LOGINซางเลี่ยรุ่ยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ก็หมายความตามรูปถ่ายพวกนั้นนั่นแหละ”เขาก็แค่ต้องการเตือนเธอว่า ฟู่จิ่งเฉิงสามีของเธอกำลังเริ่มมองหาคนใหม่แล้วต่างหากการแต่งงานของพวกเขายังมีความจำเป็นต้องดำเนินต่อไปอีกอย่างนั้นเหรอ?เวินหร่านถึงกับพูดไม่ออก “นี่คือของขวัญที่คุณอยากจะมอบให้ฉันงั้นเหรอ?”ซางเลี่ยรุ่ยยิ้มอย่างลึกล้ำคาดเดาไม่ได้ “นี่ไม่ใช่ของขวัญชิ้นใหญ่หรอกเหรอ? มีรูปถ่ายเหล่านี้ คุณก็จะมีหลักฐานไปฟ้องหย่าฟู่จิ่งเฉิงได้แล้ว”เวินหร่านเม้มริมฝีปากสีแดงระเรื่อแน่นโดยไม่เอ่ยอะไรออกมาเธอเคยบอกเขาด้วยหรือไงว่าตอนนี้เธอกำลังหาวิธีหย่าอยู่?เธอรู้สึกว่าเวลานี้ซางเลี่ยรุ่ยได้ล้ำเส้นขอบเขตความสัมพันธ์แบบคู่นอนที่เคยตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ไปไกลโขแล้ว ก้าวก่ายเรื่องของเธอมากจนเกินไปจริง ๆ “จะหย่าหรือไม่หย่า มันเป็นเรื่องของฉัน!”เวินหร่านขมวดคิ้วมุ่นพลางกล่าว“ถ้าคุณขัดใจที่ต้องคบหากับผู้หญิงที่แต่งงานแล้วในฐานะคู่นอนล่ะก็ เราเลิ...” เลิกกันเถอะคำว่า “เลิกกันเถอะ” ยังไม่ทันหลุดออกจากปากริมฝีปากสีชาดของเธอก็ถูกซางเลี่ยรุ่ยที่โน้มตัวเข้ามาประกบจูบปิดสนิทเสียก่อนเวินหร่านเบิกตากว้า
ฟู่จิ่งเฉิงชอบผู้หญิงประเภทไหน เธอย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจก็คือผู้หญิงเพียบพร้อมที่เป็นคุณหนูตระกูลดังมีชาติตระกูลนั่นแหละส่วนเธอที่เป็นแค่ลูกนอกสมรสคนหนึ่ง ย่อมไม่ตรงกับเงื่อนไขการเลือกคู่ของเขาอย่างเห็นได้ชัดหลีลี่มองเธอด้วยสายตาที่ไม่เห็นด้วย “ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่แกไม่มีความมั่นใจในตัวเองขนาดนี้เนี่ย?”เวินหร่านยักไหล่ “ไม่ใช่ว่าฉันไม่มั่นใจในตัวเองหรอกนะ แต่ฉันรู้ตัวดีต่างหากว่าตัวเองไม่ใช่สเปกที่ฟู่จิ่งเฉิงชอบ” ดังนั้นเธอจึงไม่มีทางคิดเข้าข้างตัวเองเด็ดขาด!หลีลี่เบะปากสีแดงระเรื่อ “แกออกจะเพียบพร้อมขนาดนี้ แต่ฟู่จิ่งเฉิงกลับไม่ชอบแถมยังหย่ากับแกอีก นั่นแหละคือความซวยของเขาเองต่างหาก”เวินหร่านส่งเสียง เหอะ ในลำคอ “ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”ฉะนั้นเรื่องระหว่างเธอกับฟู่จิ่งเฉิงจึงถือว่าพลิกหน้ากระดาษผ่านพ้นไปแล้วมีเพียงฟู่จิ่งเฉิงเท่านั้นแหละที่ยังคงเก็บเอามาคิดไม่ตกส่วนเธอนั้นเริ่มต้นชีวิตใหม่ของตัวเองไปนานแล้ว...เดิมทีเวินหร่านนึกว่าหลังจากวันที่เธอปฏิเสธรับของขวัญจากซางเลี่ยรุ่ยไปแล้ว ระยะนี้เขาจะไม่สนใจไยดีเธออีกเสียด้วยซ้ำคาดไม่ถึงว่าในวันนั้นช่วงใกล้เวลาเลิก
ตลอดทางที่ผ่านมา ฟู่จิ่งเฉิงอดกลั้นต่อหลีลี่มานานพอสมควรแล้วตอนนี้สบโอกาสที่เขากุมจุดอ่อนนี้ไว้ ก็เลยได้ทีเล่นงานหลีลี่ได้อย่างชอบธรรมสักทีทว่าเวินหร่านจะมีทางยอมเปิดช่องให้เขาได้ง่าย ๆ หรือ?“ถ้าคุณบอกว่าจะไม่ปล่อยคนที่แพร่งพรายเรื่องที่เราหย่ากันไปแม้แต่คนเดียว คนแรกที่คุณไม่ควรปล่อยไป ไม่ควรเป็นเพื่อนของฉันอย่างหลีลี่ แต่ต้องเป็นเวินฉียอดดวงใจของคุณต่างหาก!”แววตาคมกริบของเธอมองตรงเข้าไปในดวงตาของฟู่จิ่งเฉิงพร้อมกับกล่าวขึ้นสีหน้าของฟู่จิ่งเฉิงเปลี่ยนสีไปวูบหนึ่งเขาย่อมรู้ดีว่าเวินหร่านไม่ได้โกหกเขาอันที่จริงเวินฉีคือคนแรกที่แพร่งพรายเรื่องการหย่าร้างระหว่างเขากับเวินหร่านออกไปจริง ๆ กระทั่งเวินฉียังเป็นคนคาบข่าวเรื่องที่พวกเขาหย่ากันไปบอกกับโจวลี่จวนผู้เป็นแม่ของเขาด้วยซ้ำหากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ แม่ของเขาคงไม่มาคอยบีบบังคับให้เขาต้องไปดูตัวบ่อย ๆ ในช่วงนี้หรอกท้ายที่สุดแล้ว ทุกอย่างล้วนเป็นเพราะความยุ่งเหยิงที่เวินฉีเป็นคนก่อขึ้นทั้งสิ้น!เมื่อเห็นว่าฟู่จิ่งเฉิงนิ่งเงียบไป เวินหร่านก็รู้ทันทีว่าเขายอมจำนนด้วยความจริงข้อนี้แล้ว“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว ฉันขอตัวกลับก
ในเมื่อตอนนี้ฟู่จิ่งเฉิงกลายเป็นทายาทตระกูลฟู่ไปแล้ว พวกเขาก็ควรจะต้องหย่าร้างกันอยู่ดีฟู่จิ่งเฉิงขมวดคิ้ว และทำท่าเหมือนจะพูดอะไรต่อแต่หลีลี่กลับไม่มีความเกรงใจและแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ “ประธานฟู่คะ ถ้าไวน์แดงของคุณมีเยอะจนดื่มไม่หมด งั้นยกให้ฉันดื่มแทนก็ได้นะคะ ฉันชอบดื่มไวน์แดงเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ”ใบหน้าหล่อเหลาของฟู่จิ่งเฉิงมืดลงเล็กน้อยอย่างไรก็ตาม เห็นแก่หน้าของเวินหร่าน เขาจึงอดกลั้นไว้แล้วเอ่ยว่า “วันหลังผมจะให้ผู้ช่วยส่งไปให้เธอสักสองสามขวด”หลีลี่ “งั้นฉันต้องขอขอบคุณประธานฟู่ล่วงหน้าเลยนะคะ”ริมฝีปากบางของฟู่จิ่งเฉิงเม้มเข้าหากันแน่นเขากำลังจะเอ่ยปากพูดอะไรกับเวินหร่านอีกครั้ง แต่หลีลี่กลับจงใจขยับตัวบังสายตาของเขาเอาไว้ทำให้เขาไม่มีโอกาสได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาเลยตลอดทาง หลีลี่คอยหาจังหวะขัดขวางไม่ให้ฟู่จิ่งเฉิงเข้าใกล้เวินหร่านอยู่ตลอดจนกระทั่งคนขับรถพามาจอดเทียบท่าที่หน้าประตูหมู่บ้านของหลีลี่“ถึงบ้านฉันแล้ว หร่านหร่าน ลงจากรถไปพร้อมกับฉันเถอะนะ”หลีลี่ส่งสัญญาณตาให้เวินหร่าน พร้อมกับทำท่าจะดึงตัวเธอให้ลงรถไปด้วยกันเวินหร่านพยักหน้ารับ “อื้ม”ทว่าในจังหวะ
ฟู่จิ่งเฉิงเพิ่งจะอ้าปากปฏิเสธ แต่หลีลี่ก็ถือวิสาสะแทรกตัวเข้าไปในรถหรูของเขาเสียแล้ว“...”ฟู่จิ่งเฉิงเกรงว่าเวินหร่านจะไม่พอใจ จึงทำได้เพียงอดกลั้นเอาไว้เขากอดเอวเวินหร่านแล้วก้าวขึ้นไปนั่งที่เบาะหลังรถด้วยกันทว่าหลีลี่กลับสลับที่นั่งกับเวินหร่านอย่างรวดเร็ว ไปนั่งแทรกอยู่ตรงกลางระหว่างเธอกับฟู่จิ่งเฉิงเธอเจตนาขัดขวางไม่ให้ฟู่จิ่งเฉิงได้ใกล้ชิดกับเวินหร่านใบหน้าอันหล่อเหลาของฟู่จิ่งเฉิงกลืนหายไปกับความสลัวภายในตัวรถเส้นขากรรไกรขบเข้าหากันจนตึงทั่วร่างแผ่ไอความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนแต่หลีลี่ไม่ได้ใส่ใจ เธอคล้องแขนเวินหร่านทันทีแล้วเอ่ยชวน “หร่านหร่าน คืนนี้ไปนอนบ้านฉันนะ?”เธอไม่มีทางวางใจให้เวินหร่านอยู่ตามลำพังกับฟู่จิ่งเฉิงสองต่อสองหลังจากที่เธอกลับถึงบ้านไปจากประสบการณ์ของคนมีความรักมาหลายปี อดีตสามีของเวินหร่านคนนี้ต้องมีเจตนาไม่ซื่อกับเธออย่างแน่นอน “ห้ะ? ฉัน...”เวินหร่านชะงักไปเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเพื่อนสาวจะเอ่ยข้อเสนอนี้ขึ้นมากะทันหันก่อนหน้านี้พวกเธอไม่ได้ตกลงกันไว้สักหน่อยว่าคืนนี้เธอจะไปค้างที่บ้านหลีลี่เวินหร่านกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ ทันใดนั้นก็ได
“ประธานจ้าวครับ คุณนับวันยิ่งตาถั่วขึ้นทุกที! แม้แต่ภรรยาของผมก็ยังจำไม่ได้! ผมชักจะสงสัยวิสัยทัศน์ของคุณอย่างแรงเสียแล้วสิ เห็นทีว่าเรื่องความร่วมมือระหว่างเราคงจะต้องนำกลับไปพิจารณาใหม่อีกรอบแล้วล่ะครับ”ฟู่จิ่งเฉิงเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ โดยไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายแม้แต่น้อยประธานจ้าวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะผ่านไปพักใหญ่กว่าเขาจะตั้งสติได้ว่า หญิงสาวสวยคนนี้คือภรรยาของคุณชายรองฟู่ความรู้สึกผิดแล่นพล่านขึ้นมาในอก รีบกล่าวคำขอโทษทันที “ขอโทษจริง ๆ ครับ ประธานฟู่! นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด! เป็นเรื่องเข้าใจผิดจริง ๆ ครับ! คุณต้องเชื่อผมนะครับว่าผมไม่มีเจตนาจะล่วงเกินคุณและภรรยาของคุณแม้แต่น้อย...”เขาพยายามอธิบายสุดชีวิต แต่ฟู่จิ่งเฉิงกลับไม่อยากจะปรายตามองเขาแม้แต่นิดเดียวประธานจ้าวร้อนรนจนแทบจะกินหัวตัวเองอยู่แล้วได้แต่นึกสาปแช่งตัวเองที่ไม่น่าไปหลงเชื่อข่าวลือที่ว่าคุณชายรองฟู่กับภรรยาความสัมพันธ์ไม่ลงรอยกันที่แท้คุณชายรองฟู่ก็แคร์และให้ความสำคัญกับภรรยามากขนาดนี้ดันมาเกิดเรื่องเข้าใจผิดใหญ่โตแบบนี้ขึ้นในตอนนี้ จนแทบจะหาทางลงไม่ได้เลยทีเดียวบรรยากาศพลันตึงเครียดกระอักกระอ่วน
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส





![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

