Teilen

บทที่ 7

เซี่ยเค่อ
“อะไรนะ?” เฟิงเสวียนนี่ถึงกับหลุดหัวเราะเพราะคำพูดของนาง “เจ้าคิดว่าข้าจะเชื่อเรื่องเหลวไหลของเจ้าหรือ?”

อวี๋ซือเหมียนเองก็อยากกัดลิ้นตนเองทิ้งเสีย นางได้แต่ฝืนใจเอ่ยว่า “นานวันย่อมรู้ใจคน!”

บอกว่านางบริสุทธิ์และถูกใส่ร้าย เขาก็ไม่เชื่อ บอกว่านางมีใจให้เขา เขายิ่งไม่เชื่อ ช่างทำให้นางลำบากใจเหลือเกิน

“นานวันย่อมรู้ใจคนหรือ?” เฟิงเสวียนนี่เลียริมฝีปาก จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าเจ้าตัวเล็กผู้นี้ช่างน่าสนใจไม่น้อย

“มิสู้พูดมาตรง ๆ เสียเลยว่าเจ้าคิดจะถ่วงเวลา”

อวี๋ซือเหมียน “...”

ถูกเขามองออกในปราดเดียว ทว่านางก็คิดจะถ่วงเวลาเช่นนั้นจริง ๆ

“อย่าคิดเล่นเล่ห์ ไม่ว่าเจ้าจะมีจุดประสงค์อันใด ที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าควรมา!”

เฟิงเสวียนนี่ผลักนางออกอย่างไร้ปรานี อวี๋ซือเหมียนที่ตกลงไปในน้ำกลัวว่าเขาจะไม่ยอมให้นางอยู่ต่อ จึงรีบคว้ามือเขาแน่น บาดแผลที่ปริออกอีกครั้งทำให้แขนเสื้อของเขาเปื้อนเลือดแดงฉานในพริบตา

เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้วเล็กน้อย ทว่ามิได้ผลักนางออก

“ท่านอ๋อง ขอร้องท่านเห็นแก่เด็กในท้อง ให้ข้าอยู่ที่นี่เถิด ข้าไม่อยากให้เขาต้องระหกระเหินไปกับข้า!”

อวี๋ซือเหมียนราวกับตัดสินใจแน่วแน่ นางกัดริมฝีปากล่างแรง ๆ “หากท่านอ๋องไม่ชอบข้าจริง ๆ รอให้เด็กคลอดออกมาแล้ว ข้าจะยอมเลิกรากับท่าน”

เฟิงเสวียนนี่จ้องดวงตาที่เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำคู่นั้นเขม็ง ก่อนหัวเราะเยาะตนเอง “เจ้าคิดว่าเขาอยู่กับข้าแล้ว จะมีชีวิตดีกว่าอยู่กับเจ้าหรือ?”

อวี๋ซือเหมียนมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าคำพูดนี้ของเขาหมายความเช่นไร

“การเกิดขึ้นของเด็กคนนี้ เดิมทีก็เป็นความผิดพลาดอยู่แล้ว เหตุใดเจ้าจึงยังดึงดันจะผิดซ้ำอีก?”เฟิงเสวียนนี่สะบัดมือนางออก ก่อนมองนางอย่างเย็นชา “เอาเด็กออกเสียเถิด! ถึงคลอดออกมา ก็คงไม่รอดอยู่ดี”

แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าจะตายลงเมื่อใด แล้วจะปกป้องเด็กคนหนึ่งได้อย่างไร จุดอ่อนมีเพียงหนึ่งก็พอแล้ว เขาไม่อยากมีเพิ่มอีก

รูม่านตาของอวี๋ซือเหมียนสั่นไหวอย่างรุนแรง ครั้นเห็นเขาหันกายเดินจากไปอย่างเย็นชา นางก็รีบร้อนร้องเรียก “ท่านอ๋อง แม้เสือร้ายยังไม่กินลูกของตน เขาเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านนะ!”

เฟิงเสวียนนี่ชะงักฝีเท้า

“ถึงอย่างไรเขาก็เป็นชีวิตหนึ่ง ปล่อยให้เขาได้เกิดมาเถิด ส่วนข้า พอเด็กคลอดแล้ว ข้าจะไม่ดึงดันอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน!” อวี๋ซือเหมียนกำหมัดแน่น

เฟิงเสวียนนี่มองนางด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แววตาลึกล้ำราวกับกำลังพิจารณาว่าคำพูดของนางเชื่อได้เพียงใด ก่อนเอ่ยขึ้นว่า “เจ้าไม่คิดจะสวมอาภรณ์ก่อน แล้วค่อยพูดกับข้าหรือ?”

อวี๋ซือเหมียนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนนึกขึ้นได้ว่ายามนี้นางยังมิได้สวมอาภรณ์แม้แต่ชิ้นเดียว ความหวาดกลัวถึงขีดสุดทำให้นางลืมไปเสียสนิทว่ากำลังเปลือยกายเผชิญหน้ากับเฟิงเสวียนนี่ ใบหน้าของนางแดงก่ำในทันใด รีบลุกขึ้นวิ่งไปยังราวแขวนอาภรณ์ ก่อนคว้าเสื้อผ้ามาสวมอย่างลวก ๆ

ที่นี่คือห้องอาบน้ำ นอกจากชุดนอนแล้วก็ไม่มีอาภรณ์อื่น นางสวมชุดนอนไหมสีแดงกึ่งโปร่งลงบนร่างเปลือย เผยผิวขาวผ่องบริเวณทรวงอกออกมาเป็นบริเวณกว้าง เอวบางคอดที่โอบได้ด้วยมือเดียวพันด้วยแพรไหมสีแดงอย่างลวก ๆ ยิ่งพยายามปกปิดกลับยิ่งขับเน้นความเย้ายวน ชวนให้มิอาจละสายตา

เฟิงเสวียนนี่เหลือบมองนางปราดหนึ่ง หัวใจพลันสะดุดไปหนึ่งจังหวะอย่างไร้สาเหตุ ก่อนก้าวออกไปด้านนอก

อวี๋ซือเหมียนรีบตามออกมาเช่นกัน ครั้นเห็นเขานั่งเอกเขนกอยู่ข้างเตียง พลางกินถั่วลิสงบนผ้าห่มมงคล นางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปตรงหน้าเขา คุกเข่าลงข้างเท้าอย่างว่าง่าย แล้วเงยหน้ามองเขาอย่างระมัดระวัง

“ท่านอ๋องวางใจเถิด เพียงหนึ่งปีเท่านั้น อีกหนึ่งปีให้หลัง ข้าจะไม่ดึงดันอยู่ที่นี่อย่างแน่นอน ข้าว่าง่ายและเชื่อฟัง ท่านให้ข้าทำสิ่งใด ข้าก็จะทำสิ่งนั้น จะไม่สร้างความเดือดร้อนให้ท่านอ๋องเป็นอันขาด!”

เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะเย็นชา อุตส่าห์วางแผนสารพัดเพื่อปีนขึ้นเตียงเขา แล้วจะจากไปโดยง่ายได้อย่างไร? หากเขาเชื่อนางก็คงแปลกแล้ว!

จู่ ๆ เขาก็เชยคางนางขึ้น แววตาเจือความหยอกเย้า “ข้าให้เจ้าทำสิ่งใด เจ้าก็จะทำสิ่งนั้นหรือ?”

นางยื่นมืออันสั่นเทาไปคว้าชายอาภรณ์ของเขา ก่อนพยักหน้าเบา ๆ ท่าทางบอบบางน่าสงสารชวนให้ผู้คนเกิดความเวทนา “อืม! ขอท่านอ๋องโปรดเมตตาด้วย!”

เมื่อมองดวงตากลมโตฉ่ำน้ำของนาง กับเรือนร่างอรชรเย้ายวนที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าโปร่งสีแดง เฟิงเสวียนนี่รู้สึกตัวเบาโหวงราวกับเหยียบอยู่บนปุยนุ่น ทั้งยังมึนงงเล็กน้อย หรือวันนี้เขาจะดื่มมากเกินไปจนฤทธิ์สุราขึ้นหัวเสียแล้ว

ครั้นนึกถึงสิ่งที่ตนบีบคลึงเมื่อครู่ เขาก็รู้สึกกระสับกระส่ายไม่สบายตัวไปทั้งร่าง

ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องให้นางอยู่ต่อ เพราะถึงอย่างไรเขาก็ได้ทำข้อตกลงกับเสด็จพ่อไว้แล้ว

หนึ่งปีก็ไม่เป็นไร!

เขาอยากรู้นักว่าถึงเวลานั้น นางจะรักษาสัญญาหรือไม่

เฟิงเสวียนนี่โน้มกายลงเล็กน้อย เชยคางนางขึ้น “ทางที่ดีเจ้าจงรักษาคำพูด อย่าคิดเล่นเล่ห์กับข้า มิเช่นนั้นข้าจะสับเจ้าเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนให้สุนัขกิน!”

แววตาข่มขู่อย่างเข้มข้นของเขาทำให้หัวใจของอวี๋ซือเหมียนสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ขณะเดียวกันนางก็ลอบยินดี คำพูดนี้ของเขาหมายความว่าตกลงแล้วใช่หรือไม่?

“ท่านอ๋องวางใจ ข้าไม่กล้าหรอก!”

“ทางที่ดีเจ้าก็อย่าได้กล้า!” เฟิงเสวียนนี่สะบัดมือผลักอวี๋ซือเหมียนออก นางรีบถอยห่างออกไป แทบไม่กล้าหายใจแรงแม้แต่น้อย

“นายท่าน รัฐทายาทอวี้กับคนอื่น ๆ มาแล้วขอรับ!” เสียงของเซียวชีดังขึ้นจากด้านนอก “พวกเขาบอกว่าจะมาดื่มสุรามงคลและป่วนห้องหอ!”

“ป่วนห้องหอหรือ? เหตุใดพวกเขาไม่ขึ้นสวรรค์ไปเสียเลยเล่า!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะเย็นชา ก่อนก้าวออกไปด้านนอก

เสียงฝีเท้าของเฟิงเสวียนนี่ค่อย ๆ ห่างออกไป ในที่สุดอวี๋ซือเหมียนก็ถอนหายใจโล่งอก ไม่ว่าอย่างไร อย่างน้อยนางก็ได้อยู่ต่อแล้ว

นับจากนี้ อย่างไรก็มีที่พักพิงเสียที

เวลาหนึ่งปีเพียงพอแล้ว

นางเงยหน้ามองแผ่นหลังของเขา ดวงตากลมอ่อนโยนกลับเย็นชาและห่างเหิน

นางจะทำให้เฟิงเสวียนนี่กลายเป็นคมดาบที่แหลมคมที่สุดในมือของตน

ทันทีที่เฟิงเสวียนนี่เดินออกมา ทุกคนก็กรูกันเข้ามาล้อมเขาไว้ตรงกลาง ต่างพากันเอ่ยแสดงความยินดีเซ็งแซ่

“ท่านอ๋องได้หญิงงามดุจบุปผามาเคียงกายแล้ว ยินดีด้วย!”

“ปิดเสียมิดชิดเชียวนะ คุณหนูจากตระกูลใดกัน?”

“ย่อมต้องงามประหนึ่งเทพธิดาเป็นแน่ มิเช่นนั้นท่านอ๋องของเราจะหวั่นไหวได้อย่างไร!”

ทุกคนพากันหัวเราะลั่น เฟิงเสวียนนี่เป็นหัวโจกของเหล่าคุณชายเสเพลกลุ่มนี้ เขาเที่ยวเล่นสารพัดอย่าง แต่เพียงเรื่องสตรีเท่านั้นที่ไม่เคยข้องแว ทุกคนจึงนึกมาตลอดว่าเขานิยมชมชอบบุรุษเสียอีก คาดไม่ถึงว่าแท้จริงแล้วจะแอบซ่อนหญิงงามไว้ข้างกาย

ไจ๋อวี้ยิ้มพลางถาม “ยังไม่ทันแต่งพระชายาก็รับอนุแล้ว หากฝ่าบาทรู้เข้า จะไม่โมโหหรือ?”

“ผู้ใดบอกพวกเจ้าว่าข้ารับอนุ?” เฟิงเสวียนนี่เงยหน้ามองเขา

พอคำนี้หลุดออกมา ทุกคนก็ชะงักค้างทันที “ไม่ใช่รับอนุ หรือว่าแต่งตั้งพระชายาเอก?”

“อืม!” เฟิงเสวียนนี่สะบัดริบบิ้นผมที่ห้อยอยู่ตรงอกไปด้านหลังอย่างได้ใจ “วันนี้ข้าแต่งภรรยา พวกเจ้ากลับมามือเปล่าหรือ? หน้าด้านกันเสียจริง!”

ทุกคน “...”

ต่างยืนอึ้งท่ามกลางสายลม

“จริงหรือหลอก?” ราวกับจัดกันเล่น ๆ อย่างไรอย่างนั้น อย่างน้อยก็เป็นถึงอ๋อง แต่งตั้งพระชายาทั้งทีจะทำลวก ๆ ถึงเพียงนี้เชียวหรือ? แม้แต่ประทัดสักลูกก็ไม่จุด พวกเขาไม่เคยได้ข่าวเลยด้วยซ้ำ

เฟิงเสวียนนี่แค่นเสียงเย็น “แล้วอย่างไร เจ้าจะขอดูราชโองการด้วยหรือ?”

“ไม่ต้อง! ไม่ต้อง!” ทุกคนยิ่งอยากรู้หนักกว่าเดิม

“เป็นคุณหนูตระกูลใดกัน ถึงได้โชคร้าย...ถุย! ถึงได้มีวาสนาเพียงนี้ ได้แต่งเข้าจวนเสวียนอ๋อง!”ไจ๋อวี้ถามยิ้ม ๆ

“อะไรกัน สนใจภรรยาข้ากันนักหรือ จะให้ข้าเรียกนางออกมาดื่มกับพวกเจ้าสักจอกดีหรือไม่!”

กลางวันก็คิดลามกถึงภรรยาเขา ตกกลางคืนยังคิดจะนอนกับภรรยาเขาอีก หึ! ช่างบังอาจกันเสียจริง

“ไม่กล้า! ไม่กล้า!” เมื่อเห็นว่าเขาไม่อยากพูดมาก ทุกคนก็รีบหุบปาก

ป่วนห้องหอไม่ได้ แต่สุรามงคลอย่างไรก็ต้องดื่ม

แต่ละคนล้วนเป็นพวกรักสุราเป็นชีวิตจิตใจ พอดื่มกันแล้วก็ลากยาวไปจนถึงกลางดึก

อวี๋ซือเหมียนคิดว่าคืนนี้เฟิงเสวียนนี่คงไม่กลับมาอีก จึงเข้านอนแต่หัวค่ำ คาดไม่ถึงว่าพอเข้าสู่ช่วงหลังเที่ยงคืน ประตูห้องกลับถูกถีบเปิดออก...

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 30

    เมื่อเสี่ยวชุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ “องค์หญิงใหญ่ โปรดเมตตาด้วย พระชายาของข้า...”“เสี่ยวชุ่ย!” อวี๋ซือเหมียนรีบขัดคำพูดของนาง “องค์หญิงใหญ่เพียงล้อข้าเล่นเท่านั้น เจ้าจะตื่นตระหนกไปไย!”“เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีแค่นหัวเราะอวี๋ซือเหมียนมองแววโหดเหี้ยมในดวงตาของเฟิงอวิ๋นจีที่เหมือนกับเฟิงเสวียนนี่ไม่มีผิด ก่อนยกมุมปากขึ้น “อาการที่ลำคอขององค์หญิงเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่าหมอหลวงรักษาหายหรือยังเพคะ? แน่นอน หากองค์หญิงไม่ไว้ใจหม่อมฉัน เช่นนั้นก็เชิญหาผู้มีฝีมือกว่านี้เถิดเพคะ!”อวี๋ซือเหมียนดึงเสี่ยวชุ่ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น ก่อนเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง“หยุด!” เฟิงอวิ๋นจีเงยหน้าขึ้น “คุณหนูอวี๋อายุยังน้อย แต่อารมณ์กลับร้อนไม่เบาเลยนะ!”“หม่อมฉันเพียงมีเจตนาดี กลับถูกมองในทางร้าย ไม่ว่าเป็นใครก็คงไม่พอใจเพคะ!” อวี๋ซือเหมียนสบตานางอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมอ่อนข้อแต่ก็ไม่แข็งกร้าว“บังอาจ! เจ้ากล้าลบหลู่องค์หญิง” เด็กหนุ่มชุดม่วงที่ยืนอยู่ข้างเฟิงอวิ๋นจีตวาดเสียงเย็น“ถอยไป!” เฟิงอวิ๋นจีโบกมือให้เด็กหนุ่มผู้นั้น “เตรียมพู่กันกับ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 29

    เฟิงอวิ๋นจีกำลังจะหันกายเข้าไปในห้องรับรอง แต่อวี๋ซือเหมียนกลับเอ่ยเรียกนางไว้ “องค์หญิง!”“เจ้ามีธุระอันใด?” เฟิงอวิ๋นจีหันกลับมามอง“ขอถามองค์หญิง ไม่ทราบว่าช่วงนี้ลำคอไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่เพคะ? หม่อมฉันเคยเรียนวิชาแพทย์อยู่หลายปี และเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการคล้ายกับองค์หญิง หากองค์หญิงไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอตรวจอาการให้เพคะ”“เจ้ายังรักษาโรคเป็นด้วยหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีค่อนข้างประหลาดใจ นางได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูแห่งจวนกั๋วกงคือยอดหญิงผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าจะพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด บทกวีหรือร้อยกรอง ล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น คิดไม่ถึงว่านางจะรู้วิชาแพทย์ด้วย“พอรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น!” อวี๋ซือเหมียนตอบอย่างถ่อมตนแววเย็นเยียบอันตรายวาบผ่านดวงตาคมกริบของเฟิงอวิ๋นจี มุมปากนางยกขึ้น “ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็ตรวจให้ข้าดู!”อาการเจ็บคอของนางเป็นมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว เชิญหมอหลวงในวังมาตรวจจนหมดก็ยังหาสาเหตุไม่พบ นางเองก็อยากเห็นว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีความสามารถสักเพียงใดเสี่ยวชุ่ยมองเหนียงเหนียงของตนเดินตามองค์หญิงใหญ่เข้าไปในห้องชิวเยว่อย่างตกตะลึง ร้อนใจจนแทบมีเ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 28

    เฟิงเสวียนนี่ในอาภรณ์แพรสีขาวมีคราบเลือดเปรอะเต็มปลายแขนเสื้อ แม้แต่เชือกป่านในมือก็ถูกย้อมจนแดงฉาน ดวงตาของเขาเย็นเยียบชวนหวาดหวั่น เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เมื่อควบผ่านอวี๋ซือเหมียน เขาเหลือบตามองอย่างเย็นชา มุมปากยกเป็นรอยยิ้มมืดมนคลุ้มคลั่งสายลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านไป ฝุ่นริมถนนฟุ้งกระจายในพริบตา เสี่ยวชุ่ยรีบขยับมายืนบังอยู่เบื้องหน้าอวี๋ซือเหมียน“เหนียงเหนียง ไม่ได้ตกใจใช่หรือไม่เจ้าคะ?”อวี๋ซือเหมียนเหม่อมองไปยังทิศทางที่เฟิงเสวียนนี่หายลับไป รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติ นางส่ายหน้า “ไม่เป็นไร!”เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อน แววตาเจือความเห็นใจ ก่อนอดเอ่ยปลอบไม่ได้ “เหนียงเหนียงอย่ากลัวเลย คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนชั่วที่ก่อความผิดร้ายแรง แม้เสือร้ายยังไม่กินลูกของตน ในท้องของท่านมีสายเลือดของท่านอ๋องอยู่ ท่านย่อมเป็นคนใกล้ชิดที่สุดของท่านอ๋อง เขาต้องดีกับท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”“ข้ารู้!” อวี๋ซือเหมียนฝืนยิ้มนางได้ยินมานานแล้วว่าเฟิงเสวียนนี่กระหายเลือดและโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาตนเอง ก็ยังอดรู้สึกสะเทือนขวัญไม่ได้ชั่วช้าสามานย์อย่างนั้นหรือ? คนที่ถูกลากไปเมื่อ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 27

    “ทำมากมายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่กลัวเหนื่อยตายหรือ?” เพื่อผูกใจเหล่าคนเก่าคนแก่ที่รับใช้อยู่ในจวน นางช่างทุ่มเทเสียจริงอวี๋ซือเหมียนย่อมฟังออกถึงน้ำเสียงเหน็บแนมในวาจาของเขา จึงเอ่ยอธิบายว่า “ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง ขอเพียงท่านอ๋องสำราญใจ ต่อให้ข้าเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็คุ้มค่า ทว่าอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นคนในครัวช่วยล้างและหั่นให้ มีเพียงลูกชิ้นที่ข้าทำเอง ท่านอ๋องไม่ต้องสงสารข้าหรอก ข้าไม่เหนื่อย”เฟิงเสวียนนี่ยิ้มเจ้าตัวเล็กนี่ฟังไม่รู้ความจริง ๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่พูดเสียสวยหรูน่าฟัง หากเขาไม่ได้จู่ ๆ กลับมา มีหรือจะมีส่วนของเขาด้วย!“กินอาหารเสร็จแล้ว! เจ้าคิดจะนั่งอยู่เช่นนี้อีกนานเพียงใด!” เฟิงเสวียนนี่ตบก้นนางเบา ๆ ทีหนึ่งช่างรู้จักฉวยโอกาสยั่วยวนเขาเสียทุกคราจริง ๆอวี๋ซือเหมียนเพิ่งรู้ตัวว่านางยังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงรีบลุกขึ้นทันที“อย่าเล่นลูกไม้ให้มากนัก ระวังลูกในท้องจะหลุดเอา!” เฟิงเสวียนนี่ปรายตามองหน้าท้องของนางที่ยังไม่นูนขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนก้าวเท้าออกไปเซียวชีที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดรีบตามไป“เจ้าตัวเล็กนี่ วัน ๆ ช่างมีลูกไม้มากมายเสียจริง!” เฟิง

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 26

    เมื่อเห็นนางนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับ เฟิงเสวียนนี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รังเกียจข้าหรือ?”“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” อวี๋ซือเหมียนยิ้มเจื่อน แสร้งทำท่าเอียงอาย มือเผลอกำตะเกียบแน่นขึ้น จนซอสหยดหนึ่งตกใส่กางเกงของเฟิงเสวียนนี่ นางเหลือบมอง อยากเช็ดให้เขาแต่ก็ไม่กล้า“มองอะไรอยู่?” เฟิงเสวียนนี่มองตามสายตานางแวบหนึ่ง แววตาเข้มลึกขึ้นเล็กน้อย “อยากนั่งตรงนี้หรือ?เฟิงเสวียนนี่เอนกายพิงไปด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะอยู่อย่างสงบจริง ๆ เขาเองก็อยากเห็นว่านางคิดจะเล่นลูกไม้อะไรมุมปากของอวี๋ซือเหมียนกระตุก สวรรค์เป็นพยาน นางไม่ได้อยากนั่งตรงนั้นเสียหน่อย!“ท่านอ๋องนี่ก็จริง ๆ เลย คนตั้งมากมายกำลังมองอยู่นะ!” อวี๋ซือเหมียนแสร้งทำท่าเขินอายพลางเอ่ย“ที่แท้ก็เขินนี่เอง!” เฟิงเสวียนนี่โบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อบ้านหวัง พ่อบ้านหวังเข้าใจเจตนาทันที รีบพาแม่นมจ้าวกับเสี่ยวชุ่ยออกไป“มานี่สิ!” เฟิงเสวียนนี่ตบต้นขาของตนเบา ๆอวี๋ซือเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสาหมายความว่าอย่างไร? เขาจะให้นางนั่งตรงนี้จริง ๆ หรือ?เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้ว “ไม่มี

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 25

    “ท่านอ๋อง เชิญนั่ง!” อวี๋ซือเหมียนรีบยกเก้าอี้มาวางข้างกายเขา “ท่านอ๋องเข้าใจข้าผิดแล้ว!”“เข้าใจเจ้าผิดหรือ?” เฟิงเสวียนนี่มองดวงตากลมโตที่กลอกไปมาของนาง ก่อนนั่งลงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ อยากดูว่านางจะกุเรื่องอย่างไรอวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเสวียนนี่ด้วยท่าทางเอียงอาย “ท่านอ๋อง สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ แท้จริงแล้วล้วนทำเพื่อท่าน!”“เพื่อข้าหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ถูกนางทำเอาขบขันจริง ๆ เขากวาดตามองอาหารที่กินเหลืออยู่บนโต๊ะอื่น ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “อย่าบอกนะว่าเจ้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่อให้ข้าได้ลองชิมฝีมือของเจ้า?”“ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ เรื่องนี้ยังเดาออกเสียด้วย?” สีหน้าตกตะลึงของอวี๋ซือเหมียนดูสมจริงไม่น้อย“หึ ๆ!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “ข้าดูหลอกง่ายนักหรือ เจ้าคิดจะให้ข้าชิมเศษอาหารที่เหลือจากผู้อื่นหรือ?”“ไม่ใช่นะ!” อวี๋ซือเหมียนทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ “นี่เป็นอาหารชนิดใหม่ที่ข้าคิดขึ้น เรียกว่าหม้อไฟ ยังอยู่ระหว่างทดลอง ข้าไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือไม่ จึงไม่กล้ายกมาให้ท่านชิมโดยพลการ เลยคิดว่าอาศัยช่วงที่ท่านไม่อยู่จวน เชิญทุกคนมาลองชิมและช่วยออกความเห็น จากนั้นตอน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status