LOGINท่ามกลางแสงฟ้าแลบแปลบปลาบและเสียงพายุฝนที่คำรามกึกก้องอยู่ด้านนอก ความต้องการป่าเถื่อนที่เกือบจะปะทุเมื่อครู่ถูกสะกดไว้ด้วยสติที่หลงเหลือเพียงหมิ่นเหม่ หลินเว่ยหอบหายใจจนทรวงอกกระเพื่อมในความมืด
“เมื่อครู่ เจ้ากำลังคลำหาอะไร?” หลี่เฟยกระซิบถาม
“ข้า... ข้าอยากจะก่อกองไฟ” หลินเว่ยตอบเสียงสั่น
หลี่เฟยจับมือนุ่มนิ่มของนาง ก่อนจะประคองไปนั่งลงบนเตียงหินอย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าร่างนางจะบุบสลาย จากนั้นเขาก็จัดการก่อกองไฟด้วยความชำนาญ ไม่นานแสงไฟสีส้มร้อนแรงก็สว่างโชนขึ้นในถ้ำ ขับไล่ความเย็นเยือกและความมืดมัวให้ล่าถอยไป
“ฝนตกหนักมาก เห็นทีคืนนี้ข้าคงต้องนอนค้างที่นี่กับเจ้า”
หลี่เฟยเอ่ยขึ้นพลางหันมาจ้องหน้าหลินเว่ยที่นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงหิน
หลินเว่ยใจสั่นระรัว นางอดไม่ได้ที่จะเอ่ยคำพูดประชดประชันออกไปตามนิสัยของคนเจ้าคิดเจ้าแค้น
“เจ้าไม่กลัวว่าจะมีตราบาปติดตัวรึ?”
“ตราบาปอะไรของเจ้า?” เขาถามกลับ นัยน์ตาหรี่มองอย่างค้นคว้า
“ถ้าหากตัวเมียในเผ่ารู้ว่า อสูรเสือดาวผู้แข็งแกร่งมาค้างคืนที่ถ้ำของนางจิ้งจอกอ้วนโสโครกอย่างข้า ศักดิ์ศรีของเจ้าคงป่นปี้หมดแน่” นางตอบพลางแค่นหัวเราะอย่างนึกขันในโชคชะตา
ทว่าหลี่เฟยกลับไม่หัวเราะด้วย เขาขยับกายเข้าไปใกล้จนเงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนร่างนาง
“ข้าไม่ได้ทำผิดกฎของเผ่า ตอนนี้เจ้าก็เป็นตัวเมียของข้าอยู่แล้วครึ่งตัว” เขาเว้นวรรค์ชั่วครู่ ก่อนจะเน้นคำที่ทำให้หลินเว่ยถึงกับตาค้าง “ที่สำคัญ... ข้าไม่คิดจะยกเลิกพันธะสัญญาร่วมคู่ของเราสองคน”
หลินเว่ยไม่นึกไม่ฝันว่า อสูรชายที่เคยรังเกียจนางจนแทบจะถ่มน้ำลายรด กลับประกาศเสียงแข็งว่าต้องการผูกมัดชีวิตไว้กับนางไม่ยอมปล่อย
“เจ้าพูดอะไรออกมาหลี่เฟย ! เมื่อไม่กี่วันก่อน เจ้ายังประกาศปาว ๆ อยู่เลยว่านับวันรอถอนหมั้นกับข้า”
“เจ้าเข้าใจผิดแล้วหลินเว่ย ! วันนั้นข้าเอ่ยถึงพันธะสัญญาระหว่างเจ้ากับไป่หลง... ข้าไม่เคยบอกว่าจะถอนหมั้นกับเจ้า” หลี่เฟยเชยคางนางขึ้นมาสบตา “และข้าก็ไม่โง่พอที่จะปล่อยสมบัติล้ำค่าให้หลุดมือไปหาผู้อื่น”
“สมบัติล้ำค่า?” หลินเว่ยรำพึงออกมาเหมือนละเมอ
ลึก ๆ ในใจของนางปรารถนาการถูกยอมรับจากคู่ครอง เมื่อหลี่เฟยบอกว่านางเป็นสมบัติล้ำค่า ไข่มุกแห่งชีวิตที่ถูกฝังอยู่ในก้นบึ้งจิตวิญญาณเหมือนได้รับการปลดปล่อย
“ใช่... เจ้าคือสมบัติล้ำค่าของข้า เจ้าคือตัวเมียเพียงคนเดียวที่จะอุ้มท้องลูกของข้า”
เสียงลมหายใจของหลี่เฟยเริ่มหนักหน่วงขึ้นเหมือนเสือที่กำลังจ้องขย้ำเหยื่อ ปกติเขาเป็นอสูรที่พูดน้อยต่อยหนัก การที่เขาพรั่งพรูคำพูดออกมาต่อเนื่องนั่นแสดงว่าสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายเขากำลังคลุ้มคลั่งจนเกินจะเยียวยา
“นี่เจ้า... คงไม่ได้จะ...”
หลินเว่ยเบิกตากว้างเมื่อหลี่เฟยก้มหน้าลงมาใกล้ ธรรมชาติของเสือดาวนั้นถ้าหากหมายตาเหยื่อแล้ว มันจะจู่โจมอย่างรวดเร็วและไม่มีคำว่าปรานี
“คืนนี้ข้าจะผูกพันธะสวาทกับเจ้า... หลินเว่ย” น้ำเสียงเขาแหบพร่า
หลี่เฟยไม่อยากปล่อยให้โอกาสทองหลุดมือ เขาต้องการเป็นอสูรชายคนแรกที่ประทับตราลงในกายนาง เป็นที่หนึ่งเหนือตัวผู้ทั้งปวงที่ผูกพันธะร่วมกับนาง
ริมฝีปากร้อนผ่าวฉกวูบลงมา จูบบดขยี้กลีบปากอิ่มที่เผยอค้างด้วยความตกใจ หลินเว่ยมีความคิดที่จะขัดขืน ทว่าร่างกายของนางจิ้งจอกที่โตเต็มวัย เรียกร้องการสืบพันธุ์อย่างรุนแรงจนสมองอัจฉริยะของนางมึนเบลอ
เวลาผ่านพ้นไปราวกระแสน้ำไหล พายุหิมะแห่งเหมันต์ราคะพัดผ่านไปนานแล้ว ทว่าภายในถ้ำใหญ่ที่ถูกต่อเติมจนหรูหราของหลินเว่ย กลับไม่เคยเงียบเหงาลงเลยแม้แต่วันเดียว กลิ่นอายฟีโรโมนดิบเถื่อนที่เคยอบอวลไปด้วยตัณหาในอดีต ถูกทดแทนด้วยกลิ่นอายความอบอุ่นของครอบครัว และเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสี่ทายาทอสูรตัวน้อย ที่ถือกำเนิดขึ้นพร้อมกันจากค่ำคืนประวัติศาสตร์ครั้งนั้นทายาททั้งสี่ได้รับสายเลือดโบราณอันเข้มข้นมาอย่างเต็มเปี่ยม และนั่นคือนิยามของคำว่า “ความวุ่นวายระดับวินาศสันตะโร” ที่หลินเว่ยต้องเผชิญในทุก ๆ วัน“ไอ้ลูกเสือดาว! ลงมาจากเพดานเดี๋ยวนี้เลยนะ!”หลินเว่ยที่อยู่ในชุดลำลองเนียนนุ่มยืนค้ำเอวตวาดแหว แววตานางพญาจิ้งจอกส่องประกายดุ ยามจ้องมอง เสี่ยวนิ่ง ลูกชายคนโตที่มีหูและหางเสือดาวลายจุด กำลังใช้กรงเล็บเล็ก ๆ ปีนป่ายยึดหินงอกหินย้อยบนเพดานถ้ำอย่างสนุกสนาน โดยมีหลี่เฟยผู้เป็นบิดานั่งหัวเราะร่าอยู่ข้าง ๆ“โธ่... เว่ยเว่ย ลูกแค่กำลังฝึกทักษะการล่า เจ้าจะดุไปทำไมกัน” หลี่เฟยขยับยิ้มทะเล้น ทว่าพอหลินเว่ยตวัดสายตาพิฆาตมาให้ เสือดาวหนุ่มผู้เกรงใจเมียก็รีบเปลี่ยนสีหน้าฉับพลัน “เอ่อ... เสี่ยวนิ่ง! แม่เจ้าสั่งใ
เขาจับเรียวขาขาวผ่องทั้งสองข้างของนางขึ้นมาพาดเกยไว้บนต้นขาแกร่ง เพื่อหนุนสะโพกผายให้ลอยเด่นขึ้นเหนือพื้นหินในท่าทางที่เปิดเปลือยไร้การป้องกัน มือขวาเอื้อมลงต่ำจับท่อนเอ็นลำเขื่องสองลำที่งอกยาวขึ้นมาจากหว่างขาอันเป็นเอกลักษณ์สายเลือดโบราณแห่งเผ่าเงือก ก่อนจะจ่อหัวหยักบานร่าสีเข้มเข้าหาช่องทางสวาททั้งสองทาง ดันตัวทะลวงพรวดเข้าไปในรูกามทั้งบนและล่างของนางพร้อม ๆ กัน“กรี๊ดดดดด...!!”หลินเว่ยหวีดร้องจนเสียงแหบพร่า ร่างระหงเบิกตาโพลงเกร็งกระตุกจนแผ่นหลังบางเหยียดตึง ความคับแน่นทวีคูณทำให้นางรู้สึกเหมือนเนื้อตัวจะปริแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ร่องรักทั้งสองรูบีบรัดรัดท่อนเอ็นยักษ์ทั้งสองท่อนแน่นหนึบจนเนื้อแดงปลิ้นบานไป่หลงแหงนหน้าคำรามห้าวในลำคออย่างพึงใจถึงขีดสุด สองมือแกร่งจับกระชับเอวคอดบางไว้มั่น แล้วกระหน่ำบั้นเอวสอบซอยเด้าเข้าออกในรูกามรัดรึงอย่างบ้าคลั่ง ไร้ความปรานีตับ ตับ ตับ! แจะ แจะ!เสียงหนอกเนื้อหนาหวดกระทบก้นเนียนและเสียงบดเบียดของเหลวหนืดข้นดังระงม ทำลายความเงียบสงัด สะโพกสอบของเงือกหนุ่มกระแทกกระทั้นรัวเร็วปานพายุบุแคม บดขยี้เนื้อในอ่อนนุ่มจนหลินเว่ยนัยน์ตากลอกกลับ เสร็จสมซ้ำแล้ว
“ข้ารู้ว่าเจ้าอยากให้ข้าหยาบคายกับเจ้า”เงือกหนุ่มพึมพำด้วยน้ำเสียงถือดี เขาจีบนิ้วขยี้ยอดอกที่พุ่งชันด้วยความกระสัน ทรมานนางด้วยอารมณ์ดิบเถื่อน หลินเว่ยเผยอริมฝีปากครางแผ่ว ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวด้วยความรัญจวน แบะง่ามขาออกกว้างขึ้นในสายน้ำเพื่อบอกว่านางต้องการให้เขาแทรกตัวตนเข้ามาทำลายความทรมานตรงจุดไหนไป่หลงสอดนิ้วกลางยาวรีเข้าลึกไปในกายนางทันที รอยคลื่นเนื้อนุ่มและกระแสความร้อนระอุภายในโพรงสวาทตอดขมิบระรัวยิบ บีบรัดนิ้วมือของเขาจนเงือกหนุ่มแทบคลั่งด้วยความกระสัน“ข้างในเจ้าลื่นมาก”เขาคำรามเสียงแหบพร่าพลางดันนิ้วที่สองเบียดแทรกเข้าไปในช่องทางคับแคบและชื้นแฉะของนาง หลินเว่ยครวญครางหลับตาพริ้มด้วยความซาบซ่าน ขยับสะโพกผายเด้งควบนิ้วใหญ่ที่ชักเข้าชักออกเร็วแรงขึ้นทุกที ความสุขที่เขาปลุกเร้าทำให้นางตัวสั่นเทิ้มหายใจติดขัดภายใต้ผิวกายน้ำที่สั่นกระเพื่อมเป็นระลอกคลื่นและไอร้อนเข้มข้นที่ลอยคละคลุ้งตัดขาดพวกเขาจากโลกภายนอก หลี่เฟย ซือหมิง และม่อเหยียน ที่นั่งคุมเชิงอยู่ฟากตรงข้าม ต่างรับรู้ด้วยสัญชาตญาณดิบว่าเงือกหนุ่มกำลังเคี่ยวกรำตัวเมียตัวน้อยของพวกเขาอย่างไร ยิ่งเห็นร่างบางบิดเร่าทุรนทุร
ม่อเหยียนสูดปากครางด้วยความเสียวสุดขีด ฝ่ามือหนาตะปบหมับบีบเคล้นสองเต้าขาวอวบของนางจนหยุ่นยวบเป็นรอยนิ้วมือแดงเถือก บั้นเอวสอบเร่งจังหวะตอกอัดถี่กระชั้นราวกับจะกระชากวิญญาณของคนใต้ร่างให้แหลกสลายคาอกตับ! ตับ! ตับ!...เสียงเนื้อหวดเนื้อเปียกชื้นรุนแรงขึ้นทุกที ใบหน้าที่บูดเบี้ยวด้วยความกระสันทรมานของนางจิ้งจอกสาว ยิ่งโหมกระพือเพลิงปรารถนาของอินทรีหนุ่มให้ลุกโชนบ้าคลั่ง บั้นเอวสอบของเขาทวีพละกำลังมหาศาล กระหน่ำตะบันเข้าใส่จนร่างบางสั่นไหวโยนตัวอย่างรุนแรงการสมสู่ที่ดุร้ายป่าเถื่อนเบื้องหน้า ยิ่งกระตุ้นให้สามีอสูรอีกสามตนที่เฝ้ามองด้วยใจจดจ่อบังเกิดความกระสันอยากจนแทบคลั่ง ทั้งสามนั่งหายใจหอบกระเส่าอยู่ในบ่อน้ำแร่ ยามเห็นร่องรักฉ่ำเยิ้มของตัวเมียตัวน้อยถูกอสูรอินทรีบดขยี้อย่างหยาบโลน องคชาตของพวกเขาคัดแข็งจนปวดร้าวไปหมด มือหนาของอสูรทั้งสามขยับรูดรั้งแก่นกายมหึมาของตนเองอย่างบ้าคลั่ง สะสมอารมณ์รักเข้มข้นเพื่อรอเวลาขึ้นไปรุมขย้ำร่างนุ่มนิ่มให้แหลกยับคาอก“อ่า... เว่ยเว่ย...”ม่อเหยียนกระแทกกระทั้นอย่างรุนแรงและเรียกชื่อนาง ลมหายใจหอบฟืดฟาดที่พ่นออกมาทางจมูกเริ่มมีเสียงดังรุนแรงขึ้น“อ๊ะ
กลิ่นอายคาวราคะและไอร้อนระอุภายในถ้ำแก้ว ยิ่งทวีความเข้มข้นจนแทบจะควบแน่นเป็นหยาดหยด ทันทีที่ซือหมิงฉีดพ่นน้ำเชื้ออุ่นจัดเข้าสู่โพรงสวาทอย่างสุขสม ม่อเหยียนที่เฝ้ามองภาพทารุณอันแสนหวานนั้นมาเนิ่นนานจนเส้นสติแทบจะขาด ไม่อาจอดทนต่อความกำหนัดได้อีกต่อไป เขาพุ่งตรงเข้ามากระชากไหล่หนาของหมาป่าหนุ่มให้ออกไปจากร่างขาวเนียนของหลินเว่ยอย่างใจร้อน“หมดเวลาของเจ้าแล้ว ซือหมิง... ถอยไป!”น้ำเสียงทุ้มต่ำคำรามก้อง ซือหมิงขบกรามอย่างขัดใจทว่าต้องยอมล่าถอยในที่สุด ม่อเหยียนขยับเข้าครอบครองเหยื่อสาวอย่างไม่รอช้า ฝ่ามือหยาบกร้านตะปบหมับเข้าที่สะโพกผาย จับร่างเปลือยเปล่าของหลินเว่ยให้นอนตะแคงราบลงบนม้านั่งหิน จัดท่าทางให้นางหันหน้าไปทางสามีอสูรอีกสามตนที่กำลังนั่งหายใจหอบฟืดฟาดอยู่ในน้ำ เพื่อป่าวประกาศชัยชนะม่อเหยียนแทรกกายแกร่งเข้าประชิดด้านหลัง สอดท่อนแขนล่ำสันลอดเข้าใต้พับเข่าข้างขวาของนาง ดึงรั้งยกขึ้นสูงจนเรียวขาขาวแบะอ้าออกกว้าง เผยให้เห็นรอยแยกสีแดงช้ำที่บวมเป่งและชุ่มโชกไปด้วยเมือกกามเหนียวข้น แล้วเสือกกายแกร่งแข็งโปนยัดเยียดเข้าไปในร่องสวาทพรวดเดียวสวบ...!“กรี๊ดดด...! ม่อ... ม่อเหยียน... อร๊
“ฮ้า...!”นางจิ้งจอกสาวแหงนเงยใบหน้า ถอนริมฝีปากออกจากความแข็งแกร่งอย่างกะทันหัน หยดน้ำลายใสเหนียว ยืดเป็นสายเชื่อมโยงระหว่างปากอิ่มและส่วนหัวหยักของหมาป่าหนุ่มซือหมิงไม่ปล่อยให้ความรัญจวนขาดตอน เขาฉุดร่างบางให้ลุกขึ้นมา บดจูบริมฝีปากบวมเจ่อแดงช้ำของนางอย่างดูดดื่มดุดัน ขณะที่มือขวายื่นลงต่ำจับท่อนเอ็นยักษ์จ่อเข้าหารอยแยกเยิ้มฉ่ำ หลินเว่ยยกสะโพกผายขึ้นรับ ยามเมื่อส่วนหัวบานใหญ่ดุนดันแทรกผ่านเมือกกามลื่นไหล มุดหายเข้าไปในร่องรูเปียกแฉะในพรวดเดียวจนมิดโคนภายใต้ม่านหมอกไอน้ำร้อนฉ่า อสูรทั้งสามต่างจับจ้องร่างเปลือยเปล่าของหลินเว่ยที่กำลังโยกคลึงสะโพกกระแทกกระทั้นขึ้นลงอยู่บนตักแกร่งของหมาป่าหนุ่มด้วยความหิวกระหาย ยามเมื่อบั้นท้ายกลมมนหวดสับลงบนหน้าท้องแปดลูกจนเกิดเสียงเนื้อบดเบียดของเหลวดัง แจะ แจะทั้งสามยิ่งสาวรูดแก่นกายของตนเองแรงขึ้น ราวกับกำลังร่วมสมสู่กระหน่ำแทงอยู่ในร่างของนางพร้อม ๆ กัน“อ๊ะ... อ๊า... อร๊างงง...!!”หลินเว่ยกรีดร้องเสียงแหลม ร่างบางเกร็งกระตุกหยัดตึงเมื่อความเสียวซ่านแล่นปราดเข้าสู่สมอง นางกระแทกสะโพกควบขย่มลำรักอย่างรุนแรง ส่งผลให้น้ำหวานฉ่ำเยิ้มพุ่งกระเซ็นออกมาจ
ในเวลาเดียวกัน หลินเว่ยที่เพิ่งทะลุมิติมาได้เพียงไม่กี่วัน ยังไม่คุ้ยเคยกับสภาวะสายตาที่มองเห็นทุกอย่างเป็นเพียงสีเขียวเทาในความมืด นางควานหาหินชนวนและเศษกิ่งไม้แห้งเพื่อจะจุดไฟ ทว่ามือบางกลับไปคว้าเข้ากับของอุ่น ๆ ที่อยู่ใกล้ตัว นางกำมันไว้มั่นเพื่อจะดึงเข้าหาตัว ทว่านางก็รู้สึกได้อย่างรวดเร็วว่าม
ท่ามกลางเสียงความโกลาหลวุ่นวายเล็ก ๆ เงาร่างที่เยือกเย็นของไป่หลงก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับปลาตัวโตในมือ นัยน์ตาสีไพลินของเขากวาดมองหลี่เฟยและซือหมิงที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานรับใช้นางจิ้งจอกตัวปัญหาอย่างเอาเป็นเอาตาย“หึ... พวกเจ้าหลงเสน่ห์นางจนมืดบอดไปแล้วจริง ๆ รึนี่?”ไป่หลงเอ่ยประชดประชันน้ำเสียงเย็น
หลังจากได้ไม่ไผ่แก่มาสิบต้น หลินเว่ยสอนให้หลี่เฟยและซือหมิงที่มีพละกำลังมหาศาลรู้จักการ จักตอกและสานถาด สำหรับรองอาหารตากแห้ง รวมถึงการสานตะกร้าที่ทาเคลือบด้วยชัน อุดรอยรั่ว เพื่อจะนำไปใช้เป็นภาชนะใส่น้ำอย่างดีในภายหลัง พวกเขาเรียนรู้ได้รวดเร็ว งานหนักที่ต้องใช้เวลาทั้งวันกลับเสร็จสิ้นเพียงไม่กี่ชั
รุ่งสางกลางป่าอสูร กลิ่นความร้อนของไขมันหมูป่าปนกลิ่นหอมนวลของไข่ไก่โชยอวบไปทั่วบริเวณหน้าถ้ำของหลินเว่ย นางเนรมิตอาหารมื้อเช้าที่แปลกตาด้วยการทำไข่ม้วนเนื้อนุ่มฟูสีเหลืองทองคู่กับเบค่อนที่ทำจากเนื้อขาหมูป่าฝานบางย่างจนกรอบเกรียบน้ำมันซือหมิงและหลี่เฟย จัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เมื่อกินอิ่มจน







