Home / วาย / บ่วงรักในเงาอาชญา / บทที่ 1 พยานคนสำคัญ

Share

บทที่ 1 พยานคนสำคัญ

last update publish date: 2026-03-27 01:18:59

“คุณจะเริ่มสอบปากคำเลยไหมครับ?”

เสียงนุ่มหูเอ่ยขึ้น มันช่วยดึงสติโทเบียสออกจากภวังค์ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คนตัวสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร เดินอ้อมโต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฟินลีย์

“รอก่อน...นี่มันยังไม่ถึงเวลางานของฉันเลยด้วยซ้ำ"

"ใครเขาปล่อยให้นายเดินเพ่นพ่านเข้ามาที่นี่ง่าย ๆ แบบนี้เนี่ย ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะ”

น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความดุดัน เคร่งขรึมจนน่าเกรงขาม แววตาเฉยชาราวกับคนไร้ความรู้สึกของโทเบียส ทำให้ฟินลีย์ถึงกับหน้าถอดสี แต่ใช่ว่าเขาจะยอมคนง่าย ๆ เสียเมื่อไร ฟินลีย์ไม่ใช่คนยอมคน เขาเป็นคนที่ไม่ยอมใคร อย่าหวังว่าเขาจะยอมให้โทเบียสพูดจาไม่ดีใส่เขาได้ ฟินลีย์ไม่ยอมแน่นอน

“ก็คุณไงครับ...นัดผมมาสอบปากคำวันนี้ลืมไปแล้วเหรอ? ทำงานจนสมองเบลอแล้วหรือยังไง ถึงจำคำพูดตัวเองไม่ได้”

ฟินลีย์เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ พลางจ้องมองโทเบียสตาขวาง ใบหน้ามนงอง้ำบ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมาก แสดงออกไปให้โทเบียสได้เห็น

ฟินลีย์เป็นคนเดียวที่กล้าต่อปากต่อคำกับโทเบียส ปกติแล้วไม่มีใครหน้าไหนกล้าจะเล่น หรือพูดจาแบบนี้กับโทเบียส นอกจากคู่หูคนสนิทของเขา แค่เขายืนเฉย ๆ รังสีอำมหิตก็แผ่ซ่านไปรอบกายแล้ว

โทเบียสหันหลังกลับมามองหน้าฟินลีย์อีกครั้ง ด้วยสายตาเรียบเฉย แต่คนถูกมองกับรู้สึกว่าเหมือนกำลังถูกพญามัจจุราชจ้องจะกระชากวิญญาณเขาให้ลงหลุม

“เก็บปากไว้ตอบคำถามฉันในห้องสอบสวนจะดีกว่า ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นนาย”

สุ้มเสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาจากลำคอ สายตานิ่งเรียบของโทเบียสยังคงจ้องมองฟินลีย์ด้วยความเฉยชา แวบหนึ่งดวงตาคู่นั้นทำให้เขารู้สึกวูบไหวอย่างประหลาด ราวกับเคยเห็นมันในความฝัน 

“ทำไมมองผมแบบนั้น นี่คุณผมมาเป็นพยานให้คดีที่คุณสืบอยู่นะ ไม่ได้เป็นนักโทษสักหน่อย พูดจากันดี ๆ ก็ได้ รู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองเหมือนคนไม่มีหัวใจ เหมือนพวกหุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกน่ะ”

สิ้นเสียงของฟินลีย์โทเบียสก็ค่อย ๆ เดินย่างก้าวเข้ามาหาฟินลีย์ช้า ๆ มือข้างขวายกขึ้นมาจับใบหน้าเรียวมน ที่สะอาดหมดจดไร้ที่ติ สายตาทั้งสองจ้องผสานอย่างไม่มีใครยอมใคร

เขาจับหน้าฟินลีย์หันซ้าย หันขวา ไปมาราวกับว่ากำลังพินิจพิจารณาอะไรบางอย่าง ดวงตาไร้แววของโทเบียสจ้องมองฟินลีย์อยู่ครู่หนึ่ง ฟินลีย์ไม่อาจคาดเดาความคิดของโทเบียสได้เลย ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่

“รู้ไหมไอ้หนู ว่านายกำลังเล่นอยู่กับใคร?”

โทเบียสเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า แล้วค่อย ๆ เพิ่มแรงบีบมือแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนฟินลีย์รู้สึกเจ็บไม่น้อย สายตาวาวโรจน์จ้องมองคนตรงหน้า ราวกับว่าจะฟาดฟันฟินลีย์ให้แหลกคามือ “เขาเป็นบ้าอะไรของเขา...เหมือนจะฆ่ากันเลย” ฟินลีย์ได้แต่เพียงคิดในใจ มือเรียวราวกับผู้หญิง พยายามแกะมือของโทเบียสออกจากใบหน้าตัวเองแต่ก็ไม่เป็นผล

“ปล่อยนะ!!...ผมไม่ได้เล่นสักหน่อย ก็ผมพูดเรื่องจริงแต่คุณรับไม่ได้เองต่างหากล่ะ”

คำตอบของฟินลีย์ทำให้โทเบียสถึงกับนึกฉุน แต่เขายังคงเก็บอาการได้ดี สายตายังคงนิ่งเรียบ เย็นชา ไร้ความรู้สึก ราวกับว่าไม่สะทกสะท้านกับคำพูดของฟินลีย์เลยแม้แต่นิดเดียว

“ไงพวก...มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่า?”

เซบาสเตียน ชายผิวสี หัวเกรียน เส้นผมดำขลับหยิกขอดติดหนังศีรษะ เอ่ยถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นท่าทีแปลก ๆ ของทั้งสอง คนตัวสูงหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร ก้าวเข้ามาช้า ๆ แล้วยืนอยู่ตรงหน้าโทเบียสและฟินลีย์ เขาเป็นคู่หูคนสนิทของโทเบียส มือหนาค่อย ๆ ละออกจากใบหน้ามนของฟินลีย์ โทเบียสหันไปมองเซบาสเตียนด้วยแววตาเรียบเฉยอย่างเคย ๆ

“ฉันจะไปรอที่ห้องสอบสวน”

เขาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก จนคนฟังรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เพียงแค่ประโยคสั้น ๆ ไม่กี่คำ ก็ทำให้คนฟังรู้สึกถึงความน่าเกรงขามของเขาได้แล้ว ท่าทางการเดินที่แน่วแน่และมั่นคงดูไม่รีบร้อน เขาไม่เร่งรีบและไม่หวั่นไหวเมื่อเจอเหตุการณ์ใด ๆ โทเบียสเป็นคนที่สามารถควบคุมความรู้สึก และสถานการณ์ที่กดดันได้เป็นอย่างดี

เซบาสเตียนเหลือบสายตาไปมองคนที่กำลังเดินออกไปเล็กน้อย พลางยกไหล่ทั้งสองข้างขึ้น แล้วหันหน้าไปมองฟินลีย์ด้วยสีหน้าท่าทางสงสัย ฟินลีย์ไม่ได้ตอบอะไร ทำได้เพียงแค่เดินตามโทเบียสไปที่ห้องสอบสวนเงียบ ๆ ไม่ได้พูดแม้แต่คำเดียว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 111 บ่วงรักในเงาอาชญา The End

    อากาศเย็นสบายปนกลิ่นหอมของไม้สนจากภูเขาบลูริดจ์ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ที่เปิดกว้างของร้านอาหารท้องถิ่นเล็ก ๆ ใจกลางแอชวิลล์โต๊ะไม้โอ๊กขัดมันตั้งอยู่ริมกระจกบานใหญ่ มองออกไปเห็นถนนสายแคบที่มีบ้านสไตล์วิกตอเรียน และกระท่อมไม้เรียงราย ภายนอกมีเถาไม้เลื้อยสีเขียวปกคลุมระเบียงร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เพิ่มชีวิตชีวาให้ดูน่ามองบนโต๊ะอาหารมีแสงจากเปลวเทียนอ่อน ๆ ส่องกระทบจานเซรามิกสีขาวที่วางเรียงอยู่ ข้างในมีกลิ่นหอมของแพนเค้กโฮมเมด ราดเมเปิลไซรัป และไข่ดาวที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ เสียงพูดคุยเบา ๆ ของผู้คนในร้านคลอไปกับเสียงกีตาร์อะคูสติก จากนักดนตรีท้องถิ่นที่นั่งเล่นอยู่มุมถนนเสียงหัวเราะหยอกล้อกันบนโต๊ะอาหาร สร้างความเบิกบานให้ทุกคน เซบาสเตียนเป็นคนเปิดประเด็นเล่ามุกตลกให้ทุกคนได้หัวเราะเฮฮา และตอบกลับมุกฝืด ๆ ของโดมินิคที่นาน ๆ ที จะได้ยิน มันยิ่งสร้างความขบขันให้หลายคนไม่น้อยฟินลีย์ตักซุปใส่ถ้วยแล้วเสิร์ฟให้โทเบียส พร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้คนพี่ ท่าทางที่มีความสุข และภาพหวาน ๆ นี้ทำให้ทุกคนอิจฉาตาร้อน โดยเฉพาะโดมินิค ซึ่งตอนนี้เขาเข้าใจดีว่าตัวเองเป็นได้เพียง

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 110 บรรยากาศเปลี่ยน (NC20+)

    ⚠️🔥🔞 คำเตือน : ฉากนี้มีบรรยายการมีเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจน ใครไม่ชอบฉาก NC แรง ๆ กดเลื่อนผ่านได้เลยนะคะ รบกวนขอความเห็นใจไรท์ตาดำ ๆ ตัวดำ ๆ คนนี้ อย่าว่าไรท์เหมือนเรื่องที่แล้วเลยนะคะ ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าไม่ชอบ NC ก็เลื่อนผ่านจ้า จุ๊ฟเหม่ง❤️😘🔞ห้องนอนกว้างขวาง แต่กลับอบอุ่นกว่าที่คิดไว้ สำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งขรึม ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชากลับแฝงไปด้วยความร้อนแรงผนังทาสีเทาเข้มแซมด้วยโทนไม้โอ๊ก ทำให้บรรยากาศทั้งหรูหราและน่ามอง แสงไฟสีเหลืองอมส้มส่องสว่างจากโคมไฟหัวเตียง เงาไฟกระทบกับพื้นไม้ปาร์เก้พาดผ่านเฟอร์นิเจอร์ตัวหรู มันไม่ได้ดูน่ากลัวแต่กลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเตียงคิงไซส์กลางห้องปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา ตัดกับผ้าคลุมเตียงสีน้ำเงินเข้ม ที่ฟินลีย์มักจะพับอย่างเป็นระเบียบแต่ค่ำคืนนี้กลับถูกดึงให้คลายตัว ราวกับว่ายอมให้ใครบางคนเข้ามาแบ่งปันพื้นที่ส่วนตัวในห้องนี้ โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตั้งอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ทำให้ห้องดูมีมิติ แสงไฟในเมืองด้านนอกลอดเข้ามาเป็นประกายระยิบระยับ เหมือนมวลหมู่ดาวในท้องนภา

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 109 ตัวอันตราย2

    “อย่า!!...อย่ายิง!!”ลูเซียนเอ่ยเสียงแข็งกร้าว พลางขบสันกรามเข้าหากันแน่น เมื่อไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ในตอนนี้ “ไอ้โทเบียส!!...ยังไงวันนี้อเล็กซ์ก็ต้องกลับไปกับฉัน” คนนัยน์ตาสีแดงก่ำจ้องมองโทเบียสไม่ลดละในหัวลูเซียนมีแต่แผนการผุดขึ้นมา ว่าจะพาอเล็กซ์ออกไปได้อย่างไร ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องพาอเล็กซ์ออกไปให้ได้ ต่อจะให้ฆ่าสักกี่ศพเขาก็ยอม“แกมีสิทธิ์ร้องขอด้วยเหรอ?”โทเบียสเอ่ยเสียงนิ่งเย็น สายตาว่างเปล่าจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ปรานี โทเบียสรู้ดีว่าถ้าเกิดเขาไม่สามารถจับลูเซียนได้ ทุกคนต้องตกอยู่ในอันตราย ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ว่าลูเซียนจะทำแบบนี้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทำเพราะคนที่ตัวเองรัก ทำเพราะผิดหวังจากคนรัก ไม่ว่าจะเหตุผลไหน แต่สิ่งที่ลูเซียนทำตอนนี้ มันกลายภัยต่อคนอื่นไปเสียแล้วโทเบียสส่งสัญญาณให้เซบาสเตียนและโดมินิคที่ค่อย ๆ สืบเท้าก้าวเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังลูเซียน ให้พวกเขาเคลียร์นักโทษ และเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่นี่โดยด่วน

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 108 ตัวอันตราย

    เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดดังก้องทั่วทั้งห้องสี่เหลี่ยม ที่มีผนังสีขาวหม่น ๆ สีหลุดล่อนเสื่อมสภาพตามกาลเวลา ด้านบนมีเพียงหลอดไฟนีออนสีขาวให้แสงจ้า ส่องสว่างทั่วห้องในห้องนี้มีอุปกรณ์ทดลองมากมายเต็มไปหมด หลอดแก้วสีใสวางเกลื่อนกลาด บางหลอดมีสารเคมีหลงเหลืออยู่ กลิ่นหืนของสารเคมีคละคลุ้งไปทั่วอากาศ ชวนให้คนที่อยู่ในห้องคลื่นไส้จนแทบอาเจียนลูเซียนร้องคำรามออกมาเสียงดังราวกับสัตว์ป่า ดวงตาปูดโปนแดงก่ำราวกับปีศาจ ตามแขนเขามีรอยเข็มที่ทิ่มแทงเข้าไปในเส้นเลือดนับจำนวนแทบไม่ได้ เขาทำการทดลองกับตัวเองให้เป็นคนที่ไม่มีวันตายและกลายเป็นอมตะร่างกายของลูเซียนตอนนี้ราวกับว่า มีบางสิ่งบางอย่างผิดแปลกจากมนุษย์ทั่วไป ผิวซีดขาวจนน่ากลัวราวกับผีดิบไม่มีผิดเพี้ยน เส้นเลือดสีดำขลับเห็นเด่นชัดจนน่ากลัวบรรดาลูกน้องต่างพากันเกรงกลัวนายตัวเองในเวอร์ชันใหม่ เจ้านายที่กลายเป็นผีดิบไปแล้ว พวกเขากลัวจนพากันหนีลูเซียน ไม่มีเหลือใครข้างกายสักคน“ถึงเวลาแล้วที่พวกมันต้องชดใช้”น้ำเสียงแหบห้าวเอ่ยขึ้นพึมพำกับตัวเอง สายตาแดงก่ำจ้องมองตรงอย่างไร้จุดหมาย ดว

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 107 ชีวิตหลังความตาย2

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!!...พวกคุณทำอะไรคุณลุงกับคุณป้าน่ะ!!”เสียงของคาเรลดังขึ้น เมื่อเห็นลุงกับป้าของตัวเองกำลังยืนร้องไห้ราวกับโดนทำร้าย คนตัวเล็กรีบปรี่เข้ามาเตรียมจะเอาเรื่องคนที่มารังแกลุงกับป้าของตัวเองทันที“คาเรล...นายนี่มันยังแสบเหมือนเดิมเลยนะ พี่เอง”เสียงของเอลเลียตทำให้คาเรลหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขาจำได้ว่าเอลเลียตตายไปเมื่อหลายปีก่อน แต่ตอนนั้นเขาไม่มาร่วมงานศพหลังจากงานศพของเอลเลียตจบลง เอเรน่าและฮาเตอร์ก็กลายเป็นคนเศร้าหมอง จนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ ทุกสุดสัปดาห์คาเรลก็จะกลับจากกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. มาอยู่กับท่านทั้งสอง เพื่อไม่ให้ท่านเหงา“พี่เอลเลียต...พี่กลับมาได้ยังไง? พี่ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”กำปั้นหนา ๆ เคาะลงกลางหน้าผากของคาเรลอย่างแรง เมื่อคนตัวเล็กพูดออกมาไม่คิด เอลเลียตอมยิ้มให้กับน้องชายตัวแสบ ลูกชายของน้าที่ชอบป่วนเขาอยู่เรื่อย“ฉันยังไม่ตาย...แค่หายตัวไปทำภารกิจลับ ก็เลยต้องแกล้งตาย”คำพูดของเอลเลียตทำให้คาเรลพยักหน้าตามอย่างเข้าใจ แต่เขาก็ไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าทำไม

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 106 ชีวิตหลังความตาย

    ภายในห้องทดลองที่ทาทาบกำแพงด้วยสีขาวสะอาดตา ไฟจากหลอดนีออนสีขาวจ้าสว่างไปทั่วทั้งห้อง อุปกรณ์วิจัย และหลอดแก้วที่มีสารเคมีอยู่ในหลอดหลายชนิด ถูกนำมาทดลองไม่รู้ต่อกี่ครั้งที่นี่เป็นห้องวิจัยหมายเลขหนึ่งขององค์กรดอกลิลลี่สีดำ ที่ทางการอนุญาตให้ใช้ทำการทดลองเพื่อช่วยชีวิตเอลเลียตได้ดร.วิลเลียม หมกตัวอยู่ที่นี่เกือบหนึ่งสัปดาห์ พร้อมกับหลอดเลือดตัวอย่างของอเล็กซ์อีกเพียงสองหลอดที่เหลืออยู่ เขายังหาข้อมูลไม่เจอเลยว่าเพราะอะไร ทำไมอเล็กซ์ถึงมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่ต้องใช้ยาเคมีฉีดเข้าร่างกายตอนนี้เอลเลียตอยู่ได้เพราะยาที่มีอยู่ แต่ ดร.วิลเลียม ต้องการให้เอลเลียตไม่ต้องใช้มันอีก เขาไม่อยากให้เอลเลียตต้องใช้มันไปตลอดชีวิต หากวันใดวันหนึ่งเขาไม่มีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ ก็เท่ากับว่าเอลเลียตก็ต้องจบชีวิตลงเช่นกัน“ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นหรอก ดร.”เอลเลียตเดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง ดร.วิลเลียม พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง เขาคิดไว้แล้วว่าไหน ๆ เขาก็ตายไปแล้ว ความจริงมันก็ไม่ควรที่เขาจะกลับมามีชีวิตฝืนกฎธรรมชาติ นี่เป็นสัจธรรมมนุษย์ ที่ทุกคนล้วนแล้วต้องตายทั้งน

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 18 ความเป็นความตายของโทเบียส

    เหมือนเส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นและความตายของโทเบียสอยู่เพียงคืบ ฟินลีย์ที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวาย เขาเห็นภาพเอลเลียตกำลังจะฆ่าโทเบียสมีดปลายแหลมถูกจ่อที่ลำคอคนตัวสูง ฟินลีย์ตกใจสุดขีด ร่างกายของเขาขยับโดยอัตโนมัติ เขารีบพุ่งตัวเข้าไปผลักเอลเลียต ให้ออกจากโทเบียสสุดแรง

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 16 คนในอดีตที่ไม่ควรกลับมา

    โทเบียสยืนนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ"โทเบียส!!...โทเบียส!!"สุ้มเสียงคนด้านนอกแหบพร่าฟังดูน่าขนลุก เสียงนั้นมันคือเสียงของ “เอลเลียต” เพื่อนสนิทที่เสียชีว

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 15 คนหลังประตู

    เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบา ๆ ทำให้โทเบียสละสายตาจากพื้นห้องที่เคยมีศพนอนนิ่งอยู่ เขาหันไปมองทางต้นเสียง เป็นฟินลีย์ยืนอยู่ตรงประตูทางเชื่อมระหว่างห้องพักสองห้อง ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด“คุณคิดว่าเราจะปลอดภัยไหมถ้าอยู่ที่นี่?”คนที่เพิ่งเ

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 6 ฆ่ามันทำไม

    ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เลือดสีแดงสดย้อยลงมาตรงกลางหน้าผาก แล้วค่อย ๆ หยดลงมาที่ใบหน้าเป็นทางยาวตามแรงโน้มถ่วงของโลก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปหมดคนตัวใหญ่รูปร่างกำยำสวมเสื้อผ้าหนังสีดำ ใส่หมวกไหมพรมล้มลงไปนอนกองกับพื้น ฟินลีย์รีบหันไปดูว่าใครกันที่เป็นคนยิงไอ้สารเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status