แชร์

บทที่ 5

ผู้เขียน: มารินญา/Malynya
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-22 22:58:12

งานวันเกิดเฮียตงจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์เฉลิมบุรี จิ่นไจ๋มากับหงส์ พี่สาวคู่ใจ ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยแต่งหน้า แต่งตัวในห้องรับรองของนักแสดง ทั้งสองสงบปากสงบคำกว่าที่เคยเป็นจนเจ๊ซิ้มหรี่ตามองด้วยความสงสัย

“พวกลื้อไปทำอะไรมา ทำไมพากันนั่งหัวหดเป็นเต่าแบบนี้”

“แหม เจ๊ก็ว่าไป พวกอั๊วจะไปทำอะไรได้ วัน ๆ อยู่แต่ในร้านน้ำชาเนี่ย” หงส์เงยหน้าตอบแต่ท่าทางของเธอดูมีพิรุธ

“ฮึ อั๊วไม่ถามลื้อแล้ว” เจ๊ซิ้มหันไปอีกทางมองเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดระบำเจ็ดจาน[1]ที่นั่งก้มหน้าไม่สบตา

“ว่ายังไงอาไจ๋ ลื้อก็ทำตัวเหลวไหลไปอีกคนงั้นรึ?”

“เปล่านะจ๊ะ คือที่จริง...” บุษบาคนงามถูกเค้นถาม ก็ลากเสียงยืดยาวก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ

“สองสามวันก่อนพวกเรานินทาเฮียตงระยะเผาขนที่ร้านเจ๊กโง้ว...เลยกลัวอีจับได้จ้ะ”

สาวใหญ่มองเด็กทั้งสองคนด้วยท่าทางตกตะลึงพรึงเพริด อยากจะล้มครืนลงไปเสียงตรงนั้น เรื่องค่าเช่าร้านยังเจรจาไม่รู้ความ พวกตัวปัญหาก็สร้างเรื่องให้เธอต้องปวดหัวเพิ่มอีกแล้ว!

“โอ๊ย พวกลื้อนี่มันจริง ๆ เลย! งั้นวันนี้จะต้องแสดงให้สุดฝีมือเชียวนาอาไจ๋ ไม่อย่างงั้นเจ๊จะหักเงินเดือนพวกลื้อสองคนมาจ่ายค่าเช่าเลยคอยดู!”

“โธ่เจ๊...ใครจะไปรู้ว่าคนอย่างเฮียตงจะไปนั่งกินข้าวร้านข้าวต้มธรรมดา ๆ กันล่ะ” หงส์โวยวาย

“ไจ๋รู้แล้วจ้ะ เจ๊ออกไปสังสรรค์เถอะ มีคนใหญ่คนโตในงานตั้งมาก คงมีสักคนที่เขาพอจะช่วยพูดกับเฮียตงได้นะจ๊ะ” จิ่นไจ๋หว่านล้อม เพราะตอนนี้เขาเองก็ต้องการสมาธิในการรวบรวมสติก่อนขึ้นแสดง

“ก็ได้ ฮึ่ย!”

เจ๊ซิ้มจัดใบหน้าที่กระฟัดกระเฟียดอยู่ให้คงที่ ก่อนเดินออกข้างนอกด้วยท่าทางสง่างาม ยิ่งใกล้โถงจัดงานเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ก็ดังเข้ามาในโสตประสาท กลิ่นหอมของอาหารนานาชนิดทำสาวใหญ่ถึงกับต้องกลืนน้ำลายอึกหนึ่ง

เธอสวมชุดกี่เพ้าตัวเก่งพร้อมกับผ้าคลุมไหล่ปักดิ้นทองลายดอกโบตั๋นที่อาไจ๋เคยปักให้ตอนเด็ก ๆ สายตาของสาวใหญ่สอดส่องภายในงาน เพราะเป้าหมายของเธอในวันนี้คือการเข้าถึงตัวเฮียตง

“มีแต่ต้องทำความรู้จักกับเฮียตงให้ได้เท่านั้น อั๊วถึงจะสบายใจเรื่องค่าเช่าที่ไปสักเปราะนึงได้” หญิงสูงวัยหยิบถ้วยเหล้าจากถาดบริกร แล้วยืนมองอยู่มุมหนึ่งด้วยความสนใจ

“เหล้าเหมาไถ? ดื่มหมดถ้วยนี่ก็หัวทิ่มกันพอดี” กลิ่นสุราแรงแสบร้อนแค่จิบเล็ก ๆ ก็ทำแสบไปตามลำคอ “ของแพงขนาดนี้ยังกล้าเอามาแจกแขกเหรื่อในงาน ต้องรวยขนาดไหนกันนา”

หญิงสูงวัยมองเหล้าในมือ พลางสำรวจแขกคนอื่น ๆ ทุกคนล้วนมีหน้าตาทางสังคมนักการเมือง ดารานักแสดงที่ได้เห็นตามจอตู้สีขาวดำกลับเดินกันให้ควั่ก ไม่แปลกที่คุณ ๆ ตระกูลตันจะทุ่มเทขนาดนี้

“มองหาใครอยู่เหรอครับ” เสียงคุ้นหูดังข้างกายทำเจ๊ซิ้มสะดุ้ง ครั้นหันไปข้างกายก็พบคุณฮั่นยืนอยู่

“อุ๊ย ตกใจหมดเลยค่าคุณฮั่น” สาวใหญ่เอามือทาบอกพลางมองไปกลางโถงอีกครา “เจ๊มองหาเฮียตงค่ะ อยากทำความรู้จัก…แต่คิดว่าคงไม่มีโอกาสง่าย ๆ แน่”

“เฮียตงหรือครับ มานั่นแล้วไงครับ” ฮั่นชี้ไปที่ประตูทางเข้า เห็นชายหนุ่มในรูปร่างสูงโปร่งใบหน้าหล่อเหลาได้รูป กลิ่นอายความน่าเกรงขามแผ่กระจายออกมา ร่างกำยำสวมชุดสูทสีดำสนิท วงแขนกำลังประคองหญิงชราผมดำแซมขาวท่าทางทะมัดทะแมงเดินเข้ามาในห้องจัดเลี้ยง

“คุณผู้หญิงท่านนั้นใครเหรอคะ”

“อาม่ากิมเฮียงครับ เป็นอาม่าของเฮียตง รู้สึกว่าตระกูลตันจะให้ความสำคัญกับหลานชายคนนี้มากเป็นพิเศษ สมบัติทั้งหมดล้วนตกเป็นของเขา”

“อ๋อ งั้นที่มีข่าวแว่วมาว่าเฮียตงไม่ถูกกับพ่อก็เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอคะเนี่ย”

เจ๊ซิ้มจำเจ๊กิมเฮียงแทบไม่ได้ สมัยยังสาวผู้คนในเยาวราชนั้นต่างก็รู้จักเธอ ความกว้างขวางและอิทธิพลของกิมเฮียงในสมัยนั้นเป็นที่เลื่องลือในเยาวราช

เพียงแต่หลายปีมานี้เฮียตงควบคุมกิจการทั้งหมดด้วยตัวเอง หญิงชราก็หายหน้าหายตาขลุกอยู่ในร้านทองเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าพบกันข้างนอกจริง ๆ คงจำไม่ได้

“ครับ ดูตรงนั้น” คุณฮั่นชี้ไปยังกลุ่มนักการเมืองใหญ่ที่กำลังนั่งรวมตัวกันอยู่ด้านหน้าเวที

“นั่นคุณชัยทัต รัตนศิริ พ่อของเฮียตง ที่ตอนนี้เป็น สส.เขตปทุมวัน เขามีเส้นสายในแวดวงธุรกิจคบค้าสมาคมกับกลุ่มเจ้าสัวและนายทุนใหญ่จำนวนมาก ไม่ค่อยสนคนทำมาค้าขายระดับล่างอย่างเฮียตง”

คำว่า ระดับล่าง สะกิดใจคนฟังเข้าอย่างจัง เจ๊ซิ้มยกเหล้าขึ้นมาจิบ แต่ความแสบสันไม่ได้บรรเทาให้เธอรู้สึกดีขึ้น หมายความว่าการเข้าหากลุ่มคนเหล่านี้ หากไม่มีประโยชน์มากพอก็หมดหนทางเจรจา…

ฉับพลันสายตาของเธอก็หันไปจับจ้องชายคนหนึ่ง

รูปร่างหน้าตาคล้ายกับพ่อของอาไจ๋ไม่มีผิด

ยังไม่ทันมองให้ชัดถนัดตา เสียงหวานใสก็ดังขึ้นขัดจังหวะ จนเจ๊ซิ้มต้องหันไปมองเจ้าของร่างบางผิวขาวผ่อง

“พี่ฮั่น มาทำอะไรตรงนี้คะ"

ดวงหน้าเรียวเล็กรูปไข่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางสีชมพูอ่อน ริมฝีปากบางกระจับดูละม้ายคล้ายคุณฮั่นอยู่หลายส่วน

“เหมยฮัว พี่นึกว่าจะลงมาพรุ่งนี้เสียอีก แต่งตัวนานปานนั้นใครจะรอไหว”

“แล้วนั่นใครคะ คงไม่ใช่แม่นางรำที่พี่ไปเกลือกกลั้วอยู่ที่ร้านน้ำชาบ่อย ๆ ใช่ไหม”

หญิงสาวเขย่าแขนพี่ชายพลางมองเจ๊ซิ้มด้วยใบหน้ายิ้มกรุ้มกริ่ม ทว่าคนฟังกลับไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่นัก เพราะคำพูดคำจาแฝงไปด้วยการดูถูกดูแคลนอยู่เนือง ๆ

“ไม่ใช่ นี่เจ๊ซิ้มเจ้าของร้านต่างหาก ทักทายผู้ใหญ่สิ”

“สวัสดีค่ะ เหมยขอตัวพี่ชายก่อนนะคะเถ้าแก่เนี้ย”

“ค่า” เจ๊ซิ้มยิ้มให้บาง ๆ

เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับน้องสาวคุณฮั่นมาบ้างว่าเป็นสาวสมัยใหม่ กำลังเรียนอยู่ชั้นปีที่สาม วิทยาลัยบริหารธุรกิจอัสสัมชัญ อีกทั้งยังเป็นว่าที่คู่หมั้นของเฮียตง ทั้งสองครอบครัวต่างเป็น สส.ร่วมพรรค จึงผูกสัมพันธ์ปากเปล่า คิดหมั้นหมายด้วยการเกี่ยวดองเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง

“เฮ้อ ออกไปสูดอากาศหน่อยดีกว่า อาไจ๋ขึ้นแสดงแล้วค่อยกลับมา” หญิงสูงวัยพึมพำกับตัวเอง

เจ๊ซิ้มจับชายกระโปรงกี่เพ้าให้เข้าที่ ก้าวขาเดินออกไปทางประตูด้านข้าง แต่ยังไม่วายหันกลับไปมองชายวัยกลางคนที่ดึงดูดสายตาเธอไว้ก่อนหน้า หากแต่คนในงานนั้นเยอะเสียจนไม่อาจรับรู้ได้ว่าใครเป็นใคร

[1] ระบำเจ็ดจาน หรือ ฉีผานอู่ (七盘舞) คือการร่ายรำโบราณที่ถือกำเนิดในสมัยราชวงศ์ฮั่น มีลักษณะผสมผสานระหว่างการรำและการแสดงกายกรรม ผู้ร่ายรำจะทรงตัวและเคลื่อนไหวอยู่บนถาดหรือกลองซ้อนสูงทีละชั้น จังหวะและความสูงจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นการแสดงโชว์ความอาจหาญและฝีมืออันประณีต

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 9

    หยางตงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ อาการร้อนวูบวาบแปลบปลาบไปทั้งตัวเช่นนี้ใช่ว่าสุริยาอย่างเขาจะไม่เคยเจอ เพียงแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ เนื่องจากหลวมตัวไปผูกพันธะกับบุปผาคนหนึ่งเข้าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน…จนถึงบัดนี้เขาก็ยังหาตัวคนผู้นั้นไม่เจอ“อาเชน แวะตึกเจ็ดชั้นข้างหน้า” ชายหนุ่มปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกอย่างรำคาญ ใบหน้าคมคายหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนเหมือนคนสายตาสั้นมองอะไรไม่ชัด“ไหวไหมครับเฮีย” เชนมือขวาของเขาถามพลางมองกระจกหลังดูอาการของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง“ไม่ต้องสนใจอั๊ว กลับบ้านไปบอกอาม่าว่า คืนนี้อั๊วมีธุระนอนที่สำนักงาน”“ครับเฮีย”หยางตงตั้งใจหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นิสัยของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามเดาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!ตึกเจ็ดชั้นเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หากผ่านมาทางนี้อย่างไรก็ต้องแวะพักที่นี่ แทนที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน“เฮียตง เปิดห้องใช่ไหมครับ” พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตั้งเข้ามารับแขกประจำ“เออ อั๊วขอห้องเดิม”“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”“ไม่ต้อง ลื้อมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ชายหนุ่มไ

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 8

    ทางด้านจิ่นไจ๋ที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นแสดงกะทันหัน ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นทันใด เวทีนี้ทั้งแสงสีและขนาดยิ่งใหญ่เสียกว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเธอ ผู้ชมเบื้องล่างต่างก็เป็นคนสำคัญในย่านนี้ทั้งสิ้น หากวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเห็นทีฮวาอี้โหลวของเธอคงสิ้นชื่อ“เสียงเพลงขึ้นแล้วแสดงเลยอย่าให้ผิดหวัง” ชายชุดดำสวมชุดสูทแบบฝรั่งกล่าวกับเขาก่อนขึ้นเวลา“ค่ะ” บุปผาตัวน้อยพยักหน้าก่อนเดินกรีดกรายขึ้นไปบนเวที“โฮ้ววว”เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อเรือนร่างอรชรก้าวขึ้นบนเวที จิ่นไจ๋ในหน้ากากของบุษบานั้นสวมชุดเสื้อแขนยาวแบบกว้าง กับกระโปรงสีสันสดใสผูกช่วงเอวด้วยผ้าสีเดียวกันดูมีทรวงทรง ดวงหน้าหวานโผล่พ้นผ้าคลุมแค่ครึ่งหน้าก็ทำเอาหลายคนตกตะลึง“สวย ๆ อาตง อาบุดซาบาอีสวยมากจริง ๆ”กิมเฮียงชื่นชมบุษบาคนงามไม่หยุดปาก เสียงปรบมือยังคงดังก้องแข่งกับเสียงเพลง ร่างน้อยที่เริ่มกรีดกรายอยู่บนเวทีนั้นงดงามราวกับเทพเซียนจิ้งจอก เย้ายวนแต่ก็มิอาจละสายตาได้ทำได้เพียงดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสวยงามเท่านั้นในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์นั้น วาริทและรินลดาที่ได้รับสัญญาณจากมารดาจึงหาทางปลีกตัวออกไป“อาม่า ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักค

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 7

    กิมเฮียงนั่งมองบนเวทีการแสดงที่คนของหลานชายจัดหามาให้ มืออันเหี่ยวย่นวางลงบนหลังมือของหลานชายแผ่วเบา หญิงชราหันมายิ้มตายีพลางเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว“ขอบใจนาอาตงที่ตามใจอาม่า วันเกิดของคนหนุ่มควรไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแท้ ๆ แต่ลื้อก็ยังเลือกจัดงานเพื่อให้อาม่ามีความสุข”“เพื่อนผมเต็มงาน อาม่าไม่เห็นเหรอ”“ก็เหง...แต่ลื้อก็สละเวลามาดูแลอั๊ว”“อาม่าสละเวลาทั้งชีวิตดูแลผมได้ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะทำให้ไม่ได้” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากให้ผู้มีพระคุณที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากจัดงานอะไรเอิกเกริกขนาดนี้ ทว่าอาม่าแก่ขึ้นทุกวัน เธอมักพูดว่าอยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวให้มากจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นงานวันเกิดจึงเปรียบเสมือนฉากหน้าที่พาพ่อและญาติ ๆ มารวมตัวถึงไม่สนิทสนม แต่ทุกคนก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี“พี่วิน แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะคะ” วางมือบนแขนของเขาอย่างตั้งใจแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ จงใจให้หญิงสาวทั่วทั้งงานเข้าใจว่าเธอคือคู่หมั้นของเขา ทั้งที่สองบ้านยังไม่ได้ส่งมอบสินสอดทองหมั้นแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างสงวนท่าทีเพื่อกอบโกยผลประโยชน์สูงสุด“สุขสันต์วันเกิดนะครับ”คุณฮั่นโค้งศีรษะให้เป

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 6

    เหมยฮัวลากถูลู่ถูกังพาพี่ชายเข้าไปในวงล้อมของกลุ่มนักการเมืองของคุณพ่อ คุณฮั่นพยายามแกะมือปลาหมึกของน้องสาวออกแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเธอได้ เหมยฮัวไม่ชอบให้พี่ชายเข้าไปวุ่นวายกับคนค้าขายเหล่านั้น แม้จะไม่พูดออกมาตามตรงทว่าการกระทำของเธอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากเสวนาด้วย“เหมยฮัว สวยจังเลยลูกสาวเตี่ย” ชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตาทรงกลมมองมายังลูกสาวคนโปรดด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม“แหม คุณประกิตไม่เก็บอาการเลยนะครับ ลูกสาวสวยขนาดนี้คนคงรุมจีบหัวกระไดไม่แห้งเลยใช่ไหม” หนึ่งในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเชิงล้อเลียน“ใครว่าล่ะ ผมกลัวลูกสาวของผมจะไปขืนใจลูกชายใครเข้าเสียมากกว่า” คุณประกิตพูดพลางเหลือบตามองไปยังชัยทัตทีหนึ่ง เหมือนรู้กันว่าอีกไม่นานคงได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน“เตี่ยก็… พูดแบบนี้เหมยเสียหายนะคะ” หญิงสาวทำหน้างอ มองผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางไม่จริงจังนัก“คุณประกิตก็พูดเกินไป อาจมีใครสักคนที่ยินยอมพร้อมใจยกลูกชายให้หนูเหมยฮัวก็ได้นะคะ” ลัดดาวัลย์แม่เลี้ยงของเฮียตงกล่าว พลางหันไปหาลูกชายกับลูกสาวของเธอที่นั่งอยู่ข้างกายเธออยากส่งเสริมให้เหมยฮัวได้แต่งกับลูกชายแท้ ๆ ของเธอเอ

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 5

    งานวันเกิดเฮียตงจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์เฉลิมบุรี จิ่นไจ๋มากับหงส์ พี่สาวคู่ใจ ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยแต่งหน้า แต่งตัวในห้องรับรองของนักแสดง ทั้งสองสงบปากสงบคำกว่าที่เคยเป็นจนเจ๊ซิ้มหรี่ตามองด้วยความสงสัย“พวกลื้อไปทำอะไรมา ทำไมพากันนั่งหัวหดเป็นเต่าแบบนี้”“แหม เจ๊ก็ว่าไป พวกอั๊วจะไปทำอะไรได้ วัน ๆ อยู่แต่ในร้านน้ำชาเนี่ย” หงส์เงยหน้าตอบแต่ท่าทางของเธอดูมีพิรุธ“ฮึ อั๊วไม่ถามลื้อแล้ว” เจ๊ซิ้มหันไปอีกทางมองเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดระบำเจ็ดจาน[1]ที่นั่งก้มหน้าไม่สบตา“ว่ายังไงอาไจ๋ ลื้อก็ทำตัวเหลวไหลไปอีกคนงั้นรึ?”“เปล่านะจ๊ะ คือที่จริง...” บุษบาคนงามถูกเค้นถาม ก็ลากเสียงยืดยาวก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ“สองสามวันก่อนพวกเรานินทาเฮียตงระยะเผาขนที่ร้านเจ๊กโง้ว...เลยกลัวอีจับได้จ้ะ”สาวใหญ่มองเด็กทั้งสองคนด้วยท่าทางตกตะลึงพรึงเพริด อยากจะล้มครืนลงไปเสียงตรงนั้น เรื่องค่าเช่าร้านยังเจรจาไม่รู้ความ พวกตัวปัญหาก็สร้างเรื่องให้เธอต้องปวดหัวเพิ่มอีกแล้ว!“โอ๊ย พวกลื้อนี่มันจริง ๆ เลย! งั้นวันนี้จะต้องแสดงให้สุดฝีมือเชียวนาอาไจ๋ ไม่อย่างงั้นเจ๊จะหักเงินเดือนพวกลื้อสองคนมาจ่ายค่าเช่าเลยคอยด

  • บุษบาเยาวราช   บทที่ 4

    “คิก ๆ ไม่ทะเลาะกันสักวันจะกินข้าวไม่อร่อยเลยเหรอจ๊ะเจ๊” จิ่นไจ๋หัวเราะเบา ๆ พลางเดินไปตักน้ำในกระติกที่อยู่ด้านหลังร้านมาให้เจ๊หงส์“ขอบใจจ้า เฮ้อ กลับไปจะนอนให้หนำใจเลยเชียว”“ไจ๋คงต้องนั่งย่อยก่อนจ้ะ ไม่งั้นจะแสบหน้าอกเหมือนจะขย้อนอาหารที่กินเข้าไปออกมา”“อ้าว ไปหาหมอหรือยัง เจ๊พาไปซื้อยาไหม”จิ่นไจ๋ส่ายหน้าไปมาก่อนตอบเสียงอ่อน“หมอบอกว่ากระเพาะอ่อนแอมีกรดย้อนขึ้นมาจ้ะ หลังกินข้าวต้องรอสักครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงจึงจะดี”“อ๋อ อาการคล้ายเรอเปรี้ยวแบบนั้นเหรอ” หงส์พยักหน้ารับรู้ก่อนจะสบตารุ่นน้องอย่างให้กำลังใจป๊อก ป๊อกเสียงวางถ้วยกระเบื้องดังเป็นจังหวะเมื่อกระทบกับโต๊ะไม้ ทำให้สองสาวต่างหันไปมองอาหารเช้ากลิ่นหอมฉุยของพวกเธอ“มาแล้ว ๆ กิงให้อาหร่อยนาอาบุษบา” เจ๊กโง้วยิ้มตาหยีให้อาไจ๋ แต่พอหันไปทางเจ๊หงส์ก็หุบยิ้มพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงยืดยาว “…ลื้อด้วยก็ล่าย อาหงส์” “ชิส์ ตีคนแก่จะบาปไหมอาไจ๋” หงส์มองค้อนเจ๊กโง้วอย่างไม่จริงจังนัก“เอาน่าเจ๊ แปะแกไม่มีลูกหลานทำงานตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างกว่าจะนอนก็ดึกดื่น อารมณ์ดีได้ขนาดนี้ก็นับว่าเก่งแล้วล่ะจ้ะ”“อืม ก็จริงของลื้อ แต่เอาจริง ๆ นา เห็นเค

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status