Teilen

บทที่ 8

เซี่ยเค่อ
เซียวชีเห็นนายท่านของตนเดินโซเซเข้าไปในห้องนอนของอวี๋ซือเหมียน ก็ทำท่าอยากพูดแต่สุดท้ายกลับเงียบไป

ช่างเถิด อย่างไรก็เป็นคืนเข้าหอ หากเจ้าบ่าวไม่ไป พระชายาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนกัน เรื่องกลับกลายเป็นเช่นนี้โดยไม่คาดคิดก็แล้วกัน

อวี๋ซือเหมียนกว่าจะได้มีเตียงอุ่น ๆ ให้นอนหลับสบาย มิคาดว่าเพิ่งหลับไปก็ถูกเสียงถีบประตูปลุกจนสะดุ้งตื่น “ผู้ใด?”

อวี๋ซือเหมียนมองเงาดำที่เดินโซเซอยู่หน้าประตูด้วยความหวาดผวา มือกำผ้าห่มแน่น ก่อนลอบดึงปิ่นปักผมออกมากำไว้ในฝ่ามือ

หลายวันที่ถูกไล่ล่าสังหารทำให้อวี๋ซือเหมียนหวาดระแวงไปหมด เพียงมีความเคลื่อนไหวเล็กน้อย นางก็จะตื่นตระหนกอย่างยิ่ง

“ผู้ใด?” ร่างสูงใหญ่หันมองมาทางนางอย่างงุนงง

เมื่อจำได้ว่าเป็นเสียงของเฟิงเสวียนนี่ อวี๋ซือเหมียนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนลุกขึ้นจุดเทียน

ขณะกำลังจะหันกลับ นางก็ชนเข้ากับแผงอกแข็งแกร่ง มือใหญ่ราวคีมคู่หนึ่งบีบไหล่ทั้งสองของนางไว้แน่น

“เจ้าเป็นผู้ใด เหตุใดจึงมาอยู่ในห้องนอนของข้า?”

อวี๋ซือเหมียน “...”

เห็นอวี๋ซือเหมียนไม่เอ่ยวาจา เฟิงเสวียนนี่ก็ขมวดคิ้วงาม ก่อนโน้มเข้าใกล้นาง คงเพราะดื่มมากเกินไปจึงมองเห็นไม่ชัด เขาเลยอยากเพ่งดูให้ถนัดตา

มือเรียวยาวประคองใบหน้าของอวี๋ซือเหมียนไว้ เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาค่อย ๆ เคลื่อนเข้ามาใกล้ นางก็กลั้นหายใจ รีบเอ่ยเตือน “ท่านอ๋อง ข้าคืออวี๋ซือเหมียน!”

“อวี๋ซือเหมียนคือผู้ใด?” เฟิงเสวียนนี่มองนางอย่างงุนงง “แต่เจ้าก็ดูสวยใช้ได้นี่!”

อวี๋ซือเหมียน “...”

คราวนี้นางดูออกแล้วว่าเฟิงเสวียนนี่ดื่มจนเมามาย

“ท่านอ๋อง พวกเราแต่งงานกันแล้ว!” อวี๋ซือเหมียนเอ่ยเตือน

“แต่งงานหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้วอีกครา ราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “นึกออกแล้ว เจ้าเป็นภรรยาข้า พวกเขาล้วนอยากนอนกับเจ้า ข้าโมโหจึงดื่มจนพวกเขาหมอบกันหมด!”

อวี๋ซือเหมียน “...”

นี่มันเรื่องอันใดกัน!

เฟิงเสวียนนี่ปล่อยนาง ก่อนเดินโซเซไปยังเตียง พลางดึงคอเสื้อของตน ถอดเสื้อคลุมโยนลงพื้น แล้วจึงแก้สายคาดเอว...

อวี๋ซือเหมียนเบิกตากว้าง เขาคิดจะทำอันใด คงมิใช่จะนอนที่นี่กระมัง

“อะไรกันนี่!” เฟิงเสวียนนี่ก้มหน้าดึงสายคาดเอวแรง ๆ ทว่ายิ่งดึงกลับยิ่งแน่น

วันนี้เป็นวันแต่งงานของเขา เซียวชีจึงลอบเปลี่ยนเป็นปมไหมพันเส้นให้ สื่อถึงการมีบุตรมากมาย ลูกหลานเต็มบ้าน ทั้งยังเป็นสิริมงคลสมปรารถนา

“ภรรยา!” เฟิงเสวียนนี่ตะโกนเรียกขึ้นมา

อวี๋ซือเหมียนชะงักไป เขากำลังเรียกนางหรือ?

“มานี่สิ!” เฟิงเสวียนนี่กวักมือเรียก อวี๋ซือเหมียนจึงรีบเดินเข้าไปหา

“ช่วยข้าที!” เฟิงเสวียนนี่จับมือนุ่มของนางวางลงบนเอว อวี๋ซือเหมียนหายใจสะดุด ร่างแข็งค้าง มิรู้ว่าควรทำเช่นไร

“เร็วเข้า!” เฟิงเสวียนนี่โน้มกายลงเล็กน้อย ลมหายใจหอมเย็นรินรดใบหูขาวผ่องของนาง แฝงความเร่งร้อนและรำคาญอยู่เล็กน้อย

อวี๋ซือเหมียนเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนลงมือแก้สายคาดเอวให้เขา

ปมพันไหมเป็นสิ่งที่สตรีซึ่งยังมิได้ออกเรือนทุกคนต้องเรียนรู้ เพื่อยามเข้าหอจะได้แก้ให้สามี จากนั้นจึงร่วมสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา นางนึกว่าเฟิงเสวียนนี่คงไม่ผูกปมเช่นนี้เสียอีก

อวี๋ซือเหมียนหน้าแดง ค่อย ๆ แก้ปมไหมตรงเอวเขาทีละปม สายคาดเอวสีแดงหลุดออกในทันใด พร้อมกับอาภรณ์ผ้าไหมสีแดงเข้มที่คลายออกตามกัน

เฟิงเสวียนนี่ถอดอาภรณ์จนเปลือยเปล่าต่อหน้านางเช่นนั้น

เรือนกายสมบูรณ์แบบของบุรุษผู้มีไหล่กว้างเอวสอบปรากฏต่อหน้านางอย่างไร้สิ่งปิดบัง ทั้งกล้ามท้องแปดมัด เส้นกล้ามเนื้อรูปตัววีบริเวณหน้าท้อง ปานแดงรูปจันทร์เสี้ยวแสนน่ารัก และส่วนสง่าที่เริ่มมีวี่แววผงาดขึ้น...

อวี๋ซือเหมียนตะลึงจนขาอ่อน ทรุดนั่งลงบนเตียง ทว่าพอสายตาเคลื่อนไปถึงจุดนั้น ภาพตรงหน้าก็ทำให้นางเลือดลมพลุ่งพล่าน นางรีบเบือนหน้าหนีไปด้านข้าง

กลิ่นหอมเย็นเยียบเจือกลิ่นสุราบ่มเก่าโถมเข้ามาในทันใด เฟิงเสวียนนี่ใช้สองแขนแข็งแรงยันอยู่ข้างกายนาง อวี๋ซือเหมียนตกใจจนรีบถอยหนี เขาหัวเราะเบา ๆ ราวกับพบของเล่นน่าสนุก ก่อนรุกไล่เข้ามาทีละก้าวจนกระทั่งอวี๋ซือเหมียนไร้ทางหนี เขาก็กดนางลงใต้ร่างในทันที จ้องหญิงสาวผู้เย้ายวนตรงหน้าไม่วางตา

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 30

    เมื่อเสี่ยวชุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ “องค์หญิงใหญ่ โปรดเมตตาด้วย พระชายาของข้า...”“เสี่ยวชุ่ย!” อวี๋ซือเหมียนรีบขัดคำพูดของนาง “องค์หญิงใหญ่เพียงล้อข้าเล่นเท่านั้น เจ้าจะตื่นตระหนกไปไย!”“เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีแค่นหัวเราะอวี๋ซือเหมียนมองแววโหดเหี้ยมในดวงตาของเฟิงอวิ๋นจีที่เหมือนกับเฟิงเสวียนนี่ไม่มีผิด ก่อนยกมุมปากขึ้น “อาการที่ลำคอขององค์หญิงเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่าหมอหลวงรักษาหายหรือยังเพคะ? แน่นอน หากองค์หญิงไม่ไว้ใจหม่อมฉัน เช่นนั้นก็เชิญหาผู้มีฝีมือกว่านี้เถิดเพคะ!”อวี๋ซือเหมียนดึงเสี่ยวชุ่ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น ก่อนเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง“หยุด!” เฟิงอวิ๋นจีเงยหน้าขึ้น “คุณหนูอวี๋อายุยังน้อย แต่อารมณ์กลับร้อนไม่เบาเลยนะ!”“หม่อมฉันเพียงมีเจตนาดี กลับถูกมองในทางร้าย ไม่ว่าเป็นใครก็คงไม่พอใจเพคะ!” อวี๋ซือเหมียนสบตานางอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมอ่อนข้อแต่ก็ไม่แข็งกร้าว“บังอาจ! เจ้ากล้าลบหลู่องค์หญิง” เด็กหนุ่มชุดม่วงที่ยืนอยู่ข้างเฟิงอวิ๋นจีตวาดเสียงเย็น“ถอยไป!” เฟิงอวิ๋นจีโบกมือให้เด็กหนุ่มผู้นั้น “เตรียมพู่กันกับ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 29

    เฟิงอวิ๋นจีกำลังจะหันกายเข้าไปในห้องรับรอง แต่อวี๋ซือเหมียนกลับเอ่ยเรียกนางไว้ “องค์หญิง!”“เจ้ามีธุระอันใด?” เฟิงอวิ๋นจีหันกลับมามอง“ขอถามองค์หญิง ไม่ทราบว่าช่วงนี้ลำคอไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่เพคะ? หม่อมฉันเคยเรียนวิชาแพทย์อยู่หลายปี และเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการคล้ายกับองค์หญิง หากองค์หญิงไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอตรวจอาการให้เพคะ”“เจ้ายังรักษาโรคเป็นด้วยหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีค่อนข้างประหลาดใจ นางได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูแห่งจวนกั๋วกงคือยอดหญิงผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าจะพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด บทกวีหรือร้อยกรอง ล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น คิดไม่ถึงว่านางจะรู้วิชาแพทย์ด้วย“พอรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น!” อวี๋ซือเหมียนตอบอย่างถ่อมตนแววเย็นเยียบอันตรายวาบผ่านดวงตาคมกริบของเฟิงอวิ๋นจี มุมปากนางยกขึ้น “ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็ตรวจให้ข้าดู!”อาการเจ็บคอของนางเป็นมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว เชิญหมอหลวงในวังมาตรวจจนหมดก็ยังหาสาเหตุไม่พบ นางเองก็อยากเห็นว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีความสามารถสักเพียงใดเสี่ยวชุ่ยมองเหนียงเหนียงของตนเดินตามองค์หญิงใหญ่เข้าไปในห้องชิวเยว่อย่างตกตะลึง ร้อนใจจนแทบมีเ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 28

    เฟิงเสวียนนี่ในอาภรณ์แพรสีขาวมีคราบเลือดเปรอะเต็มปลายแขนเสื้อ แม้แต่เชือกป่านในมือก็ถูกย้อมจนแดงฉาน ดวงตาของเขาเย็นเยียบชวนหวาดหวั่น เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เมื่อควบผ่านอวี๋ซือเหมียน เขาเหลือบตามองอย่างเย็นชา มุมปากยกเป็นรอยยิ้มมืดมนคลุ้มคลั่งสายลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านไป ฝุ่นริมถนนฟุ้งกระจายในพริบตา เสี่ยวชุ่ยรีบขยับมายืนบังอยู่เบื้องหน้าอวี๋ซือเหมียน“เหนียงเหนียง ไม่ได้ตกใจใช่หรือไม่เจ้าคะ?”อวี๋ซือเหมียนเหม่อมองไปยังทิศทางที่เฟิงเสวียนนี่หายลับไป รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติ นางส่ายหน้า “ไม่เป็นไร!”เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อน แววตาเจือความเห็นใจ ก่อนอดเอ่ยปลอบไม่ได้ “เหนียงเหนียงอย่ากลัวเลย คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนชั่วที่ก่อความผิดร้ายแรง แม้เสือร้ายยังไม่กินลูกของตน ในท้องของท่านมีสายเลือดของท่านอ๋องอยู่ ท่านย่อมเป็นคนใกล้ชิดที่สุดของท่านอ๋อง เขาต้องดีกับท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”“ข้ารู้!” อวี๋ซือเหมียนฝืนยิ้มนางได้ยินมานานแล้วว่าเฟิงเสวียนนี่กระหายเลือดและโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาตนเอง ก็ยังอดรู้สึกสะเทือนขวัญไม่ได้ชั่วช้าสามานย์อย่างนั้นหรือ? คนที่ถูกลากไปเมื่อ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 27

    “ทำมากมายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่กลัวเหนื่อยตายหรือ?” เพื่อผูกใจเหล่าคนเก่าคนแก่ที่รับใช้อยู่ในจวน นางช่างทุ่มเทเสียจริงอวี๋ซือเหมียนย่อมฟังออกถึงน้ำเสียงเหน็บแนมในวาจาของเขา จึงเอ่ยอธิบายว่า “ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง ขอเพียงท่านอ๋องสำราญใจ ต่อให้ข้าเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็คุ้มค่า ทว่าอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นคนในครัวช่วยล้างและหั่นให้ มีเพียงลูกชิ้นที่ข้าทำเอง ท่านอ๋องไม่ต้องสงสารข้าหรอก ข้าไม่เหนื่อย”เฟิงเสวียนนี่ยิ้มเจ้าตัวเล็กนี่ฟังไม่รู้ความจริง ๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่พูดเสียสวยหรูน่าฟัง หากเขาไม่ได้จู่ ๆ กลับมา มีหรือจะมีส่วนของเขาด้วย!“กินอาหารเสร็จแล้ว! เจ้าคิดจะนั่งอยู่เช่นนี้อีกนานเพียงใด!” เฟิงเสวียนนี่ตบก้นนางเบา ๆ ทีหนึ่งช่างรู้จักฉวยโอกาสยั่วยวนเขาเสียทุกคราจริง ๆอวี๋ซือเหมียนเพิ่งรู้ตัวว่านางยังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงรีบลุกขึ้นทันที“อย่าเล่นลูกไม้ให้มากนัก ระวังลูกในท้องจะหลุดเอา!” เฟิงเสวียนนี่ปรายตามองหน้าท้องของนางที่ยังไม่นูนขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนก้าวเท้าออกไปเซียวชีที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดรีบตามไป“เจ้าตัวเล็กนี่ วัน ๆ ช่างมีลูกไม้มากมายเสียจริง!” เฟิง

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 26

    เมื่อเห็นนางนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับ เฟิงเสวียนนี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รังเกียจข้าหรือ?”“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” อวี๋ซือเหมียนยิ้มเจื่อน แสร้งทำท่าเอียงอาย มือเผลอกำตะเกียบแน่นขึ้น จนซอสหยดหนึ่งตกใส่กางเกงของเฟิงเสวียนนี่ นางเหลือบมอง อยากเช็ดให้เขาแต่ก็ไม่กล้า“มองอะไรอยู่?” เฟิงเสวียนนี่มองตามสายตานางแวบหนึ่ง แววตาเข้มลึกขึ้นเล็กน้อย “อยากนั่งตรงนี้หรือ?เฟิงเสวียนนี่เอนกายพิงไปด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะอยู่อย่างสงบจริง ๆ เขาเองก็อยากเห็นว่านางคิดจะเล่นลูกไม้อะไรมุมปากของอวี๋ซือเหมียนกระตุก สวรรค์เป็นพยาน นางไม่ได้อยากนั่งตรงนั้นเสียหน่อย!“ท่านอ๋องนี่ก็จริง ๆ เลย คนตั้งมากมายกำลังมองอยู่นะ!” อวี๋ซือเหมียนแสร้งทำท่าเขินอายพลางเอ่ย“ที่แท้ก็เขินนี่เอง!” เฟิงเสวียนนี่โบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อบ้านหวัง พ่อบ้านหวังเข้าใจเจตนาทันที รีบพาแม่นมจ้าวกับเสี่ยวชุ่ยออกไป“มานี่สิ!” เฟิงเสวียนนี่ตบต้นขาของตนเบา ๆอวี๋ซือเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสาหมายความว่าอย่างไร? เขาจะให้นางนั่งตรงนี้จริง ๆ หรือ?เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้ว “ไม่มี

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 25

    “ท่านอ๋อง เชิญนั่ง!” อวี๋ซือเหมียนรีบยกเก้าอี้มาวางข้างกายเขา “ท่านอ๋องเข้าใจข้าผิดแล้ว!”“เข้าใจเจ้าผิดหรือ?” เฟิงเสวียนนี่มองดวงตากลมโตที่กลอกไปมาของนาง ก่อนนั่งลงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ อยากดูว่านางจะกุเรื่องอย่างไรอวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเสวียนนี่ด้วยท่าทางเอียงอาย “ท่านอ๋อง สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ แท้จริงแล้วล้วนทำเพื่อท่าน!”“เพื่อข้าหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ถูกนางทำเอาขบขันจริง ๆ เขากวาดตามองอาหารที่กินเหลืออยู่บนโต๊ะอื่น ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “อย่าบอกนะว่าเจ้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่อให้ข้าได้ลองชิมฝีมือของเจ้า?”“ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ เรื่องนี้ยังเดาออกเสียด้วย?” สีหน้าตกตะลึงของอวี๋ซือเหมียนดูสมจริงไม่น้อย“หึ ๆ!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “ข้าดูหลอกง่ายนักหรือ เจ้าคิดจะให้ข้าชิมเศษอาหารที่เหลือจากผู้อื่นหรือ?”“ไม่ใช่นะ!” อวี๋ซือเหมียนทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ “นี่เป็นอาหารชนิดใหม่ที่ข้าคิดขึ้น เรียกว่าหม้อไฟ ยังอยู่ระหว่างทดลอง ข้าไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือไม่ จึงไม่กล้ายกมาให้ท่านชิมโดยพลการ เลยคิดว่าอาศัยช่วงที่ท่านไม่อยู่จวน เชิญทุกคนมาลองชิมและช่วยออกความเห็น จากนั้นตอน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status