนรู้กันว่าอีกไม่นานคงได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน“เตี่ยก็… พูดแบบนี้เหมยเสียหายนะคะ” หญิงสาวทำหน้างอ มองผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางไม่จริงจังนัก“คุณประกิตก็พูดเกินไป อาจมีใครสักคนที่ยินยอมพร้อมใจยกลูกชายให้หนูเหมยฮัวก็ได้นะคะ” ลัดดาวัลย์แม่เลี้ยงของเฮียตงกล่าว พลางหันไปหาลูกชายกับลูกสาวของเธอที่นั่งอยู่ข้างกายเธออยากส่งเสริมให้เหมยฮัวได้แต่งกับลูกชายแท้ ๆ ของเธอเอ

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status