Chapter: บทที่ 6ความมึนงงแผ่ซ่านไปทั่วจิตสำนึก อี้ได้แต่ไล่สายตากวาดมองทุกคนรอบข้างอีกครั้ง ด้วยความหวังว่าอาจจะพบคำตอบต่อสถานการณ์ที่น่าประหลาดนี้ได้บ้าง แต่ไม่ว่าจะชุดที่พวกเขาสวมใส่ คำพูดที่ใช้ รวมไปถึงบรรยากาศและสถานที่ทุกอย่างตรงหน้า ไม่ใช่โลกที่เขารู้จักเลยแล้วไหนจะเว่ยหลาง เด็กคนนี้ที่มีชื่อเหมือนตัวร้ายในนิยายกำลังถูกกล่าวหาว่าทำให้ฉันจมน้ำ นี่มัน…นี่มันเหมือนฉากเปิดตัวละครจ้าวเว่ยหลางในนิยายเรื่องนั้นเป๊ะเลยนี่?!เขาควรจะต้องตายไปแล้วสิ หลังจากที่รถคันนั้นพุ่งชนเขาเข้ามาเต็ม ๆ ไม่ว่าจะคิดยังไงก็ดูไม่มีทางรอดได้ แต่เมื่อได้สติฟื้นขึ้นมาอีกที ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะอยู่ในที่ ๆ ที่หนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ในโลกปัจจุบันถ้าอ้างอิงจากสิ่งที่หญิงคนนั้นพูด ตอนนี้เขาได้เข้ามาอยู่ในร่างของจ้าวเฟิ่งอี้วัยเด็ก โดยที่เบื้องหน้าเขาก็คือเว่ยหลางในวัยเด็กเช่นกัน!แต่มันเป็นนิยายนี่! ทำไมฉันถึงมาโผล่อยู่ในโลกนิยายได้ล่ะ! “...”เว่ยหลางยกฝ่ามือขึ้นลูบพวงแก้มตนเองที่ถูกหญิงคนนั้นตบเข้าจนขึ้นรอยแดงฉาน แต่กลับไม่ส่งเสียงโอดครวญ ไม่แม้แต่หลบสายตาดุกร้าวของผู้คนรอบข้าง ทั้งที่ตามปกติเด็กวัยนี้ควรจะร้องไห้จ้าหรือวิ่งหนี
Last Updated: 2026-07-22
Chapter: บทที่ 5“คุณชายน้อย…”ภายในดินแดนที่มีเพียงความมืดมิดปกคลุมกว้างไกลหลายหมื่นลี้ มวลอากาศเย็นยะเยือกและหนาวชื้นซึมเข้าถึงแกนกระดูกใต้เนื้อหนังมังสา เสียงหนึ่งดังขึ้นกลางห้วงแห่งความว่างเปล่าที่ไร้ซึ่งสรรพสิ่ง เคล้าแรงสะเทือนของความวิตกและหวาดกลัวจับจิต“คุณชายน้อย!”เสียงนั้นดังขึ้นไร้ทิศทางที่แน่ชัด คล้ายดังขึ้นมาจากทั้งสวรรค์และใต้เบื้องล่างในเวลาเดียวกัน เสียงนั้นดังพุ่งผ่านเข้ามาในสำนึกของอี้ที่กำลังล่องลอยไร้สิ่งยึดเหนี่ยว ก่อนที่สติที่คล้ายจะขาดช่วง พลันเชื่อมประสานกลับเข้าด้วยกันอีกครั้งเฮือก!ทันใดนั้นราวกับวิญญาณถูกฉุดกลับจากดินแดนมรณะ แสงวาบขาวเจิดแล่นผ่านสำนึกคิด พร้อมลมหายใจเฮือกใหญ่ที่พลันถูกสูดเข้าอกบางอย่างร้อนรน“ม-ไม่! ไม่!”ร่างผอมบางสะดุ้งเฮือก สีหน้าแตกตื่น หัวใจทั้งสี่ห้องเต้นกระหน่ำหนัก สัมผัสคล้ายค้อนหนักที่ทุบเข้ากับผนังทรวงอกจนร้าว ฝ่ามือขาวซีดทั้งสองสั่นผวา ไม่ต่างจากใบไผ่ต้องลมกระโชกอี้หอบหายใจโครมคราม พร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงพรากโดยไม่รู้ตัว ความจริงที่คิดว่าตนได้ตายไปแล้วยังคงรัดแน่นในอก บีบคั้นจนลมหายใจติดขัด“อึก...”แต่เมื่อความคิดในหัวเริ่มสงบลง สมองกลับรับรู้ขึ
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 4อากาศในมหาวิทยาลัยเย็นวันนี้คล้ายจะชื้นกว่าปกตินิดหน่อย คงเพราะฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แดดอ่อนคลี่ตัวปกคลุมอยู่ทั่งตามแนวอาคารคณะ ยาวทอดไปทั่วลานปูนที่ผู้คนยังเดินขวักไขว่หนาตาแต่ความวุ่นวายรอบตัวไม่อาจดึงอี้ออกจากห้วงความคิดที่หนักอึ้งได้ ตั้งแต่เมื่อเช้าที่อ่านตอนนั้นจบจนถึงตอนนี้ อี้ไม่มีกะจิตกะใจจะเรียนเลยหน้าสรุปบทเรียนที่ควรเต็มไปด้วยตัวหนังสือกลับว่างโล่ง มีเพียงลายปากกายึกยักเพราะอี้เขียนอะไรไม่ออกสักอย่างเดียว เขาพยายามจะเงยหน้าฟังอาจารย์อยู่หลายครั้ง แต่บทเรียนทุกคำก็ทะลุออกจากหูไปอย่างรวดเร็ว ถูกไล่ตามทันด้วยภาพในหัวฉากที่จ้าวเฟิ่งอี้ถูกฆ่าตายด้วยน้ำมือของเว่ยหลางทั้งที่เป็นเพียงตัวหนังสือ แต่อี้กลับเหมือนถูกลากให้เข้าไปอยู่ในฉากนั้นด้วยจริง ๆ เห็นสายตาที่ว่างเปล่า เห็นเลือด เห็นความเจ็บปวดของเว่ยหลางที่ไม่ควรต้องมีจุดจบแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ มันกวนใจเขามาทั้งวันจนเหมือนเป็นเชือกที่มัดโยง ตามตัวไปด้วยทุกที่อี้เป็นคนที่อินกับนิยายได้ง่ายก็จริง แต่ครั้งนี้มันหนักกว่าทุกเรื่องที่เคยผ่านมาเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าเว่ยหลางจะต้องถูกพระเอกตามล่าจับตัวไปรับโทษในตอนจบ ยังไงก็ไม่มีทางรอด ไม
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 3พั่บ!เสียงกระดาษกระทบกันดังขึ้น เมื่อฝ่ามือเรียวปิดหนังสือนวนิยายเล่มหนาลงอย่างเต็มแรงด้วยความโมโห ร่างผอมบางในชุดอยู่บ้านสบายตัวถอดถอนลมหายใจทิ้งยาว ก่อนจะขยับมือยกแว่นกรอบใสขึ้นเหนือดวงตาเปียกชื้น แล้วจึงปาดเช็ดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงมาไม่หยุดอยากจะบ้าตาย ไอ้นิยายจีนบ้าบอนี่!“ฮึก…”ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อ หลังจากร้องไห้มาได้สักพักใหญ่ ริมฝีปากเล็กสั่นสะอื้นน้อย ๆ บ่นพึมพำเสียงแผ่ว ทั้งยังเอื้อมมือไปหยิบทิชชูแผ่นใหม่มาเช็ดปลายจมูกแดงท่าทางน่าสงสารไม่ต่างจากชีวิตของตัวละครในนิยาย ต้นเหตุที่ทำให้ อี้ ต้องร้องไห้ออกมา สภาพยับเยินเช่นนี้ไม่แปลกใจแล้วว่าทำไมถึงหารีวิวนิยายเรื่องนี้ไม่เจอ...เขาได้นิยายเจ้าปัญหาเรื่องนี้มาเมื่อเดือนก่อน หลังจากที่เดินไร้จุดหมายอยู่ในย่านบางรักแล้วก็หลงเข้าไปในร้านหนังสือมือสองแห่งหนึ่งเข้าจนสะดุดตากับนิยายเล่มนี้แรกเริ่ม อี้ก็นึกลังเลอยู่ไม่น้อยว่าจะซื้อมันกลับมาด้วยดีไหมเพราะไม่สันทัดนิยายแนวนี้สักเท่าไหร่ พอจะพยายามหารีวิวเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็หาไม่เจอสักอัน ราวกับมันไม่มีตัวตนอยู่จริงบนโลกเสียอย่างนั้นสุดท้ายเพราะเหตุผลอะไรบางอย่างที่อี้ก็ไม่แน่ใจ ทำให้
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 2ดวงตาทรงลูกท้อของเฟิ่งอี้เบิกกว้าง สั่นระริกด้วยความหวาดกลัวเกินจะเอ่ยเป็นถ้อยคำ ดวงหน้ากระจ่างที่ครั้งหนึ่งเคยงามดุจเทพเซียน บัดนี้พร่าเลือนไปด้วยความสิ้นหวัง เมื่อฝ่ามือหนาฉุดดึงรั้งเชือกให้แน่นขึ้นอีกครั้ง“ฮ-ฮึก!”ร่างบางพยายามส่งเสียงร้อง หากลมหายใจกลับติดขัดในลำคอ ไม่อาจสู้แรงชายอีกฝั่งได้ ฝีเท้าหนาเหยียบบดเศษซากศพจนเกิดเสียงน่าสะอิดสะเอียน สายตาเยียบเย็นจับจ้องไปยังขื่อไม้สูงที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลขื่อไม้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่แห่งความทรงจำอันทุกข์ทรมานจ้าวเว่ยหลางไม่เคยลืม วันที่เขาถูกจับผูกคอกับขื่อนั้น ทั้งตัวห้อยลอยสูงจากพื้นด้วยเชือกหนึ่งเส้น เป็นดั่งละครเพลินตาของพวกปีศาจร้ายอย่างจ้าวเฟิ่งอี้และบ่าวรับใช้ที่ร่วมกันกระทำต่อเขาอย่างไร้ความปราณีเว่ยหลางในวัยเยาว์นั้นร้องขอชีวิตนับสิบครั้งแม้ในวินาทีที่เสียงหายสิ้นไปแล้ว เขาก็ยังฝืนจะวิงวอนออกมา ด้วยความหวังอันน้อยนิดว่าคุณชายผู้สูงส่งจะเห็นค่าชีวิตของเขาเช่นมนุษย์คนหนึ่งขึ้นมาได้บ้าง“อึ่ก!”แต่ไม่เลยจ้าวเฟิ่งอี้ผู้นี้...ต้องการให้เขาตายไปจริง ๆ“คุณชายจำได้หรือไม่? วันที่ท่านและพวกบ่าวรับใช้จับข้าผูกคอไว้กับขื่อไ
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 1ม่านหมอกไฟลอยล่องยามสนธยา ลมแผ่วพัดพากลิ่นไหม้แสบฉุนพร้อมขี้เถ้าหม่นเทาลอยละล่องคล้ายหิมะสีนิล เปลวเพลิงยังคงพิโรธมอดไหม้ ราวไฟจากขุมนรกที่จองจำวิญญาณนับร้อย แผดเสียงร้องสะท้อนก้องไปทั่วแคว้นจวนสกุลจ้าวที่เคยโอ่อ่าดุจวังสวรรค์ บัดนี้กลับเหลือเพียงซากปรักหักพัง“อั่ก!”ท่ามกลางภาพความพินาศ ร่างอาบโลหิตของข้ารับใช้ชายผู้หนึ่งที่กำลังกึ่งคลานกึ่งล้ม จมปลักอยู่บนพื้นแห้งกรัง ลมหายใจเจียนจะสิ้นลง แววตาขุ่นมัวด้วยความผวา ทั่วสรรพางค์กายเต็มไปด้วยด้วยบาดแผลจากคมดาบ ลึกเสียจนเนื้อหนังแดงฉาน สีขาวซีดของกระดูกบางท่อนโผล่ออกมาอย่างน่าสยดสยอง“แฮ่ก... แฮ่ก...”ลมหอบหายใจแผ่วสั้นสะท้อนความเจ็บปวดทรมาน รอยฟันยาวบนต้นขายังคงฉีกกว้างไม่สมาน การเคลื่อนขยับกายเพียงเล็กน้อยก็ประหนึ่งคมมีดกรีดซ้ำลงบนแผลเดิมลานกว้างที่ครั้งหนึ่งเคยงดงาม บัดนี้รายล้อมไปด้วยซากศพของข้ารับใช้จำนวนมาก แต่ละร่างล้วนบิดเบี้ยวในท่วงท่าที่ไม่มีผู้ใดปรารถนาจะได้เห็น ผิวหนังไหม้เกรียม ส่งกลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วปั่ก!เสียงไม้คานเรือนพังครืนดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ชายผู้นั้นพยายามเอื้อมมือที่สั่นระริก หวังยึดซากเสาเรือนที่ล้มลงเพ
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 5งานวันเกิดเฮียตงจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์เฉลิมบุรี จิ่นไจ๋มากับหงส์ พี่สาวคู่ใจ ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยแต่งหน้า แต่งตัวในห้องรับรองของนักแสดง ทั้งสองสงบปากสงบคำกว่าที่เคยเป็นจนเจ๊ซิ้มหรี่ตามองด้วยความสงสัย“พวกลื้อไปทำอะไรมา ทำไมพากันนั่งหัวหดเป็นเต่าแบบนี้”“แหม เจ๊ก็ว่าไป พวกอั๊วจะไปทำอะไรได้ วัน ๆ อยู่แต่ในร้านน้ำชาเนี่ย” หงส์เงยหน้าตอบแต่ท่าทางของเธอดูมีพิรุธ“ฮึ อั๊วไม่ถามลื้อแล้ว” เจ๊ซิ้มหันไปอีกทางมองเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดระบำเจ็ดจาน[1]ที่นั่งก้มหน้าไม่สบตา“ว่ายังไงอาไจ๋ ลื้อก็ทำตัวเหลวไหลไปอีกคนงั้นรึ?”“เปล่านะจ๊ะ คือที่จริง...” บุษบาคนงามถูกเค้นถาม ก็ลากเสียงยืดยาวก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ“สองสามวันก่อนพวกเรานินทาเฮียตงระยะเผาขนที่ร้านเจ๊กโง้ว...เลยกลัวอีจับได้จ้ะ”สาวใหญ่มองเด็กทั้งสองคนด้วยท่าทางตกตะลึงพรึงเพริด อยากจะล้มครืนลงไปเสียงตรงนั้น เรื่องค่าเช่าร้านยังเจรจาไม่รู้ความ พวกตัวปัญหาก็สร้างเรื่องให้เธอต้องปวดหัวเพิ่มอีกแล้ว!“โอ๊ย พวกลื้อนี่มันจริง ๆ เลย! งั้นวันนี้จะต้องแสดงให้สุดฝีมือเชียวนาอาไจ๋ ไม่อย่างงั้นเจ๊จะหักเงินเดือนพวกลื้อสองคนมาจ่ายค่าเช่าเลยคอยด
Last Updated: 2026-07-22
Chapter: บทที่ 4“คิก ๆ ไม่ทะเลาะกันสักวันจะกินข้าวไม่อร่อยเลยเหรอจ๊ะเจ๊” จิ่นไจ๋หัวเราะเบา ๆ พลางเดินไปตักน้ำในกระติกที่อยู่ด้านหลังร้านมาให้เจ๊หงส์“ขอบใจจ้า เฮ้อ กลับไปจะนอนให้หนำใจเลยเชียว”“ไจ๋คงต้องนั่งย่อยก่อนจ้ะ ไม่งั้นจะแสบหน้าอกเหมือนจะขย้อนอาหารที่กินเข้าไปออกมา”“อ้าว ไปหาหมอหรือยัง เจ๊พาไปซื้อยาไหม”จิ่นไจ๋ส่ายหน้าไปมาก่อนตอบเสียงอ่อน“หมอบอกว่ากระเพาะอ่อนแอมีกรดย้อนขึ้นมาจ้ะ หลังกินข้าวต้องรอสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงจึงจะดี”“อ๋อ อาการคล้ายเรอเปรี้ยวแบบนั้นเหรอ” หงส์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะสบตารุ่นน้องอย่างให้กำลังใจป๊อก ป๊อกเสียงวางถ้วยกระเบื้องดังเป็นจังหวะเมื่อกระทบกับโต๊ะไม้ ทำให้สองสาวต่างหันไปมองอาหารเช้ากลิ่นหอมฉุยของพวกเธอ“มาแล้ว ๆ กิงให้อาหร่อยนาอาบุษบา” เจ๊กโง้วยิ้มตาหยีให้อาไจ๋ แต่พอหันไปทางเจ๊หงส์ก็หุบยิ้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงยืดยาว “…ลื้อด้วยก็ล่าย อาหงส์” “ชิส์ ตีคนแก่จะบาปไหมอาไจ๋” หงส์มองค้อนเจ๊กโง้วอย่างไม่จริงจังนัก“เอาน่าเจ๊ แปะแกไม่มีลูกหลานทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างกว่าจะนอนก็ดึกดื่น อารมณ์ดีได้ขนาดนี้ก็นับว่าเก่งแล้วล่ะจ้ะ”“อืม ก็จริงของลื้อ แต่เอาจริง ๆ นา เห็นเค
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 3จิ่นไจ๋เปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ลงมาช่วยบรรดาเจ๊ ๆ เก็บข้าวของปิดร้าน จัดแจงล้างถ้วยชาที่กองพะเนิน กว่าจะแล้วเสร็จก็ตีสามตีสี่ ที่นี่พวกเธออยู่ด้วยกันเสมือนครอบครัว ทุกคนต้องช่วยกันทำมาหากิน ชั้นสองมีห้องพักอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งต้องแบ่งสันปันกันนอนอาไจ๋พักห้องเดียวกับเจ๊หงส์มาตั้งแต่จำความได้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยปริปากบอกว่าตนไม่ใช่ผู้หญิง เวลาเนิ่นนานเช่นนี้คิดว่าเพื่อนร่วมห้องเองก็คงสงสัย ทว่าพี่สาวคนดีกลับไม่เคยไถ่ถามเลยสักครั้ง“ยังไม่นอนอีกเหรออาไจ๋” หงส์เดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าขาวผ่องจากการพอกดินสอพอง นั่งลงบนเตียงของเธอที่อยู่ฝั่งตรงข้าม“จ้ะ ไจ๋ว่าจะออกไปหาอะไรกินตอนเช้า เจ๊ไปด้วยกันไหมจ๊ะ”“ดีเหมือนกันนา ไม่ได้เดินตลาดตอนเช้ามานานแล้ว แต่เจ๊ต้องนอนก่อนสักพัก ไม่อย่างงั้นจะไปไม่ไหวเอา”“ได้จ้ะ...ไจ๋ก็จะหลับสักงีบเหมือนกัน”จิ่นไจ๋เอนกายนอนลงบนฟูกอันนุ่มนิ่มที่วางอยู่บนแคร่ไม้อีกที ยามขยับตัวได้ยินเสียงเอี๊ยดอ๊าดตลอดทั้งคืน แต่ด้วยชีวิตที่ต้องอดนอนทำงานกลางคืน เพียงแค่ทิ้งหัวลงหมอนก็หลับทันที“ลื้อไม่ชอบอาคุณฮั่นอีจริง ๆ เหรออาไจ๋”หงส์เอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ เธอเห็นลูกช
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 2“อาไจ๋…ก่อนตรุษจีนเฮียตงขอให้ลื้อไปแสดงในงานวันเกิดของอี”“ไปก็ไปสิจ๊ะ เจ๊...ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยล่ะ”“ลื้อก็รู้ว่าเฮียตงคนนั้นน่ะ นอกจากอีจะนิสัยป่าเถื่อนเป็นนักเลงคุมเยาวราชแล้ว อียังบ้าถ้าไม่จับผู้หญิงก็เอาบุปผาไปนอนด้วย ไม่เคยมีใครเข้าใกล้แล้วเดินออกจากห้องอีในสภาพปกติเลยสักราย!”“อีก็แค่เชิญไปแสดงไม่เห็นต้องคิดมากเลยจ้ะ” จิ่นไจ๋ปลอบเจ้ซิ้มแต่อีกฝ่ายกลับหันหน้าหนีไปอีกทาง“ลื้อไม่รู้หรอกว่าอีให้คนมาขู่เจ๊ว่ายังไง!” หญิงวัยกลางคนเอามือทาบอกด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจแค่คิดก็โมโหจนแทบบ้า“ยังไงเหรอจ๊ะเจ๊” บุปผาหนุ่มจ้องหน้าผู้มีพระคุณประดุจมารดาด้วยความสงสัยใคร่รู้“อีบอกว่าถ้าลื้อไม่ไปจะขึ้นค่าเช่าเราสามเท่า สามเท่าเชียวนาอาไจ๋!” สาวใหญ่ทำไม้ทำมือเป็นเลขสาม หน้าตาบิดเบี้ยวเพราะตัวเลขค่าเช่าในหัวชวนเป็นลมพูดแล้วก็คลี่พัดที่จิ่นไจ๋ต้องใช้รำในค่ำคืนนี้ออกมาพัดแรง ๆ ด้วยความหงุดหงิดราวกับสายลมจะช่วยปลอบประโลมความขุ่นข้องหมองใจลง“โถ่ ที่โมโหก็เพราะเรื่องค่าเช่านี่เอง เรื่องจิ๊บจ้อยแค่นี้ปล่อยให้ไจ๋จัดการเองจ้ะ แค่ไปแสดงก็พอใช่ม้า”“ใช่ที่ไหนกันล่ะ! คนอย่างเฮียตงชอบใครอีชี้ทีเดียวก
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 1ยามอาทิตย์เคลื่อนคล้อยราตรีคืนคลานทับแสงสีส้มบนฟากฟ้า ภายในย่านคนไทยเชื้อสายจีนตลาดซื้อขายขนาดใหญ่ที่ชาวบ้านขนานนามว่า เยาวราช ผู้คนพลุกพล่านกำลังเดินเท้าเข้าสู่ตรอกเหลา ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมร้านอาหาร สถานบันเทิงยามค่ำคืน แสงสว่างจากตะเกียงน้ำมันทอแสงเรืองรองสีส้มอ่อนนวลตาประหนึ่งแสงตะวันยามบ่าย“วันนี้อาบุษบาจะแสดงอะไรให้พวกเราดูนา”“อีแสดงอารายก็น่าดูหมดนั่นแหละ” บรรดาอาแป๊ะสนทนากันบนโต๊ะน้ำชายามเย็น พวกเขาต่างเข้ามาจับจองพื้นที่จนแทบไม่มีโต๊ะตัวใดว่างอาคารครึ่งตึกครึ่งไม้เก่าคร่ำคร่าสามคูหาถูกดัดแปลงให้เป็นจุดนัดพบของคนไกลบ้าน ‘ฮวาอี้โหลว’ ชื่อร้านภาษาจีนแต้จิ๋วเขียนด้วยหมึกสีทองแผ่นป้ายสีแดงสด โรงน้ำชาร่วมสมัยที่มีทั้งการแสดงงิ้วและนางรำแบบจีนดั้งเดิม“อั๊ยย่ะ น่าเสียดาย” ชายชราตบโต๊ะฉาดหนึ่งไม่ได้ออกแรงจนเจ็บมือ เขาพยักพเยิดไปทางชายหนุ่มรูปหล่อที่ถือดอกกุหลาบช่อโตเข้ามาในร้าน“ถ้าอั๊วเกิดช้ากว่านี้นา ไอ้หนุ่มนั่นคงไม่มีโอกาสได้จีบอาบุษบาหรอก”ชายหนุ่มผู้ถูกกล่าวถึงหันมาทางพวกเขา ก่อนยิ้มน้อย ๆ และโค้งศีรษะให้ทีหนึ่งเป็นการทักทาย ชายคนนี้มักจะมาที่นี่ทุกเย็นนั่งรอหน้าเวทีจนกว่าบุษบ
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 6แหมะ!ร่างสูงโปร่งทิ้งตัวไถลลงนอนแผละกับพื้นพรมใจกลางห้องรับแขกของคฤหาสน์หลังโตอย่างหมดสภาพ สองขาที่เคยยืนหยัดต้านอาคมมานับร้อย ยามนี้มันกลับอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงเหลือเกินปราจเห็นแล้ว ความโออ่าหรูหราของสถานที่แห่งนี้น่ะ แต่นาทีนี้ต่อให้เอาทองมากองท่วมหัว เขาก็ไม่สนอะไรทั้งนั้น!แค่ต้องเดินทางด้วยเกวียนเหล็กเมื่อครู่มันก็ทำให้เขารู้สึกเหมือนก้าวขาเข้าประตูยมโลกไปแล้วนับสิบรอบ หากเลือกได้ จอมขมังเวทย์ผู้เกรียงไกรคนนี้จะขอจำศีลอยู่ในเรือนแห่งนี้ชั่วกัลปาวสาน ไม่ย่างกรายออกไปเผชิญวิบากกรรมบนถนนนั่นอีกเด็ดขาด!“ท่านประธานครับ ผมจะ...”เสียงเรียบที่ใช้เวลาไม่นานก็คุ้นหูปราจ ดังขึ้นจากทางด้านหลัง เจ้าของใบหน้าหวานพริ้มซึ่งเดินตามเข้ามาจัดแจงวางข้าวของส่วนตัวของเจ้านายลงบนเคาน์เตอร์บาร์หินอ่อนแต่ต้องชะงักค้างอยู่เพียงเท่านั้น เมื่อดวงตาคู่สวยสบเข้ากับภาพตรงหน้านี่มันเกิดอะไรขึ้น…เจ้านายที่เคยถือตัวยิ่งกว่าอะไรดีของเขานอนแผ่หลาอยู่บนพื้น ก่อนจะรีบดีดตัวเด้งขึ้นมานั่งขัดสมาธิหลังตรงแน่วในเสี้ยววินาที เพียงเพราะได้ยินเสียงเขาเดินเข้ามาขมับชายหนุ่มมีหยาดเหงื่อซึม ปากหยักก็เม้มเข้าหากันมองเล
Last Updated: 2026-07-22
Chapter: บทที่ 5“ท่านประธานชื่อคุณพร้อม พชร เตวัฒนากุลครับ เป็นประธานบริษัทคนปัจจุบันของเอเปกซ์กรุ๊ป บริษัทเจ้าของห้างสรรพสินค้าเดอะเอเปกซ์อิมพีเรียล ที่ท่านประธานเห็นอยู่ตรงนั้นครับ”คนฟังเพียงแต่ค่อย ๆ ขยับกายมองเพื่อมองลอดหน้าต่างบานกว้างออกไป ใช่ว่าเขาเข้าใจไอ้คำแปลก ๆ พวกนั้นหรอกแต่ก็พอจับใจความสุดท้ายได้ว่าแม่คนงามคงหมายถึงไอ้สิ่งก่อสร้างใหญ่โตมโหฬารที่สว่างไสวอยู่นอกหน้าต่างนั่นแหละหมายความว่าเจ้าของร่างนี้คงจะรวยน่าดูเลยสิปราจแค่นหัวเราะแผ่วเบาในลำคอ ก่อนจะพลิกตัวนอนคว่ำซุกเก็บมือไว้ใต้คางแล้วเอ่ยถามต่อ“แล้วพ่อแม่ฉันล่ะ ต้องมีใช่ไหม? คงไม่ใช่ว่ายุคสมัยนี้เขาจะสร้างคนขึ้นมาได้ด้วยวิธีแปลก ๆ หรอกนะ”เป็นตอนนั้นเองที่อีกฝ่ายชะงัก มือเรียวที่กำลังจะเปลี่ยนหน้ากระดาษหยุดนิ่งไปในทันทีพลางเหลือบมองร่างสูงโปร่งของคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อยู่บนเตียง“ท่านทั้งสองเกษียณไปอยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์ครับ”“ฮึ ก็เลยไม่กลับมาเยี่ยมลูกชายที่เจ็บตัวเจียนตายอยู่สินะ”ไม่ว่าจะอยู่ในร่างนี้หรือร่างเก่า ดูเหมือนว่ายังไงปราจก็หนีไม่พ้นวงจรที่มีพ่อแม่เฮงซวยเหมือนกันหมด เขาคิดในใจอย่างนึกท้อแท้กับชะตาแล้วจึงพลิกกลับมาน
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 4“ฉิบหายแล้ว... ฉิบหายไปหมดแล้ว” น้ำเสียงแหบพร่าพึมพำออกมาด้วยใจเหม่อลอยร่างสูงโปร่งของปราจ หรือในตอนนี้ก็คือพชร ขณะนี้ย้ายไปยืนนิ่งค้างอยู่ในห้องน้ำในห้องพักเพียงลำพัง ทิ้งน้ำหนักหน้าผากให้มันชนแนบไว้กับแผ่นกระจกเงาเย็นเฉียบอย่างหมดอาลัยตายอยาก ก่อนจะโวยวายคร่ำครวญออกมาอีกเพราะเหลืออดเต็มทน“พะ-ชะ-ระ งั้นสิ… เวรตะไลเอ๊ย! นี่ข้ามาสิงร่างใครวะเนี่ย!?”ใบหน้าหล่อเหลายับยู่ไปหมด นัยน์ตาขลับเข้มฉายแววความน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตเกินจะทนหลังจากที่กลุ่มคนแปลกหน้าในชุดขาวและเด็กหนุ่มหน้าสวยล่มเมืองคนนั้นพากันก้าวพ้นประตูห้องไป ปราจก็ได้แต่นั่งใช้ความคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนถึงเรื่องราวอันเป็นปริศนาอยู่นาน จนในที่สุดเขาก็ได้ข้อสรุปที่ชวนให้ปวดเศียรเวียนเกล้าเสียที...ข้อแรกคือเขาไม่ได้ตายจริง ๆแต่เขาดันข้ามกาลเวลา? มิติ? หรือโลกบ้าบออะไรสักอย่างมาอยู่ในร่างของผู้ชายที่ชื่อพชรอะไรนี่!ข้อที่สองซึ่งถือเป็นจุดวิบัติที่สุดคือ เขาไม่สามารถเรียกใช้ไสยเวทย์หรือวิชาอาคมใด ๆ ได้เลยและนั่นก็นำไปสู่ข้อสรุปที่สาม...คือเขาฉิบหายอย่างสมบูรณ์แบบแล้วไงล่ะ! ถึงแม้ในตำราไสยเวทย์จะเคยมีเรื่องเล่าขานถึงดวงว
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 3นรกขุมไหนมันเป็นแบบนี้กัน...เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาจดจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยแววตาขุ่นมัวขวางโลก ขณะที่ถูกชายสูงวัยแปลกหน้าคอยจ่อไฟดวงเล็ก ๆ ส่องเข้าหาดวงตาของเขาสลับไปมาไม่ยอมหยุดสักทีไม่รู้จะหาพระแสงกระไรของมันคนตายไปแล้วไม่น่าจะมีขี้ตารึเปล่า แล้วจะจ้องหาอะไรในตาเขานักหนา?ปราจค่อนขอดในใจพลางหรี่ตาหนีแสงจ้า“หมอขอเช็คตาหน่อยนะครับ คนไข้มองไปด้านหน้านะครับ”แพทย์สูงวัยเอ่ยเสียงเรียบเรื่อย เพ่งมองการตอบสนองของม่านตาอย่างตั้งใจ ไม่สนคนบนเตียงที่งุนงงจนนิ่งเพราะสมองหยุดทำงานไปชั่วขณะปราจไม่เข้าใจอะไรสักอย่างเดียว เอาเข้าจริงตั้งแต่วินาทีที่ถูกฝ่ามือนุ่มของคนข้างกายปิดปากเอาไว้ ปราจก็ยังไม่รู้แน่ชัดเลยว่ายามนี้ดวงวิญญาณของตนมอดม้วยไปแล้วหรือยัง แล้วกำลังสถิตอยู่ที่แห่งหนตำบลใดหากจะบอกว่าตายแล้ว ทำไมไอ้สำนึกคิดและความรู้สึกเจ็บแปลบที่หลังมือนี่มันถึงเหมือนจริงจนน่ารำคาญนักเล่า?แต่หากจะบอกว่าไม่ตาย จะอธิบายสถานที่สีขาวโพลนประหลาดตา คนประหลาดที่ใส่เสื้อผ้าพิกล แถมยังใช้ภาษาพิลึกพวกนี้ได้อย่างไรกัน?นอกจากว่าที่นี่คือนรก ไม่ก็แดนจำลองที่ขุนหมื่นเวรนั่นใช้อาคมกักขังจองจำเขาเอาไว้!
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 2ณ โลกปัจจุบันปีพุทธศักราช ๒๕๖๙..“อ๊ากกกกก ข้าไม่อยากตาย!”เปลือกตาขาวโพลนเบิกโพลงขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างสูงโปร่งที่เด้งชันกายขึ้นจากท่านอนในทันทีราวกับติดสปริง ปราจหอบหายใจหนักหน่วงจนทรวงอกกระเพื่อมไหว เหงื่อกาฬก็ไหลซึมตามไรผมภาพเบื้องหน้าพร่ามัวเลือนราง คล้ายมีม่านหมอกสีขาวจัดบดบังทัศนวิสัยเอาไว้ เขาเลยต้องพยายามกะพริบตาถี่ ๆ เพื่อขับไล่ความมึนงงที่ถาโถมเข้าใส่จนหัวหมุน เสียงฝีเท้าและเสียงอุทานด้วยความตกใจของกลุ่มคนรอบข้างดังระงมขึ้นขนานกันทว่าในวินาทีนี้ จอมขมังเวทย์ผู้ที่เข้าใจว่าตนเพิ่งก้าวขาเข้าเฉียดกรายผ่านประตูยมโลกมา ไม่อาจปันความสนใจไปให้สิ่งอื่นได้นอกเสียจากคำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัว...ข้าตายแล้ว? ใช่ไหมวะ?กระสุนจากลำกล้องปืนของไอ้ขุนหมื่นธารควรจะเจาะทะลวงกะโหลกเขาจนกลายเป็นศพเฝ้าแผ่นดินไปแล้วไม่ใช่รึ แล้วเหตุใดเขายังมีสำนึกอยู่กลิ่นสาบสางของโคลนตมก็หายไป แสงสุริยุปราคาที่เคยบดบังเวหาก็ดูจะถูกแทนที่ด้วยแสงสีขาวนวลตาที่สว่างจ้าจนแสบแก้วตาเช่นนี้?คิดได้ดังนั้น เจ้าตัวก็ไม่รอช้ารีบยกมือทั้งสองข้างขึ้นมา หมายจะสำรวจบาดแผล ทว่าทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับฝ่ามือตน
Last Updated: 2026-07-21
Chapter: บทที่ 1หนังสือนิยายเล่มหนึ่งหน้าที่ 423..ปีพุทธศักราช ๒๓๑๔ยามที่เวหาถูกบดบังด้วยสุริยุปราคาครึ่งเสี้ยว เมฆหมอกขาวขุ่นปริศนาก็ลอยอ้อยอิ่งกลบกลืนรัศมีจนเลือนรางกระแสลมกลางวันแสก ๆ พัดกรรโชกวูบใหญ่ นำพากลิ่นสาบสางของโคลนตมและตะไคร่น้ำเน่าให้ฟุ้งขจรขจายจนชวนคลื่นเหียน ทั้งยังหอบเอาใบไม้แห้งกรอบที่โรยราปลิดขั้วให้ลอยละล่องผ่านหน้าเรือนกระโจมไม้เก่าคร่ำคร่าที่ตั้งเบียดเสียดเป็นชุมชนแออัดริมตลิ่ง เงียบสงัดจนวังเวงผิดวิสัยตามพื้นถนนแห้งกรังเกลื่อนไปด้วยซากนกซากกาที่นอนตายกระจัดกระจาย ปนเปกับข้าวของที่ตกระเนระนาด เป็นหลักประกันเดียวที่ชี้ให้แจ้งชัดว่าที่นี่ไม่ใช่เขตรกร้างเพียงแต่ชาวบ้านเพิ่งจะพากันวิ่งเอาชีวิตหนีตายจากบางอย่างที่น่าสะพรึงกลัวไป“ฮึก... ฮือ... ช่วยหนูด้วย ช่วยเปิดประตูให้หนูที!” ท่ามกลางภาพความสงัด มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ฟูมฟายของเด็กหญิงตัวน้อยที่ดังระงมโหยหวน ขาดเป็นห้วง ๆ “เปิดประตูให้หนูทีเถิด!”ปั่ก ปั่ก!เด็กหญิงตัวน้อยยืนตัวสั่นเทิ้มทุบประตูไม้เก่าของบ้านหลังหนึ่งอย่างบ้าคลั่งจนข้อนิ้วขึ้นสีซีดขาวหวังเพียงให้คนด้านในที่เธอเห็นหน้าคร่าตามาตลอด เมตตาเปิดรับเธอเข้าไปซ่อนตั
Last Updated: 2026-07-21