LOGINใบหน้าหวานรูปหัวใจ ดวงตากลมโตที่ฉายแววหวาดกลัวออกมาให้เห็นได้ชัดนั้น มองมาที่ชายหนุ่มเขม็ง เรือนร่างของเธอดุจนาฬิกาทราย ช่างงดงามและชวนให้อยากลิ้มลอง ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาหญิงสาวช้าๆ ก่อนจะเชยคางมนขึ้น ดวงตาสีครามเป็นประกายวาวอย่างถูกใจในความงามที่แสนเปราะบางราวแก้วเจียระไนสวยสดงดงามและหาค่าเปรียบมิได้ ริมฝีปากจิ้มลิ้มนั้นเผยอออกทันทีที่สาวน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาสีครามอย่างหวาดหวั่น ราฟาเอลรู้สึกได้ถึงร่างบางที่กำลังสั่นน้อยๆ
“สวยถูกใจฉันมากเลย สาวน้อย” เขาบอก แล้วกดริมฝีปากลงจุมพิตริมฝีปากนุ่มนิ่มและหวานล้ำทันที มธุรสผงะไปนิด มือบางยกขึ้นยันอกกว้างทันที ถุงยางอนามัยที่เธอถือร่วงลงสู่พื้น ใบหน้างามเบี่ยงหนีริมฝีปากร้อนผ่าวที่ไล่จุมพิตเธออย่างเอาเป็นเอาตาย
“นี่...สาวน้อย เธออย่าทำให้ฉันคิดว่าเธอเป็นสาวพรหมจรรย์ที่ต้องการจะขึ้นค่าตัวหน่อยเลย เพราะเธอไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้นหรอก ในเมื่อฉันคิดจะจ่ายให้เธอไม่อั้นอยู่แล้ว เพราะเธอถูกใจฉัน” ราฟาเอลบอก ก่อนก้มลงปิดปากนุ่มอีกครั้ง ปลายลิ้นสากร้อนสอดเข้าไปในโพรงปากนุ่ม เกี่ยวพันกับเรียวลิ้นนุ่มน่ารักๆ ของมธุรสอย่างหิวกระหาย ความหวานที่ได้รับยิ่งทำให้ราฟาเอลหลงใหล แม้ตัวเขาเองยังไม่อยากเชื่อเลย ผู้ชายมากประสบการณ์อย่างเขาผ่านผู้หญิงมานักต่อนัก หรือแม้แต่สาวพรหมจรรย์ ราฟาเอลก็ล่าพรหมจรรย์จากพวกเธอมาก็มาก แต่ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่กระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนของเขา ให้ลุกโชนได้มากเท่านี้มาก่อนเลย
ความรู้สึกต่อต้านในคราแรกเริ่มเปลี่ยนเป็นความซาบซ่านรัญจวน มธุรสรู้สึกคล้ายตัวเองกำลังจะหน้ามืดเพราะฤทธิ์จูบจากเขา มือบางต้องยกขึ้นโอบรอบลำคอแข็งแรงเอาไว้เพื่อพยุงตัว เพราะเธอกลัวว่าจะล้มพับไปเสียก่อน ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ได้รับแม้จะไม่อ่อนโยนเท่าที่ควร เพราะเขาคิดว่าเธอไม่ใช่สาวพรหมจรรย์ เรียกเลือดในกายของสาวน้อยให้เดือดพล่าน จนร่างกายร้อนผ่าวไปทั้งตัว
ราฟาเอลถอนริมฝีปากออก ก่อนช้อนร่างบางขึ้นและอุ้มไปวางลงบนเตียงนุ่มนิ่ม หญิงสาวรู้สึกเหมือนตัวเองลอยอยู่ในน้ำ เวลาที่ร่างใหญ่ขยับหรือแม้แต่ตัวเธอเองขยับกาย พื้นเตียงก็ยวบเป็นระลอกคลื่นเด้งดึ๋งไปมา แต่มธุรสมีเวลาคิดถึงเตียงนุ่มนี้ได้ไม่นานนัก สมองของเธอก็เริ่มเบลอไปหมด เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวดูดกลืนยอดทรวงสีชมพูที่แข็งเป็นไตชูชันเข้าปาก ชายหนุ่มดูดเม้มขบย้ำ จนมธุรสแอ่นร่างเข้าหาอย่างลืมตัว เพราะไฟพิศวาสที่แผดเผาจนมอดไหม้ มือหนาดึงรั้งชุดสวยจนเลื่อนหลุดออกจากร่างระหง ร่างหนาคลุกเคล้าไปทั่วร่างงามอย่างหลงใหล ริมฝีปากร้อนๆ แนบไปกับทุกสัดส่วน ผิวเนื้อเนียนนุ่มเย็นเฉียบราวแพรเนื้อดีตอนนี้กลับร้อนระอุราวจับไข้
มธุรสไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นเปลือยเปล่าไปหมดตั้งแต่เมื่อใด รู้สึกตัวอีกทีก็เมื่อเรียวลิ้นร้อนสากแตะแต้มเข้ากับกุหลาบตูมเต่งดอกงาม ที่ยังไม่มีหมู่ภมรได้เชยชมเลยสักครั้ง และภมรหนุ่มที่กำลังจะเชยชมเธออยู่นี้ ก็ไม่รู้ตัวเลยว่าจะได้เป็นภมรตัวแรก และอาจจะเป็นตัวเดียวที่เธอให้เชยชม ร่างบางแอ่นหยัดโค้งตัวขึ้นดุจคันศร เพียงปลายลิ้นสัมผัสตวัดกวัดแกว่งไม่นาน น้ำหวานก็ซึมออกมาให้ภมรได้ลิ้มลอง
ราฟาเอลยันตัวขึ้น และปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่รัดรึงออก จนร่างกายกำยำเปลือยเปล่า ชายหนุ่มเข้าหาร่างบางอีกครั้ง กดคลึงมังกรชายกับกุหลาบดอกงาม ก่อนจะกดเข้าไปช้าๆ
“อ๊าย...” มธุรสกรีดร้องออกมาทันทีด้วยความเจ็บปวด ร่างบางเจ็บร้าวราวกับกำลังจะแตกเป็นเสี่ยงๆ น้ำตาใสๆ ไหลออกมาทางหางตาทันที
ราฟาเอลเองก็ชะงักค้างอย่างตกใจ สาวน้อยที่เขาคิดว่าเธอร้อนแรงเหมือนชุดที่สวม แต่เขาคิดผิด ร่างบางใต้ร่างของเขาเป็นสาวพรหมจรรย์จริงๆ เธอไม่ได้ใส่จริตมารยาเพื่อโก่งค่าตัว แต่เขาเองที่โง่หลงใหลความงามตรงหน้า จนมองไม่ออกว่าเธอเป็นสาวพรหมจรรย์จริงๆ
“สาวน้อย นี่เธอ...พระเจ้า...” ราฟาเอลถึงกับเรียกหาพระเจ้า เขาอธิบายไม่ถูกว่าตอนนี้ตนรู้สึกยังไง ดีใจหรือเสียใจ แต่ที่แน่ๆ เขาหยุดตัวเองไม่ได้แล้ว
ราฟาเอลขบกรามแน่น เมื่อผลักดันเข้าไปในครั้งเดียว หญิงสาวกรีดร้องสุดเสียง น้ำตาไหลพรากอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก้มลงจุมพิตดึงดูดความสนใจจากเธอ เขาแช่ตัวเองในความนุ่มนิ่มอบอุ่นนั้นอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเริ่มขยับตัวเนิบนาบ ปากก็พูดพร่ำปลอบโยนระดมจูบดึงดูดความสนใจไปทั่วดวงหน้าสวยหวาน ร่างเปลือยเปล่าสองร่างขับกล่อมดนตรีแห่งปรารถนาอย่างไพเราะเพราะพริ้ง มธุรสเองก็หลงลืมความเจ็บปวดที่ได้พานพบ ตอนนี้เธอเสียวซ่านมากกว่าเจ็บปวด หัวใจดวงน้อยหวิวๆ ชอบกล ขนในกายลุกชันขึ้นทั้งตัวเหมือนมีพายุพัดท่ามกลางเปลวไฟที่โหมกระหน่ำ
มธุรสจิกปลายเล็บลงกับหัวไหล่หนา เมื่อความสุขแปลกใหม่มาเยือน ร่างบางเกร็งกระตุกก่อนที่หัวสมองจะขาวโพลนไปหมด ราฟาเอลควบขับร่างหนาตามติดหญิงสาวไปเยือนดินแดนวิมานฉิมพลีด้วยกัน
“เธอชื่ออะไร” ราฟาเอลถาม เมื่อลมหายใจเป็นปกติ
“มธุรสค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบา ร่างบางสะอื้นฮัก เมื่อคิดถึงสิ่งที่เพิ่งเสียไปให้กับชายแปลกหน้าคนนี้ เธอไม่ได้เจ็บปวดแต่เสียใจที่ไม่อาจรักษาสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตสาวเอาไว้ได้
“มีชื่อที่เรียกง่ายกว่านี้มั้ย” เขาถามเสียงขุ่น ไม่ชอบได้ยินเสียงร้องไห้เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นซาตานร้าย ที่ชอบทำร้ายคนบริสุทธิ์ยังไงไม่รู้
“น้ำผึ้งค่ะ”
“นี่...หยุดร้องไห้ซะทีได้มั้ย ฉันเกลียดที่สุดในเวลาที่ร่วมรักเสร็จแล้วผู้หญิงร้องไห้” ราฟาเอลตะคอกเสียดุอย่างลืมตัว ยิ่งทำให้มธุรสร้องไห้หนักขึ้นไปอีก
“ขอโทษค่ะ ที่ทำให้คุณไม่พอใจ” มธุรสบอกปนเสียงสะอื้น ก่อนจะทรงตัวขึ้นนั่ง มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มนวลป้อยๆ
“จะไปไหน”
“ถ้าเสร็จงานของน้ำผึ้งแล้ว น้ำผึ้งคงต้องขอตัวค่ะ”
ร่างบางถูกกระชากกลับลงนอนหงายบนที่นอนนุ่มอีกครั้ง และถูกกักตัวไว้ด้วยอ้อมแขนกำยำของราฟาเอล
“เธอจะไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เพราะงานของเธอยังไม่จบ สำหรับเธอครั้งเดียวคงไม่พอ ฉันบอกแล้วไงว่าชอบเธอตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งได้เธอเป็นคนแรกแบบนี้ยิ่งติดใจจนไม่อยากปล่อยให้เธอเป็นของใครอีก เธอจะเรียกเท่าไหร่ ถ้าฉันจะซื้อตัวเธอไปอยู่กับฉัน เป็นของฉันคนเดียว ไม่ต้องเปลืองตัวให้คนอื่น”
“คุณ...ว่าอะไรนะคะ” มธุรสคิดว่าตัวเองหูฝาด จริงอย่างที่มณีรัตน์พูด เธออาจจะมีเสี่ยกระเป๋าหนักรับเลี้ยงไว้เลย แต่ผู้ชายคนนี้ห่างไกลจากคำว่าเสี่ยมากนัก เพราะเขาไม่อ้วนลงพุงเหมือนบรรดาเสี่ยๆ ที่เธอเคยเห็น แถมเขายังรูปหล่ออีกต่างหาก
ราฟาเอลมองรอยยิ้มและฟังเสียงหัวเราะใสๆ นั้น ด้วยความรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจ มือใหญ่ลูบไล้แก้มนวลไปมา เกลี่ยปลายนิ้วหัวแม่มือกับริมฝีปากนุ่มเบาๆ ก่อนกดริมฝีปากร้อนผ่าวของตนลงไปช้าๆ กลีบปากหนาบดคลึงอย่างหยอกเย้า ก่อนไล่ปลายลิ้นสากไปตามผิวเนื้อบางนุ่ม ชายหนุ่มใช้ไรฟันขบผิวเนื้อนุ่มและดึงเบาๆ ก่อนสอดเรียวลิ้นช่ำชองไล้ไรฟันซี่เล็ก ล่อหลอกให้สาวน้อยเผยอเรียวปากออก ชายหนุ่มส่งเรียวลิ้นหนาทักทายเรียวลิ้นเล็กๆ น่ารักของมธุรส ดูดรัดลิ้นนุ่มที่แสนหวาน เกี่ยวพันตวัดไล้ดื่มด่ำความหวานล้ำอย่างหิวกระหาย ก่อนถอดถอนออกอย่างอ้อยอิ่ง ดวงตาคมกริบวับวาวเป็นประกายหยอกล้อกับแสงจากโคมไฟหัวเตียง “พี่ไม่ใช่คนดีอย่างที่น้ำผึ้งคิด พี่ทำธุรกิจที่ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย พี่เจริญตามรอยเท้าพ่อ เมื่อพ่อของพี่ท่านวางมือ พี่ก็เลยต้
“น้ำผึ้ง...” ราฟาเอลกอดร่างบางไว้แนบอก และอ้อมแขนเล็กๆ ก็รัดร่างกำยำของเขาแนบแน่นเช่นกัน “พี่ราฟทานข้าวกับน้ำผึ้งนะคะ น้ำผึ้งทำกับข้าวไว้รอพี่ราฟตั้ง 3 อย่างแน่ะ” “ทำกับข้าวรอพี่!” อีกครั้งที่ราฟาเอลต้องอึ้ง ปกติแล้วเขาจะทำอาหารกินเองง่ายๆ แต่บอดี้การ์ดก็จะซื้อของสดเตรียมไว้ให้เสมอ เขาไม่เคยมีใครทำอาหารให้กินนอกจากมารดา ซึ่งนานๆ ครั้งจะไปหาสักที แต่ตอนนี้กลับมีคนที่เอาใจและเตรียมเอาไว้ให้รอเวลาที่เขาจะกลับ “ค่ะ พี่ราฟจะทานก่อนหรือไปอาบน้ำก่อนคะ เดี๋ยวน้ำผึ้งจะได้จัดใส่จานตั้งโต๊ะไว้ให้ แล้วเราก็ทานด้วยกัน”&nb
“น้ำผึ้งก็คงโดนข่มขืนแล้วฆ่าไปแล้วน่ะสิ” ราฟาเอลแกล้งพูดให้มธุรสกลัว “ห๊า...ใครจะมาข่มขืนน้ำผึ้งคะ แล้วตอนนี้น้ำผึ้งก็อยู่ในบ้านพี่ราฟ ไม่ได้ออกไปข้างนอกซะหน่อย” มธุรสบอกและวางมีดในมือลง ก่อนจะใช้มือหยิบมะเขือเทศที่หั่นแล้วใส่หม้อ “ถ้าอยู่ในนี้ก็คงไม่มีใครกล้า จะมีอยู่ก็แค่คนเดียวที่อยากทำแบบนั้น” ราฟาเอลวางคางลงบนบ่าบอบบาง และเอียงหน้าจูบแก้มนวล ก่อนซุกไซ้จมูกโด่งแหลมและริมฝีปากร้อนๆ ลงกับซอกคอหอมกรุ่น กลิ่นสบู่อ่อนๆ ทำให้เขารู้ว่าเธออาบน้ำแล้วเรียบร้อย “ก็พี่นี่ไง พี่จะฆ่าน้ำผึ้งช้าๆ ให้ขาดใจตายคาอกเลยดีมั้ย”&nbs
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูห้องแรงๆ ทำให้ราฟาเอลต้องตัดใจจากร่างนวล ก่อนจะผละออกอย่างหงุดหงิดที่มีคนมาขัดจังหวะ เสียงฝีเท้าหนักๆ เดินย่ำมาด้วยแรงอารมณ์ทำให้คนที่เคาะประตูต้องคอย่น แม้จะแค่ได้ยินเสียงเดินเขาก็รู้แล้วว่าเจ้านายกำลังหงุดหงิด และคนที่ทำให้เจ้านายเป็นแบบนี้ก็คงหนีไม่พ้นตัวเขาเอง “อย่า...อย่ายิงผม ผะ...ผม...คะ...แค่...จะมาบอกวะ...วะ...ว่า ตำรวจชะ...เชิญ...ตัวเจ้านายไปพบครับ” ฟอลเลโป้รีบบอก เมื่อปลายกระบอกปืนจ่อหัวทันทีที่ประตูถูกกระชากออกเต็มแรง “อะไรนะ” ราฟาเอลลดปืนในมือลง เมื่อได้ยินคำรายงานจากลูกน้อง “ก็มัวแต่อ้ำๆ อึ้งๆ อยู่นั่นล่ะ แล้วตำรวจมันเรียกตัวฉันไปทำไม ไอ้มินเตมันทำงานยังไงกัน แล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่ไนต์คลับของเรา” คำถามที่ยิงมาเป็นชุดทำให้ฟอลเลโป้ปาดเหงื่อออกจากใบหน้า แม้ว่าปลายกระบอกปืนจะไม่ได้จ่อหัวเขาอีกแล้ว แต่มันก็ยังอยู่ในมือเจ้านายหนุ่มอยู่ดี “ตำรวจเจอของในไนต์คลับของเราครับเจ้านาย มะ...ไม่รู้ว่ามันมาได้ยังไงครับ” ราฟาเอลกัดฟันกรอด ใครบังอาจทำนอกเหนือคำสั่งกันนะ หรือว่า
“ถ้าน้ำผึ้งทำตัวน่ารักๆ น้ำผึ้งจะเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้” มธุรสหมุนตัวหันหน้าเข้าหาร่างสูงทันที ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างนึกไม่ถึงว่าเขาจะใจปล้ำได้ขนาดนี้ “พี่ราฟพูดจริงๆ รึเปล่าคะ” “จริงสิ คิดว่าพี่พูดเล่นรึไง” ราฟาเอลตอบแล้วเดินไปที่บาร์เครื่องดื่ม รินว้อดก้าใส่แก้วใบจิ๋วและกระดกแก้วเข้าปาก ความร้อนฉ่าของมันที่ไหลผ่านลำคอไปในคราแรกทำให้เขานิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะรินแก้วที่สองและกระดกขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มมักจะดื่มของร้อนในเวลาที่กลับจากการเดินทางเสมอ เพราะมันทำให้เขารู้สึกว่าได้กลับบ้านสักที “แต่น้ำผึ้งคงทำให้พี่ราฟพอใจขนาดนั้นไม่ได้หรอกค่ะ” ราฟาเอลมองสาวน้อยที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เขาอยากบอกเธอเหลือเกินว่า เขาพอใจเธอตั้งแต่แรกเห็น ยิ่งพอใจมากขึ้นเมื่อได้รู้ว่าเขาเป็นคนแรกของเธอ คนอย่างราฟาเอลไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในบ้าน ถ้าไม่ถูกใจจริงๆ และมธุรสก็เป็นคนแรกที่เขาถูกใจมากขนาดนี้ “ทำไม” “ก็...น้ำผึ้งไม่มีประสบการณ์พอจะทำให้พี่ราฟพอใจนี่คะ” “เ
ทรวงอกนุ่มไม่ได้ว่างเปล่า แต่ยังมีมือหนาเคล้นคลึงอยู่ไม่ห่าง ราฟาเอลใช้ไฟเสน่หาทรมานมธุรสทั้งบนและล่าง จนหญิงสาวกระตุก น้ำหวานอาบนิ้วเรียวของชายหนุ่มทันที ราฟาเอลถอนปลายนิ้วเรียวออกและส่งนิ้วนั้นเข้าปากตน ก่อนจะส่งให้มธุรสได้ลิ้มลองรสชาติของตัวเองบ้าง “รสชาติของเธอ มันช่างหวานนักน้ำผึ้ง” ราฟาเอลรูดซิบกางเกงของตัวเองลงและจับแก่นกายออกมา มือใหญ่ยกร่างบางขึ้น และจับกดลงครอบครองความแข็งแกร่งของตนจนสุดเส้นทางรัก “โอว...” ถึงคราวที่มาเฟียหนุ่มต้องครางเสียงดังบ้าง และยังมีเสียงหวานกระเส่าดังปนมาด้วย “น้ำผึ้ง เธอจะฆ่าฉันรึไงกัน ฉันแทบจะพวยพุ่งแค่ได้เข้าไปอยู่ภายในกายเธอแค่ครั้งเดียวเลยนะนี่” ราฟาเอลบอกเสียงสั่นพร่า แต่เขายังไม่ยอมขยับร่างจนมธุรสต้องร้องขออย่างทรมาน “คุณราฟาเอล ได้โปรด...” “ได้โปรดอะไร น้ำผึ้ง เธออยากให้ฉันทำอะไร ใช่แบบนี้รึเปล่า” ชายหนุ่มถามและยกร่างบางขึ้น ก่อนจะกดลงอีกครั้ง “คุณราฟาเอล...” “ไม่เอาน้ำผึ้ง ฉันไม่อยากให




![มาเฟียร้าย [ ขัง ] รักเมียเด็ก](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


