Beranda / วาย / บ่วงรักในเงาอาชญา / บทที่ 2 สอบปากคำพยานเพียงหนึ่งเดียว

Share

บทที่ 2 สอบปากคำพยานเพียงหนึ่งเดียว

last update Tanggal publikasi: 2026-03-27 01:19:38

ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีเทาเข้ม มีโต๊ะสีดำตรงกลางห้องหนึ่งตัว และเก้าอี้สีดำเพียงตัวเดียวสำหรับผู้ถูกสอบสวน แสงไฟถูกจัดให้ไม่สว่างและไม่มืดจนเกินไป เพื่อให้เห็นสีหน้าท่าทางของผู้ถูกสอบสวนได้อย่างชัดเจน

กระจกสองด้านถูกติดไว้ ซึ่งให้เจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในห้องข้างเคียงสามารถมองเห็นการสอบสวนได้ โดยที่ผู้ถูกสอบสวนมองไม่เห็น ซึ่งอีกด้านของกระจกนี้ เป็นห้องสำหรับบันทึกการสนทนาและการวิเคราะห์พฤติกรรมของผู้ถูกสอบสวน

ภายในห้องยังมีระบบกล้องวงจรปิด ระบบบันทึกเสียง และระบบเสียงที่ดี ช่วยเก็บเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกไปภายนอก และป้องกันเสียงจากภายนอกเข้ามารบกวนสมาธิของคนภายในห้องด้วย

“นั่ง!!”

คำสั่งสั้น ๆ ของโทเบียสเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเย็นยะเยือก เขาปรายตามองฟินลีย์ เพื่อเป็นการบอกกลาย ๆ ว่าให้นั่งลงที่เก้าอี้ ฟินลีย์ทำตามอย่างว่าง่าย โทเบียสค่อย ๆ ก้าวเท้า แล้วเอามือไพล่หลังเดินวนรอบโต๊ะ ก่อนที่จะหยุดอยู่ตรงหน้าฟินลีย์ แล้วเอามือเท้าโต๊ะ 

เขาช้อนสายตาคมขึ้นมาจ้องมองฟินลีย์ สายตาคมคู่นั้นยากที่จะคาดเดา จนคนตรงหน้าถึงกับกลืนน้ำลายก้อนใหญ่ลงคอ ราวกับว่าตัวเองเป็นคนทำผิดมหันต์ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นเพียงพยานผู้เห็นเหตุการณ์เท่านั้น

“วันนั้นนายไปทำอะไรที่นั่น?”

โทเบียสเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะกะพริบตา เขายังคงจ้องมองฟินลีย์ไม่ลดละ ราวกับว่ากำลังจะจับผิดอะไรบางอย่าง ใช่โทเบียสรู้สึกว่าพยานของเขาคนนี้ดูแปลก ๆ ด้วยสัญชาตญาณ มันทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของพยานคนสำคัญของคดีนี้ สิ่งที่ฟินลีย์พูดออกมานั้น ฟินลีย์ต้องพูดไม่หมดแน่นอน

“คุณถามผมแบบนี้มากี่รอบแล้วเนี่ย ผมก็บอกอยู่ว่าผมพาหมาผมไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะทุกเช้า แล้วอยู่ ๆ วันนั้นหมาของผมมันก็วิ่งจนเชือกหลุดจากมือ”

“แล้วผมก็เลยวิ่งตามมันไปหลังตึกนั่น จนไปเจอผู้หญิงคนนั้น เธอ...เธอกำลังถูกใครก็ไม่รู้เอามือควักเข้าไปในท้อง แล้ว แล้ว....”

ฟินลีย์ทำท่าทางพะอืดพะอมเหมือนจะอาเจียนออกมา เขารีบยกมือขึ้นมาปิดที่ปากของตัวเองทันที “ให้ตายสิแค่คิดถึงภาพนั้นฉันก็อยากจะอาเจียนแล้ว” เขาพยายามกลั้นมันเอาไว้ จนเซบาสเตียนต้องรีบไปหยิบถังขยะ ที่มีถุงพลาสติกหุ้มอยู่อีกชั้นมาให้เขาทันที

แค่ฟินลีย์นึกถึงภาพนั้น ตอนที่เครื่องในของเธอถูกควักออกมา เลือดสีสดไหลนองเต็มพื้น เขาก็อยากจะอาเจียนแล้ว ภาพนั้นยังติดตาฟินลีย์อยู่เลย

“รูปร่างหน้าตามันเป็นยังไง?”

“ตัวสูง ๆ ประมาณคุณ ผมสีดำยุ่งเหยิงอย่างกับคนไม่ได้สระผมมาเป็นปี”

เขาชี้นิ้วไปที่เซบาสเตียน เพื่อให้โทเบียสดูว่าความสูงของคนร้ายสูงประมาณเซบาสเตียน เสียงพูดเขาเบาลงจนแทบจะไม่ได้ยิน ฟินลีย์ยู่หัวคิ้วเข้าหากัน พลางทำท่าทางราวกับว่ากำลังนึกอะไรบางอย่างอยู่

“ผมว่าหน้าไอ้หมอนั่นมันเหมือน เหมือน เอ่อ...”

ฟินลีย์หยุดพูดไปชั่วขณะ เขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันเป็นเส้นตรง สายตาหลุบต่ำหลบตาโทเบียส จนอีกฝ่ายสังเกตได้ “ถ้ามันไม่ใช่ล่ะ? ถ้าฉันพูดผิด...พวกเขาจะหาว่าฉันปั้นเรื่องไหม?” สมองของเขามันฉุกคิด ว่าสิ่งที่จะเอ่ยต่อจากนี้ มันจะส่งผลดีหรือร้ายกับเขากันแน่

พูดไปเซบาสเตียนและโทเบียสจะเชื่อไหม ฟินลีย์ไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปดีไหม ว่าคนที่เขาเห็นเหมือนใคร แต่บางทีมันอาจจะไม่ใช่ เพราะเวลานั้นมันยังเช้าตรู่อยู่เลย แล้วเขาก็ไม่ได้อยู่ใกล้มากพอที่จะเห็นหน้ามันได้ชัดเจนขนาดนั้น

“เหมือนใคร?”

น้ำเสียงเข้มเค้นเสียงเหี้ยมคาดคั้นรอคำตอบ เมื่อพยานคนสำคัญเพียงคนเดียวอ้ำอึ้งไม่พูดออกมาสักที โทเบียสเอามือเท้าโต๊ะแล้วยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ฟินลีย์ สายตาคมจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของคนนัยน์ตาสีเทา

ความนิ่งเฉย เย็นชา สายตาที่แน่วแน่ แต่มันช่างกดดันจนอีกฝ่ายอดเกรงกลัวไม่ได้ “ทำไมชอบใช้สายตาแบบนั้นกับฉันนะให้ตายสิ!!” ฟินลีย์คิดในใจแต่ไม่พูดอะไรออกไป เขาจำใจต้องพูดในสิ่งที่เขาคิด

“ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่านะ แต่ไอ้หมอนั้นมันเหมือนคนในรูป รูปที่โต๊ะทำงานของคุณ ผู้ชายที่ถ่ายรูปกับพวกคุณสองคนน่ะ”

“แต่อาจจะแค่เหมือน อาจจะไม่ใช่ก็ได้นะ เพราะตอนนั้นผมไม่ได้อยู่ใกล้จนเห็นหน้ามันชัดมากขนาดนั้น”

โทเบียสและเซบาสเตียนหันหน้ามามองกันอย่างไว เมื่อได้ยินคำตอบของฟินลีย์ ที่ไม่เคยบอกกับพวกเขามาก่อนเลย

“เป็นไปไม่ได้!!”

“เป็นไปไม่ได้!!”

ทั้งสองผสานเสียงพร้อมกันเหมือนกับว่านัดกันพูดประโยคนี้ โทเบียสและเซบาสเตียนเอ่ยค้านเสียงแข็ง เพราะว่าสิ่งที่ฟินลีย์บอกไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน มันไม่มีทางเป็นไปได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

เซบาสเตียนเดินวนไป วนมาอยู่ข้างหลังฟินลีย์ สายตาของเขาเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่บางอย่าง พลางส่ายหัวไปมา คิ้วหนาขมวดเข้ากันเป็นปม “มันจะเป็นไปได้ยังไง? ...ไม่มีทางเป็นไปได้แน่นอน!!” ความคิดฟุ้งซ่านตีกันไปมาในหัวเซบาสเตียน มันไม่แพ้โทเบียสเลยที่คิดเช่นนั้นเหมือนกัน

“ไม่มีทางเป็นคนในรูปแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์ นายกำลังเล่านิทานหลอกเด็กอยู่เหรอฟินลีย์”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เขากดเสียงลงเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกยำเกรง น้ำเสียงที่เอ่ยออกมามันชวนให้คนฟังหนาวเหน็บเหมือนกับถูกแช่ในถังน้ำแข็ง

“ผมไม่ได้ปั้นเรื่องโกหกมาหลอกคุณสักหน่อย กะแล้วว่าพูดไปคุณก็ไม่เชื่อ”

ฟินลีย์ส่ายหัวไปมา เมื่อสิ่งที่คาดการณ์เอาไว้มันไม่ผิดจากที่เขาคิดเลยแม้แต่นิดเดียว รู้อย่างนี้เขาไม่พูดออกไปแบบนั้นก็ดีแล้ว ฟินลีย์นึกขำตัวเองที่ตัดสินใจผิด บอกสิ่งที่คิดให้พวกเขาทั้งสองฟัง

“แล้วหมานายล่ะ...ตอนนั้นมันอยู่ตรงไหน? นายวิ่งตามมันไป แล้วคนร้ายมันไม่เห็นนายกับหมาของนายเหรอ?”

โทเบียสเปลี่ยนคำถาม เขาเอานิ้วเคาะเบา ๆ ที่โต๊ะ พลางจ้องมองดูฟินลีย์ด้วยแววตาเรียบเฉย เหมือนกำลังอ่านใจเขาอยู่ ว่าตอนนี้ฟินลีย์กำลังคิดอะไร แล้วสิ่งที่ฟินลีย์พูดคือความจริงหรือเปล่า

“เห็นสิ!! ทำไมจะไม่เห็นล่ะ...คุณดูนี่!!”

ฟินลีย์เอ่ยเสียงแข็งพลางถลกแขนเสื้อให้โทเบียสดู มันเป็นรอยแผลเหมือนถูกยิง แต่มันแค่เฉียดผิวไปนิดนึง เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดจากเหตุการณ์บ้า ๆ นั่น

“มันยิงผม...แบบนี้คุณว่ามันเห็นไหมล่ะ? ผมเกือบเอาชีวิตไม่รอด”

“แล้วนายรอดมาได้ยังไง?”

โทเบียสเอ่ยถามด้วยโทนเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจบางอย่าง สายตาคมคู่นั้นของโทเบียสจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของคนนัยน์ตาสีเทา ทำให้ฟินลีย์เหมือนต้องมนต์สะกด เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ แต่ยังคงจ้องตาโทเบียสไม่กะพริบ

“ผม...ผม...”

“หืม?”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 111 บ่วงรักในเงาอาชญา The End 2

    เสียงฝีเท้าของคนสองคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของฟินลีย์ โดมินิคเห็นแล้วก็เลยส่งยิ้มให้ทั้งสอง พร้อมกับทักทายอย่างนอบน้อม เฮนรีและแมรี่พ่อแม่ของฟินลีย์เดินมาหยุดอยู่ทางด้านหลังของเขา พลางเอามือลูบศีรษะของลูกตัวเองเบา ๆ“เป็นอะไรไปลูกทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ...ทะเลาะกับโทเบียสเหรอ?”แมรี่เอ่ยถามลูกชายตัวเองด้วยความเป็นห่วง พลางเอียงคอมองคนตัวเล็ก แล้วยิ้มให้ลูกด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น ฟินลีย์หันไปมองตามเสียง เมื่อเห็นเป็นพ่อกับแม่ตัวเองก็ตกใจไม่น้อย ที่อยู่ ๆ ท่านมาโผล่ที่นี่“พ่อกับแม่มาที่นี่ได้ยังไงครับ”ฟินลีย์เอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนที่ไฟทั้งร้านจะดับลงกะทันหัน เสียงร้องเอะอะโวยวายของคนในร้านเริ่มดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ราวกับว่าตอนนี้กำลังมีภัยร้ายเข้ามาเยือน มันมืดมิดเสียจนไม่รู้ว่าใครเป็นใครอยู่ ๆ ก็มีแสงเทียนส่องสว่างกลางร้านอาหาร พร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างกำยำ มือขวาถือกล่องกำมะหยี่สีแดง มาพร้อมกับเทียนหนึ่งเล่มในมือซ้าย โทเบียสทำท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ พลางเอาเทียนวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะคุกเข่าลงช้า ๆ แล้วเปิดกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาแหวนเพชรเม็ดใหญ่แสงระยิบระยับทอประกายเมื่อกระทบกับแ

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 111 บ่วงรักในเงาอาชญา The End

    อากาศเย็นสบายปนกลิ่นหอมของไม้สนจากภูเขาบลูริดจ์ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ที่เปิดกว้างของร้านอาหารท้องถิ่นเล็ก ๆ ใจกลางแอชวิลล์โต๊ะไม้โอ๊กขัดมันตั้งอยู่ริมกระจกบานใหญ่ มองออกไปเห็นถนนสายแคบที่มีบ้านสไตล์วิกตอเรียน และกระท่อมไม้เรียงราย ภายนอกมีเถาไม้เลื้อยสีเขียวปกคลุมระเบียงร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เพิ่มชีวิตชีวาให้ดูน่ามองบนโต๊ะอาหารมีแสงจากเปลวเทียนอ่อน ๆ ส่องกระทบจานเซรามิกสีขาวที่วางเรียงอยู่ ข้างในมีกลิ่นหอมของแพนเค้กโฮมเมด ราดเมเปิลไซรัป และไข่ดาวที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ เสียงพูดคุยเบา ๆ ของผู้คนในร้านคลอไปกับเสียงกีตาร์อะคูสติก จากนักดนตรีท้องถิ่นที่นั่งเล่นอยู่มุมถนนเสียงหัวเราะหยอกล้อกันบนโต๊ะอาหาร สร้างความเบิกบานให้ทุกคน เซบาสเตียนเป็นคนเปิดประเด็นเล่ามุกตลกให้ทุกคนได้หัวเราะเฮฮา และตอบกลับมุกฝืด ๆ ของโดมินิคที่นาน ๆ ที จะได้ยิน มันยิ่งสร้างความขบขันให้หลายคนไม่น้อยฟินลีย์ตักซุปใส่ถ้วยแล้วเสิร์ฟให้โทเบียส พร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้คนพี่ ท่าทางที่มีความสุข และภาพหวาน ๆ นี้ทำให้ทุกคนอิจฉาตาร้อน โดยเฉพาะโดมินิค ซึ่งตอนนี้เขาเข้าใจดีว่าตัวเองเป็นได้เพียงพี่ชายที่แสนดี และไม่ได้คิดอะไ

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 110 บรรยากาศเปลี่ยน (NC20+) 2

    ว่าจบฟินลีย์ก็ก้าวขาขึ้นไปนั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่ง พลางบดสะโพกเคล้าคลึงเอ็นอันใหญ่ที่แข็งตัวเต็มที่ จนคนพี่ถึงกับจิกสะโพกงอนแน่น แล้วเชิดหน้าขึ้นสูงโทเบียสกัดสันกรามคมครั้งแล้วครั้งเล่า หวังระบายความอัดอั้น แต่ทว่ามันยิ่งเสียวกระสัน เมื่อร่างบางควงวนอยู่บนลำกายอันใหญ่ บดคลึงอยู่อย่างนั้นไม่ยอมใส่มันเข้าไปเสียที"อย่าแกล้งกันสิฟินลีย์...เอามันเข้าไปสักที""ขอร้องผมสิครับ""อ่าาา...นายนี่มัน ฉันจะเอาให้คลานลงเตียงไม่ได้เลย"โทเบียสพูดเสียงกระเส่าทั้ง ๆ ที่ยังหลับตาพริ้ม ความเสียวซ่านหวิวกัดกินใจ มันทำให้มัดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องหดเกร็ง เมื่อสะโพกงอนถูไถไปมาช้า ๆ เนิบนาบ สายตาเชื้อเชิญจ้องมองอีกฝ่าย พลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยคนที่ถูกฟินลีย์นั่งคร่อมอยู่จับแก่นกายตัวเองรูดรั้งไปมาสองสามที ก่อนที่จะยัดมันเข้ามาในกายคนตัวเล็ก ราวกับกลัวว่าเกมราคะครั้งนี้จะจบลง ร่างกำยำเสยลำกายขึ้นไปเต็มแรง พร้อมกับกดสะโพกงอนของคนตัวเล็กลงมา จังหวะที่แสนดิบเถื่อนมันสร้างเจ็บปนเสียวในเวลาเดียวกันโทเบียสกัดริมฝีปากล่างตัวเองแน่น เมื่อคลื่นแรงปรารถนาโหมกระหน่ำเข้าไม่ยอมหยุด มือหนาล็อกเอวคอดไว้มั่น ก

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 110 บรรยากาศเปลี่ยน (NC20+)

    ⚠️🔥🔞 คำเตือน : ฉากนี้มีบรรยายการมีเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจน ใครไม่ชอบฉาก NC แรง ๆ กดเลื่อนผ่านได้เลยนะคะ รบกวนขอความเห็นใจไรท์ตาดำ ๆ ตัวดำ ๆ คนนี้ อย่าว่าไรท์เหมือนเรื่องที่แล้วเลยนะคะ ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าไม่ชอบ NC ก็เลื่อนผ่านจ้า จุ๊ฟเหม่ง❤️😘🔞ห้องนอนกว้างขวาง แต่กลับอบอุ่นกว่าที่คิดไว้ สำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งขรึม ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชากลับแฝงไปด้วยความร้อนแรงผนังทาสีเทาเข้มแซมด้วยโทนไม้โอ๊ก ทำให้บรรยากาศทั้งหรูหราและน่ามอง แสงไฟสีเหลืองอมส้มส่องสว่างจากโคมไฟหัวเตียง เงาไฟกระทบกับพื้นไม้ปาร์เก้พาดผ่านเฟอร์นิเจอร์ตัวหรู มันไม่ได้ดูน่ากลัวแต่กลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเตียงคิงไซส์กลางห้องปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา ตัดกับผ้าคลุมเตียงสีน้ำเงินเข้ม ที่ฟินลีย์มักจะพับอย่างเป็นระเบียบแต่ค่ำคืนนี้กลับถูกดึงให้คลายตัว ราวกับว่ายอมให้ใครบางคนเข้ามาแบ่งปันพื้นที่ส่วนตัวในห้องนี้ โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตั้งอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ทำให้ห้องดูมีมิติ แสงไฟในเมืองด้านนอกลอดเข้ามาเป็นประกายระยิบระยับ เหมือนมวลหมู่ดาวในท้องนภากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของวิสกี้และไม้สนโชยอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นปร

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 109 ตัวอันตราย 3

    “อย่า!!...อย่ายิง!!”ลูเซียนเอ่ยเสียงแข็งกร้าว พลางขบสันกรามเข้าหากันแน่น เมื่อไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ในตอนนี้ “ไอ้โทเบียส!!...ยังไงวันนี้อเล็กซ์ก็ต้องกลับไปกับฉัน” คนนัยน์ตาสีแดงก่ำจ้องมองโทเบียสไม่ลดละในหัวลูเซียนมีแต่แผนการผุดขึ้นมา ว่าจะพาอเล็กซ์ออกไปได้อย่างไร ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องพาอเล็กซ์ออกไปให้ได้ ต่อจะให้ฆ่าสักกี่ศพเขาก็ยอม“แกมีสิทธิ์ร้องขอด้วยเหรอ?”โทเบียสเอ่ยเสียงนิ่งเย็น สายตาว่างเปล่าจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ปรานี โทเบียสรู้ดีว่าถ้าเกิดเขาไม่สามารถจับ ลูเซียนได้ ทุกคนต้องตกอยู่ในอันตราย ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ว่าลูเซียนจะทำแบบนี้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทำเพราะคนที่ตัวเองรัก ทำเพราะผิดหวังจากคนรัก ไม่ว่าจะเหตุผลไหน แต่สิ่งที่ลูเซียนทำตอนนี้ มันกลายภัยต่อคนอื่นไปเสียแล้วโทเบียสส่งสัญญาณให้เซบาสเตียนและโดมินิคที่ค่อย ๆ สืบเท้าก้าวเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังลูเซียน ให้พวกเขาเคลียร์นักโทษ และเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่นี่โดยด่วนตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือการจัดการลูเซียนให้สิ้นซาก ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ไม่มีทางจบแน่นอน ทุกคนรีบไปทำตามหน้าที่ของตนเอง ทิ้งให้โทเบียส

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 108 ตัวอันตราย 2

    ดร.วิลเลียม เอ่ยหลังจากทำการเก็บตัวอย่างเลือดของอเล็กซ์ใส่หลอดแก้ว จนเห็นว่าน่าจะเพียงพอต่อการทดลอง“ไปส่ง ดร.ที่แล็บ...ถึงแล้วรีบรายงานผมด้วย”“ครับ”โทเบียสเอ่ยกำชับเจ้าหน้าที่เสียงเคร่งขรึม เจ้าหน้าที่พา ดร.วิลเลียม มาที่นี่รีบโค้งตัวรับคำสั่งของโทเบียส แล้วพา ดร.วิลเลียม ออกไปจากห้องขังทันทีโทเบียสเกรงว่าไอ้ลูเซียนจะมาทำให้ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า เพราะหลังจากที่ได้รับจดหมายฉบับนั้น พวกเขาก็ระวังตัวเป็นอย่างดีแต่กลับมีรายชื่อของผู้สูญหายเพิ่มถึงสองคน ไม่ต้องสืบเลยว่าคนที่ทำเรื่องนี้คือใคร มันต้องเป็นลูเซียนแน่นอน ถ้าไม่รีบกำจัดลูเซียน คนที่ไม่รู้เรื่องต้องตายฟรี โดยที่ไม่มีโอกาสร้องขอชีวิตเสียงชุลมุนวุ่นวายอยู่ด้านนอก เสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด ทำให้โทเบียสถึงกับขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันเป็นปม แล้วเตรียมตัวที่จะวิ่งออกไปดู แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นร่างกำยำที่ตัวซีดขาวราวกับผีของลูเซียนยืนประจันหน้าตัวเองอยู่“ให้ตายสิ...แกกลายเป็นตัวอะไรไปแล้ววะ!!”โทเบียสสบถออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อเห็นสภาพของลูเซียนที่เป็นเหมือนซากศพเดินได้ไม่มีผิด มันเหมือนกับเอลเลียตในตอนแรกเลยก็ว่าได้“แก

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 15 คนหลังประตู

    เสียงฝีเท้าดังขึ้นเบา ๆ ทำให้โทเบียสละสายตาจากพื้นห้องที่เคยมีศพนอนนิ่งอยู่ เขาหันไปมองทางต้นเสียง เป็นฟินลีย์ยืนอยู่ตรงประตูทางเชื่อมระหว่างห้องพักสองห้อง ใบหน้าของเขาซีดขาว ดวงตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัด“คุณคิดว่าเราจะปลอดภัยไหมถ้าอยู่ที่นี่?”คนที่เพิ่งเ

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 6 ฆ่ามันทำไม

    ปัง!!!เสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เลือดสีแดงสดย้อยลงมาตรงกลางหน้าผาก แล้วค่อย ๆ หยดลงมาที่ใบหน้าเป็นทางยาวตามแรงโน้มถ่วงของโลก กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเต็มไปหมดคนตัวใหญ่รูปร่างกำยำสวมเสื้อผ้าหนังสีดำ ใส่หมวกไหมพรมล้มลงไปนอนกองกับพื้น ฟินลีย์รีบหันไปดูว่าใครกันที่เป็นคนยิงไอ้สารเ

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 18 ความเป็นความตายของโทเบียส

    เหมือนเส้นบาง ๆ ระหว่างความเป็นและความตายของโทเบียสอยู่เพียงคืบ ฟินลีย์ที่สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงเอะอะโวยวาย เขาเห็นภาพเอลเลียตกำลังจะฆ่าโทเบียสมีดปลายแหลมถูกจ่อที่ลำคอคนตัวสูง ฟินลีย์ตกใจสุดขีด ร่างกายของเขาขยับโดยอัตโนมัติ เขารีบพุ่งตัวเข้าไปผลักเอลเลียต ให้ออกจากโทเบียสสุดแรง

  • บ่วงรักในเงาอาชญา   บทที่ 16 คนในอดีตที่ไม่ควรกลับมา

    โทเบียสยืนนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด ดวงตาคมเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเสียงเรียกชื่อเขาซ้ำ ๆ"โทเบียส!!...โทเบียส!!"สุ้มเสียงคนด้านนอกแหบพร่าฟังดูน่าขนลุก เสียงนั้นมันคือเสียงของ “เอลเลียต” เพื่อนสนิทที่เสียชีว

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status