LOGIN
“ถ้าตะวันโตเป็นสาว อาภูมิต้องแต่งงานกับตะวันนะคะ”
ใครจะคิดว่าแค่คำพูดประโยคเดียวของคนคนหนึ่ง จะทำให้ใครอีกคนคิดไกลไปถึงเพียงนี้...
อะไรนะ...
แต่งงานงั้นเหรอ...
ภูมิที่นั่งกุมขมับถึงกับเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของน้ำเสียงอ่อนโยน เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดกึ่งออกคำสั่งแบบนี้จากปากเด็กหญิงวัยยังไม่ถึงสิบห้าที่มารดาของเขารับอุปการะไว้ตั้งแต่ยังแบเบาะ
อะไรทำให้ทานตะวันพูดแบบนี้...
“อาภูมิสัญญากับตะวันนะคะ”
เด็กหญิงไม่พูดเปล่า ยื่นนิ้วก้อยปุ้มป้อมมาตรงหน้า ชายหนุ่มทอดถอนใจไม่ทันตั้งตัวก็ถูกเด็กหญิงคว้ามือขึ้นมาแนบหน้า ภูมิมือสั่นเมื่อรู้สึกได้ถึงผิวนวลนิ่มและเต่งตึงของวัยเยาว์
ไม่ทันตั้งตัวซ้ำสอง เขาก็ถูกเด็กหญิงโน้มตัวเข้ามาจูบริมฝีปากของเขาอย่างอ้อยอิ่ง ภูมิซึมซับความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างไม่คาดคิด ชายหนุ่มถึงกับผงะลุกขึ้นยืนและส่งน้ำเสียงดุดันใส่เด็กหญิงด้วยความตื่นตะลึง
“ทะ ทะ ทำอะไรน่ะ ตะวัน!”
“ก็ ก็ จะ จูบ”
“จูบอะไรของเรา ไปจำจากไหนมา!”
“ก็จากในทีวีไงคะ”
“แล้วทำทำไม”
“ก็ตะวันจูบมัดจำแล้ว อาภูมิอย่าลืมสัญญาแต่งงานของเรานะคะ”
โธ่เอ๊ย!
ภูมิกำหมัดแน่น จ้องทานตะวันด้วยความอ่อนใจ
“อาขอสั่งห้ามนะตะวัน ห้ามพูดแบบนี้ แล้วก็ห้ามคิดอะไรแบบนี้กับอาเข้าใจไหม!”
“ไม่เข้าใจ ก็ตะวันไม่อยากให้อาภูมิเสียใจเพราะผู้หญิงคนนั้นนี่คะ ตะวันทำผิดตรงไหน” เด็กหญิงแก้เก้อ
“มันก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่เกี่ยวกับเรา”
“เกี่ยวสิคะ ตะวันไม่อยากให้ใครมาแย่งความรักของอาภูมิไปจากตะวัน”
“งี่เง่า” ภูมิสบถ
“ไม่ได้งี่เง่าซะหน่อย ตะวันหมายถึงว่าถ้าตะวันโตเป็นสาวแล้วถ้าอาภูมิแก่ตัวลงไม่มีใคร ตะวันอาสาเป็นเจ้าสาวให้อาภูมิเอง อาภูมิสัญญากับตะวันนะคะ”
“แก่แดด!” ภูมิขึ้นเสียง แต่เด็กหญิงดูไม่สะทกสะท้านสักนิด
“เปล่าแก่แดดซะหน่อย ก็ตะวันรักอาภูมิ” เด็กหญิงบ่นพลางหน้างอคอหักใส่
ภูมิทวนคำพูดทานตะวันในใจก็สั่นระรัวยิ่งกว่ากลองเพล นี่ทานตะวันคิดว่าความรักคืออะไร คิดว่าตัวเองจะแทนที่ใคร ไม่มีใครแทนที่ใครได้โดยเฉพาะทานตะวัน เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นตัวแทนของใคร
ไปกันใหญ่แล้ว!
ภูมิไม่เคยคิดเลยว่าเด็กที่เขาเลี้ยงมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอยจะกล้าพูดอะไรแบบนี้ออกมา เธอจะรู้ไหมว่าเพราะคำพูดนั้นทำให้ใจของเขาสั่นไหวแค่ไหน ความรักและการแต่งงานคืออะไรไม่ใช่ใครก็สักแต่จะพูดได้ แล้วยิ่งเป็นเธอคนที่เขารักยิ่งกว่าใคร
ไม่ได้การละ!
เห็นทีจะอยู่ที่ไร่ก่อนตะวันจะโตเป็นสาวไมได้เสียแล้ว...
หลายวันต่อมา...
บรรยากาศหน้าบ้านไม้สักสองชั้นขนาดใหญ่ท่ามกลางไร่ชาสุดลูกหูลูกตาเต็มไปด้วยความอึมครึมราวกับกำลังปกคลุมด้วยเมฆเทาทะมึนขนาดใหญ่
ภูมิพ่นลมหายใจอึดอัดขณะที่มือยังไม่คลายจากกระเป๋าเดินทางใบโตที่เงื้อค้างขณะยกขึ้นท้ายกระบะ ชายหนุ่มยืนหันหลังให้เจ้าของร่างเล็กกว่าเขาเกือบสองศอกด้วยความอ่อนใจ ไม่อยากหันไปเห็นดวงหน้านวลใสนองน้ำตา
กลัวว่าจะใจอ่อน...
แน่ล่ะ...
แค่เสียงสะอึกสะอื้นที่ดังมาจากด้านหลัง เขาก็รู้แล้วว่าหัวใจหายไปแค่ไหน หากมันถูกกัดกินด้วยน้ำตา หัวใจของเขาคงแหว่งวิ่นด้วยน้ำตาของทานตะวัน
แต่จะให้เผชิญหน้ากันทุกวันก็คงไม่ได้ ในเมื่อหัวใจของเขาคิดไกลกับเธอเกินไปกว่าจูบปลอบใจในวันนั้นเสียแล้ว...
“อาภูมิขาอย่าไปเลยนะคะ อาภูมิ!”
“อาเค้าไปทำงานนะลูก”
“แต่อาภูมิทิ้งคุณย่าด้วยนะคะ”
“อาบอกไม่ได้ทิ้ง”
“แต่อาภูมิจะไปอยู่ในเมืองทำไม อาภูมิจะทิ้งตะวันกับคุณย่าไปได้ยังไง คุณย่าขา...” เด็กสาวลากเสียงยาวฟ้องหญิงชราที่กอดร่างเล็กของเธออยู่
ภาคินีสบตากับภูมิก่อนจะพยักเพยิดให้ “ย่าไม่ยุ่งด้วยแล้ว สองอาหลานคุยกันเองก็แล้วกัน”
“คุณย่าขา”
ภูมิได้แต่ส่ายหน้าทันทีที่ได้ยินเสียงกระเง้ากระงอดกลายๆ พอสบตามารดาก็เห็นสีหน้าตึงเปรี๊ยะบ่งบอกว่าเขาต้องรับผิดชอบเรื่องนี้เอง
“โอเคๆ เอางี้นะตะวัน”
“อาภูมิจะไม่ไปแล้วใช่ไหมคะ”ภูมิส่ายหน้าทันควัน จำต้องเอาน้ำเย็นเข้าลูบ “ที่อาต้องไปค้างในเมืองก็เพราะงาน ไม่ได้จะทิ้งเรากับคุณย่า เพราะฉะนั้นระหว่างนี้ตะวันอยู่ดูแลคุณย่าแทนอาได้ไหมคะ”
“แค่เรื่องงานจริงๆ เหรอคะ”
“จริงสิ”
“ไม่ใช่เพราะอาภูมิ...” เด็กหญิงรีบตะครุบปากตัวเองเมื่อเห็นสีหน้าดุของเขา
ภูมิรู้ดีว่าเขาสปอยล์เด็กหญิงมากแค่ไหน และบางครั้งอาจจะมากเกินไปโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวจนกระทั่งวันที่ทานตะวันจูบเขา
ตั้งแต่นั้นความรู้สึกนั้นมันแปลกไปจนไม่อาจคาดเดา นับวันจะยิ่งรุนแรงจนเขาแอบเก็บเอามาฝัน ฝันอะไรไม่ว่า
ฝันว่ามีอะไรกับทานตะวันนี่สิ!
จะชั่วเกินไปแล้ว!
ไอ้อาชั่ว!
ภูมิตัดสินใจในนาทีนั้นว่าเขาต้องไปอยู่ที่ออฟฟิศในเมืองสักพักจนกว่าเปิดเทอมที่ทานตะวันจะย้ายไปอยู่หอพักในโรงเรียน หรือหากทานตะวันยังดื้อรั้นไม่ยอมไปตามที่เสนอ เห็นทีเขาต้องเป็นฝ่ายไปเองยาวๆ ไปให้ห่างจากทานตะวันมากที่สุดเท่าที่จะมากได้
“แต่ตะวันไม่ยอมให้อาภูมิไปอยู่กับผู้หญิงที่ไหนอีกนะคะ!”
เด็กหญิงขึ้นเสียง ทำให้สองแม่ลูกตาค้าง และเป็นภูมิที่หันขวับมาดุใส่
“ตะวัน!”
“ก็อาภูมิจะทิ้งตะวันกับคุณย่า เกิดไปเจอผู้หญิงสวยๆ แบบอาสร้อยอีกจะทำยังไง”
“อย่าลามปามสิตะวัน อาไปทำงานต้องกลับดึก อาไม่อยากขับรถไปกลับมันอันตราย”
“แต่เมื่อก่อนก็ไปกลับได้”
“แต่ไม่ใช่ตอนนี้”
“งั้นก็จัดการตามที่แกเห็นสมควร แต่บอกไว้ก่อนว่าถ้าแกจัดการเรื่องนี้ไม่ได้อย่าหวังว่าแม่จะยกตะวันให้”ไม่ให้ก็ได้มาแล้วด้วยความเต็มใจของทานตะวันด้วยซ้ำหึ...“ว่าไง”“ผมรู้น่า” ภูมิจำใจรับปากอย่างหงุดหงิด“อีกอย่างที่แม่อยากขอร้องแก”“อะไรอีกครับ”คราวนี้น้ำเสียงภูมิติดรำคาญเล็กน้อย ภาคินีค้อนขวับลูกชายแล้วบอกน้ำเสียงจริงจัง“แม่ขอร้องว่าระหว่างที่ยังไม่ได้จัดงานตบแต่งเป็นเรื่องเป็นราว แกอย่าได้ทำแบบเมื่อคืนนี้อีก แล้วก็อย่าเที่ยวแสดงความเป็นเจ้าของตะวันจนออกนอกหน้าให้ใครรู้”“ได้ไงครับ” ภูมิแย้งทันที“แม่สงสารหลาน ลำพังเป็นกำพร้าก็น่าสงสารพออยู่แล้ว แกอย่าซ้ำเติมตะวันด้วยคำพูดติฉินนินทาของคนอื่นอีกเลย”“แต่ผม....”“แกรักตะวันจริงรึเปล่าล่ะ ถ้ารักก็เชื่อแม่สักครั้ง”ภูมิได้แค่คิดตามจริงสิ...เขาเอาแต่ใจ คิดเอาแต่ได้ ลืมนึกถึงเกียรติยศศักดิ์ศรีของทานตะวันที่เขารักยิ่งดวงใจจริงๆเฮ้อ! ไอ้ภูมิ คนเลว!ภูมิหน้าสลด แต่เมื่อเงยหน้าเจอแววตาคมกริบของมารดา เขาก็ต้องรับปากรับคำ มารดาของเขาเพิ่งหายป่วย คงไม่ดีนักถ้ายังเป็นแบบนี้“ก็ได้ครับแม่ ผมจะพยายาม”“ก็แค่นั้นแหละชอบทำตัวงี่เง่าไม่เข้าเรื่อง
จวงถึงกับลนลานมองนายทั้งสองสลับไปมาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีก็รีบลงไปทันที เพียงคล้อยหลังแม่บ้านเก่าแก่ ภาคินีก็สะบัดตัวออกจากการพยุงของลูกชายเดินตรงไปยังห้องพระ ภูมิถึงกับถอนหายใจก่อนจะเดินตามไปคุกเข่าต่อหน้าพระประธานเคียงข้างมารดาที่นั่งมองภาพบิดาผู้ล่วงลับไปแล้วของเขา ครู่ใหญ่ภาคินีจึงเอ่ยเสียงเรียบราวสะกดกลั้นอารมณ์เต็มที่“สารภาพต่อหน้าพระเดี๋ยวนี้”“สารภาพอะไรครับแม่” ชายหนุ่มถามกลับเสียงอ่อยเมื่อมองสบตามารดาเห็นแววขึ้งโกรธคงอยู่“ก็สารภาพต่อหน้ารูปพ่อแกกับพระท่านว่าที่ทำแบบนั้นกับตะวันว่าแกจริงจังหรือเห็นเด็กเป็นของเล่น”“โธ่! แม่ครับ!” ภูมิอุทาน คิ้วขมวดมุ่นด้วยความหงุดหงิดกับคำพูดมารดา “ผมรักตะวันแม่ก็รู้”“รู้ที่ไหน แกไม่เคยบอกสักคำ”“ก็ผม” พ่อเลี้ยงหนุ่มอึกอักพูดไม่ออก “ผมรู้ว่าแม่รู้ อย่ามาบีบผมให้พูดเลย”“ฉันไม่ได้บีบแต่แกเองที่อมพะนำอ้ำอึ้งไม่ชัดเจน”“ก็ผมจะชัดเจนได้ไงในเมื่อตอนนั้นตะวันยังเด็กอยู่”“แต่ตอนนี้ตะวันเป็นผู้ใหญ่แล้ว แกต้องชัดเจน” “ผมก็กำลังชัดเจนอยู่ในแบบของผม” ภูมิแก้ตัวทั้งที่จริงแล้วก็รู้ว่าสิ่งที่ทำเหมือนไม่ให้เกียรติทานตะวัน ซึ่งมารดาของเขาก็ไม่ชอ
“ตะวันรู้ ตะวันขอโทษค่ะคุณย่า ฮืออ” ทานตะวันละล่ำละลักกอดเท้าแนบหน้ากับเท้าผู้มีพระคุณแน่ภาคินีถอนหายใจหนักหน่วง น้ำตาปริ่มตาสงสารเด็กน้อยน่ารักที่เลี้ยงมาแต่อ้อนแต่ออกไม่วาย แต่นางต้องสั่งสอนให้ทานตะวันรู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นไม่ถูกต้องถึงแม้คนสองคนรักกันจะไม่ผิด แต่ผิดที่ใจเร็วด่วนได้โดยไม่ทำให้ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม“หยุดพูดคำว่าขอโทษแล้วตอบย่าว่าทำไมไม่ฟังคำย่าสอน ทำไมไม่รักนวลสงวนตัว” นางถามเสียงเครียดพลางทุบแผ่นหลังบอบบางสั่งสอนหลายครั้ง ถึงไม่แรงแต่มันอาจทำให้คนถูกทุบและตัวต้นเหตุรู้สึกเจ็บได้“แม่ครับ! หยุดตีตะวันสักที” ภูมิยื้อข้อมือมารดาที่เงี้อค้างจ้องตาเขียวปัดมาที่เขา“ปล่อย”“ไม่ครับ” “แม่จะสั่งสอนหลาน” นางว่าพลางเงื้อมือจะทุบต่อ แต่ถูกรั้งไว้อีก “หรือว่าแกอยากโดนแทน”ทานตะวันเห็นสองแม่ลูกยื้อยุดก็โผเข้าคั่นกลาง พยายามปลดมือภูมิออก “ปล่อยมือคุณย่าค่ะอาภูมิ ตะวันผิดไปแล้ว ตีตะวันแต่อย่าโกรธอาภูมิเลยนะคะคุณย่า”“อยากโดนตีใช่ไหม ทานตะวัน!” ภาคินีเอ่ยเสียงเบาลงด้วยความอ่อนใจ“ค่ะคุณย่า”“ได้!”ทานตะวันสะอึกสะอื้นคุกเข่าคลานเข้ากอดขาอย่างจำนนให้ผู้เป็นย่าทุบตี ภาคินี
“มีที่ไหนล่ะครับ ผมนอนคนเดียว”“สภาพแบบนี้เนี่ยนะ”ภูมิที่เพิ่งออกจากห้องน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และกำลังรูดซิปกางเกงยีนส์ขึ้นถึงกับชะงักก่อนจะกวาดตามองไปรอบๆ พบทั้งเสื้อผ้าเกลื่อนพื้น ที่นอนยับยู่ยี่ ผ้าห่มม้วนขยุกขยุยไม่เป็นระเบียบ อีกทั้งกลางที่นอนนั่นชิบหายละ!ชายหนุ่มรู้ว่าที่ถูกไล่ต้อนแบบนี้เพราะมารดากำลังจับพิรุธเขาอยู่ ใจพลันคิดถึงทานตะวัน หวังว่าเธอจะออกไปจากห้องทันก่อนมารดาจะเข้ามา แต่เมื่อเหลือบมองไปทางผ้าม่านประตูระเบียงที่ไหวพะเยิบพะยาบตามแรงลมก็รู้แล้วว่ามีอะไรที่ด้านนอกนั่น“ว่าไง” นางถามย้ำพลางหรี่ตามองจับผิด “ตอบมา ตอบให้ดีๆ ด้วยล่ะ ฉันรอฟัง”ภูมิรู้เลยว่ามารดากำลังฉุนใจขาด ดูจากสรรพนามที่เรียกแทนตัวเองก็รู้“โธ่ แม่ก็รู้ว่าผมนอนดิ้น”“แค่นี้”“ครับ”ภาคินีส่ายหน้าระอาเพราะรู้อยู่แก่ใจ นางเคยถามลูกชายเรื่องความรู้สึกที่มีต่อทานตะวัน แต่คำตอบที่ได้รับกลับไม่ชัดเจน นางร้อนใจไม่อยากให้ทานตะวันตกลงปลงใจกับใครไวนัก อย่างน้อยก็ไม่ใช่เวลานี้ ถึงยังไงเรือล่มในหนองก็ย่อมดีกว่า นางหมายตาทานตะวันไว้ให้แต่ใครจะรู้ใจลูกชายที่เริ่มแก่ หัวดื้อ แถมยังปากหนักนี่สิ!“แกจะทำอะไรก็ให้มันชัด
ให้รู้ซะบ้างว่าทานตะวันเป็นของเขา ใครหน้าไหนอย่าสะเออะเหอะ!ร่างสูงล่ำคล้ำแดดไม่สวมเสื้อผ้ากลับมาทิ้งตัวลงนอนข้างร่างนุ่มโอบกอดเธอไว้ ทานตะวันส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้ววาดมือโอบเอวของเขาเช่นกัน เพียงเท่านั้นไฟราคะก็ลุกโชนอีกรอบ ร่างบางถูกรุกรานจากรสสัมผัสและดำกฤษณาต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปอีกตามเคยภูมิพินิจดวงหน้าชื้นเหงื่อของหลานสาวที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของตนด้วยแววตารักใคร่ เรียวนิ้วไล้พวงแก้มนวลจนอีกฝ่ายรู้ตัวขยับกาย“กี่โมงแล้วคะอาภูมิ”อาหนุ่มยกยิ้มจ้องนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วตอบ “เกือบเก้าโมงแล้วจ้ะ หิวรึยัง อาจะได้ทำอะไรให้กิน”“ห๊า! เก้าโมง!”ทานตะวันทะลึ่งพรวดลุกนั่ง สีหน้าเหยเก “ทำไมไม่ปลุกคะ ตะวันต้องรีบไปหาคุณย่า”“เดี๋ยวค่อยไปสายหน่อยก็ได้”“อาภูมิไม่ห่วงคุณย่าเหรอคะ ”“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่อาว่า...”“คุณย่าเป็นแม่อาภูมินะ!” เด็กสาวเสียงขุ่นก่อนลุกพรวดพราดแต่โดนดึงแขนไว้จึงหันกลับมาทำหน้าตูมเสียงเข้ม “ตะวันจะไปหาคุณย่าค่ะ”“อย่าเพิ่งเลยน่า”“เอ๊ะ! อาภูมิทำไมดื้อ”เธอไม่ฟังที่ถูกยื้อ แต่ภูมิโอบเอวไว้ไม่ให้ลุก ทำให้ทานตะวันถึงกับหน้าบึ้งดึงมือออกแล้วผลุบหายเข้าไปใน
“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
ในเมื่อเขาบอกว่ารักเธอและเธอก็รักเขาอยู่เต็มหัวใจ อีกทั้งบุญคุณล้นพ้นที่เขาเก็บเธอมาชุบเลี้ยงให้ความรักให้การศึกษา เธออยากตอบแทนเขาด้วยความรักทั้งหมดที่มี เธอผิดหรือไม่ที่ตามใจเขาอย่างนี้ ภูมิขับรถเข้าโรงจอดข้างตัวบ้านก่อนจะรีบลงจากรถวิ่งอ้อมมาเปิดประตู ค้อมตัวลงมายิ้มให้ดวงตาเปล่งประกายสุกใสทานต
“อาภูมิอย่าประชดแบบนี้สิคะ มันไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ!”“อารุ้แค่ว่าตะวันรังเกียจความรู้สึกของอา”“ตะวันไม่ได้รังเกียจ!”เธอหรือจะกล้าคิดอย่างนั้น...เด็กสาวน้ำตาหยดทันที ไวเท่าความคิดเท้าที่เจ็บเมื่อครู่กลับไร้ซึ่งความเจ็บปวด มันก้าวนำเธอไปทางฝั่งที่อาหนุ่มกำลังเปิดประตูรถโดยไม่นำพาว่าภูมิจะคิดยังไง“
เธอร้องเสียงหลงเหลียวหาคนช่วยแต่ถนนยามดึกเปลี่ยวจนน่าใจหาย ไม่มีรถแม้สักคันติดไฟแดงหรือผ่านไปมา ภูมินึกโมโหจนต้องตวาด“หยุดเดี๋ยวนี้! ร้องยังกะวัวถูกเชือดไปได้ อาไม่ได้จะพาไปฆ่าสักหน่อย”“อาภูมิไมได้ฆ่าให้ตายแต่อาภูมิจะฆ่าตะวันทั้งเป็นรู้ตัวรึเปล่าคะ” เธออุทธรณ์น้ำตาท่วมแก้ม“อาฆ่าตะวันทั้งเป็นตรงไ
เธอตัดสินใจผลักอาหนุ่มเต็มแรงจนร่างหนาเซชนกระจกฝั่งคนขับ ศอกชายหนุ่มสัมผัสโดนปุ่มกระจกเต็มแรง หน้าต่างฝั่งคนขับเลื่อนลงโดยอัตโนมัติ ทันใดนั้นเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น “คุณ... คุณ”“อย่ายุ่งน่า ใครวะ!” ภูมิสบถหันขวับไปมองถึงกับเบิกตาค้าง “เฮ้ย! ตำรวจ!”“ก็ตำรวจสิครับ” นายตำรวจหนุ่มถอนหายใจเฮ






![summer เมษาพาเสียว [NC30+] + [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
