LOGINรสสัมผัสอันอิ่มเอมอาบซ่านนั้น ทำเอาเขายังคงอาลัยอาวรณ์ไร้ที่สิ้นสุดทว่ายามตื่นขึ้นมา แล้วพบว่ามันเป็นเพียงแค่ความฝัน ภายในใจกลับดิ่งลึกสู่ความว่างเปล่าและอ้างว้างอย่างที่สุดรสจูบของซางเลี่ยรุ่ยในครั้งนี้ทั้งดุดันและเร่าร้อนอย่างยิ่งยามนี้เขาไม่ต่างอะไรจากสัตว์ร้ายที่คลั่งจัด ไม่ยอมดำเนินไปตามกรอบเกณฑ์ปกติอีกต่อไปเรียวลิ้นของเธอถูกเขาดูดดึงจนชาวาบไปหมดเรือนร่างถูกเขากักขังไว้ในอ้อมอก จนแทบจะตักตวงอากาศหายใจไม่ได้แต่กระนั้นก็ไม่อาจผลักไสเขาออกไปได้เลยทำได้เพียงจำใจน้อมรับความคลั่งไคล้เอาแต่ใจของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...ดวงตาทรงผลแอปริคอตของเธอ ม่านน้ำตาบาง ๆ ได้เข้ามาก่อตัวฉาบทับไว้นานแล้วพวงแก้มก็แดงระเรื่อขึ้นมาด้วยความหอบเหนื่อยยามที่เหนี่ยวรั้งยื้อฉุดกันไปมา กระดุมชุดผู้ป่วยถูกทึ้งหลุดออกไปสองสามเม็ดเผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนและลำคอระหง ตลอดจนผิวกายอันละเอียดประณีตผืนใหญ่ดวงตาของซางเลี่ยรุ่ยเข้มคล้ำลง ทอประกายอันตรายวาบผ่านในแววตาราวกับจะกลืนกินเธอลงท้อง ดึงรั้งเข้าสู่กระดูกและไขข้อ“อย่าค่ะ ที่นี่มันโรงพยาบาลนะ!”เวินหร่านสบโอกาสกอบโกยอากาศหายใจได้ยากเย็
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินแยกออกไปกดรับสาย “ว่าไง!”“คุณชายรองครับ!”เสียงของฟ่านเจิ้ง ผู้ช่วยของฟู่จิ่งเฉิงรายงานเข้ามาตามสายด้วยความตื่นตระหนก “เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ! คุณชายใหญ่เสียชีวิตแล้วครับ!”สิ้นเสียงรายงาน ใบหน้าหล่อเหลาของฟู่จิ่งเฉิงพลันถอดสี ข้อนิ้วที่กุมโทรศัพท์ไว้สั่นเทาเล็กน้อยด้วยความกดดันอันพลุ่งพล่านพี่ชายของเขาตายแล้ว!ในที่สุด พี่ชายของเขาก็ตายเสียที!ไม่นึกเลยว่าจะตั้งตารอจนมีวันนี้ได้“ฮ่า ๆ ๆ !”ฟู่จิ่งเฉิงกลับหัวเราะออกมาอย่างน่าประหลาดเส้นเลือดบริเวณขมับของเวินหร่านกระตุกเกร็งเธอรู้สึกอยู่ตลอดว่าฟู่จิ่งเฉิงในสภาพนี้ดูแปลกประหลาดจนบอกไม่ถูกกระทั่งดูเข้าขั้นโรคจิตไปเสียด้วยซ้ำ“คุณไม่เป็นไรใช่ไหม?” เธอเอ่ยถามด้วยความคลางแคลงใจฟู่จิ่งเฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนจะหันขวับกลับมามองเธอแววตาของเขามีคลื่นอารมณ์ซัดโถม“อีกไม่นาน คุณจะได้เห็นผมในเวอร์ชันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม!”เขาเอ่ยกับเธอด้วยน้ำเสียงมีเงื่อนงำ ใบหน้าฉายแววล้ำลึกยากจะคาดเดาเวินหร่านขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันเธอไม่ค่อยเข้าใจความหมายในคำพูดของเขานักตามหลักแล้ว ฟู่จิ่
บัดนี้พวกเขาทั้งสองได้หย่าร้างกันไปแล้วเดิมทียามเทศกาลตรุษจีนก็ควรจะต่างคนต่างกลับบ้านตนเอง ไม่ก้าวก่ายวุ่นวายต่อกันถึงจะถูกต้องทว่าฟู่จิ่งเฉิงกลับต้องการให้เธอไปร่วมฉลองเทศกาลที่บ้านตระกูลฟู่กับเขา“ฉันไม่อยากไปค่ะ”เวินหร่านปฏิเสธตัดรอยอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อยฟู่จิ่งเฉิงจ้องมองเธอด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อคล้ายนึกไม่ถึงว่าเธอจะกล้าเอ่ยปากปฏิเสธในอดีตเธอเคยเฝ้าอ้อนวอนขอร้องให้เขาพาเธอกลับไปร่วมฉลองปีใหม่ด้วยกัน ทว่าเขาเอาแต่รังเกียจว่าเธอเป็นเพียงลูกนอกกฎหมายที่กำเนิดจากเมียน้อย ซึ่งมีแต่จะทำให้เขาต้องขายหน้ามาบัดนี้ เขาอุตส่าห์ยินยอมมอบโอกาสให้เธอ ได้ร่วมเดินทางกลับไปฉลองตรุษจีนด้วยกันกับเขาแล้วแท้ ๆ เธอไม่รู้สึกเป็นเกียรติ หรือตื่นเต้นตื้นหรอกเหรอ?กลับมาทำหน้าเรียบตึงเย็นชา แล้วปฏิเสธว่า “ไม่” ออกมาเนี่ยนะ?นี่มันปฏิวัติมุมมองและลบภาพจำเดิม ๆ ที่ฟู่จิ่งเฉิงเคยมีต่อตัวเธอไปโดยสิ้นเชิง“วางใจเถอะ ผมจะอยู่ข้าง ๆ คอยเป็นเพื่อนคุณเอง ไม่ปล่อยให้คนอื่นในตระกูลฟู่เข้ามาสร้างความลำบากใจให้คุณอีก” ฟู่จิ่งเฉิงเอ่ยให้คำมั่นสัญญาซึ่งหาได้ยากยิ่งในอดีตเขาเป็นเพียงลูกนอกกฎหมายข
“สโนว์ไวท์ ซินเดอเรลล่า หรือว่าเจ้าหญิงเอลซ่าล่ะคะ?” เวินหร่านเอ่ยขัดจังหวะเขาขึ้นมาทันควัน“งั้นเปลี่ยนใหม่!” ซางเลี่ยรุ่ยเริ่มเล่าต่อ “กาลครั้งหนึ่งมีปีศาจตนหนึ่ง...”“อาหรับราตรีเหรอคะ?” เวินหร่านเดาถูกอีกรอบ ได้แต่ถอนหายใจด้วยความเอือมระอา “ขอร้องล่ะค่ะ เรื่องพวกนี้ฉันจำได้ขึ้นใจจนท่องถอยหลังได้แล้ว!”ซางเลี่ยรุ่ย “งั้นเปลี่ยนใหม่อีกเรื่อง”ในที่สุดเวินหร่านก็เหลืออดเหลือทน “คุณช่วยเลิกเล่านิทานเด็กที่ไร้เดียงสาพวกนี้สักทีได้ไหมคะ?”ซางเลี่ยรุ่ยยักไหล่ “ผมแค่คิดว่าเรื่องพวกนี้คุณน่าจะฟังเข้าใจได้ง่ายก็แค่นั้นเอง”เวินหร่าน “...”หมายความว่าถ้าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนขึ้นมาอีกนิด สมองเธอก็จะไม่เข้าใจแล้วอย่างนั้นเหรอ?มีใครเขาเหน็บแหนมคนอื่นแบบนี้บ้างไหม?“ถ้าไม่เปลี่ยนเป็นเรื่องที่ใช้สติปัญญาขึ้นมาหน่อย ก็ไม่ต้องเล่าแล้วค่ะ!” เวินหร่านเบ้ปากเอ่ยนัยน์ตาคมเข้มลึกล้ำของซางเลี่ยรุ่ยสบตากับเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเลิกคิ้วขึ้น แล้วเริ่มเล่าเรื่องเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงและคลื่นลมอันเชี่ยวกรากในโลกธุรกิจให้เธอฟังทว่าเวินหร่านกลับฟังอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินเสียอย่างนั้นดังนั้นในช่วงห
เวินหร่านสีหน้าเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “คุณจะทำอะไรน่ะ?”เธอเพิ่งจะเตือนเขาไปแท้ ๆ ว่าที่นี่คือห้องพักผู้ป่วยของเธอทำไมเขาถึงยังจะมาทำรุ่มร่ามกับเธออีก?นัยน์ตาคมเข้มดุจหมึกดำของซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอแน่นิ่ง “ผมโดนคุณยั่วยวนภายในเวลาสั้น ๆ ขนาดนี้ ไปทำเสน่ห์ร้อยเล่มเกวียนอะไรไว้หรือเปล่า?”เวินหร่านได้ยินดังนั้นก็ทั้งโกรธทั้งขำเธอไปยั่วยวนเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?อดไม่ได้ที่จะสวนกลับอย่างระอา “ฉันจะไปมีมารยาอะไรได้ล่ะคะ?”ซางเลี่ยรุ่ยโน้มกายลงมา สูดกลิ่นหอมฟอดใหญ่ตรงลำคอระหงของเธอ“บนตัวคุณเหมือนจะมีกลิ่นหอมตามธรรมชาติอยู่ด้วยนะ”ทุกครั้งที่เขาทำเรื่องอย่างว่ากับเธอ มักจะถูกกลิ่นกายนี้มัวเมาจนหลงใหลทำให้หายใจกระชั้นติดขัด หัวใจสูบฉีดเต้นเร่งจังหวะทั่วทั้งร่างคล้ายมีเรี่ยวแรงมหาศาลใช้อย่างไรก็ไม่มีวันหมด“มีที่ไหนกันคะ?” เวินหร่านค้อนใส่เขาหนึ่งที พลางเอ่ยปฏิเสธ“มีสิ!” นัยน์ตาของซางเลี่ยรุ่ยทอดลึกเข้มขึ้น เรือนกายสูงใหญ่ค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้เตียงผู้ป่วยของเธอเวินหร่านสัมผัสได้ถึงฝ่ามือใหญ่ของเขาที่รุกรานเข้ามาลูบไล้อยู่ตรงเอวคอดกิ่วของเธอเธออดไม่ได้ที่จะตีมือเขา
ความสัมพันธ์ที่ผูกพันกันด้วยความต้องการทางร่างกายเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ยากจะเอ่ยปาก และไม่อาจนำขึ้นมาพูดอย่างเปิดเผยต่อหน้าผู้คนได้เลย“คุณต้องการจะพูดอะไรกันแน่คะ?”เธอช้อนสายตาจ้องมองตรงไปยังเวินจ้าวเหลียงพลางเอ่ยถามเวินจ้าวเหลียงขยับเข้ามาใกล้เธอ ก่อนจะเอ่ยเสนอขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ “เอาอย่างนี้ไหมล่ะ อาศัยช่วงที่ประธานซางกำลังมีความรู้สึกดี ๆ ให้เธออยู่ตอนนี้ เธอช่วยขยับความสัมพันธ์กับเขาให้เข้าไปใกล้ชิดยิ่งขึ้นอีกขั้นล่ะเป็นไง?”เวินหร่านใช่ว่าจะฟังไม่ออกว่าเวินจ้าวเหลียงหมายถึงสิ่งใดเพราะเธอรู้ซึ้งถึงความหมายของเขาดีเกินไปต่างหาก ก่อนหน้านี้จึงพยายามปฏิเสธความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยอย่างสุดกำลังทว่าเธอรู้ดีถึงนิสัยใจคอของเวินจ้าวเหลียงเรื่องใดที่เขายึดมั่นปักใจแล้ว ย่อมทำทุกวิถีทางโดยไม่สนวิธีการเพื่อบรรลุเป้าหมายให้ได้หากเธอเอ่ยปฏิเสธไปในทันที มีแต่จะยิ่งปฏิวัติกระตุ้นสัญชาตญาณความต้านทานและดื้อดึงของเขาให้ลุกโชนขึ้นมาถึงตอนนั้นก็มีแต่จะจับมือรวมหัวกับคนตระกูลเวินเหล่านั้นมาบีบบังคับเธอเพิ่มขึ้นอีกสู้เธอถือโอกาสใช้ประโยชน์จากสภาวะจิตวิทยาจุดนี้ของเขา มาปรั
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






