Masukเมฆินทร์ลุกขึ้นจากเตียง และเดินไปยังโต๊ะอาหารที่อยู่ข้าง ๆ เขาหยิบถาดอาหารขึ้นมา และกำลังจะเอามาวางลงบนตักของปรายฟ้า หญิงสาวรีบบอกด้วยความเกรงใจ
“ขอบคุณค่ะ แต่เดี๋ยวฉันเอาไปทานที่โต๊ะดีกว่า” ปรายฟ้ารีบบอก เธอถือถาดอาหารกลับไปที่โต๊ะและเริ่มทานอาหารอย่างช้า ๆ อาหารอร่อยมาก แต่เธอรู้สึกว่าเธอแทบไม่ได้ลิ้มรสชาติของมันเลยเธอหิวจนต้องรีบกลืนมันลงคอ ก่อนที่ความคิดของเธอจะยังคงวนเวียนอยู่กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เมื่อปรายฟ้าทานอาหารเสร็จ เมฆินทร์ก็ถามด้วยความเป็นห่วงอีกครั้ง
“คุณรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยังครับ” เขาถาม
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ตอนนี้ปรายอิ่มแปล้เลย” ปรายฟ้าตอบ
“ขอบคุณนะคะ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ” เมฆินทร์ตอบ
“ผมดีใจที่ได้ดูแลคุณ”
ปรายฟ้าจ้องมองเมฆินทร์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่น ก่อนจะเอ่ยถามเมื่ออยากชวนเขาคุยและรู้จักเขาให้มากกว่านี้
“คุณมีชื่อเล่นมั้ยคะ...” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว
“มีครับ คุณเรียกผมว่าเมฆก็ได้ครับ” เมฆินทร์ตอบ
“ค่ะ..คุณเมฆ...” ปรายฟ้าเอ่ยชื่อของเขาด้วยรอยยิ้ม
สายตาคมกริบของเมฆินทร์จับจ้องร่างระหงของปรายฟ้าราวกับโดนมนตร์สะกด ความงามล้ำเลิศและทรวดทรงองค์เอวอันเย้ายวนของหล่อน ทำให้ไฟปรารถนาในอกของเขาแทบลุกโชน ชายหนุ่มกล้ำกลืนความปรารถนาอันแรงกล้า และพยายามควบคุมตนเองมิให้เผลอไผลไปกับเสน่ห์ความงามของเธอ ก่อนจะเอ่ยขึ้นสั้น ๆ และพยายามหักห้ามใจ เพราะใบหน้าสวยและหุ่นของเธอมันช่างเย้ายวนจนทำให้เขาอยากหลับนอนกับเธอตรงนี้ซะเหลือเกิน
“ผมว่าคุณพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะไปส่งคุณเอง” เขารีบบอกเธอ ปรายฟ้าเงยหน้าขึ้นมองเมฆินทร์ด้วยความรู้สึกขอบคุณ ใจจริงเธอไม่อยากไปจากที่นี่เลยด้วยซ้ำ เมฆินทร์ยิ้มให้ปรายฟ้าก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างเสียดาย
07.00 น.
แสงอรุณของเช้าวันใหม่สาดส่องลงบนผืนน้ำทะเลอันดามันที่ทอประกายระยิบระยับ เมฆินทร์ยืนอยู่บนท่าเรือ ก่อนจะสั่งการลูกน้องให้เตรียมเรือสำหรับเดินทางเข้าฝั่ง เขาเดินไปรอปรายฟ้าที่กำลังแต่งตัวอยู่หน้าเรือนรับรองด้วยสีหน้าเรียบเฉย ความรู้สึกในใจของเขาพลุ่งพล่าน สับสนวุ่นวาย และก็ไม่แน่ใจว่าควรจะจัดการกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อย่างไรดี
ปรายฟ้าเดินออกมาจากห้องพักในชุดเดรสยาวสีขาวบริสุทธิ์ที่เอมอรจัดหาให้ รูปร่างสูงโปร่งของเธอขับเน้นความงามสง่า ใบหน้าสวยหวานประดับด้วยรอยยิ้มสดใส แต่ในแววตากลับซ่อนความกังวลไว้ลึกๆ
“ไปกันเลยมั้ยคะ” หญิงสาวเอ่ยทักเมื่อเห็นร่างสูงที่กำลังยืนหันหลังคอยเธออยู่
“คุณพร้อมหรือยังครับ” เมฆินทร์หันกลับมาตามเสียงหวานของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มนุ่ม
“พร้อมแล้วค่ะ” ปรายฟ้าตอบเสียงหวาน
“งั้นเชิญทางนี้ครับ ผมให้ลูกน้องเตรียมเรือที่จะไปส่งคุณแล้ว”
“อย่าบอกนะคะว่าคุณจะให้ลูกน้องของคุณเป็นคนไปส่งปราย” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความประหลาดใจ
“ผมไม่ทำเสียมารยาทเช่นนั้นหรอกครับ ผมพาคุณมาที่นี่ผมก็ต้องเป็นคนไปส่งคุณด้วยตัวเองสิครับ” เมฆินทร์รีบตอบ น้ำเสียงของเขาหนักแน่นจริงจัง บ่งบอกถึงความรับผิดชอบและความใส่ใจที่เขามีต่อเธอ ปรายฟ้ามองเขาด้วยแววตาซาบซึ้งใจ เธอดีใจที่เขาใส่ใจเธอมากขนาดนี้
ทั้งสองเดินลงจากบ้านพักไปยังท่าเรือ ลูกน้องของเมฆินทร์ยืนรออยู่หลายคน พวกเขามีสีหน้ากระตือรือร้นและพร้อมที่จะเดินทางไปดูแลเจ้านายอย่างใกล้ชิด หลังจากที่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ว่าเมื่อเรือลำหนึ่งแล่นเข้ามาที่เกาะมายา ปรายฟ้าหันมามองใบหน้าคมเข้มของเมฆินทร์ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“วันนี้ปรายจะพาคุณไปรู้จักกับพ่อของปรายนะคะ แต่ปรายขออะไรคุณอย่างหนึ่งได้ไหมคะ” เธอเอ่ยเสียงอ่อนหวาน
“คุณจะขออะไรครับ” เมฆินทร์ถาม
“อย่าบอกเรื่องเมื่อคืนให้พ่อรู้เลยนะคะ ท่านไม่สบาย ปรายไม่อยากให้ท่านตกใจ” ปรายฟ้าขอร้องด้วยแววตาอ้อนวอน ก่อนจะเล่าว่าพ่อของเธอป่วยเป็นโรคหัวใจ
“แล้วถ้าท่านมารู้ทีหลังล่ะ ท่านจะไม่เสียใจมากกว่านี้เหรอครับ” เมฆินทร์ถามด้วยความเป็นห่วง
“เรื่องนี้เรารู้กันแค่สองคนนะคะ ปรายขอเบอร์กับไลน์ของคุณไว้ได้ไหมคะ” เมฆินทร์ยื่นโทรศัพท์ให้เธอ
“พ่อของปรายเป็นเจ้าของโรงแรมที่กระบี่ ท่านไม่ค่อยมีเวลาหรอกค่ะ” เธอเมมเบอร์โทรศัพท์และสแกนเพิ่มเพื่อนในไลน์อย่างรวดเร็ว
“โรงแรมเหรอครับ” เมฆินทร์ทวนคำ
“ค่ะ” ปรายฟ้าตอบ
“ผมตกลงที่จะเก็บความลับให้คุณครับ คุณปราย” เมฆินทร์ตอบรับด้วยความสงสัย เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงต้องปิดบังเรื่องราวเมื่อคืนจากบิดา
เมื่อเรือเทียบท่า ปรายฟ้าพาเมฆินทร์ไปยังโรงแรมหรูของบิดา โรงแรมแห่งนี้ใหญ่โตโอ่อ่า เมฆินทร์รู้สึกประหลาดใจกับความมั่งคั่งของครอบครัวปรายฟ้า
“นี่คือโรงแรมของพ่อปรายค่ะ” ปรายฟ้าแนะนำ
“ใหญ่โตมากครับ” เมฆินทร์เอ่ยชม
“ท่านเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จค่ะ” ปรายฟ้าพูดด้วยความภาคภูมิใจ
ทั้งสองเดินเข้าไปในโรงแรม ปรายฟ้าพาเมฆินทร์ไปยังห้องทำงานของบิดา เมื่อเข้าไปในห้อง เมฆินทร์เห็นชายสูงวัยคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน ใบหน้าคมเข้มและแววตาเฉียบคมบ่งบอกถึงอำนาจและบารมี
“พ่อคะ นี่คุณเมฆินทร์ แฟนใหม่ของปรายค่ะ” ปรายฟ้าแนะนำและบอกว่าเขาเป็นแฟนจนเมฆินทร์ตกใจ ไม่คิดว่าเธอจะแนะนำเขาเช่นนั้น
“สวัสดีครับ” เมฆินทร์ยกมือไหว้ด้วยความสับสน เขาหันไปมองปรายฟ้า เธอได้แต่กะพริบตาเป็นสัญญาณ
“สวัสดี คงเพิ่งจะคบหากับยัยปรายละสิ ผมไม่เคยเห็นคุณมาก่อนเลย” ไพโรจน์ถามเสียงเข้ม และจ้องมองเมฆินทร์ด้วยแววตาจับผิด ก่อนจะยิงคำถาม
“คุณทำงานอะไร” ไพโรจน์ถามต่อ
“ผมทำธุรกิจรังนกอยู่ที่เกาะมายาครับ” เมฆินทร์ตอบ
“รังนกงั้นเหรอ” ไพโรจน์ทวนคำ
“ครับ” เมฆินทร์ตอบ
“เป็นเกาะของคุณเองเหรอ” ไพโรจน์ถามต่อเพราะไม่เชื่อว่าเขาจะเป็นแฟนของลูกสาวจริง ๆ
“ครับ” เมฆินทร์ตอบ จากนั้นบทสนทนาก็ดำเนินต่อไปอีกสักพัก จากนั้นเมฆินทร์ก็ขอตัวลากลับ
ตอนที่ 42 ตอนจบช่วงสายของวันรุ่งขึ้น ชัญญาก็ออกมาพบกับภูผาตามแผนที่วางเอาไว้ โดยมีรินรดามาด้วย เสี่ยชัชสั่งให้ลูกน้องจอดรถรออยู่ด้านนอก เพื่อรอพาตัวภูผาออกไปชัญญาก้าวเท้าออกมาจากรถหรูด้วยท่าทีสง่างาม รินรดาเดินตามหลังมาติดๆ ดวงตาคมกริบของภูผาจับจ้องร่างบางของเธอด้วยแววตาเจ้าเล่ห์“ผมนึกว่าคุณจะไม่ยอมออกมาพบผมแล้วเสียอีก” ภูผาเอ่ยเสียงทุ้มนุ่ม“มาสิคะ ไหน ๆ เราก็เคยมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน บางครั้งนี่อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายก็ได้ที่เราได้พบกันก็ได้ ” ชัญญาตอบกลับเสียงเรียบอย่างมีเลศนัย“คุณอยากให้เรื่องของเราจบลงด้วยดี ฉันก็เข้าใจค่ะ”“ขอบคุณครับ” ภูผายิ้มมุมปาก“แต่ฉันมีเวลาไม่มากนักนะคะ”“ได้ครับไม่เป็นไร แค่คุณออกมาหาผม..ผมก็ดีใจแล้ว งั้นเราสั่งอะไรมาดื่มกันหน่อยไหมครับ”“กาแฟสักแก้วก็พอค่ะ เดี๋ยวฉันให้น้องรินไปสั่งให้” ชัญญากล่าวจบก็หันมาบอกน้องสาวที่นั่งข้าง ๆ ภูผาส่งสายตาให้รินรดาหยอดยานอนหลับลงในแก้วกาแฟตามแผนที่วางแผนเอาไว้ แต่รินรดาเธอไม่ได้อยู่ข้างภูผาตั้งแต่แรก เธอจึงสลับแก้วกาแฟที่เธอผสมยานอนหลับให้ภูผาดื่มแทน ไม่นานนัก ภูผาก็เริ่มรู้สึกมึนงง ก่อนจะหมดสติไป จากนั้นลูกน้องของ
ตอนที่ 41 ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว วันต่อมา ภูผานั่งเอนหลังบนเก้าอี้หนังตัวใหญ่ในห้องทำงาน แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบใบหน้าคมคายที่ฉายแววเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความพึงพอใจ เงินสามสิบล้านบาทจากปรายฟ้าอยู่ในบัญชีธนาคารของเขาเรียบร้อยแล้ว เขาเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เลื่อนเมาส์ไปมา ก่อนจะหยุดอยู่ที่กราฟราคาบิตคอยน์ที่กำลังพุ่งสูงขึ้น“ถึงเวลาที่เราจะลงทุนกันแล้วสินะ...ที่รัก” ภูผาเอ่ยกับรินรดาที่กำลังยืนบีบนวดไหล่ให้เขาอย่างเอาใจ ก่อนหญิงสาวจะลอบคลี่ยิ้มบางบนใบหน้าสวยอย่างเจ้าเล่ห์ เขากดโอนเงินส่วนหนึ่งเข้าสู่ระบบบิตคอยน์เพื่อลงทุนอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมจับจ้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ภาพชีวิตอันหรูหราในต่างประเทศฉายชัดในมโนสำนึกของเขา“สองแม่ลูกนั่นต้องชดใช้” ภูผาครางเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาคมกริบเปล่งประกายความเคียดแค้น“พี่ภูจะจัดการพวกมันยังไงคะ” เสียงหวานเอ่ยกระซิบที่ข้างหู มือเรียวบางพลางลูบไล้แผงอกกำยำอย่างยั่วยวน“ตอนนี้พี่เป็นหนี้เสี่ยชัชอยู่สิบล้าน ถ้าไม่มีเงินใช้หนี้ ก็ต้องเอาเมียไปขัดดอก” ภูผาหัวเราะหึๆ ในลำคอ“แต่คราวนี้ พี่ต้องพึ่งน้องรินด้วยนะ”“รินจะช่
ตอนที่ 40 แผนรีดทรัพย์วันนี้เมฆินทร์เดินทางมาพบคุณพรรณรายอีกครั้ง เขาตั้งใจจะสารภาพความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้น แม้ว่าคุณพรรณรายจะได้รับรู้เรื่องราวจากลูกสาวของเธอแล้วก็ตาม“คุณพรรณรายครับ วันนี้ผมมาหาคุณเพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการฟ้องหย่าภรรยาของผม แต่ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องนั้น ผมมีเรื่องสำคัญที่ต้องบอกคุณเสียก่อนครับ” เมฆินทร์เริ่มต้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคมกริบสบตาคุณพรรณรายอย่างตรงไปตรงมา“เรื่องอะไร” คุณพรรณรายถามเสียงเย็นชา ดวงตาจับจ้องใบหน้าของเมฆินทร์อย่างคาดคั้น“ก่อนอื่นผม...ผมต้องขอโทษคุณพรรณรายด้วยครับ” เมฆินทร์พูดเสียงแผ่ว“คือผม...ผมกับชัญญา...เรา...” เขาหยุดพูดไปชั่วครู่ รวบรวมความกล้า“เรามีความสัมพันธ์กันครับ และที่ผมมาในวันนี้ก็เพื่อจะสารภาพความจริง และขอรับผิดชอบทุกอย่างครับ” คุณพรรณรายนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเย็นชา“แล้วคุณจะรับผิดชอบลูกสาวฉันอย่างไร” คุณพรรณรายขมวดคิ้ว เมฆินทร์ถอนหายใจ เขารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ง่ายเลย“เรื่องที่เกิดขึ้นผมยอมรับผิดทุกอย่างครับ”“นี่ถ้าฉันไม่ได้ยินจากปากลูกสาว ฉันจะไม่มีวันเชื่อคุณเลย” คุณพรรณรายตอบเสียงเข้ม“แล้วต่อจา
ตอนที่ 39 เช็ดน้ำตาเมฆินทร์ตัดสินใจเดินทางไปยังบริษัททนายความของคุณพรรณราย หวังจะปรึกษาเรื่องการฟ้องหย่าปรายฟ้าให้เป็นเรื่องเป็นราว แต่เมื่อก้าวเข้าไปในห้องทำงานของหญิงสูงวัยท่านนี้ กลับพบเพียงร่างอรชรของบุตรสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานแทนผู้เป็นแม่ เมฆินทร์ก้าวเข้ามาในห้องด้วยความรู้สึกหลากหลาย ก่อนที่หญิงสาวจะเงยหน้าขึ้นมองแล้วเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เธอคิดว่าเขาเดินทางกลับเกาะมายาไปแล้วเสียอีก“พี่เมฆ!!!!..มาทำอะไรที่นี่คะ!!” เสียงหวานคุ้นหูเอ่ยขึ้นอย่างประชดประชัน ดวงตาคู่สวยจ้องมองใบหน้าคมเข้มที่เธอไม่เห็นมานานหลายวัน“พี่มาหาคุณแม่ของชัญญ่า ท่านอยู่มั้ยครับ” เมฆินทร์ตอบด้วยรอยยิ้มบางๆ เขาดีใจที่ได้เห็นเธออีกครั้ง แม้ว่าสถานการณ์จะชวนให้อึดอัดใจก็ตามชัญญาหลบสายตา ไม่ยอมมองหน้าเขา เธอพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกที่ปะทุอยู่ภายในโดยไม่ให้เขาเห็น เธอทั้งโกรธ น้อยใจ และคิดถึงเขา แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเมฆินทร์ถึงไม่มาหาเธอเลยสักครั้งตั้งแต่เกิดเรื่องคืนนั้น เขาไม่รู้เลยหรือว่า ความสุขที่เขามอบให้มันกลับกลายเป็นเหมือนยาพิษที่ค่อยๆ กัดกินหัวใจของเธอมาตลอดหลายวัน ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะต้องตั้ง
ตอนที่ 38 ให้โอกาสฉันได้ไหมแสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบเปลือกตา รินรดาขยับตัวเล็กน้อยบนเตียงกว้าง ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้น เธอเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง ก็พบว่าเกือบเจ็ดโมงเช้า รินรดาลุกขึ้นนั่งบิดขี้เกียจเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามหาเพื่อนไปยังห้องครัว“ตื่นแล้วเหรอริน” เอมอรทักทายเสียงสดใส ขณะรินรดาเดินออกมาจากห้องนอน“อืม..โทษทีตื่นสายไปหน่อย ก็เลยไม่ได้ช่วยเธอเตรียมอาหารเช้าเลย” รินรดาตอบอย่างสำนึกผิด“เฮ่ย!..ไม่เป็นไร รินจะพักที่นี่ยาว ๆ เลยก็ได้นะ พี่เมฆเค้าไม่ว่าหรอก” เอมอรบอกอย่างใจดี“ไม่เอาหรอกเกรงใจแย่” รินรดารีบปฏิเสธ ทั้งที่ใจจริงอยากอยู่ใกล้ชิดกับเมฆินทร์เป็นไหน ๆ“อีกแค่เดือนเดียวพวกเราก็จะจบกันแล้วเนอะ สี่ปีเร็วมากเลยอะ” เอมอรรีบบอกเพื่อน“อืม แต่ศุกร์เสาร์อาทิตย์รินต้องกลับบ้านนะ พี่ชัญญ่าไม่มีใครดูแล” รินรดาบอก“พี่ชัญญ่านี่..สรุปเค้าจะเลิกกับคุณภูผาจริง ๆ ใช่มั้ย” เอมอรถามอย่างสงสัย เพราะเมื่อคืนรินรดาเพิ่งจะเล่าเรื่องพี่สาวของเธอให้ฟังอย่างคร่าว ๆ “ก็คงเลิกนั่นแหละ พี่ชัญญ่าไม่ยอมเปิดประตูมาคุยกับพี่ภูเลยด้วยซ้ำ ขนาดพี่ภูเคาะเรียกตั้งนานเธอก็ไม่ยอมเปิด” รินรดาอธิบาย“รินกลับหอตั้ง
ตอนที่ 37 เอาใจเมียเพื่อเงิน NCภูผาไม่รีรอ รีบประคองอรปรียาลงเตียงอย่างแผ่วเบา เขาหวังจะเดินไปปิดให้ห้องเรียบร้อยแล้วสร้างบรรยากาศให้โรแมนติก แต่เมื่อหันหลังกลับไป ผ้าคลุมกายบนเรือนร่างของเธอก็หายวับไปราวปาฏิหาริย์ เผยร่างเปลือยเปล่าต่อสายตาภูผาอีกครา“อรอาบน้ำให้มั้้ยคะ” อรปรียาพูดเสียงสั่น“เอาสิ!!” ภูผาตอบเสียงหื่น เขาเอื้อมมือหยาบกระด้างมาจับท่อนแขนอรปรียา แล้วดึงร่างอรชรเข้ามาแนบชิดร่างของเขา ก่อนจะก้มลงซุกไซ้ซอกคอขาวเนียน สูดดมกลิ่นหอมหวลของเนื้อสาว“อ๊ะ...อย่าเพิ่งสิค่ะคุณภู...อึ้ยยยส์ ไม่เอารอยนะ พรุ่งนี้ฉันต้องเดินแบบเครื่องเพชร” อรปรียาขนลุกซู่ซ่าไปทั่วร่าง กระแสสัมผัสจากมือและริมฝีปากของภูผาทำให้เธอรู้สึกวาบหวาม“ไม่นะ อย่าแกล้งกันสิ พรุุ่งฉันมีงานจริง!!!” อรปรียารวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายดิ้นสะบัดออกจากวงแขนของภูผา หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขา“เล่นอะไรของคุณเนี่ย” อรปรียาถามเสียงแข็ง“แค่หยอกเล่น” ภูผาตอบเสียงกระซิบ“คราวที่แล้วช่างแต่งหน้าก็แซวฉันไปที่นึงล่ะ” อรปรียาต่อว่า“แค่เบาๆ เอง แดงแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หาย” ภูผาพูดเสียงอ้อน“ปะ อาบน้ำกัน ผมไม่แกล้งคุณล่ะ” ภูผาพูดพร้อมกับดึงร่







