LOGIN
"ความตาย" ควรเป็นจุดจบ
แต่บางครั้ง มันคือ "จุดเริ่มต้น" ของบางอย่างที่น่ากลัวกว่านั้นในเมืองที่แสงไฟสว่างไสวตลอดคืน มีบางสิ่งกำลังถูกซื้อขายอยู่ในความมืด
หัวใจ ไต ปอด ดวงตา และ "ชีวิตของมนุษย์"ไม่มีใครรู้ว่า “ดอกลิลลี่สีดำ” คือใคร
ไม่มีใครรู้ว่าพวกมันควบคุมอะไรได้บ้าง แต่ทุกคนรู้ว่า อย่าขวางมัน ถ้ายังอยากมีลมหายใจโทเบียส ไนท์ สายลับพิเศษแห่ง FBI คือชายที่เชื่อในตรรกะ เหตุผล และกฎ
เขาไม่เคยอ่อนโยน ไม่เคยลังเล และไม่เคยปล่อยให้หัวใจควบคุมภารกิจ จนกระทั่งคดีนี้เริ่มซ้อนทับเข้ากับอดีตที่เขาพยายามลืมเมื่อคนรักที่ตายไปแล้ว กลับมา “มีชีวิต” อีกครั้ง!!
เมื่อองค์กรลับที่ไล่ล่าเขา และเขาพยายามสืบหาความจริง มีเบื้องหลังซ่อนเร้นยิ่งกว่าแค่การค้าอวัยวะ เมื่อพยานปริศนาเข้ามาในชีวิต พร้อมแววตาที่เขาเหมือนรู้จักและคุ้นชินและเมื่อความรู้สึกบางอย่างที่เขาเก็บฝังไว้ เริ่มขยับตัวขึ้นจากความเงียบ ก่อตัวขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ใครบางคนกำลังโกหก
ใครบางคนกำลังจะถูกเปิดโปง และใครบางคน…จะต้องตาย!! เพื่อให้ความจริงเปิดเผยแต่ระหว่าง "หน้าที่" กับ "หัวใจ"
เขาจะเลือกอะไร? ในเมื่อทั้งสองอย่างสวนทาง ไม่วันบรรจบลงด้วยกัน _______________________________เช้าวันใหม่ที่สำนักงานสืบสวนพิเศษ (เอฟบีไอ) อาคารสูงในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทุกคนที่นี่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับความเร่งรีบ เจ้าหน้าที่ทยอยเดินเข้ามาในตึกอย่างต่อเนื่อง เสียงแตะบัตรผ่านที่ประตูบานหมุนดัง “ปิ๊บ” เป็นจังหวะถี่ ๆ แทบทุกวินาที ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยติดอาวุธยืนประจำการอยู่ด้านข้าง คอยกวาดสายตาตรวจตราอย่างเคร่งครัด
แต่ละคนในชุดสูทเข้ม เดินถือแฟ้มรายงาน บางคนถือแก้วกาแฟในมือ บางคนก้าวฉับ ๆ อย่างเร่งรีบตรงไปยังลิฟต์ที่กำลังปิด บางคนหยุดทักทายกันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนรีบแยกย้ายขึ้นไปยังชั้นที่ตนเองทำงาน
บนสำนักงานหลัก ๆ บนโต๊ะทำงานจะเต็มไปด้วยแฟ้มเอกสารประทับตรา “Confidential” กองสูงพะเนิน รายงานภาคสนามเมื่อคืนถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เสียงโทรศัพท์ดังไม่หยุด ข้อมูลใหม่ปรากฏขึ้นบนจอมอนิเตอร์กลางห้อง เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรองก้มหน้าพิมพ์คีย์บอร์ดรวดเร็วราวกับแข่งกับเวลา
บรรยากาศในที่นี้คือความโกลาหลที่มีระเบียบ ทุกคนต่างรู้หน้าที่ของตนดี แต่ก็เร่งรีบเหมือนเวลาถูกบีบให้สั้นลงกว่าปกติ เช้าวันนี้ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความสงบเลยสักนิด แต่เป็นอีกหนึ่งวันทำงาน ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน การสั่งการสั้น ๆ และการวิ่งไล่ตามข้อมูลที่อาจเปลี่ยนแปลงทิศทางของคดีทั้งประเทศได้ในพริบตา
โทเบียส ไนท์ ชายหนุ่มวัยสามสิบสองปี เจ้าหน้าที่ทีมสืบสวนพิเศษ กำลังจดจ้องอยู่กับแฟ้มคดีสำคัญตรงหน้า นี่เป็นคดีที่เขาได้รับมอบหมายให้เป็นคนดูแล คนนัยน์ตาสีเทากำลังเพ่งมองที่รูปของเหยื่อ เธอเป็นหญิงสาวผิวขาว ผมสีบลอนด์ทอง หน้าตาสะสวย
เหยื่อเคราะห์ร้ายรายนี้ อยู่ในสภาพท่อนบนเปลือยเปล่า ส่วนท่อนล่างยังคงสวมกางเกงยีนส์สีดำรัดรูป เธอไม่ได้ถูกข่มขืน แต่เธอถูกผ่าท้องเอาอวัยวะภายในออกไปจนไม่เหลือซาก ร่องรอยของใบมีดกรีดลงบนหน้าท้อง ตั้งแต่กลางหน้าอกมายันท้องน้อย
ความคมของมีดที่คนร้ายใช้คงจะคมมาก ๆ เพราะเนื้อของเธอไม่มีรอยยุ่ยเลยแม้แต่นิดเดียว แต่น่าแปลกที่คนร้ายกลับทิ้งสัญลักษณ์ปริศนาเอาไว้ตรงกลางหน้าอกเหนือรอยกรีดนั่น
“รอยนี้มัน...แล้วทำไมมันถึงต้องทิ้งรอยนี้ไว้ด้วย ทำไมต้องเป็นรูปนี้?”
โทเบียสบ่นพึมพำอยู่ในลำคอคนเดียว หัวคิ้วทั้งสองขมวดเข้าหากันอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อเห็นสัญลักษณ์ที่อยู่บนตัวของเหยื่อเคราะห์ร้าย “สัญลักษณ์นี้มัน...แต่มันอาจจะไม่ใช่ก็ได้นะอาจจะแค่บังเอิญ แต่ทำไมมันเหมือนกันจังเลย นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” ความคิดในหัวโทเบียสเริ่มตีกันไม่หยุด
เหมือนกับหมอกควันลอยฟุ้งอยู่ในอากาศที่ยังไม่จางหาย สัญลักษณ์นีัเป็นสัญลัษณ์ที่เขาคุ้นเคย แต่มันกลับมาอยู่บนตัวเหยื่อ จนเขาเริ่มสับสนว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมสัญลักษณ์นี้ถึงไปอยู่บนตัวของเหยื่อเคราะห์ร้ายรายนี้ได้
นี่เป็นเพียง “คดีฆาตกรรม” ของไอ้พวกโรคจิตฆาตกรต่อเนื่อง หรือมันเป็นฆาตกรรม “ค้าอวัยวะมนุษย์” เพื่อเอาอวัยวะมนุษย์ไปขายกันแน่ แต่การลงมือกับเหยื่อลักษณะนี้ บ่งบอกถึงสภาพจิตของคนร้าย ว่ามันต้องผิดปกติอย่างแน่นอน
หรือไม่ก็ต้องหมกมุ่นในเรื่องการฆ่า การทรมานคน มันถึงกรีดมีดลงลึกเป็นเส้นตรงอย่างใจเย็น มันตรงจนเหมือนกับว่าถูกวัดด้วยไม้บรรทัดเลยก็ว่าได้
แต่จะให้ตีความว่าเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องก็ยังไม่น่าจะใช่ เพราะนี่เพิ่งเป็นศพแรกที่เจอ ถ้าเป็นการฆาตกรรมต่อเนื่องต้องมีศพต่อไปแน่ ๆ แต่นี่ผ่านมาหลายอาทิตย์แล้ว ยังไม่มีใครแจ้งเหตุคดีคล้าย ๆ เหยื่อรายนี้เลย
มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นมาลูบที่ใบหน้าอันแสนหล่อเหลาของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า เขาเอนหลังพิงพนักพิงเก้าอี้ทำงาน พลางเงยหน้าหลับตาลงช้า ๆ ด้วยความเหนื่อยล้า
โทเบียสยังไม่ได้กลับบ้านไปอาบน้ำเลยเสียด้วยซ้ำ เมื่อคืนเขานั่งทำงานที่นี่ทั้งคืน มัวแต่หมกมุ่นอยู่กับแฟ้มคดีนี้ พยายามสืบหาข้อมูลทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ แต่ตอนนี้ก็ยังไร้วี่แวว
โทเบียสอาศัยอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เดิมทีก่อนหน้านี้ บ้านของเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาอยู่ที่รัฐมอนแทนา เมืองบิลลิงส์ แต่เขาต้องย้ายมาอาศัยอยู่ที่นี่ เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของตัวเอง ที่เป็นปมอยู่ในใจของเขา
โทเบียส ไนท์ ในวัยเด็กมีฐานะทางบ้านค่อนข้างยากจน แต่เขาเป็นคนขยันและเรียนเก่ง เลยได้ทุนการศึกษาจน จบด้านความมั่นคงภายในประเทศ และหลังจากเรียนจบไม่นาน ในที่สุดเขาก็ได้เข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษแห่งนี้ ที่ที่เขาใฝ่ฝันว่าสักวันเขาจะได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในสำนักงานสืบสวนพิเศษ
เสียงฝีเท้าก้าวเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของโทเบียส แต่ผู้ชายคนนั้นยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา เขาเพ่งพินิจพิจารณาใบหน้าที่แสนหล่อเหลาของคนตรงหน้า คิ้วดำขลับโก่งราวกับคันธนู ใบหน้าที่เรียวมน เห็นกรอบหน้าอย่างชัดเจน ช่วยเพิ่มมิติบนใบหน้าของโทเบียสให้ดูดียิ่งขึ้น ริมฝีปากสีชมพูอมน้ำตาลน่าสัมผัส จนคนที่เพิ่งมาใหม่อยากจะสัมผัสมัน
ชายผู้มาเยือนยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย สายตาคู่กลมจ้องมองคนที่กำลังหลับตาพริ้ม ราวกับว่าถูกต้องมนต์สะกด ไม่สามารถที่จะละสายตาได้ ฟินลีย์ เร็น ชายหนุ่มวัยยี่สิบเก้าปี จ้องมองโทเบียสอยู่อย่างนั้น ฟินลีย์ยกมือข้างขวาขึ้นมาจัดทรงผมสีน้ำตาลเข้มของเขาให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนที่จะเอ่ยเรียกอีกฝ่าย
“คุณจะเริ่มสอบปากคำเลยไหมครับ?”
เสียงนุ่มหูเอ่ยขึ้น มันช่วยดึงสติโทเบียสออกจากภวังค์ เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คนตัวสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตร เดินอ้อมโต๊ะทำงานของตัวเอง แล้วมาหยุดอยู่ตรงหน้าของฟินลีย์
เสียงฝีเท้าของคนสองคนเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของฟินลีย์ โดมินิคเห็นแล้วก็เลยส่งยิ้มให้ทั้งสอง พร้อมกับทักทายอย่างนอบน้อม เฮนรีและแมรี่พ่อแม่ของฟินลีย์เดินมาหยุดอยู่ทางด้านหลังของเขา พลางเอามือลูบศีรษะของลูกตัวเองเบา ๆ“เป็นอะไรไปลูกทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ...ทะเลาะกับโทเบียสเหรอ?”แมรี่เอ่ยถามลูกชายตัวเองด้วยความเป็นห่วง พลางเอียงคอมองคนตัวเล็ก แล้วยิ้มให้ลูกด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่น ฟินลีย์หันไปมองตามเสียง เมื่อเห็นเป็นพ่อกับแม่ตัวเองก็ตกใจไม่น้อย ที่อยู่ ๆ ท่านมาโผล่ที่นี่“พ่อกับแม่มาที่นี่ได้ยังไงครับ”ฟินลีย์เอ่ยถามด้วยความสงสัย ก่อนที่ไฟทั้งร้านจะดับลงกะทันหัน เสียงร้องเอะอะโวยวายของคนในร้านเริ่มดังขึ้นด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ราวกับว่าตอนนี้กำลังมีภัยร้ายเข้ามาเยือน มันมืดมิดเสียจนไม่รู้ว่าใครเป็นใครอยู่ ๆ ก็มีแสงเทียนส่องสว่างกลางร้านอาหาร พร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างกำยำ มือขวาถือกล่องกำมะหยี่สีแดง มาพร้อมกับเทียนหนึ่งเล่มในมือซ้าย โทเบียสทำท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ พลางเอาเทียนวางไว้บนโต๊ะ ก่อนจะคุกเข่าลงช้า ๆ แล้วเปิดกล่องกำมะหยี่สีแดงออกมาแหวนเพชรเม็ดใหญ่แสงระยิบระยับทอประกายเมื่อกระทบกับแ
อากาศเย็นสบายปนกลิ่นหอมของไม้สนจากภูเขาบลูริดจ์ พัดผ่านเข้ามาทางหน้าต่าง ที่เปิดกว้างของร้านอาหารท้องถิ่นเล็ก ๆ ใจกลางแอชวิลล์โต๊ะไม้โอ๊กขัดมันตั้งอยู่ริมกระจกบานใหญ่ มองออกไปเห็นถนนสายแคบที่มีบ้านสไตล์วิกตอเรียน และกระท่อมไม้เรียงราย ภายนอกมีเถาไม้เลื้อยสีเขียวปกคลุมระเบียงร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม เพิ่มชีวิตชีวาให้ดูน่ามองบนโต๊ะอาหารมีแสงจากเปลวเทียนอ่อน ๆ ส่องกระทบจานเซรามิกสีขาวที่วางเรียงอยู่ ข้างในมีกลิ่นหอมของแพนเค้กโฮมเมด ราดเมเปิลไซรัป และไข่ดาวที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ ๆ เสียงพูดคุยเบา ๆ ของผู้คนในร้านคลอไปกับเสียงกีตาร์อะคูสติก จากนักดนตรีท้องถิ่นที่นั่งเล่นอยู่มุมถนนเสียงหัวเราะหยอกล้อกันบนโต๊ะอาหาร สร้างความเบิกบานให้ทุกคน เซบาสเตียนเป็นคนเปิดประเด็นเล่ามุกตลกให้ทุกคนได้หัวเราะเฮฮา และตอบกลับมุกฝืด ๆ ของโดมินิคที่นาน ๆ ที จะได้ยิน มันยิ่งสร้างความขบขันให้หลายคนไม่น้อยฟินลีย์ตักซุปใส่ถ้วยแล้วเสิร์ฟให้โทเบียส พร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้คนพี่ ท่าทางที่มีความสุข และภาพหวาน ๆ นี้ทำให้ทุกคนอิจฉาตาร้อน โดยเฉพาะโดมินิค ซึ่งตอนนี้เขาเข้าใจดีว่าตัวเองเป็นได้เพียงพี่ชายที่แสนดี และไม่ได้คิดอะไ
ว่าจบฟินลีย์ก็ก้าวขาขึ้นไปนั่งคร่อมอยู่บนตักแกร่ง พลางบดสะโพกเคล้าคลึงเอ็นอันใหญ่ที่แข็งตัวเต็มที่ จนคนพี่ถึงกับจิกสะโพกงอนแน่น แล้วเชิดหน้าขึ้นสูงโทเบียสกัดสันกรามคมครั้งแล้วครั้งเล่า หวังระบายความอัดอั้น แต่ทว่ามันยิ่งเสียวกระสัน เมื่อร่างบางควงวนอยู่บนลำกายอันใหญ่ บดคลึงอยู่อย่างนั้นไม่ยอมใส่มันเข้าไปเสียที"อย่าแกล้งกันสิฟินลีย์...เอามันเข้าไปสักที""ขอร้องผมสิครับ""อ่าาา...นายนี่มัน ฉันจะเอาให้คลานลงเตียงไม่ได้เลย"โทเบียสพูดเสียงกระเส่าทั้ง ๆ ที่ยังหลับตาพริ้ม ความเสียวซ่านหวิวกัดกินใจ มันทำให้มัดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องหดเกร็ง เมื่อสะโพกงอนถูไถไปมาช้า ๆ เนิบนาบ สายตาเชื้อเชิญจ้องมองอีกฝ่าย พลางกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยคนที่ถูกฟินลีย์นั่งคร่อมอยู่จับแก่นกายตัวเองรูดรั้งไปมาสองสามที ก่อนที่จะยัดมันเข้ามาในกายคนตัวเล็ก ราวกับกลัวว่าเกมราคะครั้งนี้จะจบลง ร่างกำยำเสยลำกายขึ้นไปเต็มแรง พร้อมกับกดสะโพกงอนของคนตัวเล็กลงมา จังหวะที่แสนดิบเถื่อนมันสร้างเจ็บปนเสียวในเวลาเดียวกันโทเบียสกัดริมฝีปากล่างตัวเองแน่น เมื่อคลื่นแรงปรารถนาโหมกระหน่ำเข้าไม่ยอมหยุด มือหนาล็อกเอวคอดไว้มั่น ก
⚠️🔥🔞 คำเตือน : ฉากนี้มีบรรยายการมีเพศสัมพันธ์อย่างชัดเจน ใครไม่ชอบฉาก NC แรง ๆ กดเลื่อนผ่านได้เลยนะคะ รบกวนขอความเห็นใจไรท์ตาดำ ๆ ตัวดำ ๆ คนนี้ อย่าว่าไรท์เหมือนเรื่องที่แล้วเลยนะคะ ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ถ้าไม่ชอบ NC ก็เลื่อนผ่านจ้า จุ๊ฟเหม่ง❤️😘🔞ห้องนอนกว้างขวาง แต่กลับอบอุ่นกว่าที่คิดไว้ สำหรับชายหนุ่มผู้เคร่งขรึม ภายใต้ใบหน้าเรียบเฉยเย็นชากลับแฝงไปด้วยความร้อนแรงผนังทาสีเทาเข้มแซมด้วยโทนไม้โอ๊ก ทำให้บรรยากาศทั้งหรูหราและน่ามอง แสงไฟสีเหลืองอมส้มส่องสว่างจากโคมไฟหัวเตียง เงาไฟกระทบกับพื้นไม้ปาร์เก้พาดผ่านเฟอร์นิเจอร์ตัวหรู มันไม่ได้ดูน่ากลัวแต่กลับให้ความรู้สึกที่อบอุ่นเตียงคิงไซส์กลางห้องปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดตา ตัดกับผ้าคลุมเตียงสีน้ำเงินเข้ม ที่ฟินลีย์มักจะพับอย่างเป็นระเบียบแต่ค่ำคืนนี้กลับถูกดึงให้คลายตัว ราวกับว่ายอมให้ใครบางคนเข้ามาแบ่งปันพื้นที่ส่วนตัวในห้องนี้ โซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มตั้งอยู่ตรงหน้าต่างบานใหญ่ทำให้ห้องดูมีมิติ แสงไฟในเมืองด้านนอกลอดเข้ามาเป็นประกายระยิบระยับ เหมือนมวลหมู่ดาวในท้องนภากลิ่นหอมอ่อน ๆ ของวิสกี้และไม้สนโชยอยู่ในอากาศ เป็นกลิ่นปร
“อย่า!!...อย่ายิง!!”ลูเซียนเอ่ยเสียงแข็งกร้าว พลางขบสันกรามเข้าหากันแน่น เมื่อไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้ในตอนนี้ “ไอ้โทเบียส!!...ยังไงวันนี้อเล็กซ์ก็ต้องกลับไปกับฉัน” คนนัยน์ตาสีแดงก่ำจ้องมองโทเบียสไม่ลดละในหัวลูเซียนมีแต่แผนการผุดขึ้นมา ว่าจะพาอเล็กซ์ออกไปได้อย่างไร ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องพาอเล็กซ์ออกไปให้ได้ ต่อจะให้ฆ่าสักกี่ศพเขาก็ยอม“แกมีสิทธิ์ร้องขอด้วยเหรอ?”โทเบียสเอ่ยเสียงนิ่งเย็น สายตาว่างเปล่าจ้องมองคนตรงหน้าอย่างไม่ปรานี โทเบียสรู้ดีว่าถ้าเกิดเขาไม่สามารถจับ ลูเซียนได้ ทุกคนต้องตกอยู่ในอันตราย ไม่สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ว่าลูเซียนจะทำแบบนี้ด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ทำเพราะคนที่ตัวเองรัก ทำเพราะผิดหวังจากคนรัก ไม่ว่าจะเหตุผลไหน แต่สิ่งที่ลูเซียนทำตอนนี้ มันกลายภัยต่อคนอื่นไปเสียแล้วโทเบียสส่งสัญญาณให้เซบาสเตียนและโดมินิคที่ค่อย ๆ สืบเท้าก้าวเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังลูเซียน ให้พวกเขาเคลียร์นักโทษ และเจ้าหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากที่นี่โดยด่วนตอนนี้สิ่งที่เขาต้องทำคือการจัดการลูเซียนให้สิ้นซาก ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้ไม่มีทางจบแน่นอน ทุกคนรีบไปทำตามหน้าที่ของตนเอง ทิ้งให้โทเบียส
ดร.วิลเลียม เอ่ยหลังจากทำการเก็บตัวอย่างเลือดของอเล็กซ์ใส่หลอดแก้ว จนเห็นว่าน่าจะเพียงพอต่อการทดลอง“ไปส่ง ดร.ที่แล็บ...ถึงแล้วรีบรายงานผมด้วย”“ครับ”โทเบียสเอ่ยกำชับเจ้าหน้าที่เสียงเคร่งขรึม เจ้าหน้าที่พา ดร.วิลเลียม มาที่นี่รีบโค้งตัวรับคำสั่งของโทเบียส แล้วพา ดร.วิลเลียม ออกไปจากห้องขังทันทีโทเบียสเกรงว่าไอ้ลูเซียนจะมาทำให้ทุกอย่างพังไม่เป็นท่า เพราะหลังจากที่ได้รับจดหมายฉบับนั้น พวกเขาก็ระวังตัวเป็นอย่างดีแต่กลับมีรายชื่อของผู้สูญหายเพิ่มถึงสองคน ไม่ต้องสืบเลยว่าคนที่ทำเรื่องนี้คือใคร มันต้องเป็นลูเซียนแน่นอน ถ้าไม่รีบกำจัดลูเซียน คนที่ไม่รู้เรื่องต้องตายฟรี โดยที่ไม่มีโอกาสร้องขอชีวิตเสียงชุลมุนวุ่นวายอยู่ด้านนอก เสียงปืนดังติดต่อกันหลายนัด ทำให้โทเบียสถึงกับขมวดคิ้วมุ่นเข้าหากันเป็นปม แล้วเตรียมตัวที่จะวิ่งออกไปดู แต่เขาก็ต้องหยุดชะงัก เมื่อเห็นร่างกำยำที่ตัวซีดขาวราวกับผีของลูเซียนยืนประจันหน้าตัวเองอยู่“ให้ตายสิ...แกกลายเป็นตัวอะไรไปแล้ววะ!!”โทเบียสสบถออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เมื่อเห็นสภาพของลูเซียนที่เป็นเหมือนซากศพเดินได้ไม่มีผิด มันเหมือนกับเอลเลียตในตอนแรกเลยก็ว่าได้“แก
“อ๊ากกกกกก”เสียงร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เมื่อเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันสามนัด โทเบียสหันปลายกระบอกปืนไปยังคนร้ายอีกคน ที่นอนทรุดอยู่กับพื้น มันกำลังจะหยิบปืนขึ้นมายิงเขา แต่ก็ยังช้ากว่าโทเบียสอยู่ดี สามวินาทีมันก็มากเกินพอแล้วสำหรับโทเบียส กระสุนสองนัดตัดผ่านเส้นเอ็นข้อมือข้างขวาของมัน จนเลือดพุ่
“แม่งเอ๊ย!!...ติดซิวะไอ้ลูกพ่อ อย่ามางอแงตอนนี้สิวะ”ร่างกำยำพยายามสตาร์ทรถอยู่สองสามครั้ง เครื่องยนต์ก็ยังไม่ทำงาน เขาเลยถือวิสาสะไปที่รถของฟินลีย์ แล้วสตาร์ทรถขับตามรถคันนั้นไปมือข้างขวาของโทเบียสทำหน้าที่บังคับพวงมาลัยรถ ส่วนมือข้างซ้ายรีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋ากางเกง เพื่อต่อสายหาเซบา
“แล้วนายรอดมาได้ยังไง?”โทเบียสเอ่ยถามด้วยโทนเสียงราบเรียบ แต่แฝงไปด้วยพลังอำนาจบางอย่าง สายตาคมคู่นั้นของโทเบียสจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของคนนัยน์ตาสีเทา ทำให้ฟินลีย์เหมือนต้องมนต์สะกด เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ แต่ยังคงจ้องตาโทเบียสไม่กะพริบ“ผม...ผม...”“หืม?”ฟินลีย์นิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขากำลังเรียบเ
ภายในห้องสี่เหลี่ยมสีเทาเข้ม มีโต๊ะสีดำตรงกลางห้องหนึ่งตัว และเก้าอี้สีดำเพียงตัวเดียวสำหรับผู้ถูกสอบสวน แสงไฟถูกจัดให้ไม่สว่างและไม่มืดจนเกินไป เพื่อให้เห็นสีหน้าท่าทางของผู้ถูกสอบสวนได้อย่างชัดเจนกระจกสองด้านถูกติดไว้ ซึ่งให้เจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในห้องข้างเคียงสามารถมองเห็นการสอบสวน






![10 Years ago [10 ปีที่แอบรัก] (BL- Mpreg)](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
