共有

บทที่ 3

作者: TanyaT
last update 公開日: 2026-08-30 22:13:49

คำพูดนั้นทำให้เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยอมหันหลังให้อย่างไม่เต็มใจ เมฆินทร์ใช้ปลายนิ้วดึงปกเสื้อด้านหลังลงเพียงเล็กน้อย ทันทีที่เห็นผิวหนังบริเวณหัวไหล่สีหน้าของเขาก็เคร่งขรึมขึ้นอย่างชัดเจน

บนแผ่นหลังของริสามีรอยอักขระสีแดงคล้ำปรากฏอยู่ใต้ผิวหนัง ลวดลายคดเคี้ยวเป็นวงกลมคล้ายรากไม้พันกันและตรงกลางมีเครื่องหมายเดียวกับที่สลักอยู่บนกำไลเงินที่เขาพึ่งได้มาเมื่อไม่นาน

เมฆินทร์ยกปลายนิ้วขึ้นเหนือรอยนั้นโดยไม่แตะต้องผิวของเธอ ก่อนบริกรรมคาถาอีกบทด้วยเสียงเบาจนแทบกลืนไปกับสายลม

“นะล้อมกาย โมล้อมจิต พุทคุ้มทิศ ธาปิดทาง ยะบังเงา สิ่งชั่วร้ายตนใดอย่ากล้ำกราย รอยใดที่ติดตามมา จงขาด สายใดที่ผูกเอาไว้ จงคลาย ด้วยคุณครูเหนือเศียร ด้วยอำนาจยันต์เหนือกาย...ปิด!”

คำสุดท้ายถูกเปล่งออกมาพร้อมกับการกดผ้ายันต์ลงตรงรอยอาคม แสงสีแดงใต้ผิวหนังวาบขึ้นทันที ริสาสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวดราวกับถูกเหล็กร้อนนาบลงบนผิวบาง หญิงสาวหันกลับมาผลักอกเขาออกด้วยสัญชาตญาณของตนเอง

“คุณทำอะไรฉัน!”

เมฆินทร์เซถอยไปเพียงเล็กน้อย ดวงตาคมยังคงจับจ้องรอยบนแผ่นหลังของเธอซึ่งแม้จะจางลงแต่กลับไม่หายไปอย่างที่ควรจะเป็น

“ผมปิดทางไม่ให้มันตามคุณออกไป”

“แล้วมันได้ผลหรือเปล่า”

ชายหนุ่มไม่ตอบเพราะในจังหวะนั้นเอง เสียงไม้แตกก็ดังขึ้นจากด้านหลังแท่นบูชา ร่างหญิงผมยาวค่อย ๆคลานออกมาจากเงามืด แขนขาของมันบิดงอผิดรูป ใบหน้าซีดขาวเงยขึ้นช้า ๆ ก่อนเผยให้เห็นเบ้าตาว่างเปล่าและริมฝีปากที่ถูกเย็บติดกันด้วยด้ายสีดำ

เมฆินทร์ขยับมายืนบังริสาโดยสัญชาตญาณ มือข้างหนึ่งล้วงเข้าไปในย่ามเพื่อหยิบผ้ายันต์ ส่วนอีกข้างกางออกขวางไม่ให้เธอก้าวออกไปด้านหน้า

“ยืนอยู่ข้างหลังผม ห้ามวิ่ง ห้ามร้อง และไม่ว่าคุณจะได้ยินเสียงใครเรียกก็ห้ามขานรับ”

ริสามองแผ่นหลังกว้างของชายแปลกหน้าตรงหน้าก่อนเบนสายตาไปยังสิ่งที่กำลังคลานเข้ามาใกล้

“แล้วถ้าฉันไม่ทำตามล่ะ”

เมฆินทร์ไม่ตอบในทันที เขายกผ้ายันต์ขึ้นคั่นกลางระหว่างตนเองกับร่างอาถรรพ์แล้วเริ่มบริกรรมคาถาด้วยเสียงทุ้มหนักแน่นกว่าเดิม

“นะโมพุทธายะ อิติปิโส ภควา ข้าขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย คุณครูบาอาจารย์ และอำนาจแห่งยันต์ทั้งหลาย จงเป็นเกราะคุ้มกาย เป็นไฟเผาผลาญสิ่งอัปมงคล ภูตผีปีศาจตนใดที่สิงสู่ ผูกมัด หรือครอบงำอยู่ในสถานที่แห่งนี้ จงคลาย จงถอย จงดับสูญ ด้วยอำนาจแห่งเลือดครูและคำสัตย์ของผู้สืบวิชา สิ่งใดไม่ใช่เจ้าของร่าง จงออกไป สิ่งใดมิได้ถือกำเนิดในโลกมนุษย์ จงกลับคืนสู่ที่ของตน นะปิดตา โมปิดทาง พุทปิดรูป ธาปิดเงา ยะปิดวิญญาณ ข้าขอสั่งด้วยนามแห่งครู จงออกไปเดี๋ยวนี้!”

ทุกถ้อยคำที่หลุดออกจากริมฝีปากทำให้เปลวเทียนเก่าบนแท่นบูชาลุกติดขึ้นเองทีละเล่ม แสงสีแดงส้มสะท้อนไปทั่วผนังศาลขณะที่ร่างหญิงผมยาวเริ่มบิดเกร็ง ส่งเสียงคำรามลอดผ่านริมฝีปากซึ่งถูกเย็บติดกัน

เมฆินทร์สะบัดผ้ายันต์ออกไป ผืนผ้าพุ่งผ่านอากาศก่อนแปะลงบนหน้าผากของร่างอาถรรพ์อย่างแม่นยำ ทันใดนั้น เปลวไฟสีฟ้าก็ลุกวาบขึ้นจากตัวอักขระ เสียงกรีดร้องแหลมดังสนั่นจนฝาไม้สั่นสะเทือน ร่างนั้นกระเสือกกระสนถอยกลับ ทิ้งเพียงรอยเล็บยาวไว้บนพื้นกระดานแต่ก่อนที่มันจะถูกเผาผลาญจนหมด รอยอาคมบนแผ่นหลังของริสากลับสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง รุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า แสงสีแดงจากร่างของเธอพุ่งตรงไปยังร่างอาถรรพ์ราวกับเชือกที่มองไม่เห็นก่อนฉุดให้มันหลุดออกจากอำนาจของผ้ายันต์

เมฆินทร์ชะงักในทันที ดวงตาคมฉายแววตกตะลึงเป็นครั้งแรก…คาถาของเขาถูกตีกลับ

ร่างหญิงผมยาวกระชากผ้ายันต์ออกจากหน้าผากแล้วแสยะยิ้มทั้งที่ริมฝีปากยังถูกด้ายดำเย็บติดอยู่ จากนั้นมันพุ่งตรงเข้าหาริสาด้วยความเร็วผิดธรรมชาติหมายจะเอาชีวิตของเธอ

เมฆินทร์หมุนตัวคว้าเอวหญิงสาวแล้วดึงหลบ ร่างทั้งสองล้มลงข้างแท่นบูชา กรงเล็บยาวของสิ่งนั้นเฉียดผ่านไหล่ของชายหนุ่มจนเสื้อสีดำฉีกขาด เลือดสดไหลซึมออกจากบาดแผลเป็นทางยาวช้าๆ

หยดเลือดของเมฆินทร์กระเด็นตกลงบนรอยอาคมของริสา ทันทีที่เลือดของเขาสัมผัสกับผิวหนังของเธอ อักขระสีแดงก็ส่องสว่างขึ้นอย่างรุนแรง แรงกระแทกบางอย่างระเบิดออกจากร่างของคนทั้งคู่จนร่างอาถรรพ์ถูกซัดกระเด็นไปชนผนังศาล เสียงกรีดร้องดังลั่นก่อนทุกอย่างจะเงียบลงอย่างฉับพลัน

เมฆินทร์ยังคงคร่อมร่างริสาไว้โดยแขนข้างหนึ่งกั้นอยู่เหนือศีรษะของเธอเพื่อป้องกันเศษไม้ที่ร่วงลงมา ดวงตาของคนทั้งสองสบกันในระยะใกล้จนลมหายใจอุ่นปะทะกันท่ามกลางความเงียบสงัด

ริสาเป็นฝ่ายได้สติก่อนจึงรีบใช้มือบางผลักอกกว้างเบาๆเพื่อเป็นสัญญาณให้เขาได้สติ

“คุณจะลุกได้หรือยัง”

เมฆินทร์ขยับตัวออกจากร่างบางนั้นในทันที เขาก้มมองหยดเลือดบนหัวไหล่ของหญิงสาว สีหน้าซึ่งเคยสงบนิ่งกลับตึงเครียดอขึ้นมาย่างเห็นได้ชัด เพราะอักขระนั้นกำลังดูดซึมเลือดของเขาเข้าไปใต้ผิวหนังก่อนเส้นสีแดงบางส่วนจะเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท

กฎของสำนักผุดขึ้นในความทรงจำอย่างชัดเจน…

ห้ามให้เลือดของผู้สืบวิชาสัมผัสกับอาคมบนร่างสตรี ห้ามผูกชะตากับหญิงผู้มีตราอาถรรพ์และห้ามลงเข็มสักยันต์ให้แก่สตรีโดยเด็ดขาด

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่บอกเขาอย่างชัดเจนว่า คาถาทั่วไปไม่อาจสะกดอาคมในร่างของริสาได้อีกแล้ว ทางเดียวที่จะหยุดมันคือการลงยันต์ทับรอยเดิมด้วยมือของเขาเอง

“รอยนั้นคืออะไรกันแน่” ริสาถามอีกครั้ง

เมฆินทร์เงยหน้ามองเธอ ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดก่อนตอบด้วยน้ำเสียงต่ำ

“ตราผูกวิญญาณ”

“มันหมายความว่าอะไร” ชายหนุ่มมองไปยังร่างอาถรรพ์ซึ่งเริ่มขยับอยู่ท่ามกลางเงามืดก่อนคว้าข้อมือของเธอไว้แน่น

“หมายความว่าถ้าคุณไม่ออกไปจากที่นี่ตอนนี้ ครั้งต่อไปมันจะไม่ได้ลากแค่ร่างคุณไป”

เขากระชับมือแน่นขึ้นและดึงเธอให้ลุกตาม

“แต่มันจะเอาวิญญาณคุณไปด้วย”
この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status