مشاركة

กลศึกในเงาไม้ 1

last update تاريخ النشر: 2026-08-23 00:00:16

“วันนี้…ต้องปีนเขาใช่หรือไม่?” เขาหันไปถามเสียงแผ่ว ท่าทีคล้ายจะกลัว คล้ายจะตื่นเต้น คล้ายจะ…ไม่รู้
استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق
الفصل مغلق

أحدث فصل

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   กลุ่มพยัคฆ์อัคคี 1

    ทั้งสี่จึงหันหลังให้กับป่าลึก เดินมุ่งหน้ากลับสู่ค่ายฝึกด้วยฝีเท้าที่กระฉับกระเฉงยิ่งขึ้น ยามนี้มิใช่เพียงแค่ผืนธงที่เฉินซูเหรินถือไว้ในมือ แต่ยังมีความชื่นชมยินดีที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเหล่าผู้ติดตามทุกคน และความผูกพันที่เริ่มถักทอเป็นสายใยบางเบา ท่ามกลางภารกิจอันท้าทายนี้เฉินซูเหริน และคณะกำลังก้าวลงจากเนินเขาอย่างผ่อนคลาย ด้วยผืนธงเจ็ดผืนในมือที่ได้มาจากการใช้ไหวพริบล้วน ๆ บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงลมพัดใบไม้เสียดสีกันดุจเสียงกระซิบของพงไพร ทว่า...ความสงบนั้นพลันถูกทำลายลงในชั่วพริบตา!เมื่อร่างของบุรุษฉกรรจ์สี่นายสวมชุดทหารสีเข้มปรากฏขึ้นเบื้องหน้า ขวางทางลงเขาของพวกเขาเอาไว้ ใบหน้าของชายทั้งสี่เต็มไปด้วยความทะนงตน และแววตาจ้องมองมายังเฉินซูเหรินดุจดั่งพยัคฆ์ที่จ้องจับเหยื่อหนึ่งในนั้นก้าวออกมาข้างหน้า รูปร่างสูงใหญ่กำยำ ใบหน้าคมคายดุดัน คล้ายแม่ทัพผู้เก่งกาจ เอ่ยด้วยน้ำเสียงเล็กแหลมประหนึ่งแมวเหมียว “พวกเราคือกลุ่มพยัคฆ์อัคคี ผู้ผดุงความยุติธรรม! พวกเราเฝ้ามองการกระทำของคุณหนูอยู่เนิ่นนานแล้ว!”ชายผู้นั้นหยุดชั่วครู่ ก่อนจะมองมายังเฉินซูเหรินด้วยแววตาตำหนิ “ข้าเห็นว่าสิ่งท

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   ธงลวงในม่านเงา 2

    ทันใดนั้น...ซู่ว์!เสียงแหเชือกถูกโยนจากเบื้องบนสายลม ดั่งพญามังกรรัดรึงร่างเหยื่อในชั่วพริบตาเดียว!ร่างของทหารทั้งสี่นายพัลวันพันกันมั่ว ตะโกนไม่ทันขาดคำ ก็ถูกแหเชือกอีกผืนครอบจนดิ้นไม่หลุด“บัดนี้!” เสียงสั่งการแผ่วเบาของเฉินซูเหรินดังขึ้นราวกระซิบในอากาศเหล่าหยวนกับอาไค่โผล่พรวดออกมาจากพุ่มไม้ราวเงาทมิฬยามย่ำค่ำเหล่าหยวนแม้อายุมากแล้ว หากกายยังว่องไว มือหนึ่งดึงธงจากเอว อีกมือจัดแจงตัดเชือกส่วนอาไค่กลับมิได้มีเล่ห์เหลี่ยมมากมาย ทว่าพละกำลังแข็งกล้ายิ่งนัก ร่างใหญ่โตของเขาเสมือนพยัคฆ์ตกมัน เพียงหมัดเดียวสองคนแรกทรุดลงมิอาจฝืนยืน สองคนหลังยังไม่ทันตั้งหลักก็มิอาจขยับเสียงครวญอู้อี้หลุดลอดจากปากทหารผู้โชคร้าย ก่อนจะถูกปิดสนิทด้วยเศษผ้าชุบน้ำพวกเขาถูกมัดมือไขว้หลังแน่นหนา วางเรียงไว้ใต้พุ่มไม้ใหญ่ดุจร่างไร้ชีวิต รอให้หมดสติจากพิษหมัดของอาไค่แล้วจึงปล่อยให้หลับสนิทไปอีกครู่เฉินซูเหรินคุกเข่าลงหน้าผืนธงสามผืนที่เพิ่งได้มา สายตาของนางเรืองรองด้วยแววเฉียบคม คล้ายมังกรที่เพิ่งกลืนไข่มุกเข้าไปเต็มครา“ธงสามผืน...เห็นทีโชควาสนาข้าจะไม่เลว”นางพึมพำเบา ๆ พลางปรายตาไปยังผู้ร่วมขบวนเหล่

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   ธงลวงในม่านเงา 1

    พลันความคิดหนึ่งผุดวาบขึ้นในห้วงสมอง ‘แผนช่วงชิง!’หากสามารถดักหน้า หรือชิงเอาธงจากกลุ่มทหารอื่นที่อ่อนประสบการณ์กว่า นางย่อมมีโอกาสเก็บธงได้มากกว่าผู้ใดดวงตาคู่งามหรี่ลงอย่างเฉียบคม แล้วค่อย ๆ หันไปมองผู้ติดตามของตนทีละคน...เหล่าหยวน ชายชราอายุคราวท่านปู่ ใบหน้าราบเรียบ ปราศจากพิษสง ดวงตากลับปรากฏประกายเฉลียวอยู่บ้าง แม้กายเงอะงะ แต่ชาญฉลาดนักในการลอบเร้นและวิเคราะห์เส้นทางจ้าวมู่เฉิน นายน้อยผู้รูปงามดังเซียนสวรรค์ หากแต่ความจำเสื่อมจนมิเหลือกระบวนยุทธ์ใด อุปนิสัยก็เปิ่นซื่อปนทะเล้น มิเหมาะแก่การแย่งชิงสิ่งใดนอกจากหัวใจหญิงสาวในตลาดอาไค่...บ่าวผู้อยู่ข้างกายนายน้อย กายใหญ่เท่าหมีสีน้ำตาล แขนขาดั่งเสาไม้ซุง แข็งแกร่งไม่แพ้ทหารอารักษ์แคว้นใหญ่ ทว่า...สมองน้อยนักประหนึ่งหมีแพนด้าเมื่อสายตาพินิจครบทั้งสาม นางพลันถอนหายใจยาว“...แผนช่วงชิงหรือ?” นางพึมพำกับตนเอง“หวังพึ่งทัพเช่นนี้ คงมิใช่ทัพกล้า แต่เป็นกองเตี้ย”ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างระอา แต่แฝงความเอ็นดู ดวงตาของนางแม้เรียบเย็นเฉกเช่นหิมะยามค่ำ ทว่าภายในกลับอบอุ่นด้วยประกายบางประการ“เอาเถิด...” เสียงนางเบาเสียยิ่งกว่าลมกระทบไผ่

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   กลศึกในเงาไม้ 2

    เมื่อแน่ใจว่าปลอดผู้ใดเฉียดใกล้ นางจึงค่อย ๆ หยิบแผ่นหนังสัตว์เก่าคร่ำออกมาจากอกเสื้อ วางราบลงบนพื้นดินที่ปูด้วยใบไม้กรอบแห้ง จากนั้นนางนั่งยองลงก่อน แล้วพยักหน้าเรียกทั้งสามให้มานั่งล้อมวงจ้าวมู่เฉินเพียงแลเห็นแผนที่ที่วาดเส้นทางเดินเขาเป็นลวดลายสลับซับซ้อน ก็พลันร้องออกมาเสียงหลงด้วยดวงตาเบิกกว้าง“พี่ใหญ่เฉิน! ท่านมีแผนที่ภูเขา!”ยังมิทันที่เสียงจะจบประโยค เฉินซูเหรินกลับคว้าตัวจ้าวมู่เฉินเข้ามาใกล้ปิดปากเขาแน่น ดวงตาดุราวพี่สาวดุเด็กซน พร้อมกล่าวเสียงเบา“เจ้าอยากให้ทั้งค่ายได้ยินหรือไร..!”จ้าวมู่เฉินขยับริมฝีปากอุบอิบแต่ก็พยักหน้าเข้าใจ สองแก้มขึ้นสีราวเด็กโดนขู่เหล่าหยวนที่นั่งขัดสมาธิอยู่ใกล้ ๆ ยิ้มตาหยี ใช้สองนิ้วยกขึ้นชูเชิงชมเชย ดวงหน้าชราเปื้อนรอยยิ้มเจ้าเล่ห์กล่าวเบา ๆ ว่า“ข้าน้อยนับถือคุณหนูเฉิน…ช่างกล้าหาญนัก…”เฉินซูเหรินแค่นเสียงเบา ดวงตาฉายแววแน่วแน่ขณะชี้นิ้วลงบนรอยเครื่องหมายแห่งหนึ่งบนแผนที่ รูปธงเล็ก ๆ ถูกขีดวงไว้ชัดเจน“ครูฝึกจี้ซานบอกข้าเองว่า ธงถูกปักไว้บนโขดหินเหนือบ่อน้ำร้าง หากสิ่งนี้เป็นจริง เราเพียงเดินตามทางซอกเขาไป ไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็คงพบ”“แล้วหากเ

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   กลศึกในเงาไม้ 1

    “วันนี้…ต้องปีนเขาใช่หรือไม่?” เขาหันไปถามเสียงแผ่ว ท่าทีคล้ายจะกลัว คล้ายจะตื่นเต้น คล้ายจะ…ไม่รู้ว่าตนเองอยู่ในการแข่งขันอันยิ่งใหญ่เฉินซูเหรินหัวเราะเบา ๆ ยืนกอดอกอยู่ข้าง ๆ “ใช่…และห้ามวิ่งเตลิดกลางทางอีกนะ เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าเมื่อวานเจ้าไปวิ่งไล่เก็บก้อนหินกลางสนามแข่ง?”จ้าวมู่เฉินเกาศีรษะ ดวงหน้าใส ๆ แสดงสีหน้าเขินอายเล็กน้อยเหล่าหยวนในร่างชายชราหลังค่อมเดินมาหยุดอยู่ข้างหลัง มือหนึ่งถือตะกร้าผลไม้ อีกมือยื่นขนมเปี๊ยะให้ “นายน้อย ทานหน่อยเถิด ข้านำมาเผื่อท่าน ยามปีนเขาจะได้ไม่หิวกลางทาง” จ้าวมู่เฉินผงกศีรษะตอบรับเบา ๆเสียงกลองศึกดังกระหึ่ม ดุจเสียงสัญญาณปลุกมังกรให้ตื่นจากนิทรา ทั่วทุกค่ายน้อยใหญ่ เหล่าทหารกลุ่มที่ผ่านการทดสอบทั้งสี่ด่าน ต่างตื่นตัวพลัน สวมเกราะคว้าศัสตรา วิ่งทะยานมายังลานรวมพลด้วยฝีเท้าหนักแน่น เรียงรายเป็นระเบียบ ลมหายใจประสานเป็นหนึ่ง เสียงฝีเท้ากระทบพื้นลานดังประหนึ่งกลองรบของทวยเทพผืนธงประจำค่ายถูกโบกสะบัดอย่างสง่างาม ผ้าแพรสีแดงเพลิงปลิวไหวดุจเปลวเพลิงต้องลม กระแทกใจเหล่าทหารให้คึกคักร้อนแรงไม่ต่างไฟสงครามแม่ทัพเฉินเหยาจิน สวมเกราะดำทมิฬเดินขึ้นแท

  • ปราบพยศคุณหนูจวนแม่ทัพ   พิชิตวี่ด่านด้วยดวง หรือฝีมือ 2

    “ปึก!” หินยักษ์ถูกยกขึ้นพ้นพื้น! อาไค่ยืนขึ้นเต็มความสูง ใบหน้าแดงก่ำ หินยักษ์วางพาดอยู่บนบ่าทั้งสองข้างฝูงชนตะลึงงัน! ไม่มีใครคิดว่าอาไค่จะสามารถยกหินนั้นขึ้นมาได้จริง ๆ!ทว่าทันใดนั้นเอง...“พรึ่บ!” อาไค่สะดุดก้อนหินเล็ก ๆ ที่พื้น เขาก้าวขาไปข้างหน้าอย่างโซเซ ร่างสูงเซถลาจะล้มลง แต่ด้วยความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เขากลับพลิกตัวหมุนหินในอ้อมแขนไปด้านข้าง ส่งผลให้หินยักษ์พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่ตั้งใจ“โครม!” หินยักษ์กระแทกพื้นอย่างแรงและกลิ้งไปปะทะกับหินอีกก้อนหนึ่ง แตกกระจายเป็นเศษหินเล็ก ๆ ฝุ่นคลุ้งตลบไปทั่วบริเวณเหล่าทหารที่ยืนมองเหตุการณ์ต่างอ้าปากค้าง ตะลึงกับพละกำลังของอาไค่ที่นอกจากจะยกหินได้แล้ว ยังสามารถทุ่มหินออกไปได้ไกลถึงเพียงนั้น!อาไค่ลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นจากเสื้อผ้า พลางหัวเราะเขิน ๆ “อา... ข้าทำหินหลุดมือเสียแล้ว...”ทหารทั้งหลายมองหน้าอาไค่ แล้วหันมามองซากหินที่แตกกระจายก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออย่างพร้อมเพรียงกัน ‘เจ้าหนุ่มคนนี้... แค่เผลอทำหลุดมือก็ทำลายหินยักษ์ได้ขนาดนี้เลยรึ?!’เสียงปรบมือและเสียงเชียร์ดังสนั่นขึ้นรอบทิศ ขณะที่อาไค่ยังคงยืนเกาศีรษะพลางยิ้มแหย ๆ ไม่รู้เ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status