تسجيل الدخولเสียงประตูห้องถูกเปิดออก แล้วปิดลงช้า ๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ มาหยุดอ
โทเบียสหันมาสบตาอเล็กซ์ เขาทำหน้าเจื่อนเมื่อเห็นอีกฝ่ายดูหงอย ๆ ทั้งที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าอเล็กซ์ไม่ใช่คน แต่เพราะอดีตที่ตามหลอกหลอนโทเบียสมาตลอด มันเลยทำให้เขาหลับหูหลับตาเชื่อ เพื่อจะลบล้างความผิดพลาดไปในอดีต ที่ไม่สามารถรักษาชีวิตของอเล็กซ์ไว้ได้แต่แล้วโทเบียสก็เลือกที่จะค่อย ๆ แกะมือของอเล็กซ์ออกจากท่อนแขนแกร่ง สายตารู้สึกผิดจ้องคนข้างกาย โทเบียสรู้ดีว่าตอนนี้ใจเขาไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่มันตามคนตัวเล็กที่เพิ่งออกไปเมื่อครู่นี้ไปแล้ว“ฉันขอโทษนะอเล็กซ์...ฉันต้องรีบไปตามฟินลีย์กลับมาก่อน”“คุณไม่รักผมแล้วเหรอครับโทเบียส...ไม่อยากอยู่กับผมแล้วเหรอ?”ชายหนุ่มเอ่ยถามคนตัวสูง ที่เตรียมจะก้าวเท้าเดินออกไป โทเบียสมองตาอเล็กซ์เพียงครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเบนสายตาไปทางอื่น ไม่อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงในใจ“ฉันขอโทษ...แต่ฉันยังหวังดีกับนายเสมอนะ”ร่างกำยำเอ่ยเสียงนิ่งจนเย็น พยายามข่มอารมณ์ตัวเองไม่ให้โมโห เขาแอบรู้สึกผิดต่อฟินลีย์ ที่ตนเองเชื่ออเล็กซ์หมดใจ
“ทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมาที่นี่เลย...นายมีเพื่อนใหม่แล้วเหรอ?”เด็กอ้วนเอ่ยถามเสียงหงอย พึมพำอยู่คนเดียว เมื่อช่วงนี้ไอ้ตัวแสบของเขาไม่ค่อยได้ออกมาหา คนตัวเล็กเอื้อมมือไปตบบ่าของอีกฝ่ายเบา ๆ ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง เพื่อให้คนข้างกายสบายใจ“ไม่ใช่อย่างนั้น...ช่วงนี้ที่บ้านต้องเดินทางบ่อยน่ะ และอีกอย่าง คือ...คือว่าอีกไม่นานฉันจะต้องย้ายไปจากที่นี่แล้วนะ”เมื่อเด็กน้อยวัยสิบสามปีพูดจบ เด็กหนุ่มวัยสิบหกก็ใจหวิว ๆ อย่างบอกไม่ถูก เหมือนตัวเองกำลังจะโดนทิ้งเลยก็ว่าได้เขากำลังจะเสียเพื่อนที่ดีไป ซึ่งในชีวิตนี้เขาไม่มีใครเลยนอกจากไอ้ตัวแสบ ที่เข้าใจและอยากเป็นเพื่อนกับเขาจริง ๆสีหน้าของเด็กหนุ่มเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด แต่คนตัวเล็กก็เอามือมาจับกุมมืออีกฝ่ายไว้ พลางค่อย ๆ ลูบมันเบา ๆ“ไม่ต้องทำหน้าอย่างนั้น...เอาอย่างงี้ดีไหม”คนตัวเล็กเอื้อมมือไปจับสร้อยคอที่ตัวเองสวมอยู่ แล้วปลดสร้อยเงินที่มีล็อกเกตรูปหยดน้ำออก ก่อนที่จะวางไว้บนมือของเด็กหนุ่ม
ฟินลีย์รีบมาเก็บของที่ตู้เสื้อผ้า ที่มีเสื้อผ้าอยู่เพียงไม่กี่ชิ้น เขารวบเก็บสิ่งที่ของที่จำเป็นไปเท่านั้น “ฉันไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว...ในเมื่อฉันช่วยพ่อกับแม่ได้แล้วนี่” ฟินลีย์พยายามปลอบใจตัวเองและย้ำเตือนว่า เหตุผลที่เขาเข้าหาโทเบียสไม่ใช่เพราะรักแต่เป็นเพราะจะต้องช่วยพ่อกับแม่จากไอ้ลูเซียนต่างหาก ในเมื่อตอนนี้เขาสามารถช่วยพ่อกับแม่ออกมาได้แล้ว เขาก็ไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ที่นี่ เขาจะพาพ่อกับแม่หนีไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ ไม่ให้ไอ้ลูเซียนตามตัวเจอก็ได้นี่ ไม่จำเป็นต้องมีโทเบียสแล้วก็ได้คนตัวเล็กเก็บของไปพร้อม ๆ กับยกมือขึ้นปาดน้ำตาตัวเอง รอยแผลที่มือข้างขวามันย้ำเตือนว่า คนที่ทำเขาเจ็บไม่ใช่อเล็กซ์ แต่เป็นโทเบียสต่างหากที่บดขยี้หัวใจเขาให้แหลกคามือไม่ใช่เพราะอเล็กซ์ แต่เป็นเพราะเขารักคนที่ไม่ได้รักเขาจริง ๆ ต่างหาก ความเจ็บปวดครั้งนี้ถือเสียว่าเป็นบทเรียนราคาแพง ต่อไปจะได้ไม่ต้องเผลอใจไปรักใครง่าย ๆ อีกเสียงประตูห้องนอนถูกเปิดออกและปิดลงอย่างแรงพร้อมกับล็อกกลอนประตู โทเบียสเดินย่างสามขุมเข้ามาหาฟินลีย์เหมือ
"มาดูกันว่ามันจะไร้สาระไหม?"คำพูดเหยียบเย็นเหมือนคนซาดิสม์เอ่ยขึ้น สายตามาดร้ายจ้องมองคนที่กำลังง่วนอยู่หน้าเตา และแล้วสิ่งที่ฟินลีย์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ ๆ อเล็กซ์เดินเข้ามาประชิดตัวฟินลีย์ แล้วจับมือคนตัวเล็กที่ถือทัพพีอยู่ตักน้ำซุปร้อน ๆ ราดมาที่ตนเองอย่างจัง แล้วแสร้งร้องโอดครวญเสียงดังขึ้นมา ประหนึ่งว่าเจ็บปวดทุกข์ทรมานแสนสาหัส แกล้งแสดงละครตบตาทุกคนว่าโดนฟินลีย์ทำร้ายเสียงร้องขออเล็กซ์ทำให้โทเบียสที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จวิ่งลงมาอย่างไว ภาพตรงหน้าที่โทเบียสเห็น มันทำให้เขารู้สึกเดือดดาลไม่น้อย เมื่อเสื้อผ้าของอเล็กซ์เต็มไปด้วยน้ำซุปร้อน ๆ ส่วนหลักฐานที่ใช้ทำร้ายอเล็กซ์ยังอยู่ในมือของฟินลีย์อยู่เลย“ผมไม่ได้ทำนะ...เขาทำตัวเองต่างหาก”ฟินลีย์ปฏิเสธเสียงแข็ง เมื่อโทเบียสจ้องมองเขาตาขวางอย่างเอาเรื่อง คนพี่ไม่สนคำพูดของฟินลีย์แม้แต่นิดเดียว เขารีบวิ่งไปประคองตัวอเล็กซ์เอาไว้ในอ้อมแขน มือก็หยิบทิชชูมาซับคราบน้ำซุปร้อน ๆ ที่หกเลอะเต็มเนื้อเต็มตัวอเล็กซ์ไปหมด“นายทำบ้าอะไรของนายฟินลีย์...ขอโทษอเล็กซ์เดี๋ยวนี้!!&rd
ห้องครัวที่เป็นก่อด้วยอิฐแดงฉาบเคลือบด้วยปูนอีกชั้นหนึ่ง แล้วทาทับด้วยสีขาวงาช้าง เคาน์เตอร์ทำอาหารทำจากไม้อย่างดี ด้านบนถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีดำสนิท แสงไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าทั่วทั้งบริเวณ เมื่อฟินลีย์เอื้อมมือไปเปิดมันคนตัวเล็กเดินลงมาจากชั้นสองราวกับคนไร้จิตวิญญาณ ฟินลีย์ก้าวเดินมาหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ทำอาหาร พลางเหลือบไปมองข้าวของที่ซื้อมาตุนไว้แต่ยังไม่ได้เก็บเข้าที่เข้าทาง คนตัวเล็กเดินไปหยิบแครอทมาทำความสะอาดและหั่นเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก ๆ น่องไก่อย่างดีถูกตุ๋นอยู่ในหม้อที่น้ำเดือดพล่าน กลิ่นหอมของเครื่องเทศรอยตลบอบอวลส่งกลิ่นหอมออกไปด้านนอกอยู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าของใครบางคนเก้าเดินเข้ามาหยุดอยู่ด้านหลังของฟินลีย์ แต่ทว่าฟินลีย์กลับไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตอนนี้มีคนอยู่ด้านหลัง เขายังคงเหม่อลอยไร้จุดหมาย ราวกับว่าตอนนี้มีเรื่องหนักใจให้ต้องคิดมากมาย“เป็นอะไรไปลูก”เสียงของแมรี่เอ่ยขึ้นด้วยโทนเสียงอบอุ่นนุ่มนวล เมื่อเห็นทีท่าของลูกชายตัวเองผิดปกติไป ฟินลีย์ดูเศร้าหมองอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวยกขึ้นลูบเบา ๆ ที่เรือนผมสีน
"แต่ผมตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ...ผมจำได้วันนั้นมีคนร้ายบุกมาที่บ้านแล้วฆ่าผม แต่ผมจำมันไม่ได้...""อยู่ ๆ ผมก็ตื่นขึ้นมาอยู่ในห้องทดลอง มีคนที่เป็นเหมือนผมเต็มไปหมด พวกนั้นนอนอยู่บนเตียงผ่าตัด บางคนก็..."สีหน้าของอเล็กซ์ดูพะอืดพะอม เมื่อนึกภาพที่ตนเห็นในห้องทดลอง บางคนก็ยังถูกเปิดกะโหลกเห็นสมองอยู่เลย มันเป็นภาพที่ไม่น่าดูเท่าไรนัก รอยบาดแผลที่กรีดลึกลงบนลำคอของเขาก็เช่นกัน มันน่ากลัวจนต้องหาอะไรมาปิดซ่อนไว้"ลูเซียนปลุกนายขึ้นมาใช่ไหม?"โทเบียสยิงคำถามไปยังอเล็กซ์อย่างตรงไปตรงมา เขาอยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับเขาเช่นไร สายตาคมพยายามสำรวจตามเสื้อผ้าอเล็กซ์ว่ามีอะไรแอบซ่อนอยู่หรือเปล่า แต่เขาก็ไม่พบ"ใช่...ลูเซียนเป็นคนปลุกผมขึ้นมา เขาบอกว่าที่ทำทั้งหมดก็เพื่อผม"คำตอบของอเล็กซ์ทำให้โทเบียสและฟินลีย์ขมวดคิ้วเข้าหากันเพราะความสงสัย "ไอ้ลูเซียนทำเพื่อนายเหรอ...นายมาที่นี่เพื่อหลอกฉันสินะอเล็กซ์"โทเบียสอดคิดแบบนั้นไม่ได้ สมองเขารวบรวมข้อมูลเก็บไว้ในหัว แต่เลือกที่จะเงียบไว้เพื่อดูท่าทีของอีกฝ่ายทุกคำพูดที่อเล็กซ
ภายในห้องนอนสี่เหลี่ยมที่มืดสลัว บนผนังถูกตกแต่งด้วยภาพวาดดอกลิลลี่สีดำ ที่อัดไว้ในกรอบไม้ราคาแพง ประดับประดาเต็มผนังห้อง กลิ่นอายแห่งความน่ากลัวปกคลุมทั่วบริเวณ มันดูอึมครึมจนน่าอึดอัด บรรยากาศในนี้เงียบงัน มีเพียงแสงไฟสีส้มถูกเปิดไว้ที่โต๊ะหัวเตียงเท่านั้น ที่ส่องสว่างพอให้ได้เห็นร่างของใครบางค
“โทเบียส...ผมคงไม่มีโอกาสได้เจอคุณอีกแล้ว”ฟินลีย์เอ่ยเสียงสั่นเมื่อคนที่เขาเห็นว่ายืนอยู่ตรงหน้าไม่ใช่โทเบียส แต่กลับเป็น “เอลเลียต” แสดงว่าลูเซียนต้องส่งเอลเลียตมาฆ่าพวกเขาแน่ ๆเมื่อแมรี่และเฮนรีเห็นเอลเลียตถึงกับกอดกันกลม เฮนรีดึงตัวฟินลี
ภายในห้องทำงานหรูที่ทาทาบด้วยสีเทาเข้ม ประดับด้วยภาพวาดดอกลิลลี่สีดำ ถูกใส่กรอบราคาแพง ที่ตามผนังห้องอย่างลงตัว โต๊ะทำงานสีดำขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง ลูเซียนค่อย ๆ สืบเท้าก้าวเดินเข้ามาช้า ๆ พาตัวเองไปนั่งลงที่เก้าอี้ทำงานสีดำตัวหรูขาข้างขวาถูกยกขึ้นมาไขว่ห้าง พลางเงยหน้าหลับตาลงช
“แก...แก...จะทำอะไรไอ้สารเลว”เฮนรีเอ่ยถามพร้อมขยับตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เขาพยายามพาตัวเองไปหาลูกชายคนเดียวของเขา นานมากแล้วที่พวกเขาทั้งสองไม่ได้เจอหน้าลูกแต่การที่ลูเซียนนำตัวลูกของพวกเขามาที่นี่ มันต้องมีแผนการชั่วร้ายที่แอบซ่อนเอาไว้ในหัวอย่างแน่นอน ความคิดที่บิดเ
![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






