共有

บทที่ 7

作者: ซ่งอัสดงตะวันตก
เช้าวันจันทร์

ซ่งหว่านเพิ่งมาถึงบริษัทหมิงรุ่ยไบโอเทค ก็ได้รับสายจากทนายทันที

“คุณซ่ง เช้าวันพุธคุณฮั่วมีเวลาว่าง ได้จองคิวจดทะเบียนหย่าในวันนั้นไว้แล้ว ขอให้คุณมาตรงเวลานะครับ”

“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”

หลังจากวางสาย ซ่งหว่านก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ

วันพุธ อีกแค่สองวันเท่านั้น เธอก็จะได้ยุติความสัมพันธ์ในชีวิตสมรสอันอัดอั้นนี้แล้ว

“ซ่งหว่านใช่ไหม?”

เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลเห็นซ่งหว่านจึงเชิญเธอเข้าไปด้านใน

“ที่นั่งทำงานของคุณอยู่ทางนี้ หน้าที่หลักคือช่วยทีมวิจัยพัฒนายา ทำการทดลองบางอย่างและจัดระเบียบเอกสาร ช่วงนี้บริษัทมุ่งพัฒนายาต้านมะเร็งแบบกำหนดเป้าหมาย นี่คือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย คุณลองศึกษาข้อมูลเบื้องต้นดูก่อนนะคะ”

ตำแหน่งที่ซ่งหว่านสมัครคือผู้ช่วยฝ่ายวิจัยและพัฒนายา ฝ่ายบุคคลยื่นเอกสารปึกหนาให้เธอ

การวิจัยและพัฒนายาเป็นกระบวนการที่ยาวนานและซับซ้อน

หากเธออยากเริ่มงานได้เร็ว ก็ต้องรีบทำความเข้าใจรายละเอียดของโครงการให้ชัดเจน

ซ่งหว่านนั่งอ่านเอกสารที่โต๊ะทำงานโดยไม่คิดจะพักผ่อน จุดสำคัญเธอจะทำเครื่องหมายไว้เป็นพิเศษ และยังใส่ความเห็นกับมุมมองของตัวเองลงไปด้วย

เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนนี้เป็นเวลาเลิกงานแล้ว

เอกสารยังอ่านได้ไม่ถึงหนึ่งในสี่ของเนื้อหาทั้งหมด เธอจึงตัดสินใจอยู่ทำโอทีต่อ

กว่าจะทำทุกอย่างเสร็จ ก็เป็นเวลากว่าสามทุ่มแล้ว

ข้างนอกมืดสนิท ในออฟฟิศเหลือเพียงเธอคนเดียว

ซ่งหว่านลุกไปเข้าห้องน้ำ

ตอนกลับมาที่โต๊ะทำงาน เธอเห็นร่างสูงสง่ายืนอยู่ข้างโต๊ะ กำลังก้มดูบันทึกที่เธอเขียนไว้ในเอกสารอย่างตั้งใจ

“คุณสวี”

ซ่งหว่านเรียกอย่างสุภาพ

เมื่อได้ยินเสียงเธอ สวีจื่อหมิงก็เงยหน้าขึ้น

“เอกสารพวกนี้ อ่านจบในสามวันก็ถือว่าเร็วแล้ว แต่นี่คุณใช้แค่วันเดียว?”

“อืม…แค่ดูภาพรวมคร่าว ๆ ก่อนน่ะค่ะ รายละเอียดบางส่วนยังต้องไปค้นเอกสารวิชาการเพิ่มเติมอีก”

สวีจื่อหมิงเก็บเอกสารในมือ

“ยังไม่ได้กินมื้อเย็นใช่ไหมครับ? ไปกันเถอะ เดี๋ยวผมพาคุณไปหาอะไรกินเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณสวี”

ซ่งหว่านกำลังจะปฏิเสธ สวีจื่อหมิงจึงพูดด้วยท่าทางกึ่งหลอกเล่นกึ่งจริงจัง

“วันแรกที่มาทำงานก็โอทีดึกขนาดนี้ คนอื่นไม่รู้จะคิดว่าผมเป็นเจ้านายหน้าเลือดใจร้ายเอาได้นะครับ เพื่อชื่อเสียงที่ดีงามของผม ให้เกียรติกันหน่อยได้ไหม?”

เมื่อสวีจื่อหมิงพูดถึงขนาดนี้แล้ว ซ่งหว่านก็ไม่อาจปฏิเสธได้อีก ได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ

“ได้ค่ะ”

ซ่งหว่านถือกระเป๋าเดินนำหน้า สวีจื่อหมิงเดินตามหลัง

มองแผ่นหลังที่บอบบางงดงามของเธอ มุมปากของเขาก็ยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

วันนี้เขาไปให้สัมภาษณ์นิตยสารผู้ประกอบการมา

ตอนขับรถผ่านบริษัท เห็นไฟในออฟฟิศยังเปิดอยู่จึงขึ้นมาดู ไม่คิดเลยว่าคนที่อยู่ทำโอทีจนดึกดื่นจะเป็นเธอ

ความจริงเขากินข้าวมาแล้ว

แต่ถ้าได้ชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อ จะกินอีกรอบก็ไม่เป็นไรหรอก

สวีจื่อหมิงขับรถพาซ่งหว่านไปยังร้านอาหารที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่ง

ตอนสั่งอาหาร เขาพูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า “ไม่เอาพริก แล้วก็ไม่ใส่ขิงนะ”

ซ่งหว่านชะงักเล็กน้อย

อาหารที่เขาสั่งล้วนเป็นของที่เธอชอบ และพริกกับขิงก็เป็นของต้องห้ามของเธอเช่นกัน

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กัน แล้วเขารู้รสนิยมการกินของเธอได้อย่างไร?

เหมือนจะรู้ตัวว่าหลุดปากพูดออกไป สวีจื่อหมิงจึงรีบอธิบายว่า “ช่วงนี้ผมเป็นร้อนในน่ะ กินเผ็ดกับขิงไม่ได้ ถ้าคุณชอบรสจัดก็สั่งเพิ่มได้นะ”

ซ่งหว่านส่ายหน้า

“ไม่ต้องค่ะ แบบนี้ก็ดีแล้ว”

บางทีอาจเป็นเพราะรสนิยมของเธอกับสวีจื่อหมิงบังเอิญเหมือนกันก็ได้

ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่เคยเจอกันมาก่อนเลย เขาจะรู้ความชอบของเธอได้อย่างไร

หลังจากกินข้าวเสร็จ

สวีจื่อหมิงยืนกรานจะไปส่งซ่งหว่านที่บ้านให้ได้

“ยังไงคุณก็เป็นพนักงานของผม ปล่อยให้ผู้หญิงกลับบ้านคนเดียวดึก ๆ มันไม่ปลอดภัย ผมจะดูเป็นเจ้านายที่เลือดเย็นมากเกินไป”

เพราะถูกกดดันด้วยคำพูดที่เปี่ยมศีลธรรมอันดีงามของสวีจื่อหมิง ซ่งหว่านจึงต้องยอมขึ้นรถเขาอีกครั้ง

ลู่อิ๋นที่กำลังเดตกับนางแบบหน้าใหม่อยู่แถวนั้นบังเอิญเห็นเข้าพอดี เขารีบถ่ายรูปแล้วส่งลงกลุ่มแชทเล็กๆ ที่มีแค่เขา ฮั่วซือเหนียนและเสิ่นเจวี้ยน

“คุณชายฮั่ว ช่วงนี้ภรรยานายทำตัวแปลกๆ ไปบ้างไหม?”

“มายบัค S-Class รถคันนี้แพงใช่ย่อยเลยนะ คงไม่ใช่เพราะว่าหาผลประโยชน์จากนายไม่ได้ เลยหนีไปหาเสี่ยเลี้ยงคนใหม่หรอกนะ?”

ฮั่วซือเหนียนเพิ่งปิดการเจรจาความร่วมมือมูลค่าหลายหมื่นล้านได้สำเร็จ

เขาเปิดดูข้อความในแชทกลุ่ม

เห็นภาพของซ่งหว่านกำลังขึ้นรถหรูของชายแปลกหน้า

เขาโกรธจนแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่

ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมก่อนหน้านี้ ซ่งหว่านจะเป็นจะตายก็ไม่ยอมหย่า แต่ครั้งนี้กลับเป็นฝ่ายเสนอขอหย่าเอง

ที่แท้ก็ไปเกาะผู้ชายรวยๆ คนอื่นได้แล้วนี่เอง

ในระหว่างที่การแต่งงานของพวกเขายังไม่ยุติอย่างเป็นทางการ เธอกล้าสวมเขาให้เขาแบบไม่อายใคร เธอไม่คิดจะเห็นหัวเขาบ้างเลยเหรอ!

ฮั่วซือเหนียนคิดจะโทรไปต่อว่าซ่งหว่าน

แต่ค้นหาอยู่นาน ก็ไม่พบเบอร์ติดต่อของเธอ

แต่งงานกันสี่ปี เขาไม่เคยบันทึกเบอร์ของเธอไว้เลย ไม่ต้องพูดถึงการเป็นฝ่ายโทรไปหาเธอเอง

ก่อนหน้านี้ เธอจะโทรหาเขาอย่างน้อยสัปดาห์ละสองสามครั้ง ถามอย่างระมัดระวังว่าเขาจะกลับบ้านไหม

ทุกครั้งที่เขาต้องการติดต่อเธอ แค่เปิดดูประวัติการโทรเพียงไม่นานก็หาเบอร์ได้ทันที

แต่ครั้งนี้ เขาเลื่อนหาอยู่นานแต่ก็ยังไม่เจอ

พอลองนับๆ ดูแล้ว เธอไม่ได้โทรหาเขามาหนึ่งเดือนแล้วนะ

ฮั่วซือเหนียนหาเบอร์ของซ่งหว่านเจอจากแชตที่คุยกับคุณย่าฮั่ว

เขากดโทรออกด้วยความโกรธ

ในขณะนั้น

ซ่งหว่านกำลังนั่งอยู่ในรถของสวีจื่อหมิง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น

เมื่อเห็นเบอร์ที่คุ้นเคยบนหน้าจอ หัวใจของซ่งหว่านก็สั่นไหว

เพื่อไม่ให้พลาดสายจากฮั่วซือเหนียน เธอจึงตั้งเสียงเรียกเข้าโดยเฉพาะให้เบอร์ของเขา

ในอดีต เธอเฝ้ารอเสียงเรียกเข้านี้นับครั้งไม่ถ้วน แต่ทุกครั้งก็จบลงด้วยความผิดหวัง

แม้จะมีธุระ เขาก็ไม่เคยโทรหาเธอโดยตรง

ทุกครั้งเขาจะติดต่อผ่านป้าสวีหรือผู้ช่วยของเขาเสมอ

แต่ตอนนี้ เมื่อเสียงเรียกเข้าดังขึ้น เธอกลับไม่รู้ว่าควรจะรับมืออย่างไร

เมื่อเห็นเธอนิ่งไป

สวีจื่อหมิงที่อยู่ข้างๆ จึงเอ่ยถามว่า “ทำไมไม่รับสายล่ะครับ?”

ซ่งหว่านกดปฏิเสธ แล้วพูดเสียงเรียบ

“เบอร์ไม่รู้จัก คงโทรผิดน่ะค่ะ”

สวีจื่อหมิงสังเกตเห็นความผิดปกติของซ่งหว่าน

ถ้าเป็นแค่เบอร์ที่โทรผิดจริงๆ แววตาของเธอจะสับสนขนาดนั้นได้ยังไง?

เขามองออกแต่ไม่พูดอะไร เลือกที่จะเงียบอย่างคนมีมารยาท

ในโรงแรม

เมื่อได้ยินสัญญาณสายถูกตัด ฮั่วซือเหนียนก็โกรธแทบระเบิด

ผู้หญิงคนนี้ กล้าตัดสายเขาทิ้งอย่างนั้นเหรอ!

หรือว่าเธอรู้สึกผิดจนไม่กล้ารับสาย?

ฮั่วซือเหนียนส่งรุ่นรถให้ผู้ช่วย

“ไปตรวจสอบให้ผม ใครเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ในเมืองไห่ ภายในสามวัน ผมต้องการข้อมูลทั้งหมด!”

เขาอยากจะสืบหาให้แน่ชัดว่าใครกันที่ไม่กลัวตายขนาดนี้ กล้ามาตีท้ายครัวเขาอย่างเปิดเผย

ต่อให้เขาจะรังเกียจซ่งหว่านแค่ไหน เธอก็ยังเป็นคุณนายฮั่วตามกฎหมาย

ตราบใดที่ยังไม่ได้หย่ากัน เธอก็ยังเป็นภรรยาของเขาอยู่

กล้ามายุ่งกับผู้หญิงของเขา หากเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไป เขาจะยังมีหน้าอยู่ในเมืองไห่ได้ยังไงล่ะ?

รถแล่นมาจอดที่หน้าหมู่บ้านอย่างรวดเร็ว

ซ่งหว่านเปิดประตูลงจากรถ

“คุณสวี ขอบคุณมากค่ะ”

“ทางผ่านครับ ไม่ต้องเกรงใจ”

ซ่งหว่านเดินเข้าไปในหมู่บ้าน

สวีจื่อหมิงนั่งอยู่ในรถ มองแผ่นหลังของเธออยู่นาน ก่อนจะขับออกไป

หมู่บ้านแห่งนี้ถือเป็นเขตที่อยู่อาศัยระดับกลางในเมืองไห่

เขาจำได้ว่าสามีของเธอเป็นนักธุรกิจ ครอบครัวร่ำรวยระดับต้นๆ ของเมือง เป็นไปไม่ได้ที่จะอาศัยอยู่ในที่แบบนี้

ความเป็นไปได้ก็เดียวคือ พวกเขาแยกกันอยู่แล้ว
この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 42

    ถ้าเธอเกิดทำอะไรพลาดขึ้นมา คุณย่าฮั่วกลับไปแล้วคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่ฮั่วซือเหนียนหันตัวว่ายน้ำกลับไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่คลื่นลูกใหม่จะซัดเข้ามา เขาก็คว้าเอวเธอไว้ทันที“แค่ก ๆ… ซือเหนียน…”เธอสำลักจนหน้าแดงก่ำ แต่ยังคงจับแขนของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ฉันเรียกคุณ… แต่คุณไม่… ฉันนึกว่า…”หยดน้ำใสไหลลงมาตามขนตาของเธอ แยกไม่ออกว่าเป็นน้ำทะเลหรือน้ำตาร่างกายของเธอสั่นไปทั้งตัว ราวกับเพิ่งเจอกับความตกใจอย่างหนัก“ยัยโง่”เขาทำหน้าบึ้งด้วยสีหน้าเย็นชา ลากเธอขึ้นไปบนฝั่ง“ว่ายน้ำไม่เป็น แล้วจะกระโดดลงทะเลทำไม?”ซ่งหว่านขดตัวอยู่บนชายหาด ไอไม่หยุด เสื้อผ้าที่เปียกโชกแนบติดกับร่างกาย แต่แต่เธอยังดื้อดึงอธิบาย“ฉันหาคุณไม่เจอ… เสียงคลื่นมันดังเกินไป…”เขาโยนผ้าเช็ดตัวให้เธออย่างห้วน ๆ เพื่อปกปิดหน้าอกของเธอที่ยิ่งดูอิ่มเต็มชัดเจนขึ้นเพราะเสื้อผ้าเปียกน้ำ“ขึ้นไปรออยู่บนฝั่ง อย่ามาถ่วงฉัน!”พอนึกย้อนกลับไป ตอนนั้นที่เธอยอมเสี่ยงชีวิตกระโดดลงทะเลเพื่อตามหาเขา คงต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากเลยสินะซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนสังเกตได้อย่างเฉียบไวว่าฮั่วซือเหนียนกำลังเหม่อลอยอยู่

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 41

    สวีจื่อหมิงยกมือดันแว่นขึ้นเล็กน้อย“พวกเธออย่าคิดกันไปเองนะ ฉันยังไม่มีแฟน”“ว้าว! งั้นประธานสวีชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ?”พนักงานสาวโสดหลายคนดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีสายตาของสวีจื่อหมิงกวาดไปทางซ่งหว่านที่ยืนอยู่ไม่ไกลโดยไม่ตั้งใจเขากระแอมเบา ๆ“ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เพียงแต่…ยังไม่แน่ใจว่าเธอจะยอมเป็นแฟนฉันหรือเปล่า”ประโยคนี้ทำให้ทุกคนในห้องอยากรู้ขึ้นมาทันที“โอ้พระเจ้า! ผู้หญิงแบบไหนกัน ถึงขนาดยังไม่สนใจประธานสวีของพวกเรา?”“ถ้าเป็นฉันนะ คงรีบคุกเข่าตอบตกลงทันทีแล้ว!”“ประธานสวี รีบบอกหน่อยสิ เป็นคนที่พวกเรารู้จักไหม?”“เลิกประชุม!”สวีจื่อหมิงใช้เพียงสองคำ ตัดความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนทันทีการประชุมจบลง ทุกคนทยอยออกจากห้องประชุมซ่งหว่านเพิ่งเดินออกจากห้องประชุม ก็ถูกสวีจื่อหมิงเรียกไว้“หว่านหว่าน ทริปพักผ่อนสุดสัปดาห์นี้ เธอต้องมานะ”ซ่งหว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง“ฉันอาจจะ…”เธอไม่ค่อยชอบไปในที่ที่มีคนเยอะ ๆโดยเฉพาะที่นั่นมีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีของเธออยู่“นี่เป็นกิจกรรมทีมครั้งแรกตั้งแต่เธอเข้าบริษัท ถือว่าไปพักผ่อนผ่อนคลายก็แล้วกัน”ซ่งหว่านเงยหน้าขึ้น สบ

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 40

    “คุณย่า อย่าโกรธเลยนะคะ”ซ่งหว่านค่อย ๆ ลูบหลังของคุณย่าเบา ๆ“หมอบอกว่าคุณย่าห้ามโกรธนะคะ”คุณย่าฮั่วจับมือของซ่งหว่านไว้ ดวงตาแดงเล็กน้อย“หว่านหว่าน ย่าขอโทษเธอ ถ้าตอนนั้นย่าไม่ดื้อดึงจะจับคู่พวกเธอสองคน เธอก็คงไม่ต้องทนความน้อยใจมากขนาดนี้”“คุณย่า ไม่ใช่ความผิดของย่าค่ะ”ซ่งหว่านฝืนยิ้มเล็กน้อย“เป็นเพราะวาสนาระหว่างฉันกับฮั่วซือเหนียนจบลงแล้ว อีกอย่าง ฉันก็ปล่อยวางแล้ว” ซ่งหว่านค่อย ๆ ปลอบคุณย่าฮั่วอย่างใจเย็น และให้ดื่มซุปบำรุงไปเล็กน้อยหลังจากคุณย่าหลับสนิทแล้ว ซ่งหว่านก็เดินออกจากห้องผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบบนทางเดินซ่งหว่านเพิ่งปิดประตูแล้วหันกลับมา ก็เห็นซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนพิงอยู่ข้างกำแพง เห็นได้ชัดว่ากำลังรอเธออยู่“ซ่งหว่าน เรามาคุยกันหน่อย”ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนยกมือเสยผมเล็กน้อย ยังเหมือนเมื่อก่อน สีหน้าหยิ่งยโสเหมือนอยู่เหนือคนอื่นซ่งหว่านมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์“ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับเธอ”ซ่งหว่านยกเท้ากำลังจะเดินออกไป แต่ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ขวางอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วต่ำ“เมื่อกี้เธอก็เห็นแล้ว ว่าซือเหนียนปกป้องฉันมากแค่ไหน ทั้ง

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 39

    “คุณท่านรู้ว่าคุณยุ่ง ก็แค่คิดถึงคุณมากเท่านั้นเอง”“รีบเข้าไปเถอะค่ะ คุณย่าฮั่วเพิ่งทานยาเสร็จ ตอนนี้ยังมีแรงดีอยู่เลย”ซ่งหว่านผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้าไป คุณย่าฮั่วกำลังเอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว คุณย่าก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยขุ่นมัวพลันสว่างขึ้นทันที“หว่านหว่าน!”“คุณย่าคะ”ซ่งหว่านรีบเดินเข้าไป จับมือที่ผู้สูงอายุยื่นมาให้ “สุขภาพของคุณย่าดีขึ้นบ้างไหมคะ? ช่วงสองวันนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?”“พอได้เห็นเธอแล้ว ย่าก็เหมือนหายจากทุกโรคเลย”คุณย่าฮั่วยิ้มตาหยี พลางตบหลังมือเธอเบา ๆ“ไม่ได้มาซะนาน ย่าเกือบคิดว่าเธอลืมยายแก่คนนี้ไปแล้วเสียอีก”“จะเป็นไปได้ยังไงคะ”ซ่งหว่านยิ้ม ก่อนหยิบกล่องเล็ก ๆ ที่ประณีตออกมาจากกระเป๋า“คุณย่าคะ ฉันเอาขนมกุ้ยฮวาที่คุณย่าชอบที่สุดมาให้ ตั้งใจไปซื้อจากร้านเก่าแก่ทางฝั่งใต้ของเมืองโดยเฉพาะ”“แต่คุณย่ากินมากไม่ได้คะ มากสุดกินได้แค่สองชิ้นเท่านั้น”ดวงตาของคุณย่าเป็นประกายขึ้นทันที“หว่านหว่านของเรานี่ช่างเอาใจใส่จริง ๆ รู้ว่าย่าชอบกินอะไร ไม่เหมือนเจ้าเด็กดื้อซือเหนียนคนนั้น เอาแต่ทำให้ย่าโมโห!”พอพูดถึง

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 38

    ภายในงานเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที ข้อความคอมเมนต์ในไลฟ์ก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว[บ้าเอ๊ย! เรื่องพลิกแล้วเหรอ?!][ฉันก็บอกแล้วว่ายาของหมิงรุ่ยได้ผลดี จู่ ๆ จะมีปัญหาขึ้นมาได้ยังไง!][คนพวกนี้ชั่วร้ายเกินไป ถึงกับเอาชีวิตของผู้ป่วยมาเป็นเครื่องมือ!]สวีจื่อหมิงมองนักข่าวด้านล่างเวทีที่กำลังตกตะลึงอยู่ ก่อนจะกดรีโมตอีกครั้งบนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏวิดีโอหนึ่งช่วง—เป็นวิดีโอที่ครอบครัวของผู้ป่วยซึ่งเข้าร่วมการทดลองทางคลินิกบันทึกไว้ เพื่อออกมาพูดความจริง“สามีของฉันใช้ยาของหมิงรุ่ยแล้ว เนื้องอกเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด!”“ในที่สุดแม่ของฉันก็สามารถกินข้าวได้แล้ว และสภาพร่างกายกับจิตใจก็ดีขึ้นมาก!”“ยาตัวนี้มอบความหวังให้พวกเรา เราจะไม่มีวันยอมให้มันถูกใส่ร้าย!”เมื่อวิดีโอเล่นจบ ภายในงานก็เงียบสงัดทันทีทันใดนั้น ป้าหลี่ก็ลุกขึ้นยืน เสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น“สามีของฉันใช้ยาของหมิงรุ่ยแล้ว ตอนนี้สามารถลงจากเตียงมาเดินได้แล้ว! คนที่ปล่อยข่าวลือพวกนั้น พวกคุณไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยเหรอ?!”คำพูดของเธอเหมือนประกายไฟ ที่จุดประกายบรรยากาศภายในงานขึ้นทันทีครอบครัวผู้ป่วยคนอื่น ๆ ก็พากันลุกขึ้นย

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 37

    ซ่งหว่านส่ายหน้า “บริษัทต้องการให้พี่อยู่ดูแลสถานการณ์ เรื่องเล็กแค่นี้ฉันจัดการเองได้”หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง ซ่งหว่านก็มาที่โรงพยาบาลที่โรงพยาบาล เธอได้พบกับญาติผู้ป่วยคนแรกที่ยินดีออกมาเป็นพยาน นั่นคือป้าหลีสามีของเธอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย และได้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกของยาใหม่ของหมิงรุ่ยมาแล้วครึ่งเดือน“ผู้เชี่ยวชาญซ่ง สามีฉันใช้ยาของพวกคุณแล้ว อาการดีขึ้นมากจริง ๆ!”ป้าหลีจับมือซ่งหว่านไว้ ดวงตาเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา“เมื่อวานเขายังลงจากเตียงมาเดินได้เลย นี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปี!”หัวใจของซ่งหว่านอุ่นวาบขึ้นมา“ป้าหลี ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตมีคำพูดด้านลบบางอย่าง…”“ฉันเห็นหมดแล้ว!”ป้าหลีกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ“คนพวกนั้นพูดเหลวไหล! ฉันจะอัดวิดีโอเดี๋ยวนี้ เพื่อบอกความจริงให้ทุกคนรู้!”ซ่งหว่านรีบเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของผู้ป่วยกว่าสิบรายโดยไม่หยุดพักสิ่งที่ทำให้เธอดีใจคือ กว่าครึ่งหนึ่งยินดีออกมาเป็นพยานให้หมิงรุ่ยไบโอเทค“คนที่เรารักถูกมะเร็งทรมานจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ค่ารักษาที่แพงลิบในแต่ละวันก็เหมือนแค่ยื้อเวลาไปรอความตายที่อื่นเท่านั้น ในที่สุดก็มี

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status