แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: ซ่งอัสดงตะวันตก
เช้าวันจันทร์

ซ่งหว่านเพิ่งมาถึงบริษัทหมิงรุ่ยไบโอเทค ก็ได้รับสายจากทนายทันที

“คุณซ่ง เช้าวันพุธคุณฮั่วมีเวลาว่าง ได้จองคิวจดทะเบียนหย่าในวันนั้นไว้แล้ว ขอให้คุณมาตรงเวลานะครับ”

“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”

หลังจากวางสาย ซ่งหว่านก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ

วันพุธ อีกแค่สองวันเท่านั้น เธอก็จะได้ยุติความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสอันอัดอั้นนี้แล้ว

“ซ่งหว่านใช่ไหม?”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเห็นซ่งหว่านจึงเชิญเธอเข้าไปด้านใน

“ที่นั่งทำงานของคุณอยู่ทางนี้ หน้าที่หลักคือช่วยทีมวิจัยพัฒนายา ทำการทดลองบางอย่างและจัดระเบียบเอกสาร ช่วงนี้บริษัทมุ่งพัฒนายาต้านมะเร็งแบบกำหนดเป้าหมาย นี่คือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย คุณลองศึกษาข้อมูลเบื้องต้นดูก่อนนะคะ”

ตำแหน่งที่ซ่งหว่านสมัครคือผู้ช่วยฝ่ายวิจัยและพัฒนายา ฝ่ายบุคคลยื่นเอกสารปึกหนาให้เธอ

การวิจัยและพัฒนายาเป็นกระบวนการที่ยาวนานและซับซ้อน

หากเธออยากเริ่มงานได้เร็ว ก็ต้องรีบทำความเข้าใจรายละเอียดของโครงการให้ชัดเจน

ซ่งหว่านนั่งอ่านเอกสารที่โต๊ะทำงานโดยไม่คิดจะพักผ่อน จุดสำคัญเธอจะทำเครื่องหมายไว้เป็นพิเศษ และยังใส่ความเห็นกับมุมมองของตัวเองลงไปด้วย

เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้ว

เอกสารยังอ่านได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของเนื้อหาทั้งหมด เธอจึงตัดสินใจอยู่ทำโอทีต่อ

กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จ ก็เป็นเวลากว่าสามทุ่มแล้ว

ข้างนอกมืดสนิท ในออฟฟิศเหลือเพียงเธอคนเดียว

ซ่งหว่านลุกไปเข้าห้องน้ำ

ตอนกลับมาที่โต๊ะทำงาน เธอเห็นร่างสูงสง่ายืนอยู่ข้างโต๊ะ กำลังก้มดูบันทึกที่เธอเขียนไว้ในเอกสารอย่างตั้งใจ

“คุณสวี”

ซ่งหว่านเรียกอย่างสุภาพ

เมื่อได้ยินเสียงเธอ สวีจื่อหมิงก็เงยหน้าขึ้น

“เอกสารพวกนี้ อ่านจบในสามวันก็ถือว่าเร็วแล้ว แต่นี่คุณใช้แค่วันเดียว?”

“อืม…แค่ดูภาพรวมคร่าว ๆ ก่อนน่ะค่ะ รายละเอียดบางส่วนยังต้องไปค้นเอกสารวิชาการเพิ่มเติมอีก”

สวีจื่อหมิงเก็บเอกสารในมือ

“ยังไม่ได้กินมื้อเย็นใช่ไหมครับ? ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมพาคุณไปหาอะไรกินเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณสวี”

ซ่งหว่านกำลังจะปฏิเสธ สวีจื่อหมิงจึงพูดด้วยท่าทางกึ่งหลอกเล่นกึ่งจริงจัง

“วันแรกที่มาทำงานก็โอทีดึกขนาดนี้ คนอื่นไม่รู้จะคิดว่าผมเป็นเจ้านายหน้าเลือดใจร้ายเอาได้นะครับ เพื่อชื่อเสียงที่ดีงามของผม ให้เกียรติกันหน่อยได้ไหม?”

เมื่อสวีจื่อหมิงพูดถึงขนาดนี้แล้ว ซ่งหว่านก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีก ได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ

“ได้ค่ะ”

ซ่งหว่านถือกระเป๋าเดินนำหน้า สวีจื่อหมิงเดินตามหลัง

มองแผ่นหลังที่บอบบางงดงามของเธอ มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

วันนี้เขาไปให้สัมภาษณ์นิตยสารผู้ประกอบการมา

ตอนขับรถผ่านบริษัท เห็นไฟในออฟฟิศยังเปิดอยู่จึงขึ้นมาดู ไม่คิดเลยว่าคนที่อยู่ทำโอทีจนดึกดื่นจะเป็นเธอ

ความจริงเขากินข้าวมาแล้ว

แต่ถ้าได้ชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อ จะกินอีกรอบก็ไม่เป็นไรหรอก

สวีจื่อหมิงขับรถพาซ่งหว่านไปยังร้านอาหารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง

ตอนสั่งอาหาร เขาพูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า “ไม่เอาพริก แล้วก็ไม่ใส่ขิงนะ”

ซ่งหว่านชะงักเล็กน้อย

อาหารที่เขาสั่งล้วนเป็นของที่เธอชอบ และพริกกับขิงก็เป็นของต้องห้ามของเธอเช่นกัน

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กัน แล้วเขารู้รสนิยมการกินของเธอได้อย่างไร?

เหมือนจะรู้ตัวว่าหลุดปากพูดออกไป สวีจื่อหมิงจึงรีบอธิบายว่า “ช่วงนี้ผมเป็นร้อนในน่ะ กินเผ็ดกับขิงไม่ได้ ถ้าคุณชอบรสจัดก็สั่งเพิ่มได้นะ”

ซ่งหว่านส่ายหน้า

“ไม่ต้องค่ะ แบบนี้ก็ดีแล้ว”

บางทีอาจเป็นเพราะรสนิยมของเธอกับสวีจื่อหมิงบังเอิญเหมือนกันก็ได้

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย เขาจะรู้ความชอบของเธอได้อย่างไร

หลังจากกินข้าวเสร็จ

สวีจื่อหมิงยืนกรานจะไปส่งซ่งหว่านที่บ้านให้ได้

“ยังไงคุณก็เป็นพนักงานของผม ปล่อยให้ผู้หญิงกลับบ้านคนเดียวดึก ๆ มันไม่ปลอดภัย ผมจะดูเป็นเจ้านายที่เลือดเย็นมากเกินไป”

เพราะถูกกดดันด้วยคำพูดที่เปี่ยมศีลธรรมอันดีงามของสวีจื่อหมิง ซ่งหว่านจึงต้องยอมขึ้นรถเขาอีกครั้ง

ลู่อิ๋นที่กำลังเดตกับนางแบบหน้าใหม่อยู่แถวนั้นบังเอิญเห็นเข้าพอดี เขารีบถ่ายรูปแล้วส่งลงกลุ่มแชทเล็กๆ ที่มีแค่เขา ฮั่วซือเหนียนและเสิ่นเจวี้ยน

“คุณชายฮั่ว ช่วงนี้ภรรยานายทำตัวแปลกๆ ไปบ้างไหม?”

“มายบัค S-Class รถคันนี้แพงใช่ย่อยเลยนะ คงไม่ใช่เพราะว่าหาผลประโยชน์จากนายไม่ได้ เลยหนีไปหาเสี่ยเลี้ยงคนใหม่หรอกนะ?”

ฮั่วซือเหนียนเพิ่งปิดการเจรจาความร่วมมือมูลค่าหลายหมื่นล้านได้สำเร็จ

เขาเปิดดูข้อความในแชทกลุ่ม

เห็นภาพของซ่งหว่านกำลังขึ้นรถหรูของชายแปลกหน้า

เขาโกรธจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมก่อนหน้านี้ ซ่งหว่านจะเป็นจะตายก็ไม่ยอมหย่า แต่ครั้งนี้กลับเป็นฝ่ายเสนอขอหย่าเอง

ที่แท้ก็ไปเกาะผู้ชายรวยๆ คนอื่นได้แล้วนี่เอง

ในระหว่างที่การแต่งงานของพวกเขายังไม่ยุติอย่างเป็นทางการ เธอกล้าสวมเขาให้เขาแบบไม่อายใคร เธอไม่คิดจะเห็นหัวเขาบ้างเลยเหรอ!

ฮั่วซือเหนียนคิดจะโทรไปต่อว่าซ่งหว่าน

แต่ค้นหาอยู่นาน ก็ไม่พบเบอร์ติดต่อของเธอ

แต่งงานกันสี่ปี เขาไม่เคยบันทึกเบอร์ของเธอไว้เลย ไม่ต้องพูดถึงการเป็นฝ่ายโทรไปหาเธอเอง

ก่อนหน้านี้ เธอจะโทรหาเขาอย่างน้อยสัปดาห์ละสองสามครั้ง ถามอย่างระมัดระวังว่าเขาจะกลับบ้านไหม

ทุกครั้งที่เขาต้องการติดต่อเธอ แค่เปิดดูประวัติการโทรเพียงไม่นานก็หาเบอร์ได้ทันที

แต่ครั้งนี้ เขาเลื่อนหาอยู่นานแต่ก็ยังไม่เจอ

พอลองนับๆ ดูแล้ว เธอไม่ได้โทรหาเขามาหนึ่งเดือนแล้วนะ

ฮั่วซือเหนียนหาเบอร์ของซ่งหว่านเจอจากแชตที่คุยกับคุณย่าฮั่ว

เขากดโทรออกด้วยความโกรธ

ในขณะนั้น

ซ่งหว่านกำลังนั่งอยู่ในรถของสวีจื่อหมิง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

เมื่อเห็นเบอร์ที่คุ้นเคยบนหน้าจอ หัวใจของซ่งหว่านก็สั่นไหว

เพื่อไม่ให้พลาดสายจากฮั่วซือเหนียน เธอจึงตั้งเสียงเรียกเข้าโดยเฉพาะให้เบอร์ของเขา

ในอดีต เธอเฝ้ารอเสียงเรียกเข้านี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งก็จบลงด้วยความผิดหวัง

แม้จะมีธุระ เขาก็ไม่เคยโทรหาเธอโดยตรง

ทุกครั้งเขาจะติดต่อผ่านป้าสวีหรือผู้ช่วยของเขาเสมอ

แต่ตอนนี้ เมื่อเสียงเรียกเข้าดังขึ้น เธอกลับไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร

เมื่อเห็นเธอนิ่งไป

สวีจื่อหมิงที่อยู่ข้างๆ จึงเอ่ยถามว่า “ทำไมไม่รับสายล่ะครับ?”

ซ่งหว่านกดปฏิเสธ แล้วพูดเสียงเรียบ

“เบอร์ไม่รู้จัก คงโทรผิดน่ะค่ะ”

สวีจื่อหมิงสังเกตเห็นความผิดปกติของซ่งหว่าน

ถ้าเป็นแค่เบอร์ที่โทรผิดจริงๆ แววตาของเธอจะสับสนขนาดนั้นได้ยังไง?

เขามองออกแต่ไม่พูดอะไร เลือกที่จะเงียบอย่างคนมีมารยาท

ในโรงแรม

เมื่อได้ยินสัญญาณสายถูกตัด ฮั่วซือเหนียนก็โกรธแทบระเบิด

ผู้หญิงคนนี้ กล้าตัดสายเขาทิ้งอย่างนั้นเหรอ!

หรือว่าเธอรู้สึกผิดจนไม่กล้ารับสาย?

ฮั่วซือเหนียนส่งรุ่นรถให้ผู้ช่วย

“ไปตรวจสอบให้ผม ใครเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ในเมืองไห่ ภายในสามวัน ผมต้องการข้อมูลทั้งหมด!”

เขาอยากจะสืบหาให้แน่ชัดว่าใครกันที่ไม่กลัวตายขนาดนี้ กล้ามาตีท้ายครัวเขาอย่างเปิดเผย

ต่อให้เขาจะรังเกียจซ่งหว่านแค่ไหน เธอก็ยังเป็นคุณนายฮั่วตามกฎหมาย

ตราบใดที่ยังไม่ได้หย่ากัน เธอก็ยังเป็นภรรยาของเขาอยู่

กล้ามายุ่งกับผู้หญิงของเขา หากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เขาจะยังมีหน้าอยู่ในเมืองไห่ได้ยังไงล่ะ?

รถแล่นมาจอดที่หน้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

ซ่งหว่านเปิดประตูลงจากรถ

“คุณสวี ขอบคุณมากค่ะ”

“ทางผ่านครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

ซ่งหว่านเดินเข้าไปในหมู่บ้าน

สวีจื่อหมิงนั่งอยู่ในรถ มองแผ่นหลังของเธออยู่นาน ก่อนจะขับออกไป

หมู่บ้านแห่งนี้ถือเป็นเขตที่อยู่อาศัยระดับกลางในเมืองไห่

เขาจำได้ว่าสามีของเธอเป็นนักธุรกิจ ครอบครัวร่ำรวยระดับต้นๆ ของเมือง เป็นไปไม่ได้ที่จะอาศัยอยู่ในที่แบบนี้

ความเป็นไปได้ก็เดียวคือ พวกเขาแยกกันอยู่แล้ว
อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 30

    เมื่อเดินออกจากโรงแรมซ่งหว่านไม่อยากให้อาจารย์จางเห็นสภาพอันย่ำแย่ของตน จึงไม่กล้าเข้าไปใกล้“รุ่นพี่คะ กิจกรรมช่วงบ่ายฉันขอไม่เข้าร่วมแล้ว ช่วยบอกอาจารย์ให้หน่อยนะคะ บอกไปว่าฉันมีธุระด่วนต้องกลับบ้านก่อนก็ได้ค่ะ”ซ่งหว่านกำลังจะขึ้นรถกลับสวีจื่อหมิงดึงแขนเธอไว้“รอผมแป๊บหนึ่งนะ เดี๋ยวกลับมา”สวีจื่อหมิงก้าวยาว ๆ ไปหาอาจารย์จางไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรบ้าง อาจารย์จางพยักหน้า ก่อนจะขึ้นรถไปกับศิษย์คนอื่นจากนั้นสวีจื่อหมิงก็กลับมาหาซ่งหว่าน“ไปกันเถอะ ฉันจะไปส่งเธอเอง”ซ่งหว่านขึ้นไปบนรถของสวีจื่อหมิง“อาจารย์ไม่โกรธใช่ไหมคะ?”“ฉันบอกอาจารย์ว่าเธอมีประจำเดือนเลยปวดท้อง อาจารย์เข้าใจดี เลยให้ฉันส่งเธอกลับบ้าน”สีหน้าซ่งหว่านออกอาการเก้อเขินเล็กน้อยแต่ต้องยอมรับว่าเหตุผลที่เขาอ้างนั้นแนบเนียนจนไม่มีใครจับผิดได้เมื่อผ่านร้านสะดวกซื้อ สวีจื่อหมิงก็เข้าไปซื้อผ้าขนหนูกับน้ำแข็งกลับมาเขาห่อน้ำแข็งด้วยผ้าขนหนูแล้วประคบลงบนแก้มที่บวมแดงของซ่งหว่านก่อนหน้านี้ เขาแค่รู้ว่าชีวิตการแต่งงานของเธอไม่มีความสุข ความสัมพันธ์กับสามีไม่ดีนักแต่วันนี้เขาถึงได้รู้ว่าผู้ชายคนนั้นเลวทรามขนา

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 29

    “เรื่องของความรัก คนที่ไม่ถูกรักนั่นแหละที่เป็นมือที่สาม เธอนั่นแหละคือมือที่สามที่ขัดขวางไม่ให้เฉี่ยนเฉี่ยนกับฮั่วซือเหนียนได้อยู่ด้วยกัน!”ซ่งหว่านอดไม่ได้ที่จะปรบมือให้“ถ้าฉันจำไม่ผิด เมื่อไม่กี่ปีก่อนลุงฉันเลี้ยงชู้แล้วคุณจับได้ไม่ใช่เหรอ? แถมยังวิ่งไปโวยวายถึงที่อีก งั้นคุณป้าก็เป็นมือที่สามมานานมากเลยสินะ”ซูลี่เจวียนถูกแทงใจดำเข้าเต็มๆเธอโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้า ถลาออกไปข้างหน้าหมายจะเงื้อมือตบหน้าซ่งหว่าน“นังสารเลว! แก—”ซ่งหว่านคาดไว้แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องทำแบบนี้เธอคว้าข้อมือซูลี่เจวียนไว้แล้วผลักออกไปอย่างแรง“คุณนายซ่ง ฉันไม่ใช่เด็กผู้หญิงคนนั้นแล้วนะ คนที่ยอมให้คุณด่าทอตบตีได้ตามใจน่ะ”ซ่งเหลียงเป่ยเห็นเข้าก็โกรธจัด ตบหน้าเธอหนึ่งฉาด“เด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน! เขาเป็นป้าของแกนะ วันนี้ฉันจะสั่งสอนแทนพ่อแม่แกเอง!”“เพี้ยะ!” เสียงตบดังสนั่นในโถงทางเดินเสียงตบดังสนั่นในโถงทางเดินซ่งหว่านหน้าเอียงไปอีกทาง เลือดซึมออกมุมปากเธอค่อยๆ หันกลับมา จ้องซ่งเหลียงเป่ยด้วยสายตาเย็นเยียบจนน่าขนลุก“แก ไม่มีสิทธิ์เอ่ยถึงพ่อแม่ของฉัน”วินาทีถัดมา เธอก็ตบอีกฝ่ายกลับอย่างแรงซ่

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 28

    เมื่อออกจากโรงแรมหูปิน ซ่งหว่านก็เพิ่งรู้ตัวว่าเธอลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องส่วนตัวสวีจื่อหมิงกำลังจะตามไปช่วยเธอหาเธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบว่า “คุณอยู่กับอาจารย์เถอะค่ะ ฉันไปคนเดียวได้”ซ่งหว่านกลับเข้าไปในห้องส่วนตัว พนักงานกำลังเก็บโต๊ะอยู่“คุณผู้หญิง นี่คือโทรศัพท์ที่คุณลืมไว้ใช่ไหมคะ ฉันกำลังจะเอาไปฝากไว้ที่เคาน์เตอร์ด้านหน้าพอดีเลยค่ะ”“ใช่ค่ะ ของฉันเอง ขอบคุณมากนะคะ”ซ่งหว่านรับโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องเพิ่งก้าวออกมา เธอก็เห็นเงาร่างคุ้นตาสองคนซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนควงแขนฮั่วซือเหนียนเดินไปทางเคาน์เตอร์พนักงานต้อนรับ ทั้งคู่ดูสนิทสนมกันอย่างยิ่งขณะที่เธอกำลังเหม่อลอย เสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้นข้างกาย“มองอะไรนักหนา มันน่าดูขนาดนั้นเลยหรือ?”“ก็จริงนะ อยู่กับฮั่วซือเหนียนมาตั้งสี่ปี เขาคงไม่เคยได้แตะตัวเธอสักครั้งสินะ?”ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนหันไป เห็นซูลี่เจวียนกับซ่งเหลียงเป่ยเดินออกมาจากห้องข้าง ๆที่แท้ ฮั่วซือเหนียนเพิ่งนัดกินข้าวกับครอบครัวของซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนเมื่อเห็นครอบครัวซ่งเหลียงเป่ย ความเกลียดชังก็ลุกโชนขึ้นในใจของซ่งหว่านหากวันหนึ่งสืบพบว่าพ่อแม่ของเธอถูกพวกเขาวางแผนฆา

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 27

    ต่อมา เขาจึงค่อย ๆ คิดทบทวนจนเข้าใจในช่วงที่สวีจื่อหมิงไปเรียนต่อต่างประเทศ ทุกครั้งที่พูดคุยเรื่องวิชาการกับเขา ดูเหมือนจะสนใจความเป็นไปของซ่งหว่านเป็นพิเศษการที่เขาแนะนำซ่งหว่านไปบริษัทนั้น จะบังเอิญตรงกับความตั้งใจของเขาพอดีหรือเปล่านะ?แต่สวีจื่อหมิงก็เป็นหนึ่งในศิษย์มากมายที่เขาพึงพอใจที่สุดไม่ว่าจะเป็นความสามารถหรืออุปนิสัย ล้วนไร้ที่ติหากท้ายที่สุดทั้งสองจะได้ลงเอยกันจริงๆ…เขาก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็นพยานในพิธีแต่งงานของทั้งคู่ในขณะเดียวกันภายในห้องส่วนตัวข้างๆซูลี่เจวียนที่สวมกี่เพ้าหรูหราสง่างาม เครื่องประดับระยิบระยับทั่วตัว กำลังจัดทรงผมอยู่หน้ากระจกซ่งเหลียงเป่ยเองก็จัดเสื้อสูทและเนคไทซ้ำแล้วซ้ำเล่า“พ่อคะ แม่คะ ไม่ต้องเกร็งขนาดนี้หรอกค่ะ ซือเหนียนเขาเป็นคนดีมาก”ประตูห้องส่วนตัวถูกผลักเปิดออกฮั่วซือเหนียนก้าวเข้ามาด้วยท่าทีองอาจ ออร่ากดดันแผ่ซ่านวันนี้เขาไม่ได้ใส่สูทธุรกิจเหมือนตอนปกติ เสื้อเชิ้ตสั่งตัดสีเทาควันบุหรี่ขับเน้นไหล่กว้างเอวคอดอย่างชัดเจน“ซือเหนียน”ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนลุกขึ้น ควงแขนฮั่วซือเหนียนอย่างสนิทสนม“นี่คือพ่อกับแม่ของฉันค่ะ”ซ

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 26

    คฤหาสน์ตระกูลซ่งถ้วยชาที่อยู่ในมือซูลี่เจวียนกระทบกับจานรองดัง ‘กึก’ น้ำชากระเด็นออกมาสองสามหยด“ลูกว่าอะไรนะ คุณย่าฮั่วยกหุ้นบริษัทให้ซ่งหว่านงั้นเหรอ?”“ตั้งห้าเปอร์เซ็นต์เลยนะ! นั่นมันหุ้น 5% ของฮั่วกรุ๊ปเลยนะ”“เฉี่ยนเฉี่ยน ไหนลูกบอกเองไม่ใช่เหรอว่าฮั่วซือเหนียนไม่ชอบซ่งหว่านสักนิด? แล้วจะยอมให้คุณย่าฮั่วยกหุ้นให้เธอได้ยังไง?”“ไม่ชอบแน่นอนอยู่แล้ว!”“ตอนนั้นฮั่วซือเหนียนแต่งงานกับซ่งหว่านก็เพราะคุณย่าบังคับ ซือเหนียนหมางเมินใส่เธอมาตั้งสี่ปี หุ้นพวกนั้นก็แค่ค่าชดเชยเท่านั้นเอง”“ถ้าจะเรียกว่าค่าชดเชย ราคาก็แพงเกินไปหน่อยแล้ว”ซูลี่เจวียนทำหน้าเจ็บปวดราวกับทรัพย์สินของบ้านตัวเองถูกยกให้คนอื่น“เฉี่ยนเฉี่ยน ถ้าลูกกลับประเทศเร็วกว่านี้สักสองสามปี ซ่งหว่านจะเสนอหน้าเป็นคุณนายได้ยังไง ตำแหน่งคุณนายฮั่วต้องเป็นของลูกแน่นอน หุ้นพวกนั้นก็ควรเป็นของลูกด้วย!”“แม่คะ ตำแหน่งคุณนายฮั่วของซ่งหว่านก็แค่สถานะในนามเท่านั้น ซือเหนียนตัดสินใจแล้วว่าจะฟ้องหย่ากับเธอ”“จริงเหรอ? งั้นก็เยี่ยมไปเลย!”ซูลี่เจวียนคว้ามือซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนด้วยความตื่นเต้น“รู้อยู่แล้วว่าลูกสาวฉันเก่ง ฮั่วซือเหน

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 25

    คนรับใช้ที่ยืนอยู่มุมห้องรีบก้าวเข้ามาทันที“คุณหญิงใหญ่ มีอะไรจะสั่งเหรือเปล่าคะ?”“ไล่เธอออกไป!”น้ำเสียงของคุณย่าฮั่วเย็นเฉียบ“ของพวกนั้นก็เอาโยนออกไปด้วย!”ใบหน้าของซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนซีดเผือดในทันที“คุณย่า ท่านเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าคะ ฉันก็แค่…”“เข้าใจผิดเหรอ?”คุณย่าฮั่วหัวเราะเสียงเย็น“เธอเป็นมือที่สามที่ทำลายความสัมพันธ์ของหลานชายกับหลานสะใภ้ฉัน ทำอะไรลงไปบ้าง ไม่รู้ตัวเลยเหรอ?”คนรับใช้เดินเข้ามา ผายมือออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย“คุณซ่ง เชิญค่ะ”ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนกำชายเสื้อแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด สุดท้ายก็ฝืนกัดฟันหันหลังเดินจากไปปัง!ประตูห้องผู้ป่วยถูกปิดกระแทกอย่างแรงตะกร้าผลไม้และอาหารบำรุงที่เธอถือเข้ามาถูกโยนลงถังขยะในทางเดินในขณะเดียวกันซ่งหว่านก็ถือกระติกเก็บความร้อน เดินมาถึงหน้าห้องพอดีซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนกังวลอย่างยิ่งว่าภาพที่ตนถูกไล่ตะเพิดเหมือนหมูเหมือนหมาจะมีคนเห็นใครจะคิดว่าเธอจะหันไปสบตากับซ่งหว่านเข้าพอดี“คุณนาย คุณมาแล้วเหรอคะ!”คนรับใช้ที่เมื่อครู่ยังนิ่งเฉย พอเห็นซ่งหว่านก็มีสีหน้าดีใจขึ้นมาทันที“เชิญด้านในเลยค่ะ คุณหญิงใหญ่เห็นคุณต้องดีใจแน

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status