تسجيل الدخولในเมื่อเธอเป็นฝ่ายที่ได้ผลประโยชน์ไปเต็ม ๆ แน่นอนว่าย่อมต้องแสร้งทำเป็นวางท่าทางสง่างามสมเป็นกุลสตรีผู้ดีเสียหน่อยทนายโจวปรายตามองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าอ่านประกาศต่อ “ส่วนหุ้นทั้งหมดของคุณเวินจี้หลี่ในเวินซื่อ จะถูกยกให้แก่เวินหร่านลูกสาวคนเล็กทั้งหมด... แต่มีข้อแม้ว่าเวินหร่านจะต้องเข้ามาทำงานในเวินซื่อ เริ่มไต่เต้าตั้งแต่ระดับรากหญ้า จนกระทั่งขึ้นไปดำรงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปให้ได้เสียก่อน”คำพูดนี้ดั่งระเบิดลูกหนึ่งที่ถูกจุดชนวนจนระเบิดออก“ปัง...” เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางวันแสก ๆ ทุกคนต่างตกตะลึงกันถ้วนหน้ารวมถึงตัวของเวินหร่านเองด้วยเธอฟังผิดไปหรือเปล่าเนี่ย?พ่อถึงกับจะยกเวินซื่อให้เธออย่างนั้นเหรอ?เธอกำลังฝันอยู่หรือไงกัน?เวินฉีไม่มีทางทำใจยอมรับเรื่องนี้ได้เด็ดขาดเธอพุ่งพรวดเข้าไปหยุดยืนอยู่ตรงหน้าทนายโจวทันที เอ่ยถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ “คุณอ่านผิดใช่ไหมคะ? พ่อฉันจะยกหุ้นเวินซื่อให้ยัยนี่ได้ยังไงกัน? เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!”เสิ่นอ้าวหลันเองก็ตกใจจนขวัญหนีดีฝ่อเช่นกัน “นั่นสิคะ ทนายโจว คุณอ่านผิดหรือเปล่าคะ?”เมื่อครู่เธอยังดีใจกั
เวินหร่านมีหรือจะไม่รู้ว่าเวินฉีคิดอะไรอยู่เธอชำเลืองมองอีกฝ่ายด้วยหางตาอย่างไม่ใส่ใจ “ถ้าพูดถึงเรื่องวางท่าสูงส่งล่ะก็ พี่เองก็ไม่ได้สูงไปกว่าฉันเท่าไหร่หรอกน่า! ไม่เห็นเหรอว่าฉันยังมาก่อนพี่ซะอีก?”“แก!” สีหน้าของเวินฉีแปรเปลี่ยนไปมา ถลึงมองเธอด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชังเสิ่นอ้าวหลันผู้เป็นแม่ใหญ่แสดงความไม่พอใจขึ้นมาทันที “เวินหร่าน แกพูดจาอย่างนี้กับพี่สาวแกน่ะเหรอ?”เวินจี้หลี่เองก็ชักสีหน้าบึ้งตึงขึ้นมาเช่นกัน “นับวันยิ่งไร้กฎระเบียบขึ้นทุกที”เฉิงหว่านอี๋เห็นดังนั้นนอกจากจะไม่ช่วยพูดแก้ต่างให้ลูกสาวแล้ว กลับหันมาเอ่ยกับเวินหร่านว่า “ยังไม่รีบขอโทษพี่เขาอีก”เวินหร่านเกือบจะตกตะลึงจนอ้าปากค้างเธอพูดอะไรผิดถึงขั้นต้องไปก้มหัวขอโทษเวินฉีด้วยเล่า?ก็แค่โดนเวินฉีเหน็บแนมแดกดันใส่ แล้วเธอสวนกลับไปคำเดียวเท่านั้นเองทั้งพ่อ แม่ใหญ่ และแม่เล็กต่างก็พากันเข้าข้างเวินฉี และรุมเล่นงานเธอกันหมดเวินหร่านรู้สึกพูดไม่ออกดูท่าแล้วตำแหน่งของเธอในสายตาของคนเหล่านี้ จะต่ำต้อยกว่าที่เธอเคยจินตนาการไว้เสียอีกในขณะที่ตำแหน่งของเวินฉีในใจพวกเขากลับสูงส่งกว่าที่เธอคิดไว้มากนักพวกเขาทุก
“ไป!”ซางเลี่ยรุ่ยแผ่รังสีความน่าเกรงขามออกมาอย่างเต็มเปี่ยม พร้อมกับเชิดคางขึ้นเล็กน้อยอย่างถือดีเอ่ยคำพูดออกมาเพียงแค่คำเดียวทว่ากลับเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจคุกคามอย่างยิ่งยวดในที่สุดฟู่จิ่งเฉิงก็ยอมขยับตัวหลีกทางให้เวินหร่านรีบสาวเท้าก้าวข้ามผ่านตัวเขาไปอย่างรวดเร็ว ไปหยุดยืนอยู่ข้างกายของซางเลี่ยรุ่ยราวกับว่าทำเช่นนี้แล้วเธอจะปลอดภัยเวินหร่านเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ทั้งที่หากพูดถึงความสนิทชิดเชื้อแล้ว ในอดีตซางเลี่ยรุ่ยเป็นแค่คู่นอนของเธอเท่านั้น แต่ฟู่จิ่งเฉิงกลับเคยเป็นสามีภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายกับเธอทว่าเธอกลับมีความรู้สึกฝังใจโดยไม่รู้ตัวว่า ซางเลี่ยรุ่ยมีความน่าเชื่อถือมากกว่าฟู่จิ่งเฉิงเสียอีกเวินหร่านกับซางเลี่ยรุ่ยรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วไม่ได้หันกลับไปมองฟู่จิ่งเฉิงอีกภายในแววตาของฟู่จิ่งเฉิงฝังซ่อนเปลวเพลิงระอุสีดำเอาไว้กองหนึ่งใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นมืดมนน่ากลัวขึ้นมาฉับพลันเวินหร่านกล้าสวมเขาให้เขาอย่างนั้นเหรอเขาไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่!...“คุณมาได้ยังไงเนี่ย?”เวินหร่านเดินเคียงคู่กับซางเลี่ยรุ่ยออกมาจากห้องอาหาร จู
เวินหร่านเพิ่งจะอ้าปากเตรียมเอ่ยอะไรบางอย่าง ทว่าเวลานั้นพนักงานเสิร์ฟก็ผลักประตูห้องส่วนตัวเข้ามา พร้อมกับยกอาหารที่ซางเลี่ยรุ่ยสั่งไว้ก่อนหน้านี้มาเสิร์ฟทั้งสองคนจึงเริ่มลงมือทานอาหารและไม่ได้คุยค้างถึงหัวข้อเมื่อครู่ต่อซางเลี่ยรุ่ยทานไม่มากเท่าไหร่ สักพักก็อิ่มแล้วเมื่อเห็นกุ้งตัวใหญ่ตรงหน้าเวินหร่านแทบจะไม่ถูกแตะต้องเลยซางเลี่ยรุ่ยจึงยื่นมือไปช่วยเธอแกะเปลือกกุ้งท่าทางที่แสดงออกมาทั้งสุภาพและสง่างามหลังจากแกะเสร็จก็เลื่อนจานกุ้งทั้งหมดมาตรงหน้าเวินหร่าน“ทานสิ”เวินหร่านชะงักไปเล็กน้อยคาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะแกะกุ้งให้เธอ“ขอบคุณค่ะ!”เธอเอ่ยขอบคุณด้วยความเกรงใจพวงแก้มแดงระเรื่อท่าทางเช่นนี้ของเธอทำเอาหัวใจของซางเลี่ยรุ่ยไหววูบขึ้นมาอีกครั้งวินาทีนี้ต่อให้ต้องให้เขาทำเรื่องอะไรเพื่อเธอ เขาก็เต็มใจอย่างยิ่งเวินหร่านทานกุ้งเสร็จก็ทานข้าวสวยต่ออีกนิดหน่อย จากนั้นก็อิ่มแล้วเช่นกันซางเลี่ยรุ่ยเรียกพนักงานเสิร์ฟมาเช็คบิลส่วนเธอเดินไปเข้าห้องน้ำผลคือพอทำธุระเสร็จและเดินออกมา ก็บังเอิญชนเข้ากับฟู่จิ่งเฉิงที่หน้าประตูพอดีสายตาของเขาขมุกขมัวลึกล้ำ จ้องเขม็งมาท
ราวกับถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจังฟู่จิ่งเฉิงโกรธเคืองเป็นอย่างมากทว่าเขากลับไม่ได้แสดงอาการออกมาแต่กลับโอบเอวคอดกิ่วของเธอไว้ แล้วปลอบโยนด้วยท่าทีที่ดูราวกับมีความอดทนสูง “อย่าคิดมากเลย บริษัทมีงานต้องให้ผมไปจัดการจริง ๆ ”เสิ่นปิงเจี๋ยยังคงเคลือบแคลงสงสัย “จริงเหรอ?”“แน่นอนสิ!”ฟู่จิ่งเฉิงเอ่ยปลอบเธอต่อ เพียงแต่แววตาทอประกายยิ้มแย้มกลับไปไม่ถึงก้นบึ้งของดวงตาเขาต่อสายเรียกคนขับรถอย่างรวดเร็วเพื่อให้มารับเสิ่นปิงเจี๋ยกลับไปจากนั้นก็หมุนตัวกลับแล้วเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เมื่อครู่เวินหร่านกับซางเลี่ยรุ่ยเพิ่งเดินจากไป......เวินหร่านกับซางเลี่ยรุ่ยทิ้งตัวลงนั่งในห้องส่วนตัวห้องหนึ่งผนังด้านหนึ่งของห้องส่วนตัวนี้เป็นหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่จรดเพดานมองออกไปนอกกระจกใสบานนั้นจะเห็นผืนทะเลสาบอยู่เบื้องหน้าผืนน้ำยามค่ำคืนสะท้อนประกายระยิบระยับ ทิวทัศน์งดงามยิ่งนักทว่าเวินหร่านกลับไม่มีอารมณ์จะมาชื่นชมมันเลยเธอคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าจะมาบังเอิญเจอเข้ากับฟู่จิ่งเฉิงที่นี่เช่นนี้แล้วความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยก็คงกระจ่างชัดโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดต่อให้เธออยากจะอธิบาย
ทว่าในเวลานี้ สายตากลับจับจ้องติดหนึบอยู่กับผู้หญิงคนอื่นราวกับว่าไม่มีตัวตนของเธออยู่ในสายตาเลยสักนิดเธอรู้สึกผิดหวังเหลือเกินในใจรู้สึกเคว้งคว้างว่างเปล่าซางเลี่ยรุ่ยสังเกตเห็นฟู่จิ่งเฉิงเข้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นกันในขณะนี้ เขากวาดตามองสีหน้าท่าทางของฟู่จิ่งเฉิงกับผู้หญิงที่อยู่ข้างกายอีกฝ่ายจนถี่ถ้วนพลันเกิดความรู้สึกขึ้นมาว่าตนเองมีโอกาสที่จะได้เลื่อนสถานะแล้วฟู่จิ่งเฉิงคงคาดไม่ถึงสินะว่าเขาจะมาอยู่กับเวินหร่านแม้ว่าในตอนนี้เขายังไม่มีสถานะที่เป็นทางการ แต่อีกไม่นานก็คงจะมี“เฉิง นั่นอดีตภรรยาของคุณไม่ใช่เหรอ?”เสิ่นปิงเจี๋ยเห็นว่าฟู่จิ่งเฉิงเอาแต่เมินเฉยไม่สนใจเธอ จึงอดไม่ได้ที่จะเขย่าแขนเขาด้วยความร้อนรนพยายามดึงความสนใจของเขากลับมาฟู่จิ่งเฉิงเม้มริมฝีปากบางแน่น ใบหน้าหล่อเหลาดำทะมึนเวลานี้สายตาทั้งหมดของเขาจับจ้องอยู่บนมือของฟู่จิ่งเฉิงและเวินหร่านที่กุมประสานเข้าหากันยามที่เห็นเวินหร่านยืนอยู่อย่างแนบชิดกับผู้ชายอีกคนที่ดีทั้งรูปร่างหน้าตา ชาติตระกูล และเบื้องหลังเหนือกว่าตนทุกอย่างความเจ็บปวดเสียดแทงหัวใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนก็พุ่งเข้าจู่โจ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส







