เข้าสู่ระบบ“อ๊า เฮีย”
“หึ!” เฮียตงตาลุกวาวมองเรือนร่างขาวโพลนตาเป็นมัน เนินเนื้อบริเวณหน้าอกนูนขึ้นเล็ก ๆ น่าจะมาจากฮอร์โมนบางอย่างที่ทำให้บุปผาตัวน้อยตรงหน้าเขาดูคล้ายผู้หญิง ชายหนุ่มก้มลงดูยอดอกนุ่มนิ่ม ละเลงลิ้นชิมความหวานจากร่างของอาไจ๋อย่างมูมมาม
“อ๊า เฮียอย่าเล่นตรงนั้นจ้ะ อื้อ!”
ร่างของจิ่นไจ๋สั่นสะท้าน หัวใจเต้นระรัว ลมหายใจขาดห้วงริมฝีปากร้อนระอุของเฮียตงกำลังครอบครองจุดสั่นไหวของเขา มือใหญ่ล้วงลงไปเบื้องล่างเจอกลุ่มก้อนป่องนูน ก็ยิ้มกริ่มสะโพกนุ่มกำลังแอ่นอ้ารับการปรนเปรอแตกต่างจากปากเล็ก ๆ ที่เอาแต่เอ่ยคำทัดทาน
“อาไจ๋พร้อมเป็นของเฮียหรือยัง”
“อึก”
จิ่นไจ๋ขบเม้มริมฝีปากดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองศีรษะทุยที่กำลังพรมจูบไปตามลำตัวของเขาอย่างนึกกระดากอาย
แต่ร่างกายกลับตอบสนองตามสัญชาตญาณ เรียวขาทั้งสองเกี่ยวสะโพกสอบเข้าหาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไป
‘ร่างกายทรยศ!’
บุปผาคนสวยได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ สมองของเขาเบลอไปหมด เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเย็นริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มขบเม้มผิวเนื้อนุ่มด้วยปลายฟันเบา ๆ ทิ้งรอยจาง ๆ ที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก
“อ๊า… อย่าจ้ะ…” เสียงสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปากจิ๋ว จิ่นไจ๋เบี่ยงหน้าหลบแต่มือกลับแกว่งไกว โหยหาสัมผัสของคนตรงหน้าอย่างปฏิเสธไม่ได้เลย
“สั่นขนาดนี้ ยังจะปฏิเสธอีกเหรอ…”
น้ำเสียงเฮียตงแหบต่ำชวนคนฟังสั่นสะท้าน มือหนาค่อย ๆ ไล้ไปตามแนวเอวคอด ก่อนจะสอดแทรกเข้าสู่แนวสะโพกมนที่โอบรัดเอวของเขาไว้ เขาดึงกระโปรงออกอย่างเชื่องช้าเผยเรือนร่างเปลือยเปล่าของบุปผาคนงามเต็มสองตา
“ลื้อสวย…สวยไปทั้งตัว”
เฮียตงชันเข่าลงบนเตียง เขาถอดซิปกางเกงออกก่อนจะโยนออกไปให้พ้นทาง ความใหญ่โตดีดผึง จิ่นไจ๋ดวงตาพร่าเลือนเหมือนมองไม่เห็น ร่างน้อยนอนแน่นิ่งปล่อยให้ชายหนุ่มลากนิ้วเรียวยาวไล้ผ่านผิวกายบนหน้าท้องแบนราบ
“อ๊ะ เฮียจ๋า” เขาดิ้นเร่าราวกับถูกไฟลน ร่างของบุปผาหนุ่มกระตุกเกร็งทุกครั้งที่นิ้วสัมผัสบริเวณส่วนปลายไวสัมผัส เสียงครางหวานก็หลุดออกมาไม่สามารถอดกลั้นไว้อย่างทีแรก ร่างกายที่เข้าสู่ช่วงฮีทกำลังตอบสนองต่อความต้องการอย่างหยุดไม่ได้
“ตรงนี้… สั่นใหญ่แล้วนะ…” เฮียตงกระซิบเบา ๆ เสียงแผ่วข้างใบหู พร้อมกับกดปลายนิ้วแนบลงไปบนแก่นกายที่แข็งตัว
“อ๊า อย่าจ้ะ ตรงนั้นอย่าเล่นกับตรงนั้น”
ความร้อนพลุ่งพล่านเหมือนแกนกายกำลังจะระเบิด ร่างเพรียวบางสั่นสะท้านไปตามแรงสัมผัสที่ล่วงล้ำมากขึ้นทุกที ตันหยางตงก้มลงสูดกลิ่นตรงซอกคอที่ปล่อยฟีโรโมนออกมาไม่หยุด เขาเคลื่อนใบหน้าเข้าหาแตะเลียเบา ๆ ก่อนจะฝังเขี้ยวลงไปอย่างรวดเร็ว
ชึ่ก!!
“อึก…อ๊าา!!” จิ่นไจ๋หวีดร้องเสียงหลงเมื่อความรู้สึกแปลบปลาบวาบไปทั่วร่าง บุปผาในขณะที่เข้าสู่ช่วงฮีทถูกกัดลงบนจุดเชื่อมต่อพันธะจนเกิดอาการคล้ายกับมีบางอย่างปลดล็อก
“เฮียจะไม่ปล่อยหนูไปไหนอีกแล้ว…อาไจ๋”
ภายในห้องอันอบอวลด้วยกลิ่นฟีโรโมน เฮียตงกำรูดความใหญ่โตสอดเข้าไปในร่างของบุปผาหนุ่ม
“อ๊ะ อ๋อย” เสียงร้องหวานหูดังแผ่วยอมจำนนต่อความกระสัน ในหัวราวกับเห็นภาพซ้อนในห้วงฝันวันวาน เขาตอนอายุสิบแปดเกิดอาการฮีทครั้งแรกในตรอกแคบแห่งหนึ่งในเยาวราช พี่ชายใจดีคนนั้นที่ช่วยเหลือเขา
…กลับกลายเป็นคู่พันธะตลอดกาล
“อืม ซี้ด...เป็นหนูจริง ๆ ด้วย”
ชายหนุ่มโน้มลำตัวแกร่งกอดรัดร่างของจิ่นไจ๋อย่างหวงแหน นานแสนนานที่เขาต้องทรมานจากอาการรัทเพียงลำพัง บัดนี้คนที่เขาตามหากำลังอยู่ตรงหน้า ชายหนุ่มจึงไม่รีรอที่จะเติมเต็มไฟปรารถนาให้ตนเอง
“อ๊า อะ อึก เฮีย...ตง”
เสียงครวญครางผสมผสานกับเสียงหอบหายใจดังก้อง สะโพกของเฮียตงบดเบียดเข้าหาจังหวะเนิบช้าแต่ลึกซึ้ง ในขณะที่มืออีกข้างลูบไล้ไปตามร่างกายขาวผ่อง
“หนูหนีเฮียไปไหนมาคะอาไจ๋” เขาถามเสียงกระเส่า เอวสอบขยับบั้นเด้าสอดความใหญ่โตเข้าหาร่องแคบที่บีบรัด
“มะ ไม่ได้หนีนะจ๊ะ อา” จิ่นไจ๋ยึดไหล่ของเขาเอาไว้แน่นทุกครั้งที่ร่างกายของชายหนุ่มโหมตัวเข้าใส่ ศีรษะของเขาก็เคลื่อนคล้อยตามจังหวะจนเกือบชนกับหัวเตียง
ภายในร่างของเขามีลำเอ็นร้อนขยับครูดจนร้อนไปทั้งตัวส่วนปลายทิ่มทะลุเข้ามาข้างใน รู้สึกถึงความวูบวาบและเสียวแปลบ ๆ ผนังด้านในกำลังบีบรัดอย่างรุนแรงแทบไม่เหลือช่องว่างให้หายใจ
“อึก อา ไจ๋ ไม่ อา”
“อืม อีกนิดค่ะ อย่าดื้อ”
จิ่นไจ๋ร้องครางเสียงหลง ยามเขาถอดถอนตัวตนออกแล้วแทรกกลับเข้าไปในร่างอย่างรุนแรง ความแข็งแกร่งตอกย้ำกล้ำกรายเข้ามาทำให้บุปผาหนุ่มต้องฝืนกลืนความวาบหวามตลอดคืน
“อา ไม่นะ อย่าปล่อยเข้ามานะจ๊ะเฮีย อ๊า”
ความห่างหายของคู่พันธะที่พบเจอกันโดยบังเอิญ ต่อมาจึงห่างหายจากกันด้วยโชคชะตา วันนี้กงล้อแห่งกาลเวลานั้นได้นำพาพวกเขาหวนกลับมาเติมเต็มกันและกันอีกครั้ง ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็มีชนักติดหลัง อุปสรรคมากมายกำลังรอให้พวกเขาฝ่าฟันไปพร้อมกัน ในเมื่อร่วมผูกแล้วก็ต้องร่วมแก้ไปด้วยกัน
“อา คราวนี้อย่าหวังว่าจะหนีเฮียพ้น อาไจ๋”
“อ๊า เฮีย”“หึ!” เฮียตงตาลุกวาวมองเรือนร่างขาวโพลนตาเป็นมัน เนินเนื้อบริเวณหน้าอกนูนขึ้นเล็ก ๆ น่าจะมาจากฮอร์โมนบางอย่างที่ทำให้บุปผาตัวน้อยตรงหน้าเขาดูคล้ายผู้หญิง ชายหนุ่มก้มลงดูยอดอกนุ่มนิ่ม ละเลงลิ้นชิมความหวานจากร่างของอาไจ๋อย่างมูมมาม“อ๊า เฮียอย่าเล่นตรงนั้นจ้ะ อื้อ!”ร่างของจิ่นไจ๋สั่นสะท้าน หัวใจเต้นระรัว ลมหายใจขาดห้วงริมฝีปากร้อนระอุของเฮียตงกำลังครอบครองจุดสั่นไหวของเขา มือใหญ่ล้วงลงไปเบื้องล่างเจอกลุ่มก้อนป่องนูน ก็ยิ้มกริ่มสะโพกนุ่มกำลังแอ่นอ้ารับการปรนเปรอแตกต่างจากปากเล็ก ๆ ที่เอาแต่เอ่ยคำทัดทาน“อาไจ๋พร้อมเป็นของเฮียหรือยัง”“อึก”จิ่นไจ๋ขบเม้มริมฝีปากดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองศีรษะทุยที่กำลังพรมจูบไปตามลำตัวของเขาอย่างนึกกระดากอายแต่ร่างกายกลับตอบสนองตามสัญชาตญาณ เรียวขาทั้งสองเกี่ยวสะโพกสอบเข้าหาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไป‘ร่างกายทรยศ!’บุปผาคนสวยได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ สมองของเขาเบลอไปหมด เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเย็นริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มขบเม้มผิวเนื้อนุ่มด้วยปลายฟันเบา ๆ ทิ้งรอยจาง ๆ ที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก“อ๊า… อย่าจ้ะ…” เสียงสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปาก
หยางตงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ อาการร้อนวูบวาบแปลบปลาบไปทั้งตัวเช่นนี้ใช่ว่าสุริยาอย่างเขาจะไม่เคยเจอ เพียงแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ เนื่องจากหลวมตัวไปผูกพันธะกับบุปผาคนหนึ่งเข้าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน…จนถึงบัดนี้เขาก็ยังหาตัวคนผู้นั้นไม่เจอ“อาเชน แวะตึกเจ็ดชั้นข้างหน้า” ชายหนุ่มปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกอย่างรำคาญ ใบหน้าคมคายหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนเหมือนคนสายตาสั้นมองอะไรไม่ชัด“ไหวไหมครับเฮีย” เชนมือขวาของเขาถามพลางมองกระจกหลังดูอาการของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง“ไม่ต้องสนใจอั๊ว กลับบ้านไปบอกอาม่าว่า คืนนี้อั๊วมีธุระนอนที่สำนักงาน”“ครับเฮีย”หยางตงตั้งใจหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นิสัยของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามเดาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!ตึกเจ็ดชั้นเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หากผ่านมาทางนี้อย่างไรก็ต้องแวะพักที่นี่ แทนที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน“เฮียตง เปิดห้องใช่ไหมครับ” พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตั้งเข้ามารับแขกประจำ“เออ อั๊วขอห้องเดิม”“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”“ไม่ต้อง ลื้อมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ชายหนุ่มไ
ทางด้านจิ่นไจ๋ที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นแสดงกะทันหัน ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นทันใด เวทีนี้ทั้งแสงสีและขนาดยิ่งใหญ่เสียกว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเธอ ผู้ชมเบื้องล่างต่างก็เป็นคนสำคัญในย่านนี้ทั้งสิ้น หากวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเห็นทีฮวาอี้โหลวของเธอคงสิ้นชื่อ“เสียงเพลงขึ้นแล้วแสดงเลยอย่าให้ผิดหวัง” ชายชุดดำสวมชุดสูทแบบฝรั่งกล่าวกับเขาก่อนขึ้นเวลา“ค่ะ” บุปผาตัวน้อยพยักหน้าก่อนเดินกรีดกรายขึ้นไปบนเวที“โฮ้ววว”เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อเรือนร่างอรชรก้าวขึ้นบนเวที จิ่นไจ๋ในหน้ากากของบุษบานั้นสวมชุดเสื้อแขนยาวแบบกว้าง กับกระโปรงสีสันสดใสผูกช่วงเอวด้วยผ้าสีเดียวกันดูมีทรวงทรง ดวงหน้าหวานโผล่พ้นผ้าคลุมแค่ครึ่งหน้าก็ทำเอาหลายคนตกตะลึง“สวย ๆ อาตง อาบุดซาบาอีสวยมากจริง ๆ”กิมเฮียงชื่นชมบุษบาคนงามไม่หยุดปาก เสียงปรบมือยังคงดังก้องแข่งกับเสียงเพลง ร่างน้อยที่เริ่มกรีดกรายอยู่บนเวทีนั้นงดงามราวกับเทพเซียนจิ้งจอก เย้ายวนแต่ก็มิอาจละสายตาได้ทำได้เพียงดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสวยงามเท่านั้นในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์นั้น วาริทและรินลดาที่ได้รับสัญญาณจากมารดาจึงหาทางปลีกตัวออกไป“อาม่า ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักค
กิมเฮียงนั่งมองบนเวทีการแสดงที่คนของหลานชายจัดหามาให้ มืออันเหี่ยวย่นวางลงบนหลังมือของหลานชายแผ่วเบา หญิงชราหันมายิ้มตายีพลางเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว“ขอบใจนาอาตงที่ตามใจอาม่า วันเกิดของคนหนุ่มควรไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแท้ ๆ แต่ลื้อก็ยังเลือกจัดงานเพื่อให้อาม่ามีความสุข”“เพื่อนผมเต็มงาน อาม่าไม่เห็นเหรอ”“ก็เหง...แต่ลื้อก็สละเวลามาดูแลอั๊ว”“อาม่าสละเวลาทั้งชีวิตดูแลผมได้ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะทำให้ไม่ได้” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากให้ผู้มีพระคุณที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากจัดงานอะไรเอิกเกริกขนาดนี้ ทว่าอาม่าแก่ขึ้นทุกวัน เธอมักพูดว่าอยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวให้มากจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นงานวันเกิดจึงเปรียบเสมือนฉากหน้าที่พาพ่อและญาติ ๆ มารวมตัวถึงไม่สนิทสนม แต่ทุกคนก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี“พี่วิน แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะคะ” วางมือบนแขนของเขาอย่างตั้งใจแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ จงใจให้หญิงสาวทั่วทั้งงานเข้าใจว่าเธอคือคู่หมั้นของเขา ทั้งที่สองบ้านยังไม่ได้ส่งมอบสินสอดทองหมั้นแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างสงวนท่าทีเพื่อกอบโกยผลประโยชน์สูงสุด“สุขสันต์วันเกิดนะครับ”คุณฮั่นโค้งศีรษะให้เป
เหมยฮัวลากถูลู่ถูกังพาพี่ชายเข้าไปในวงล้อมของกลุ่มนักการเมืองของคุณพ่อ คุณฮั่นพยายามแกะมือปลาหมึกของน้องสาวออกแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเธอได้ เหมยฮัวไม่ชอบให้พี่ชายเข้าไปวุ่นวายกับคนค้าขายเหล่านั้น แม้จะไม่พูดออกมาตามตรงทว่าการกระทำของเธอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากเสวนาด้วย“เหมยฮัว สวยจังเลยลูกสาวเตี่ย” ชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตาทรงกลมมองมายังลูกสาวคนโปรดด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม“แหม คุณประกิตไม่เก็บอาการเลยนะครับ ลูกสาวสวยขนาดนี้คนคงรุมจีบหัวกระไดไม่แห้งเลยใช่ไหม” หนึ่งในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเชิงล้อเลียน“ใครว่าล่ะ ผมกลัวลูกสาวของผมจะไปขืนใจลูกชายใครเข้าเสียมากกว่า” คุณประกิตพูดพลางเหลือบตามองไปยังชัยทัตทีหนึ่ง เหมือนรู้กันว่าอีกไม่นานคงได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน“เตี่ยก็… พูดแบบนี้เหมยเสียหายนะคะ” หญิงสาวทำหน้างอ มองผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางไม่จริงจังนัก“คุณประกิตก็พูดเกินไป อาจมีใครสักคนที่ยินยอมพร้อมใจยกลูกชายให้หนูเหมยฮัวก็ได้นะคะ” ลัดดาวัลย์แม่เลี้ยงของเฮียตงกล่าว พลางหันไปหาลูกชายกับลูกสาวของเธอที่นั่งอยู่ข้างกายเธออยากส่งเสริมให้เหมยฮัวได้แต่งกับลูกชายแท้ ๆ ของเธอเอ
งานวันเกิดเฮียตงจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์เฉลิมบุรี จิ่นไจ๋มากับหงส์ พี่สาวคู่ใจ ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยแต่งหน้า แต่งตัวในห้องรับรองของนักแสดง ทั้งสองสงบปากสงบคำกว่าที่เคยเป็นจนเจ๊ซิ้มหรี่ตามองด้วยความสงสัย“พวกลื้อไปทำอะไรมา ทำไมพากันนั่งหัวหดเป็นเต่าแบบนี้”“แหม เจ๊ก็ว่าไป พวกอั๊วจะไปทำอะไรได้ วัน ๆ อยู่แต่ในร้านน้ำชาเนี่ย” หงส์เงยหน้าตอบแต่ท่าทางของเธอดูมีพิรุธ“ฮึ อั๊วไม่ถามลื้อแล้ว” เจ๊ซิ้มหันไปอีกทางมองเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดระบำเจ็ดจาน[1]ที่นั่งก้มหน้าไม่สบตา“ว่ายังไงอาไจ๋ ลื้อก็ทำตัวเหลวไหลไปอีกคนงั้นรึ?”“เปล่านะจ๊ะ คือที่จริง...” บุษบาคนงามถูกเค้นถาม ก็ลากเสียงยืดยาวก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ“สองสามวันก่อนพวกเรานินทาเฮียตงระยะเผาขนที่ร้านเจ๊กโง้ว...เลยกลัวอีจับได้จ้ะ”สาวใหญ่มองเด็กทั้งสองคนด้วยท่าทางตกตะลึงพรึงเพริด อยากจะล้มครืนลงไปเสียงตรงนั้น เรื่องค่าเช่าร้านยังเจรจาไม่รู้ความ พวกตัวปัญหาก็สร้างเรื่องให้เธอต้องปวดหัวเพิ่มอีกแล้ว!“โอ๊ย พวกลื้อนี่มันจริง ๆ เลย! งั้นวันนี้จะต้องแสดงให้สุดฝีมือเชียวนาอาไจ๋ ไม่อย่างงั้นเจ๊จะหักเงินเดือนพวกลื้อสองคนมาจ่ายค่าเช่าเลยคอยด


![เพียงหัวใจเพรียกหา - [Omegaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




