หนึ่งเดือนต่อมา
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย(ภาคอีสาน)
“เดินทางปลอดภัยเด้อพิม เทอมหน้าพ้อกันใหม่ มารับใบจบพร้อมกันเด้อ”(เดินทางปลอดภัยน่ะพิม เทอมหน้าเจอกันใหม่ มารับใบจบพร้อมกันน่ะ) อมีนา หรือ มีน เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกัน และพึ่งพากันมา ตั้งแต่ที่หญิงสาวย้ายมาศึกษาต่อที่นี่ใหม่ๆ ในตลอดระยะเวลา 5 ปี
วันนี้หญิงสาวต้องเดินทางไปฝึกงานที่โรงพยาบาลของภาคกลาง เป็นเวลา 6 เดือน เพราะเธอคือนักศึกษาทุนที่เรียนควบคู่มาพร้อมกัน ตามจริงแล้วเธอเรียนบริหาร และเรียนพยาบาลควบคู่ไปด้วย ทุนจากทางโรงพยาบาลได้มอบให้ตลอดจบการศึกษา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างหญิงสาวจึงต้องได้เรียน 5 ปี
“อื้ม...ขอบคุณมีนหลายๆเด้อ เฮาแค่ไปฝึกงานเอง เทอมหน้าเฮากะสิจบกับแล้ว”(อื้ม...ขอบคุณมีนมากมากน่ะ เราแค่ไปฝึกงานเอง เทอมหน้าเราก็จะจบกันแล้วสิน่ะ) พิพิม ฤทธิไพศาล บุตรสาวของคิมหันต์ และ พระพาย ฤทธิไพศาล ที่หนีปัญญาเมื่อ 5 ปีก่อน แล้วดั้นด้น มาศึกษาไกลถึงที่นี่ จนฟังและพูดได้เป็นอย่างดี และด้วยเหตุผลในหลายๆอย่าง ที่บอกใครไม่ได้
หญิงสาวคือคนที่มีครอบครัวภูมิฐานฐานะทางบ้านดีมากคนหนึ่ง แต่ด้วยเหตุผลจำเป็น เลยต้องสอบชิงทุนเข้ามาที่นี่แทน และทางครอบครัวก็ไม่มีใครทราบข่าวคราว ว่าเธอมาอยู่ที่ไหน ตลอดในระยะเวลา 5 ปี จะมีเพียงแค่ ปั้นหยา ณดารินทร์ เธอคือลูกสาวของหมอโปรดนั้นเอง คือเพื่อนสมัยตั้งแต่เล็กๆ เพราะพ่อแม่สนิทกันเท่านั้นที่ทราบข่าว แต่เธอก็ขอร้องไม่ให้หญิงสาวบอกใคร เพราะเธอต้องการที่จะกลับไป และบอกกับทุกคนเองเมื่อเธอพร้อม และตอนนี้เธอก็พร้อมแล้วที่จะกลับไปเผชิญหน้ากับความจริง และทุกคนอีกครั้ง
@กรุงเทพมหานคร
“พิม...ทางนี้” ปั้นหยา เมื่อทราบข่าวว่าพิพิมจะกลับมา เธอจึงอาสามารับ และช่วยจัดที่พักให้ ที่สะดวกใกล้กับโรงพยาบาลด้วย
“หยา...” พิพิมเอ่ยขึ้นมาอย่างดีใจและสวมกอดกันทันทีด้วยความคิดถึง
“แล้วนี้...” ปั้นหยาทำหน้างงเล็กน้อย เมื่อเห็นใครบางคน เดินจับมือมากับพิพิมด้วย
“เอ่อ...เดี๋ยวถึงที่พัก พิมเล่าให้ฟังน่ะ” พิพิมเอ่ยบอก
“อื้ม...ไปกับเถอะ” ปั้นหยาเมื่อรู้ว่าพิพิมน่าจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างจึงไม่ได้ถามเซ้าซี้ และช่วยถือสัมภาระมากมาย ไปขึ้นรถทันที แล้วพาไปที่พักทันที
ปั้นหยาพาพิพิมมาพักที่คอนโดเดียวกันกับเธอ ซึ่งสะดวก และเป็นส่วนตัวมากพอสมควร แล้วยังอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลอีกด้วย พิพิมจะได้สะดวก
“อะไรน่ะ...เรื่องจริงมันยิ่งกว่าละครเสียอีก ที่พิมไม่ยอมติดต่อกับทุกคน แถมไม่ยอมส่งข่าวก็เพราะเรื่องนี้สิน่ะ” ปั้นหยาตาลุกวาวเมื่อได้ฟังความจริงจากที่พิพิมเล่าให้ฟัง เมื่อเข้ามาทางด้านใน
“อื้ม...ก็ตอนนั้นมันยังเด็ก ใครจะไปคิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นล่ะ” พิพิมเอ่ยบอกด้วยที่หน้าที่เหม่อขึ้นมาเมื่อนึกถึงวันเก่าๆ
“แล้วเขาคือใคร...พิมบอกหยาได้ไหม” ปั้นหยามองหน้าพิพิมอย่างอยากรู้คำตอบ
“สักวันหนึ่ง...หยาและทุกคนก็จะรู้เองแหล่ะ” พิพิมเอ่ยขึ้นบอก
“หยาเคารพในการตัดสินใจของพิมน่ะ...มีอะไรให้ช่วยบอกหยาได้เสมอน่ะไม่ต้องเกรงใจหยาเลย...”
“ขอบคุณหยาน่ะ...ที่ดีกับพิมตลอด และไม่เคยทิ้งพิมไปไหนเลย ถึงจะไม่ค่อยได้เจอหน้ากันก็เถอะ” พิพิมสวมกอดปั้นหยาทันที เพื่อเป็นการขอบคุณ
“อื้ม...ว่าแต่หุ่นพิมตอนนี้สวยมากเลย แตกสาวเต็มตัว แถมยังแน่นอีก หยาละอิจฉาจัง หุ่นน่าฟัดแบบนี้” ปั้นหยาละกอดออก พร้อมมองสำรวจร่างของพิพิมรอบทั้งตัว
“ไม่ต้องอิจฉาหรอก...ตอนนี้พิมเกือบจะใส่ชุดแทบไม่ได้อยู่แล้ว ดูสิแน่นไปหมดเลย คิกๆ” พิพิมเอ่ยบอก พร้อมกับก้มมองที่พุงของตัวเอง แล้วหัวเราะออกมา
“ถ้าอย่างนั้น...พิมพักผ่อนเถอะ เดินทางมาเหนื่อย พรุ่งนี้พิมไปฝึกงาน เดี๋ยวหยาจะมาอยู่ที่ห้องให้น่ะ ว่าแต่ชื่ออะไรอ่ะ น่ารักมาก” ปั้นหยาเอ่ยบอก แล้วหันไปถามพิพิมถึงคนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนที่นอนตอนนี้
“ชื่อน้องอาเธอร์...เธียรวิชญ์” พิพิมเอ่ยบอก
‘เด็กชายเธียรวิชญ์ ฤทธิไพศาล’ หรือ อาเธอร์ ลูกชายวัย 4 ขวบ ของพิพิมเอง ที่เธอแอบหนีไปคลอด ตั้งแต่เมื่อ 5 ปี ที่แล้ว โดยไม่มีใครทราบว่าเธอมีลูก และหายไปไหน
“ชื่อเพราะจัง...แถมน่ารักหล่อมากด้วย พ่อคงจะหล่อมากแน่ๆเลยเนอะ” ปั้นหยาเอ่ยแซวขึ้นมา จนเธอลืมคิดไปว่าหญิงสาวอาจไม่สบายใจเมื่อเธอพูดถึงพ่อของเด็ก
“...” พิพิมเงียบและมีใบหน้าสลดลงมาทันที ที่ปั้นหยาเผลอพูดคำว่าพ่อออกมา
“หยาขอโทษ...” ปั้นหยารีบขอโทษขอโพยทันที เมื่อรู้ว่าตัวเองพลั้งปากพูดอะไรออกมา
“ไม่เป็นไรหรอก...วันไหนว่างพิมจะไปฝากไว้ที่โรงเรียน”
“หยาไม่รบกวนพิมแล้ว...” ปั้นหยาเอ่ยลาและกลับออกไปทันที
โรงพยาบาลโยธินนารัตน์
รุ่งเช้า
พิพิมเข้ามาที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้า เพื่อที่จะมารายงานตัวกับทางต้นสังกัดที่มอบทุกการศึกษาให้
“พิพิม!...” เสียงเข้มของหมอโปรดเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคนที่เข้ามารายงานตัวนั้นคือใคร
“ค่ะ...คุณลุง สวัสดีค่ะ” พิพิมพยักหน้ารับ และยกมือทำความเคารพผู้อาวุโสทันที
“หนูหายไปมาลูกตั้ง 5 ปี” หมอโปรดเอ่ยถามขึ้นทันที ที่ได้เจอหน้าหญิงสาว
“หนู...ก็ไปเรียนต่อยังไงล่ะค่ะ และตอนนี้ก็มาฝึกงานที่นี่” พิพิมเอ่ยบอกไปตามความจริง แต่ก็ไม่ได้บอกทั้งหมด
“หนูกลับมาตั้วแต่เมื่อไหร่ลูก...แล้วพ่อกับแม่หนูรู้เรื่องนี้ยัง” หมอโปรดตี้คำถามขึ้นมายาวทันที
“หนูพึ่งได้รับเมลล์เมื่อเดือนก่อนเรื่องฝึกงานค่ะ...พึ่งจะเดินทางมาถึงเมื่อวานนี้เอง และก็ยังไม่ได้แวะไปหาท่านหรอกค่ะ” พิพิมเอ่ยบอก
“แล้วตอนนี้...หนูพักอยู่ที่ไหน” หมอโปรดถามต่อทันที
“ใกล้ๆกับโรงพยาบาลนี้ล่ะค่ะ...จะได้เดินทางสะดวกหน่อย”
“ทำไมหนูไม่ส่งข่าวหาพ่อกับแม่บ้าง รู้ไหมว่าไอ้คิมน่ะ เป็นห่วงหนูมากเลยน่ะ”
“หนูยังไม่พร้อมค่ะคุณลุง...ไว้วันที่หนูได้รับเกียรติบัตร วันจบหนูจะไปอธิบาย และบอกกับทุกคนเองน่ะค่ะ” พิพิมเอ่บอกอีกที เพราะตอนนี้เธอยังไม่พร้อมจริงๆ
“...แล้วนี้มาแต่เช้า เจอพี่เขายัง” หมอโปรดถามขึ้นมาอีกคำถาม
“พี่...” พิพิมเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างมึนงง ว่าพี่ที่หมอโปรดพูดถึงนั้นหมายถึงใคร
“ก็พี่ทีมยังไงล่ะ...” หมอโปรดตอบออกไป เพราะเห็นว่าหญิงสาวทำหน้างง
“พี่ทีม!...” พิพิมพูดขึ้นมาเสียงดังทันที เมื่อได้ยินชื่อนี้
“ใครเรียกชื่อผมกัน...เสียงดังไปถึงข้างนอก” เสียงเข้มของชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เมื่อเปิดประตูเข้ามาทันที โดยไม่ได้เคาะก่อน และก็ต้องตกใจ เมื่อเจอกับใครบางคนที่พยายามตามหามาตลอด
“พิพิม!...”
ความจริงที่เก็บเอาไว้(จบ)สัปดาห์ต่อมาวันนี้ทินกรได้พาพ่อและแม่ของเขา เดินทางไปที่บ้านพ่อและแม่ของพิพิม เพื่อที่จะได้ปรึกษาหารือกันเรื่องจัดงานแต่งของทั้งคู่ต่อจากนี้ เพราะตอนนี้พิพิมท้องก็เริ่มโตขึ้นมาเยอะแล้ว อาจจะเป็นเพราะท้องลูกแฝดด้วย เลยทำให้ท้องโตเร็วกว่าคนอื่นเป็นพิเศษ“เอาเป็นว่า งานแต่งของเจ้าทีมกับหนูพิม จะจัดอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าต่อจากนี้เลยก็แล้วกันน่ะไอ้คิม เพราะอีกสามเดือนกูก็จะจัดงานแต่งของปั้นหยาลูกสาวกูต่ออีก” หมอโปรดพูดขึ้นมากับคิมหันต์ เมื่อได้ขอสรุปเรียบร้อยแล้วเรื่องจัดงานแต่งของทินกรและพิพิม เพราะหลังจากที่ลูกสาวกลับมาจากต่างจังหวัดในวันต่อมา นพดลก็เข้าไปสารภาพกับพวกเขาทุกอย่างว่า ได้ล่วงเกินลูกสาวของเขาไปแล้ว และกำลังคบหากันอยู่ และอยากจะแต่งงานกันทันที“อื้ม...เอาตามนั้นเลย เพราะตอนนี้ท้องก็เริ่มโตขึ้นเยอะแล้ว เดี๋ยวจะเดิน ลุกนั่งลำบากเอา” คิมหันต์พยักหน้ารับ พร้อมกับจ้องมองไปที่หน้าท้องนูนๆของพิพิม“หนูพิมจ๊ะ หนูมีอะไรที่อยากจะบอกหรืออธิบายให้ทุกคนฟังหรือเปล่า กับเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมดใน 5 ปีนี้ ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง” เป็นปิ่นลดาเอง ที่พูดถึงประเด็นของเรื่องน
ปั้นหยา-นพดล NCส่วนทางด้านฝั่งของปั้นหยาและหมอหนุ่มอย่างนพดล ก็ออกเดินทางมาได้เกินครึ่งทางแล้ว ทามกลางถนนที่เริ่มเงียบสงัด และท้องฟ้าเริ่มมืดครึ้มเหมือนฝนกำลังจะตก“ฝนทำท่าจะตกเลยค่ะ เราแวะหาที่พักกันก่อนไหมค่ะหมอนพ” ปั้นหยาพูดขึ้นบอกกับร่างสูงที่ตั้งใจขับรถอยู่“ไม่เป็นไหร่หรอกคุณ ใกล้จะถึงกรุงเทพแล้ว” นพดลเอ่ยบอก พร้อมกับรีบเหยียบคันเร่งเพิ่มขึ้นอีกระดับทันที“แต่มันอันตรายนะหมอ” ปั้นหยาพยายามเอ่ยบอกอีกที“ผมมีงานเช้าครับ...ขืนพักคงต้องไปไม่ทันแน่” นพดลเอ่ยบอกถึงเหตุผลที่ต้องรีบไปให้อย่างเร็วที่สุด“เดี๋ยวฉันโทรบอกให้คุณพ่อเข้าแทนก็ได้ค่ะ หมอนพก็รอเข้าบ่ายเอาก็แล้วกันนะ” ปั้นหยาพูดขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับกำลังจะคว้าหาโทรศัพท์มือถือของตัวเองในกระเป๋า“แต่ว่า...” นพดลกำลังจะหาคำเอ่ยมาพูดแย้ง“ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นค่ะ หมอนพขับรถเร็วแบบนี้ฉันกลัวน่ะค่ะ อยากให้หยาหัวใจวายตายก่อนถึงกรุงเทพใช่ไหม” ปั้นหยาพูดระบายออกด้วยน้ำเสียงที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสั่นๆ เล็กน้อย พร้อมกับหลับตาลงแล้วกำหมัดไว้แน่นไปกล้ามองถนนตรงหน้า ที่หมอหนุ่มขับรถด้วยความเร็วสูงนพดลเห็นอาการและน้ำเสียงของหญิงสาวที่เปลี่ยนไป
คามิน-เหมือนฝัน (NCนิดหน่อย)หลังจากที่พาภรรยาสาวออกมาจากกลุ่มของคนตั้งมากมาย คามินก็มุ่งหน้าตรงพาภรรยาสาวออกไปหาแวะเข้าโรงแรมจริงๆ อย่างที่ได้กล่าวเอาไว้ และก็ทำตามที่ได้พูดเอาไว้จริงๆ“ตัว...โทรศัพท์ตัวดังขึ้นอีกแล้ว” หญิงสาวเอ่ยบอกขึ้นมา เมื่อโทรศัพท์มือถือของคามินดังขึ้นมาอีกรอบ เพราะตั้งแต่ที่เขาเริ่มมอบบทเพลงรักกับหญิงสาว โทรศัพท์มือถือของคามินก็ดังขึ้นมาตลอด“ช่างเถอะ...ต่อกันอีกหน่อยนะ อ่าห์” เสียงกระเส่าของคามินเอ่ยบอก อย่างไม่สนใจในคำพูดที่หญิงสาวบอกเลยแม้แต่น้อยตับ ตับ ตับร่างสูงไม่ได้สนใจที่ภรรยาสาวพูดเลย เอาแต่โหมแรงกระแทกใส่หญิงสาวแบบไม่ยับยั้ง อย่างหนักหน่วง แทบไม่ได้พักเลยตั้งแต่ที่เข้ามาถึงห้อง“ตัว...รับก่อนเถอะ เผื่อเขามีธุระ” หญิงสาวเอ่ยบอกอีกครั้ง พร้อมกับพยายามดันอกแกร่งของชายหนุ่มไว้ เพื่อให้หยุดการกระทำนั้นไว้เสียก่อน“ว่าไงว่ะ ขัดจังหวะชิป...อ่าห์...” ร่างสูงของคามิม จึงจำใจยอมกดรับสายคนที่โทรมารบกวน ด้วยนำเสียงที่เรียบนิ่ง พร้อมกับพยายามกักเก็บอารมณ์เอาไว้[ไอ้เพื่อนเวร...กูโทรเป็นสิบๆสาย นึกว่ามึงตายคาเตียงไปแล้ว พักยกก่อนแล้วมาเลี้ยงฉลองให้เมียกูด้วยกัน ไ
บทส่งท้าย(ตอนจบ)“แสดงความยินดีอีกครั้งนะครับ ภรรยาคนเก่งของพี่” เสียงนุ่มของทินกรเอ่ยบอกเมื่อเดินมาถึง พร้อมกับยืนตรงหน้าของหญิงสาว แล้วยื่นดอกไม้ที่ถือมาด้วย ให้แก่พิพิมทามกลางสายตาของคนตั้งมากมายที่มองมาทั้งคู่อย่างงุนงง“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณ พร้อมกับยื่นมือไปรับช่อดอกไม้กับร่างสูงตรงหน้าทันทีอ แล้วส่งยิ้มไปให้ด้วยความปราบปลื้ม“ภรรยา...นี้ พิม!” เพื่อนคนเดิมของพิพิมมองทั้งสองคนสลับไปมา อย่างตกใจที่ร่างสูงเรียกเพื่อนของเธอว่าภรรยา“อ้ายทีม...เพิ้นเป็นหมออยู่กรุงเทพ แล้วกะเป็นผัวของมู่เฮานำตอนนี้ กับพ่อของอาเธอร์นำ”(พี่ทีม...เขาหมออยู่กรุงเทพ แล้วก็เป็นสามีของเพื่อนเราอยู่ตอนนี้ กับพ่อของอาเธอร์ด้วย) เป็นอมีนาที่เดินเข้ามาอีกทาง และอธิบายบอกเพื่อนอีกกลุ่มของพิพิมฟัง“พิมนี้กะเก่งเนาะ...เรียนไปนำ เทิ้งเฮ็ดงาน เทิ้งเลี้ยงลูก แถมยังจบเทื่อเดียวได้ปริญญาตั้งสองใบ สุดยอดอีหลี แต่ตอนนี้เหลือใจแฮงแหม่ ได้ผัวหล่อคัก หล่อกะด้อกะเดี้ย...”(พิมนี้ก็เก่งน่ะ...เรียนไปด้วย ทั้งทำงาน ทั้งเลี้ยงลูก แถมยังจบที่เดียวได้ปริญญาตั้งสองใบ สุดยอดจริงๆ แต่ตอนนี้อิจฉา ได้สามีหล่อมาก หล่อเกินหน้าเกินต
ร่วมแสดงความยินดีหนึ่งสัปดาห์ต่อมาณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ภาคอีสาน)วันนี้เป็นวันที่พิพิมต้องกลับไปรับเกียรติบัตรใบจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยต่างจังหวัดที่เธอศึกษาอยู่ และครั้งนี้ทินกรก็เป็นเดินทางไปด้วยอีกครั้ง“พี่ทีมชักจะอู้งานบ่อยไปแล้วน่ะค่ะ พิมบอกแล้วไงว่าพิมมาเองได้” พิพิมพูดใส่ทินกรขึ้นมา เมื่อกำลังแต่งตัวเตรียมที่จะเดินทางไปมหาวิทยาลัย เพราะทั้งคู่เดินทางมาถึงตั้งแต่เมื่อวาน จึงแวะเข้าพักที่โรงแรมใกล้ๆกับ มหาวิทยาลัย เพื่อที่จะได้สะดวกต่อการเดินทางมาของครอบครัวที่จะมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอในวันนี้ด้วย“เมียจ๋าท้องอยู่ใครจะยอมให้เดินทางมาคนเดียวครับ ส่วนเรื่องงานไม่ต้องห่วงหรอก มีหมอนพคอยจัดการแทนแล้ว” เสียงนุ่มของทินกรเอ่ยบอก พร้อมกับเดินเข้ามาสวมกอดหญิงสาวจากทางด้านหลัง อยู่หน้ากระจก“อย่างว่าแหล่ะเนอะ เป็นถึงลูกเจ้าของโรงพยาบาลนี้น่า จะทำอะไรก็ได้ใครจะกล้าว่า” พิพิมเอ่ยแซวขึ้นมา“รีบแต่งตัวกันเถอะครับ เพื่อนพิมน่าจะมารอกันแล้ว” ทินกรรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันที แล้วรีบช่วยแต่งตัวให้หญิงสาว“พิมไปพร้อมเพื่อนไม่ได้เหรอค่ะ” หญิงสาวหันหน้ามาอ้อนวอน เอ่ยขอร่างสูงตรงหน้าขึ้นมา“ไม่ไ
คุณพ่อลูกสามรุ่งเช้าทินกรพาหญิงสาวไปจดทะเบียนสมรส และทำเรื่องเปลี่ยนนามสกุลของลูกชายให้เรียบร้อย แล้วพาทั้งสองแม่ลูกไปเดินห้างชอปปิ้งซื้อของเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็ไม่ลืมที่จะทำตามสัญญาพาลูกชายไปทานไอศกรีมตามที่เคยให้สัญญาเอาไว้“ยื่นมือมาหน่อยครับ” เสียงนุ่มของทินกรพูดขึ้นมาเมื่อขึ้นมาบนรถ แล้วแบมือขอมือของพิพิม“ทำไมค่ะ” พิพิมท่าทางงุนงง แต่ก็ยอมยื่นมือออกไป ตามที่ทินกรบอก และก็ไม่รู้ว่าทินกรจะทำอะไร“ข้างโน้นครับ” ทินกรเอ่ยบอกอีกครั้ง เมื่อพิพิมยื่นข้างขวาไปให้พิพิมจึงต้องยอมยื่นมือข้างซ้ายไปให้แก่ร่างสูง ที่ยื่นมือมารอรับ ทินกรไม่พูดอะไร แต่กลับเอาแหวนออกมาสวมให้แก่หญิงสาวที่นิ้วนางข้างซ้ายอบ่างบรรจงเบามือ“พี่ทีม” หญิงสาวตาเบิกกว้างขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าทินกรทำอะไร“สวมวงนี้ไปก่อนน่ะ ไว้เรากลับมาจากต่างจังหวัด พี่จะเปลี่ยนวงใหม่ให้ แล้วเราค่อยมาจัดงานแต่งกันน่ะ” เสียงนุ่มเอ่ยบอก พร้อมกับจุมพิตลงไปที่แหวนบนนิ้ว“...” พิพิมไม่เอ่ยตอบอะไร เพราะมัวแต่เขินอายหน้าแดงอยู่อย่างทำตัวไม่ถูก“สวยไหมครับอาเธอร์” ทินกรยกมือของพิพิมที่สวมแหวนให้เมื่อสักครู่ หันไปให้ลูกชายดูแล้วถามขึ้นมา“ฉวยครั