Mag-log in“ก็เท่ากับทิ้งคุณย่ากับตะวันอยู่ดี” เด็กหญิงอิดออดเสียงสั่น โผเข้ากอด
“ตะวัน... ปล่อยอา” ภูมิส่งเสียงสั่นเทาโดยไม่หันกลับไปมอง ก้มมองสองมือเรียวที่กำแน่นอยู่เหนือหน้าท้องของเขาด้วยความรู้สึกอึดอัด “ปล่อยอา... ตะวัน”
“ไม่ปล่อยค่ะ ตะวันไม่ปล่อย!”
เด็กสาวดื้อแพ่ง สองมือกุมกันแน่นเข้าทำให้ภูมิรู้สึกถึงสรีระที่เปลี่ยนไปของเธอ
ทานตะวันเริ่มเป็นสาวแล้ว...
เธอไม่ใช่เด็กหญิงที่เขาอุ้มพาดบ่าหรือพาขี่คอเที่ยวชมทุ่งหญ้าแปลงดอกไม้ใบหญ้าบานสะพรั่งเหมือนเดิม
เขากลัวว่าจะอดใจไม่ไหวจนทำเรื่องเลวร้ายกับเธอ...
“กอดพอแล้ว ทีนี้จะปล่อยอาได้รึยัง” ภูมิเอ่ยเสียงแผ่วแกะมือน้อยๆ ที่ยังขัดขืนอยู่
“ทำไมอาภูมิต้องไปอยู่ที่อื่นด้วย” เธอถามเสียงเศร้าสร้อย
“ก็อาบอกหลายรอบแล้วว่าต้องไปทำงาน”
“ทำที่ไร่นี้ได้นี่คะ”
“งานอาไม่ได้มีแต่ที่ไร่นะตะวัน”
“อาภูมิคิดอีกทีไมได้เหรอคะ ตะวันขอร้อง”
เฮ้อ...
ภูมิอ่อนใจ อะไรมันจะพูดยากพูดเย็นขนาดนี้กัน!
“ช่วงที่อาไปทำงานในเมือง ตะวันก็คอยอยู่กับคุณย่าดูแลคุณย่าแทนอาด้วยนะ อาไม่มีใครอีกแล้วนอกจากตะวัน ทำให้อาได้ไหม” เขาตอบพลางย้อนถามเธอไม่เต็มเสียง
“ตะวันไม่อยากแยกจากอาภูมิเลย ทำไมอาภูมิใจร้าย ฮือออ” เด็กสาวเสียงสั่น
แต่ทำไงได้...
ไม่ใช่เพราะใจดำกับเด็กสาวที่เลี้ยงดูมาแต่ถึงจะอยากอยู่แทบตายแต่คงอยู่ไมได้แล้ว เพราะใจของเขามันไม่รักดี เขาหลงรักทานตะวัน รักทั้งที่รู้ว่าไม่เหมาะสม
เขาไม่ควรรักเธอ
ไม่ควรเลย...
ภูมิกลั้นน้ำตา สงสารร่างสั่นระริกที่แนบแผ่นหลังเขาอยู่ เธอคงไม่รู้ตัวว่าเขาคิดอะไรเกินเลยไปแล้ว และเขาต้องไปจากเธอจะได้ไม่เป็นไอ้ชั่วให้เธอเสียใจ ภูมิเหลียวหลังไปหาต้นเสียงด้วยสีหน้าแดงก่ำ แต่อ้อมกอดที่รัดแน่นของเด็กสาวแรกแย้มทำให้เขาไม่สามารถทำได้อย่างใจ ทานตะวันซบหน้ากับแผ่นหลังของเขาด้วยน้ำตา
มันอุ่น...
อุ่นไปถึงผิวสัมผัสแต่เจ็บช้ำไปถึงสุดขั้วหัวใจ...
“ไปได้แล้วมั้ง ตาภูมิ จะค่ำแล้ว”
ภูมิหันขวับไปหาต้นเสียง ขณะเดียวกันกับทานตะวันที่รีบปล่อยมือ ถอยออกไปยืนข้างๆ ภูมิเหลือบมองเธอครู่หนึ่งจึงค่อยๆ เผยอยิ้มฝืนให้มารดา
“ผมไปก่อนนะแม่”
“จ้ะ”
ภูมิยกมือไหว้มารดาก่อนจะเหลือบมองทานตะวันอีกแวบหนึ่งแล้วหันหลังจากไป เขารู้ว่าที่ไปคือกายหยาบแต่หัวใจหล่นหายอยู่ที่ไร่ไปเสียแล้ว...
หลายปีผ่านไป...
“อาภูมิ! อย่าค่ะ”
เสียงโอดครวญของร่างขาวผ่องในชุดกระโปรงสั้นหวานเสียจนคนโดนห้ามต้องตรึงข้อมือเล็กของเด็กสาวเอาไว้ เธอปัดป้องเมื่อเขาพยายามสอดมือเข้าไปที่ชายเสื้อแผ่วเบา
“อย่าอะไร อย่าทำหรือว่า... อย่าหยุด”
“ยะ... อย่าค่ะ”
เด็กสาวร้องห้ามเสียงแผ่ว สองแขนเกี่ยวกระหวัดรอบเอวอาหนุ่ม ร่างกายร้อนเร่าดิ้นทุรนทุรายภายใต้ร่างแข็งแกร่ง กล้ามแขนเป็นมัดของเขากักขังเธอไว้ให้จมหายไปกับที่นอนนุ่ม
ริมฝีปากหนาซอนจูบเริ่มจากหน้าผาก ไล้ลงมาเปลือกตาที่ขนตาหนาเป็นแพดำขลับของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดแก้มนุ่มด้วยอารมณ์โหยหา กอด จูบลูบไล้จนเธอระทวย
“ให้อา... เป็นของอานะ” หนุ่มใหญ่กระซิบ เสียงกระเส่าไปด้วยอารมณ์ปรารถนาพราวเพริด
“แต่มันไม่เหมาะนะคะ... อาภูมิ”
“ไม่เหมาะตรงไหน ตะวันไม่ใช่หลานแท้ๆ ของอาสักหน่อย”
“แต่ว่า...”
เด็กสาวพูดได้เพียงเท่านั้นก็โดนริมฝีปากหนาประกบลงมา เธอป้องปัดไปมาเป็นเชิงห้ามแต่กลับอ่อนแรง ริมฝีปากเผยอยามที่เขาสอดลิ้นเกี่ยวกระหวัดจนเธอไร้เรี่ยวแรงขัดขืน
หนุ่มใหญ่ละริมฝีปากออกแล้วยิ้มเล็กน้อย “อย่าห่วงเลย อาจะทำให้ตะวันมีความสุข”
“แต่ตะวันกลัว”
“ไม่ต้องกลัว... แค่ปล่อยใจไปกับอา” เขาเอ่ยกระเซ้า
ทานตะวันจ้องตอบ ดวงตามีแววลังเล แม้อยากให้เขาลูบไล้เปิดเปลือยอารมณ์ดำกฤษณาภายใน แต่มันไม่ถูกต้อง เธอกับเขาไม่สมควรทำเรื่องแบบนี้
“แต่คุณย่า...”
“อาจะจัดการเอง ไหนๆ เราก็เริ่มมาถึงตรงนี้แล้ว” ชายหนุ่มยังคงไล้นิ้วไปตามแก้มนุ่ม ดวงตาระยิบระยับบ่งบอกความปรารถนาลิบลิ่ว “อาทนไม่ไหวแล้วตะวัน”
มือแข็งแรงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีชมพูอ่อนของเด็กสาวช้าๆ จากเม็ดล่างสุดถึงบนสุด เปิดสาบเสื้อออกทีละข้างจนเห็นอกตูมล้นทะลักใต้บราสีชมพูอ่อน แววตาอาหนุ่มวาววับถูกใจ
“สวยสมกับที่รอคอย...”
ไม่พูดเปล่ามือแข็งแรงยกแผ่นหลังบอบบางเด็กสาวขึ้นจัดการปลดตะขอบรามือไม้สั่น เพียงสิ้นสิ่งพันธนาการ อกตูมก็เปิดเปลือยต่อหน้า
“อย่าค่ะ... อาภูมิ” เด็กสาวเสียงสั่น “ตะวันกลัว”
“อย่ากลัวอา”
เสียงพึมพำในลำคอ ไม่ได้แปลว่าเขาจะหยุด แต่มันหมายถึงแรงอารมณ์ที่เริ่มโหมทะยาน ริมฝีปากหนาฉกวูบริมฝีปากนุ่มที่คอยอุทธรณ์ร้องขอ
แค่ริมฝีปากประกบกัน ราวกับไฟฟ้าหลายร้อยโวลต์ดึงดูด จากนุ่มนวลเลาะเล็มความนุ่มหยุ่นดูดดึงริมฝีปากบนล่างก็แปรเปลี่ยนเป็นเรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัด จากคำขอร้องกลายเป็นเสียงครางในลำคอเด็กสาว
อืมมม
ภูมิยกยิ้มมุมปากด้วยความพึงใจที่ร่างเล็กขาวจั๊วะเลิกร้องขอกลับเปลี่ยนเป็นครวญครางแทน คราวนี้ไม่ต้องรอให้ตั้งตัวมือสากหนาเลื่อนจากข้างหมอนไล้ลงมาที่แก้มนุ่มระเรื่อยลงมาที่ลำคอผ่านแผงอกเปลือยเปล่าจนในที่สุดก็ครอบครองเนินอกตูม
“อาภูมิ!”
“อย่าปฏิเสธ ถ้าตะวันคิดเหมือนอา” หนุ่มใหญ่ปลอบประโลม ริมฝีปากวนเวียนดูดดุนปทุมถันราวกับเป็นของหวานข้างแล้วข้างเล่า ก่อนจะเหลือบมองดวงหน้าบิดเบี้ยวของเด็กสาว
ดวงตาปริ่มน้ำตาของทานตะวันแตะหัวใจของเขา
นาทีนี้จะให้หยุดก็คงไม่ทันเสียแล้ว…
ให้รู้ซะบ้างว่าทานตะวันเป็นของเขา ใครหน้าไหนอย่าสะเออะเหอะ!ร่างสูงล่ำคล้ำแดดไม่สวมเสื้อผ้ากลับมาทิ้งตัวลงนอนข้างร่างนุ่มโอบกอดเธอไว้ ทานตะวันส่งเสียงงึมงำในลำคอแล้ววาดมือโอบเอวของเขาเช่นกัน เพียงเท่านั้นไฟราคะก็ลุกโชนอีกรอบ ร่างบางถูกรุกรานจากรสสัมผัสและดำกฤษณาต้องโอนอ่อนผ่อนตามไปอีกตามเคยภูมิพินิจดวงหน้าชื้นเหงื่อของหลานสาวที่ตอนนี้แปรเปลี่ยนสถานะเป็นภรรยาทางพฤตินัยของตนด้วยแววตารักใคร่ เรียวนิ้วไล้พวงแก้มนวลจนอีกฝ่ายรู้ตัวขยับกาย“กี่โมงแล้วคะอาภูมิ”อาหนุ่มยกยิ้มจ้องนาฬิกาข้างฝาผนังแล้วตอบ “เกือบเก้าโมงแล้วจ้ะ หิวรึยัง อาจะได้ทำอะไรให้กิน”“ห๊า! เก้าโมง!”ทานตะวันทะลึ่งพรวดลุกนั่ง สีหน้าเหยเก “ทำไมไม่ปลุกคะ ตะวันต้องรีบไปหาคุณย่า”“เดี๋ยวค่อยไปสายหน่อยก็ได้”“อาภูมิไม่ห่วงคุณย่าเหรอคะ ”“ไม่ใช่อย่างนั้น แต่อาว่า...”“คุณย่าเป็นแม่อาภูมินะ!” เด็กสาวเสียงขุ่นก่อนลุกพรวดพราดแต่โดนดึงแขนไว้จึงหันกลับมาทำหน้าตูมเสียงเข้ม “ตะวันจะไปหาคุณย่าค่ะ”“อย่าเพิ่งเลยน่า”“เอ๊ะ! อาภูมิทำไมดื้อ”เธอไม่ฟังที่ถูกยื้อ แต่ภูมิโอบเอวไว้ไม่ให้ลุก ทำให้ทานตะวันถึงกับหน้าบึ้งดึงมือออกแล้วผลุบหายเข้าไปใน
“พักนึงแล้ว อานอนไม่หลับเลยออกมาคิดอะไรเพลินๆ ริมระเบียง”“คิดอะไรอยู่เหรอคะ มีตะวันอยู่ในความคิดอาภูมิรึเปล่า” เธอถามหยอกเย้าแต่นึกได้ก็รีบบอก “ตะวันขอโทษที่ละลาบละล้วงค่ะ”“ละลาบละล้วงอะไรกัน”“ก็ที่ถาม”“ตะวันสงสัยว่าอาคิดเรื่องตะวันรึเปล่าน่ะเหรอ”“ค่ะ ตะวันไม่อยากให้อาภูมิรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้ ตะวันอยากให้อาภูมิรู้ว่าตะวันเต็มใจ”ภูมินั่งลงข้างเตียงจ้องหน้าเด็กสาวที่ยังผมเผ้ารุงรังเพราะบทรักเมื่อคืน มือหนายกขึ้นลูบพวงแก้มสีชมพูระเรื่อก่อนจะโน้มตัวจูบริมฝีปากบวมเจ่อเบาๆ“อารักตะวัน”“รู้แล้วค่ะ อาภูมิบอกหลายรอบแล้ว”“อาอยากพูดให้ฟังทุกวัน”“ตะวันก็จะรอฟังทุกวัน” เธอตอบยิ้มๆ“ฟังอย่างเดียวไม่พอ ต้องให้อารักทุกวันด้วย”“หา!”ทานตะวันอ้าปากค้างเข้าใจความหมายแฝงในนั้น ภูมิยิ้มกริ่มจูบริมฝีปากอิ่มรวดเร็วอีกครั้งก่อนจะโอบร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน“ตกใจขนาดนั้นเชียว หรือว่าที่อาทำตะวันไม่มีความสุข”“ปะ... เปล่าค่ะ ตะวันมีความสุข... แต่ทุกวันมันเจ็บ”“ทำหลายๆ วัน ไม่นานก็หายเจ็บค่ะ” อาหนุ่มพูดสองแง่สองง่าม ในขณะที่เด็กสาวถึงกับหน้าแดงซ่าน“อาภูมิทะลึ่ง|“แน่ะ ว่าอาอีกแล้ว เอาเถอะอาไม่แกล้งแล้ว
เพียงเท่านี้จากที่ขยับเบาๆ ก็เพิ่มความแรงมากขึ้นตามอารมณ์รักอารมณ์ใคร่นำพา ภูมิจับขาหลานสาวแยกออกจากกันห่างเพื่อให้งูยักษ์ขยับตัวเข้าออกโพรงสวาทอย่างสะดวกสบายมากขึ้น เข่าสองข้างดันพื้นยันไว้ส่วนกลางลำตัวส่งแรงเร่งร้อน รุกเร้า คลายตัวผ่อนออกก่อนจะกระแทกเข้าไปจนมิดอีกครั้งแล้วแช่นิ่งราวหยอกเย้าทานตะวันกระตุกเกร็ง ขาสองข้างถูกอาหนุ่มรั้งไว้เหนือข้อพับแขนบึกบึนจนลอยไปมาตามแรงอัด ครู่หนึ่งดวงตาก็ลืมขึ้นด้วยสงสัย เธอมองเห็นดาวเต็มฟากฟ้าทั้งที่ไม่ได้มองนอกหน้าต่าง ร่างกระตุกเกร็งปล่อยน้ำเปียกชุ่มออกมาถึงจุดสุดยอดโดยไม่รู้ตัว น้ำรักพรั่งพรูฉ่ำเยิ้มสร้างความลื่นไหลให้กิจกรรมเข้าจังหวะเป็นไปอย่างง่ายมากขึ้นและมากขึ้นมันท่วมท้นและหนักหน่วง...“อ่า เยี่ยมมาก ปลดปล่อยมันออกมาเลยตะวัน” เขาเพ้อทั้งตาปรือ ลำตัวยังคงเลื่อนเข้าออกกายสาวอย่างสุขสุดภูมิยั้งใจไว้ไม่ให้ตัวเองถึงที่หมายก่อน แต่พอทานตะวันถึงฝั่งฝันก็เป็นทีของเขาที่จะบุกตะลุยให้สุดปลายทาง“อาห์ อ่า อ่า อ่า”เสียงร้องครวญครางของเด็กสาวดังขึ้นเรื่อยๆ ตามจังหวะการกระแทกกระทั้น ภูมิห้อตะบึงส่วนกลางลำตัวเข้าออกรวดเร็วยิ่งขึ้นราวกับกลัวไม่ถึงฝัน
ในขณะที่นิ้วร้ายยังคงทำงานหนักหน่วงแทบไม่ต้องเบามืออีกต่อไป เพราะแรงอารมณ์คุโชนเต็มที ยามนี้เขาปรารถนาจะครอบครองร่างบอบบางแสนสวยนี้จนแทบจะลงแดงตายเสียงดูดดังจ๊วบจ๊าบทำให้ทานตะวันถึงกับสะดุ้งยันศอกชะเง้อขึ้นมองเห็นอาหนุ่มก้มหน้าก้มตากับทรวงอกของตน มือของเขายังคงดันเข้าดึงออกที่ส่วนกลางกายก็ทำให้เด็กสาวเสียวซ่านสุดหยั่ง เธอร้องออกมาอย่างอดใจไม่ไหว“อ๊า! ตะวันจะตายอยู่แล้ว”ภูมิลอบยิ้มเงยหน้าจากอกตูม เด็กสาวหลบตาวูบทันทีที่อาหนุ่มเอ่ยเสียงพร่า“อาก็จะตายอยู่แล้ว อาขอนะ”ไม่รอให้เด็กสาวตอบแต่อย่างใด รอยยิ้มร้ายเอาแต่ใจก็ผุดขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่เคลื่อนตัวลงต่ำดึงนิ้วออกจากเนินนุ่มแทรกแทนด้วยลิ้นอุ่นชอนไช ทานตะวันถึงกับหลับตาปี๋ ทรมานแต่ซ่านเสียวสะท้านไปทั้งกายจนแทบร้องขอชีวิต ขนลุกชันไปทั้งตัว สมองเพริดพราวราวไม่เป็นตัวของตัวเอง “อ๊ะ... อ๊า อ๊า” เด็กสาวร้องครวญคราง สองมือเรียวเล็กจิกทึ้งหัวไหล่เปลือยของอาหนุ่มด้วยความเสียวซ่าน“พอแล้ว ตะวันจะตายอยู่แล้วมันทรมานค่ะอาภูมิ”ภูมิถึงจะเจ็บแต่ฟังเสียงลูกแมวแง้วๆ แล้วยิ่งได้ใจ ลิ้นร้อนแทรกชอนไชกระดกขึ้นลงลึกลงไปถึงจุดกระสันจนเด็กสาวฉ่ำชื้นพ
เธอบอกอย่างว่าง่ายแต่แล้วกลับทำหน้ามุ่ยเมื่อนึกตามคำพูดภูมิเมื่อครู่“แต่อาภูมิยังไม่แก่จริงๆ นะคะ ก็แค่อายุมากกว่าตะวันมากไปนิดแล้วก็เกิดก่อนตะวันนานมากๆ ไปหน่อยแค่นั้นเอง” “ชื่นใจ”“อาภูมิวางใจนะคะ ตะวันจะแก่ทันอาภูมิเอง”ภูมิฟังแล้วถึงกับหลุดขำ ริมฝีปากหนาจรดแก้มนวลหอมฟอดเสียงดัง “อาก็รักตะวัน รักที่ตะวันเกิดทีหลังแต่พยายามจะแก่ทันอา” “อาภูมิอะ พูดซะตะวันเขิน” “อาชอบที่ตะวันเขิน” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะฉวยมือเธอมาวางแนบอกของตัวเอง “ได้ยินไหม” “หือ”“หัวใจอากำลังเต้นแรงมันตื่นเต้นแทบระเบิดออกมานอกอกแล้ว” “อาภูมิตื่นเต้นทุกครั้งที่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงทุกคนรึเปล่าคะ อย่างเช่นคุณสร้อย...” อื๊อออออ... เด็กสาวครางประท้วงในลำคอ เพราะเธอไม่เพียงพูดไม่ทันจบอาหนุ่มก็ก้มประกบริมฝีปากเธอ เรียวลิ้นร้อนซอกซอนชอนไชทุกอณูจนเธอร้อนรนเผลอตอบรับอีกฝ่ายด้วยความเก้อเขิน ภูมิยกยิ้มครู่เดียวก็บอกเธอว่า “อาทนไม่ไหวแล้ว ถ้าตะวันอยากรู้ว่าอาตื่นเต้นแค่ไหน ตะวันก็ต้องทำรักกับอา” ทานตะวันครางในลำคอ
ภูมิอดยิ้มขำไม่ได้เพราะดวงตาที่สบกันเต็มไปด้วยความกระดากอายจึงบีบจมูกเธอก่อนจะพูดล้อๆ “ได้ตามสั่งอยู่แล้วครับ... มาดาม”“เดี๋ยวๆ ค่ะอาภูมิ”“อะไรเหรอ”ทานตะวันมีท่าทีลังเลก่อนเอ่ย “อาภูมิคิดว่าเรื่องของเราจะเป็นไปได้จริงๆ เหรอคะ”เธอถามอออกไปด้วยสีหน้าตระหนก ถึงรักภูมิมากยอมได้ทุกอย่างแต่เธอก็ยังไม่มั่นใจจนกว่าจะได้ยินคำมั่นจากปาก“ทำไมถึงคิดว่าเรื่องของเราจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ”“ก็ตะวันเป็นเด็กไม่ดี กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา”“แล้วไง”“ไม่มีหัวนอนปลายเท้าด้วย”“แล้วยังไง”“ก็เป็นคนที่ไม่คู่ควรกับความรักของอาภูมิไงคะ”ทานตะวันถึงกับอึกอักไม่รู้จะบอกยังไง แต่ภูมิกลับบีบจมูกรั้นของเธอเหมือนที่เคยทำเวลาต้องการปลอบขวัญ“เพ้อเจ้อน่ะ อาถามตะวันแค่คำเดียวว่ารักอารึเปล่า”“รักค่ะ”“อะไรนะ อาไม่ได้ยิน” ภูมิถามเย้าขณะที่จมูกโด่งเป็นสันคลอเคลียเบาๆ อยู่กับปลายจมูกแหลมเล็กของเด็กสาวอีกทานตะวันช้อนตาที่คลอไปด้วยน้ำตาขึ้นจ้องดวงตาคมกล้าของอาหนุ่ม มันมีแววแห่งความปรารถนาอยู่ในนั้นจนทานตะวันสั่นสะท้าน เธออยากก้าวข้ามความลังเลแล้วเป็นของอาหนุ่มด้วยความเต็มใจ“ต้องให้พูดอีกเหรอคะ”“ไม่ต้อง” ภูมิตอบทั้งยิ้มม
แค่คิดก็เบื่อ ดีที่มีชลทิศมาคุยเป็นเพื่อน แต่คุยได้ไม่นานภูมิก็เดินตรงเข้ามาสีหน้าถมึงทึงจนทานตะวันที่กำลังหัวเราะร่วนถึงกับหุบยิ้มอย่างรวดเร็ว“คุยอะไรอยู่หัวเราะสนุกเชียว”คำถามราบเรียบแต่น้ำเสียงดุดันของอาหนุ่ม ทั้งมองเธอและตวัดหางตามาทางชลทิศ ทำให้ทานตะวันขนคอลุกชัน เธอยิ้มแหยๆ แนะนำอีกฝ่ายกับอ
สองสาวถึงกับเหวอโดยเฉพาะมัสลินที่ไม่ทันจะอ้าปากพูดใดๆ ภูมิก็โบกมือห้ามทำให้หญิงสาวถึงกับค้าง “นี่นายคงไม่คิดจะให้หนูตะวันไปจมปลักอยู่ที่ไร่กับนายหรอกนะ นายภูมิ” “ก็แล้วทำไมล่ะ ไร่ฉันมันเป็นไง” “ก็มันทั้งเก่า ทั้งโทรมจะตาย ฉันว่านายอย่าเก็บหนูตะวันไว้คนเดียวเลย...
บาร์ริมสระว่ายน้ำของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพเต็มไปด้วยหนุ่มสาวใหญ่น้อยแต่งตัวสวยงามสุดเหวี่ยงเนื่องในงานเลี้ยงสละโสดของลลนาอดีตคนรักสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของภูมิทานตะวันเข้าใจได้ทันทีว่าเหตุใดอาของเธอจึงคะยั้นคะยอให้มาด้วย คงเพราะไม่อยากตอบคำถามว่าทำไมถึงยังครองโสดในขณะที่อดีตรักแรกกลับแต่งงาน
“อาภูมิคะ นี่ห้องลองเสื้อนะคะ!” เด็กสาวร้องเสียงดัง เท่านั้นก็ได้คำตอบเป็นเสียงจิ๊จ๊ะขัดใจ“ขะ ขอโทษ อาแค่จะสำรวจ”“สะ... สำรวจ! สำรวจอะไรนะคะ!”“สำรวจดูว่าตะวันโตเป็นสาวแล้วจริงๆ” ชายหนุ่มพูดเหมือนละเมอ แนบหน้ากับไหล่นวลเนียนริมฝีปากสากหนาบรรจงจูบลาดไหล่จนเด็กสาวสะดุ้ง“อะ... อาภูมิจะทำอะไรคะ!”“อ







