เข้าสู่ระบบทางด้านจิ่นไจ๋ที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นแสดงกะทันหัน ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นทันใด เวทีนี้ทั้งแสงสีและขนาดยิ่งใหญ่เสียกว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเธอ ผู้ชมเบื้องล่างต่างก็เป็นคนสำคัญในย่านนี้ทั้งสิ้น หากวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเห็นทีฮวาอี้โหลวของเธอคงสิ้นชื่อ
“เสียงเพลงขึ้นแล้วแสดงเลยอย่าให้ผิดหวัง” ชายชุดดำสวมชุดสูทแบบฝรั่งกล่าวกับเขาก่อนขึ้นเวลา
“ค่ะ” บุปผาตัวน้อยพยักหน้าก่อนเดินกรีดกรายขึ้นไปบนเวที
“โฮ้ววว”
เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อเรือนร่างอรชรก้าวขึ้นบนเวที จิ่นไจ๋ในหน้ากากของบุษบานั้นสวมชุดเสื้อแขนยาวแบบกว้าง กับกระโปรงสีสันสดใสผูกช่วงเอวด้วยผ้าสีเดียวกันดูมีทรวงทรง ดวงหน้าหวานโผล่พ้นผ้าคลุมแค่ครึ่งหน้าก็ทำเอาหลายคนตกตะลึง
“สวย ๆ อาตง อาบุดซาบาอีสวยมากจริง ๆ”
กิมเฮียงชื่นชมบุษบาคนงามไม่หยุดปาก เสียงปรบมือยังคงดังก้องแข่งกับเสียงเพลง ร่างน้อยที่เริ่มกรีดกรายอยู่บนเวทีนั้นงดงามราวกับเทพเซียนจิ้งจอก เย้ายวนแต่ก็มิอาจละสายตาได้
ทำได้เพียงดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสวยงามเท่านั้น
ในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์นั้น วาริทและรินลดาที่ได้รับสัญญาณจากมารดาจึงหาทางปลีกตัวออกไป
“อาม่า ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะครับ” วาริทมองหน้าพี่สาวเหมือนส่งซิกกันกลาย ๆ
“เออ ๆ รีบไป อั๊วจะดูการซาแดง” หญิงชราโบกไม้โบกมืออย่างนึกรำคาญ สองพี่น้องที่เอาแต่นั่งตัวตรงเป็นหุ่นกระบอกทำเสียบรรยากาศไปหมด
จิ่นไจ๋ได้ยินคำชมจากหญิงชราก็หันมายิ้มหวานให้ ดูจากคนที่นั่งข้างกายของเธอแล้ว คาดว่าน่าจะเป็นอาม่าตระกูลตันผู้โด่งดังในย่านเยาวราช คนงามหันไปสบตากับเจ๊ซิ้มที่ยืนอยู่ตรงประตูทางเข้างานก่อนที่อีกฝ่ายจะพยักหน้าให้
‘ออกไปยืนซะไกลเชียว ไหนว่าอยากรู้จักเฮียตงไงจ๊ะ’
อาไจ๋ได้แต่คิดอยู่ในใจพลางส่งสายตาหวานกลับไปให้ อึดใจต่อมาเสียงดนตรีก็โหมดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วโถงแตกต่างจากร้านน้ำชาที่คุ้นเคย ร่างบอบบางกรีดกรายร่ายรำสุดความสามารถ ขึ้นเหยียบกลองอย่างแม่นยำทีละใบ สองแขนสะบัดโบกผ้าไปมา ชั่วครู่การแสดงก็จบลงพร้อมกับเสียงปรบมือ
แปะ แปะ
“อา สวยตรึงตาตรึงใจมากจริง ๆ ล่วย อั๊วไม่ได้ดูแบบนี้มานานเลี้ยว”
“ถ้าอาม่าชอบ ผมจะเชิญเธอมาแสดงอีกดีไหมครับ”
หยางตงถามพลางปรายตามองเจ้าของใบหน้างามที่ยืนหอบบนเวที เขาจำได้ดีว่านี่คือหญิงปากมากที่นินทาเขาตอนอยู่ร้านข้าวต้มเจ๊กโง้ว
ใบหน้าผ่องไร้เครื่องประทินที่เห็นก่อนหน้านี้ทำให้เขาลอบแอบมองอยู่หลายครั้งทีเดียว
แม้ใบหน้าของเธอจะสวมผ้าคลุมปกปิด แต่กลิ่นกายยามเคลื่อนไหวเขากลับจำได้ดี หากแต่ความรู้สึกคุ้นเคยนี้ประหลาดนักเหมือนเคยพบกันที่ไหนมาก่อน ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องกับคนที่เขาตามหาหรือไม่ แต่คนที่เขาตามหาเป็นบุปผา…ไม่น่าจะเป็นหญิงสาวดาวเด่นประจำเยาวราชไปได้
‘บุษบางั้นเหรอ...จบงานเลี้ยงแล้วค่อยส่งคนไปสืบให้กระจ่าง’
จิ่นไจ๋ค้อมตัวให้ผู้ชมแล้วเร่งฝีเท้าลงจากเวที กลัวว่าจะถูกเชิญลงเหมือนอย่างคนก่อนหน้า เขาเดินตามทางเดินแคบ ๆ ไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลจากบริเวณงานนัก
“เฮ้อ โล่งจังเลย...”
แต่ทันใดนั้นเอง!
จู่ ๆ ก็มีมือที่มองไม่เห็นมาอุดปากจนหายใจแทบไม่ออก เขาพยายามตะเกียกตะกายเอาตัวรอด แต่เรี่ยวแรงของมือปริศนากลับทำให้จิ่นไจ๋ไร้ซึ่งหนทางตอบสนอง
สุดท้ายก็สลบไปในที่สุด!
ทางด้านตันหยางตงเริ่มเบื่อหน่ายแล้ว เขาก็เร่งเตรียมตัวพาอาม่ากลับ หญิงชราคาดคั้นว่าเขาต้องกินหมี่อายุยืนก่อนจึงจะกลับได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ชายหนุ่มแปลกใจก็คือคนเข็นรถบะหมี่กลับเป็นน้องสาวต่างแม่
“ทำไมต้องให้เธอเข็นมา” เขาหรี่ตามองอย่างจับผิด
“โธ่เฮีย รินก็แค่มีน้ำใจ” หญิงสาวแสร้งทำหน้าน้อยใจ
“อีกอย่างบะหมี่นี่ อาม่าก็เป็นคนทำเองกับมือต่อให้เฮียไม่ชอบรินยังไง บะหมี่ก็ไม่เกี่ยว”
หยางตงจับตะเกียบเขี่ยหาสิ่งผิดปกติในชาม มือหนาเขี่ยไปมาอยู่นาน ความหงุดหงิดก่อตัวขึ้นในใจ
ก่อนตัดสินใจตักเข้าปากอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากเสียเวลาอยู่ที่นี่นาน
“อาหร่อยไหมอาตง ม่าทำสุดฝีมือเลยนา” เสียงหญิงชรากล่าวอย่างภาคภูมิใจ ตันหยางตงพยักหน้าหงึก ๆ ขณะสูดเส้นหมี่เข้าเต็มปากเต็มคำ พยายามกินให้ไวที่สุด
“พี่ฮั่น เหมยไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” เหมยฮัวสะกิดบอกพี่ชาย
“ให้พี่ไปเป็นเพื่อนไหม”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไปครู่เดียว”
วาริทที่เห็นว่าเหมยฮัวออกไปแล้ว เขาก็ส่งซิกให้ลูกน้องตามออกไป
ผ่านไปครู่หนึ่งพี่ชายต่างแม่ก็เริ่มหน้านิ่วคิ้วขมวด เป็นผลพวงจากยาน้ำกำลังเสือโคร่งที่แม่ของเขาเคยใช้กับพ่อสมัยยังสาว มาเฟียหนุ่มที่เก่งกาจกำลังเหงื่อแตกพลั่ก ไม่น่าเชื่อว่าตันหยางตงผู้นี้จะตกหลุมพรางใครได้โดยง่าย
เฮียตงลอบมองสองพี่น้องสลับกันไปมา เขาเริ่มรู้ตัวว่าตนถูกวางยา ใบหน้าหล่อเหลาขบกรามแน่นอย่างอดกลั้น ก่อนลุกขึ้นประคองอาม่า
“อาม่ากลับบ้านก่อนนะครับ อย่าดื้อ” กิมเฮียงได้ยินคำว่าอย่าดื้อก็รู้ได้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
“ไอ้หยา อั๊วต้องกลับบ้านเลี้ยว ไป...พวกลื้อไปส่งอั๊วก่องถึงเวลานอนเลี้ยว”
“เฮียไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า หรือว่าบะหมี่ร้อนไป” วาริทเข้ามาถามพี่ชาย ท่าทางจงใจของเขาทำให้อีกฝ่ายค้อนขวับเป็นวงโต
“มึงไม่ต้องยุ่ง” เขาหันไปทางลูกน้องคนสนิทให้พาตัวเขาออกไปจากที่นี่โดยเร็ว ดวงตาคมวาวด้วยแรงโกรธ หากไม่ไว้หน้าอาม่าแล้วล่ะก็ ไอ้เด็กเมื่อวานซืนนี่ไม่มีทางได้ยืนยิ้มอยู่ตรงนี้อย่างแน่นอน!
“หึ กูนึกว่าจะแน่” วาริทมองตามเจ้าของงานเดินออกไปโดยไม่ลาแขกเหรื่อ รินทร์ลดาจึงขยับเข้ามาหาพี่ชายพลางถามว่า
“แล้วเอาไงต่ออ่ะพี่ริท”
“ส่งคนตามไปถ่ายภาพมันส่งให้อาม่า ขืนเราไปตามจับเหมือนในละครคงถูกจับได้ว่าเป็นคนทำ”
“ฉลาดที่สุด” สองพี่น้องกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจ
แม้วาริทจะนึกเสียดายลูกสาวคนใหญ่คนโตอย่างเหมยฮัวที่จะต้องตกเป็นของพี่ชาย ทั้งที่เขาหมายตาหมายใจมาเนิ่นนานว่าอยากเป็นเขยบ้านแซ่สวี เห็นทีต้องยอมรับชะตากรรมเมื่อเกิดมาเป็นหลานชังของอาม่าจึงไม่มีสิทธิ์เลือกแม้กระทั่งคู่ครอง
‘คอยดูเถอะ สักวันกูจะเป็นคนโปรดของทุกคนแทนมึง ไอ้ตง!’
“อ๊า เฮีย”“หึ!” เฮียตงตาลุกวาวมองเรือนร่างขาวโพลนตาเป็นมัน เนินเนื้อบริเวณหน้าอกนูนขึ้นเล็ก ๆ น่าจะมาจากฮอร์โมนบางอย่างที่ทำให้บุปผาตัวน้อยตรงหน้าเขาดูคล้ายผู้หญิง ชายหนุ่มก้มลงดูยอดอกนุ่มนิ่ม ละเลงลิ้นชิมความหวานจากร่างของอาไจ๋อย่างมูมมาม“อ๊า เฮียอย่าเล่นตรงนั้นจ้ะ อื้อ!”ร่างของจิ่นไจ๋สั่นสะท้าน หัวใจเต้นระรัว ลมหายใจขาดห้วงริมฝีปากร้อนระอุของเฮียตงกำลังครอบครองจุดสั่นไหวของเขา มือใหญ่ล้วงลงไปเบื้องล่างเจอกลุ่มก้อนป่องนูน ก็ยิ้มกริ่มสะโพกนุ่มกำลังแอ่นอ้ารับการปรนเปรอแตกต่างจากปากเล็ก ๆ ที่เอาแต่เอ่ยคำทัดทาน“อาไจ๋พร้อมเป็นของเฮียหรือยัง”“อึก”จิ่นไจ๋ขบเม้มริมฝีปากดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองศีรษะทุยที่กำลังพรมจูบไปตามลำตัวของเขาอย่างนึกกระดากอายแต่ร่างกายกลับตอบสนองตามสัญชาตญาณ เรียวขาทั้งสองเกี่ยวสะโพกสอบเข้าหาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไป‘ร่างกายทรยศ!’บุปผาคนสวยได้แต่ก่นด่าตัวเองอยู่ในใจ สมองของเขาเบลอไปหมด เมื่อลมหายใจอุ่นร้อนรินรดผิวเนื้อเย็นริมฝีปากของมาเฟียหนุ่มขบเม้มผิวเนื้อนุ่มด้วยปลายฟันเบา ๆ ทิ้งรอยจาง ๆ ที่ทำให้ร่างบางสะดุ้งเฮือก“อ๊า… อย่าจ้ะ…” เสียงสั่นเครือหลุดลอดริมฝีปาก
หยางตงเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่ปกติ อาการร้อนวูบวาบแปลบปลาบไปทั้งตัวเช่นนี้ใช่ว่าสุริยาอย่างเขาจะไม่เคยเจอ เพียงแต่ร่างกายกลับไม่สามารถตอบสนองความต้องการนี้ได้ เนื่องจากหลวมตัวไปผูกพันธะกับบุปผาคนหนึ่งเข้าตั้งแต่เมื่อห้าปีก่อน…จนถึงบัดนี้เขาก็ยังหาตัวคนผู้นั้นไม่เจอ“อาเชน แวะตึกเจ็ดชั้นข้างหน้า” ชายหนุ่มปลดกระดุมสองเม็ดบนสุดออกอย่างรำคาญ ใบหน้าคมคายหายใจถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ดวงตาพร่าเลือนเหมือนคนสายตาสั้นมองอะไรไม่ชัด“ไหวไหมครับเฮีย” เชนมือขวาของเขาถามพลางมองกระจกหลังดูอาการของผู้เป็นนายอย่างเป็นห่วง“ไม่ต้องสนใจอั๊ว กลับบ้านไปบอกอาม่าว่า คืนนี้อั๊วมีธุระนอนที่สำนักงาน”“ครับเฮีย”หยางตงตั้งใจหลบเลี่ยงผู้คนเพื่อเอาตัวรอดในสถานการณ์นี้โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า นิสัยของเขาถูกฝ่ายตรงข้ามเดาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!ตึกเจ็ดชั้นเป็นโรงแรมแห่งเดียวที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หากผ่านมาทางนี้อย่างไรก็ต้องแวะพักที่นี่ แทนที่จะกลับไปพักที่บ้านอย่างแน่นอน“เฮียตง เปิดห้องใช่ไหมครับ” พนักงานต้อนรับวิ่งหน้าตั้งเข้ามารับแขกประจำ“เออ อั๊วขอห้องเดิม”“ครับ เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ”“ไม่ต้อง ลื้อมีอะไรก็ไปทำเถอะ” ชายหนุ่มไ
ทางด้านจิ่นไจ๋ที่ถูกเรียกตัวให้ขึ้นแสดงกะทันหัน ก็เกิดอาการประหม่าขึ้นทันใด เวทีนี้ทั้งแสงสีและขนาดยิ่งใหญ่เสียกว่าร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเธอ ผู้ชมเบื้องล่างต่างก็เป็นคนสำคัญในย่านนี้ทั้งสิ้น หากวันนี้เกิดข้อผิดพลาดเห็นทีฮวาอี้โหลวของเธอคงสิ้นชื่อ“เสียงเพลงขึ้นแล้วแสดงเลยอย่าให้ผิดหวัง” ชายชุดดำสวมชุดสูทแบบฝรั่งกล่าวกับเขาก่อนขึ้นเวลา“ค่ะ” บุปผาตัวน้อยพยักหน้าก่อนเดินกรีดกรายขึ้นไปบนเวที“โฮ้ววว”เสียงอุทานดังขึ้นเมื่อเรือนร่างอรชรก้าวขึ้นบนเวที จิ่นไจ๋ในหน้ากากของบุษบานั้นสวมชุดเสื้อแขนยาวแบบกว้าง กับกระโปรงสีสันสดใสผูกช่วงเอวด้วยผ้าสีเดียวกันดูมีทรวงทรง ดวงหน้าหวานโผล่พ้นผ้าคลุมแค่ครึ่งหน้าก็ทำเอาหลายคนตกตะลึง“สวย ๆ อาตง อาบุดซาบาอีสวยมากจริง ๆ”กิมเฮียงชื่นชมบุษบาคนงามไม่หยุดปาก เสียงปรบมือยังคงดังก้องแข่งกับเสียงเพลง ร่างน้อยที่เริ่มกรีดกรายอยู่บนเวทีนั้นงดงามราวกับเทพเซียนจิ้งจอก เย้ายวนแต่ก็มิอาจละสายตาได้ทำได้เพียงดำดิ่งลงไปในห้วงเหวแห่งความสวยงามเท่านั้นในขณะที่ทุกคนกำลังอยู่ในภวังค์นั้น วาริทและรินลดาที่ได้รับสัญญาณจากมารดาจึงหาทางปลีกตัวออกไป“อาม่า ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำสักค
กิมเฮียงนั่งมองบนเวทีการแสดงที่คนของหลานชายจัดหามาให้ มืออันเหี่ยวย่นวางลงบนหลังมือของหลานชายแผ่วเบา หญิงชราหันมายิ้มตายีพลางเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว“ขอบใจนาอาตงที่ตามใจอาม่า วันเกิดของคนหนุ่มควรไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแท้ ๆ แต่ลื้อก็ยังเลือกจัดงานเพื่อให้อาม่ามีความสุข”“เพื่อนผมเต็มงาน อาม่าไม่เห็นเหรอ”“ก็เหง...แต่ลื้อก็สละเวลามาดูแลอั๊ว”“อาม่าสละเวลาทั้งชีวิตดูแลผมได้ เรื่องแค่นี้ทำไมผมจะทำให้ไม่ได้” ชายหนุ่มยิ้มมุมปากให้ผู้มีพระคุณที่จริงเขาก็ไม่ได้อยากจัดงานอะไรเอิกเกริกขนาดนี้ ทว่าอาม่าแก่ขึ้นทุกวัน เธอมักพูดว่าอยากมีช่วงเวลาดี ๆ กับครอบครัวให้มากจนกว่าจะถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ดังนั้นงานวันเกิดจึงเปรียบเสมือนฉากหน้าที่พาพ่อและญาติ ๆ มารวมตัวถึงไม่สนิทสนม แต่ทุกคนก็ยังทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี“พี่วิน แฮปปี้เบิร์ดเดย์นะคะ” วางมือบนแขนของเขาอย่างตั้งใจแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ จงใจให้หญิงสาวทั่วทั้งงานเข้าใจว่าเธอคือคู่หมั้นของเขา ทั้งที่สองบ้านยังไม่ได้ส่งมอบสินสอดทองหมั้นแต่อย่างใด ต่างฝ่ายต่างสงวนท่าทีเพื่อกอบโกยผลประโยชน์สูงสุด“สุขสันต์วันเกิดนะครับ”คุณฮั่นโค้งศีรษะให้เป
เหมยฮัวลากถูลู่ถูกังพาพี่ชายเข้าไปในวงล้อมของกลุ่มนักการเมืองของคุณพ่อ คุณฮั่นพยายามแกะมือปลาหมึกของน้องสาวออกแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเธอได้ เหมยฮัวไม่ชอบให้พี่ชายเข้าไปวุ่นวายกับคนค้าขายเหล่านั้น แม้จะไม่พูดออกมาตามตรงทว่าการกระทำของเธอก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากเสวนาด้วย“เหมยฮัว สวยจังเลยลูกสาวเตี่ย” ชายสูงวัยท่าทางภูมิฐานสวมแว่นตาทรงกลมมองมายังลูกสาวคนโปรดด้วยใบหน้ายิ้มกริ่ม“แหม คุณประกิตไม่เก็บอาการเลยนะครับ ลูกสาวสวยขนาดนี้คนคงรุมจีบหัวกระไดไม่แห้งเลยใช่ไหม” หนึ่งในเพื่อนร่วมอุดมการณ์ทักขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเชิงล้อเลียน“ใครว่าล่ะ ผมกลัวลูกสาวของผมจะไปขืนใจลูกชายใครเข้าเสียมากกว่า” คุณประกิตพูดพลางเหลือบตามองไปยังชัยทัตทีหนึ่ง เหมือนรู้กันว่าอีกไม่นานคงได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน“เตี่ยก็… พูดแบบนี้เหมยเสียหายนะคะ” หญิงสาวทำหน้างอ มองผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางไม่จริงจังนัก“คุณประกิตก็พูดเกินไป อาจมีใครสักคนที่ยินยอมพร้อมใจยกลูกชายให้หนูเหมยฮัวก็ได้นะคะ” ลัดดาวัลย์แม่เลี้ยงของเฮียตงกล่าว พลางหันไปหาลูกชายกับลูกสาวของเธอที่นั่งอยู่ข้างกายเธออยากส่งเสริมให้เหมยฮัวได้แต่งกับลูกชายแท้ ๆ ของเธอเอ
งานวันเกิดเฮียตงจัดขึ้นที่โรงภาพยนตร์เฉลิมบุรี จิ่นไจ๋มากับหงส์ พี่สาวคู่ใจ ซึ่งวันนี้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงช่วยแต่งหน้า แต่งตัวในห้องรับรองของนักแสดง ทั้งสองสงบปากสงบคำกว่าที่เคยเป็นจนเจ๊ซิ้มหรี่ตามองด้วยความสงสัย“พวกลื้อไปทำอะไรมา ทำไมพากันนั่งหัวหดเป็นเต่าแบบนี้”“แหม เจ๊ก็ว่าไป พวกอั๊วจะไปทำอะไรได้ วัน ๆ อยู่แต่ในร้านน้ำชาเนี่ย” หงส์เงยหน้าตอบแต่ท่าทางของเธอดูมีพิรุธ“ฮึ อั๊วไม่ถามลื้อแล้ว” เจ๊ซิ้มหันไปอีกทางมองเจ้าของร่างอรชรอ้อนแอ้นในชุดระบำเจ็ดจาน[1]ที่นั่งก้มหน้าไม่สบตา“ว่ายังไงอาไจ๋ ลื้อก็ทำตัวเหลวไหลไปอีกคนงั้นรึ?”“เปล่านะจ๊ะ คือที่จริง...” บุษบาคนงามถูกเค้นถาม ก็ลากเสียงยืดยาวก่อนจะอ้อมแอ้มตอบ“สองสามวันก่อนพวกเรานินทาเฮียตงระยะเผาขนที่ร้านเจ๊กโง้ว...เลยกลัวอีจับได้จ้ะ”สาวใหญ่มองเด็กทั้งสองคนด้วยท่าทางตกตะลึงพรึงเพริด อยากจะล้มครืนลงไปเสียงตรงนั้น เรื่องค่าเช่าร้านยังเจรจาไม่รู้ความ พวกตัวปัญหาก็สร้างเรื่องให้เธอต้องปวดหัวเพิ่มอีกแล้ว!“โอ๊ย พวกลื้อนี่มันจริง ๆ เลย! งั้นวันนี้จะต้องแสดงให้สุดฝีมือเชียวนาอาไจ๋ ไม่อย่างงั้นเจ๊จะหักเงินเดือนพวกลื้อสองคนมาจ่ายค่าเช่าเลยคอยด

![ผัวแฝดของผมเป็นมาเฟีย [YAOI] + [BDSM] + [3P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





